Partager

หิมะทะเลทราย
หิมะทะเลทราย
Auteur: นักเดินทางในโลกมายา

สายลมเหมันต์

last update Date de publication: 2026-02-07 00:19:24

เหนือขุนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะอันหนาวเหน็บ หญิงสาวในชุดเกราะครึ่งตัวยืนตระหง่านรับลมหนาวบนยอดหอคอย สายตาทอดมองย้อนกลับไปแสนไกล... ไกลจนถึงที่ราบภาคกลางอันอุดมสมบูรณ์ที่นาง จากมา

นางยืนกอดอกพิงเสาหินพลางทอดถอนหายใจ มองดาบยาวข้างกายที่ผ่านศึกมานับร้อย

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลัง

“ท่านแม่ทัพ ได้เวลาออกเดินทางแล้วเจ้าค่ะ”

“ได้เวลาที่จะต้องกลับไปจัดการเรื่องราวที่ค้างคาเสียที”

“เจ้าค่ะ ท่านสยบทัพอารยชน ยึดคืนแผ่นดินกลับคืนมาได้ทั้งหมด อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน”

“นั่นซิ” นางพูดพลางลูบตราหยกที่เอว “ได้เวลาทำตามสัญญา”

“เจ้าค่ะ”

ตลอดทางเดินลงจากป้อมปราการ เหล่าทหารยืนอารักขาอย่างแข็งขันภายใต้ ธงอินทรีเหล็ก อันเกรียงไกร เบื้องหน้าคือรถม้าหลวงที่จอดรออยู่ข้างองครักษ์ตำหนักตะวันออก

“ท่านแม่ทัพ ฮองเฮาและฮ่องเต้กำลังรอท่านอยู่ ทุกอย่างรอให้ท่านกลับไปจัดการขอรับ”

“พวกท่านสบายดีไหม”

“แน่นอนขอรับ” ชายคนนั้นยิ้มแล้วส่งพระราชโองการให้

“นั่นซิ” นางพูดจบก็หันกลับไปมองทหารทุกคนทั้งชายหญิงที่มารวมกันภายใต้ธงอินทรีเหล็ก ภายใต้ความเงียบงันทุกคนยืนนิ่งด้วยความเคารพ “ทั้งหมดทำความเคารพ!”

พรึ่บ!!

นางมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน ก่อนหันเดินขึ้นรถม้า

เสียงฟันเฟืองเหล็กขับเคลื่อนกลไกประตูช้าๆ โซ่เหล็กดึงประตูเหล็กดำอันหนักอึ้งขึ้นเพื่อส่งผู้เป็นนายเดินทาง

ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านออกจากประตูท่ามกลางการทำความเคารพของเหล่าทหารและชาวบ้านนอกกำแพงสูง ชาวบ้านรอบป้อมปราการต่างออกมายืนรอส่งผู้ที่ทำให้ชายแดนกลับมาสงบอีกครั้ง

เบื้องหน้าคือกำแพงชั้นนอกที่สูงตระหง่า ทหารเหนือหอเมืองยืนตรงทำความเคารพรถม้าที่ผ่านออกจากประตูเมือง มุ่งสู่ที่ราบภาคกลาง

วู้ดดดดดด!!!

เสียงแตรหินแผดก้องประสานกับแตรเขาสัตว์ ส่งสัญญาณการเคลื่อนขบวนออกจากประตูเหล็กอันหนักอึ้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องทำความเคารพของชาวบ้านที่นางมอบความสงบสุขคืนให้ ซือเหมยมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าพลางยิ้มหยัน

“มันช่างเหมือนกับตอนนั้นเสียงจริง เจ้าว่าไหม” หญิงสาวหันมอง แม่ทัพสาวผู้กำลังนั่งเงียบ

“เสียงแตรนี้... ช่างเหมือนกับวันนั้นเสียจริง” นางหลับตาลงพลางนึกถึงอดีต... อันแสนยาวไกล

******

แม่นางน้อยผู้อ่อนต่อโลกนางหนึ่งยิ้มอย่างยินดี หิมะแรกโปรยปรายลงมาพร้อมชายหนุ่มผู้ยากจน ผู้เตรียมสอบจองหงวน แม้ผู้เป็นบิดาจะคัดค้านการหมายมั่นครั้งนี้ แต่นางก็หาได้สนใจไม่ นางให้การช่วยเหลือบ้านชายหนุ่มทุกอย่าง

กลางฤดูหนาวอันโหดร้าย... ผู้เป็นบิดาได้รับคำสั่งด่วนให้นำทัพสองแสนไปรับศึกกองทัพอารยชนที่ชายแดนเหนือ ผู้เป็นบิดายืนมองรอลูกสาวแก้วตาดวงใจอยู่หน้าประตูเมือง ยังไม่ยอมขึ้นมา ทว่าจวบจนได้เวลาออกเดินทาง ก็ไร้เงาของเด็กสาว

เขาหันหลังขึ้นม้านำกองทัพออกเดินทางสู่แดนเหนืออย่างหวั่นใจ หวังเพียงลูกสาวมายืนส่งเหมือนบ้านอื่น ธงกองทัพปลิวสไสวตามสายลมเหมือนความเสียใจที่ไม่มีวันได้เอ่ย

ย่างเข้าวสันตฤดู เสียงตีฆ้องร้องป่าวดังไปทั่วถนนในเมืองใหญ่ริ้วขบวนเจ้าสาวพร้อมด้วยสินเดิม มุ่งหน้าสู่จวนบัณฑิตหนุ่มผู้มากความสามารถ หญิงสาวบุตรีจวนตระกูลหาญส่วมชุดแดงปิดหน้านั่งในเกี้ยวหลังใหญ่ ชาวเมืองต่างพากันแสดงความยินดีกับบัณฑิตหนุ่มผู้ขี่ม้านำหน้าขบวน

เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ทุมเทให้ชายหนุ่มผู้เป็นยอดดวงใจ ใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความปีติ ป้ายจวนพระราชทานตระง่าอยู่เบื้องหน้า นางผลักดันส่งเสริมจนสามารถสอบได้เป็น ‘จ้วงหยวน’ อันดับหนึ่งของแผ่นดิน เด่นทั้งบุ๋นและบู้

บ่าวสาวควงคู่กันก้าวผ่านธรณีประตูบานใหญ่ ท่ามกลางเสียง แซ่ซ้องและดนตรีที่บรรเลงขับกล่อม เคายิ้มให้นางด้วยใจจริง ทว่าในขณะที่บ่าวสาวกำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูเรือนเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ เสียงม้าศึกกลับควบตะบึงมาหยุดลงพร้อมข่าวร้ายที่ดั่งสายฟ้าฟาด

"แม่ทัพหาญเสียชีวิตในสนามรบ! ฮ่องเต้มีบัญชาด่วนให้จ้วงหยวนเข้าวังเดี๋ยวนี้!"

เสียงม้าศึกแผดร้องดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางขั้วหัวใจ ซือเหมยรู้สึกได้ถึงฝ่ามือของสามีที่เคยเกาะกุมนางไว้พลันสั่นสะท้าน ก่อนที่เขาจะสะบัดมือออกอย่างไม่ไยดี เขาหันหลังให้แก่พิธีมงคล สลัดชุดมงคลทิ้งราวกับขยะชิ้นหนึ่งแล้วควบม้าจากไปทันที ทิ้งให้เจ้าสาวในชุดสีเพลิงยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสายตาเวทนาของชาวเมือง

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของชายผู้เป็นยอดดวงใจที่ยอมทิ้งนางไปอย่างไม่ไยดี นางก้มมองชายชุดมงคลที่ถูกกีบม้าเหยียบย่ำจนเปรอะเปื้อน หัวใจพลันเกิดความวูบไหวจนแทบยืนไม่อยู่...

มารดาของชายหนุ่มมองลูกสะใภ้ด้วยแววตาเวทนา พลางนึกถึงแม่ทัพหาญผู้มีพระคุณที่ช่วยฉุดรั้งครอบครัวยากจนของนางจนมีหน้ามีตา นางไม่ลังเลที่จะกุมมือลูกสะใภ้ให้หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง เพื่อจูงเข้าสู่จวนทำพิธีต่อให้เสร็จสิ้นด้วยตนเอง...

หญิงสาวนั่งมองเปลวเทียนอย่างเงียบงั้นในห้องหอ มารดาของชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ และหีบใบเล็ก นางหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงช้า ๆ พลางเปิดหีบใบเล็ก ด้านในมีของสามชิ้น

“ซือเหมย” เสียงเรียกของแม่สามีแผ่วเบาแต่หนักแน่น นางเปิดหีบใบเล็กออก เผยให้เห็นกำไลเหล็กสีเข้ม ปิ่นปักผม และตำราเก่าแก่

“ท่านน้า ของพวกนี้คือ...”

"ซือเหมย... นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พ่อของเจ้าฝากไว้ ท่านเกรงว่าวรยุทธ์จะทำให้เจ้าลำบาก แต่ในยามที่บ้านเมืองผลัดใบ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะปกป้องเจ้าได้"

ซือเหมยลูบไล้กำไลเหล็กที่ถูกตีขึ้นจากเพลิงภูเขาไฟ ความเย็นเยียบของมันซึมลึกเข้าสู่ผิวหนัง กระตุ้นโลหิตในกายให้นึกถึงสายเลือดนักรบที่ไหลเวียนอยู่

พูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวจมอยู่กับความคิด คืนนี้ผู้เป็นสามีคงไม่ได้กลับมา นางเปิดหนังสือดูช้าๆ

หาญซือหมิง ชื่อบิดาของนางเขียนไว้ที่มุมขอบหน้าแรก ‘วิชาลับตระกูลหาญ’ นางไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่านางจะขี่ม้าและยิงธนูได้ก่อนจะเล่นพิณเป็น กำไลเหล็กจากวัตถุลึกลับนี่ ก็อยู่ในตำราเล่มนี้เช่นกัน เป็นพ่อของนางตีขึ้นด้วยเปลวเพลิงภูเขาไฟลาวา คู่กับปิ่นปักผม

“ท่านพ่อ...” นางหลับตาลงช้าๆ แล้วเริ่มฝึกตามตำราลับของตระกูล ที่ด้านนอกห้องมีสาวใช้สองคนยืนเฝ้าอยู่ และผู้เป็นมารดาที่กำลังนั่งมองพระจันทร์ยามค่ำคืนของฤดูใบไม้ผลิ

ในวันที่ควรเป็นคืนเข้าหอ ซือเหมยกลับเริ่มฝึกฝนวิชาฆ่าฟันภายใต้แสงจันทร์และเปลวเทียนเพียงลำพัง

“ลูกสะใภ้ที่น่าสงสารของข้า” หางตาของนางเหลือไปเห็นสาวใช้วิ่งเข้ามาหน้าตาไม่สู้ดี “มีอะไร เจ้าถึงเป็นเช่นนี้”

“ท่านหญิง มีจดหมายมาจาก เอ่อ... คุณชายเจ้าค่ะ” สาวใช้มีท่าที่ลังเลเล็กน้อย

“เอามาให้ข้า”

“เจ้าค่ะ”

‘ซือเหมย... สถานการณ์ในราชสำนักยามนี้สั่นคลอนยิ่งนัก บิดาของเจ้าพ่ายศึกจนสิ้นชีพ มิใช่เพียงความสูญเสีย แต่มันคือตราบาปที่อาจลามมาถึงตำแหน่งจ้วงหยวนของข้า ฮ่องเต้ทรงพิโรธหนัก ข้าจำเป็นต้องรุดหน้าไปชายแดนเพื่อแสดงความจงรักภักดีและรักษาชื่อเสียงของตระกูลข้าเอาไว้...

ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เจ้าจงเก็บตัวอยู่ในจวน อย่าได้ทำตัวโดดเด่นหรือก่อเรื่องให้ผู้คนครหาถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับบุตรีแม่ทัพพ่ายศึก เรื่องงานมงคลของเรา... ให้ถือเสียว่าฟ้าดินยังมิได้เป็นพยาน ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจความจำเป็นของข้า’

เพียงอ่านจบ นายหญิงแห่งจวนก็พลันน้ำตาไหลออกมา นางเพียงหัวเราะเบาๆ ไม่อาจเอ่ยอะไรได้แม้แต่น้อย นางจัดการเผาจดหมายให้ มะลายหายไปกับเปลวเทียนที่วูบไหวกลางหมู่ดาว

ในทุกเช้าหาญซือเหมยต้องฝึกวิชา ดูแล้วผู้เป็นมารดาสามี ดูแลบ้าน ดูแลกิจการต่างๆ ของตระกูล อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้แต่ในวันที่ป่วยหนักเจียนตาย มีเพียงแม่สามีที่อยู่เคียงข้าง

ในค่ำคืนที่ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านหอนอน หาญซือเหมยกลับจมลึกสู่ห้วงฝันอันประหลาด... นางเห็นภาพตนเองในวัยเยาว์ วิ่งเล่นอยู่ในจวนหลังใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยไออุ่น มีท่านพ่อผู้เข้มงวดกำลังหัวเราะขณะสอนพี่ชายทั้งสามยิงธนู ส่วนท่านแม่ผู้อ่อนโยนก็กำลังประคองมือนางถักมงกุฎดอกไม้กลางสวนสวย

ทว่าพริบตาเดียว แสงตะวันพลันมืดดับ ความฝันแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหล... ภาพมารดาถูกลอบสังหารจนสิ้นใจต่อหน้าต่อตา ท่านพ่อยืนโอบกอดนางที่ร้องไห้จนแทบขาดใจ “ท่านพ่อ... ท่านพี่...” นางพยายามเรียกชื่อผู้อันเป็นที่รักด้วยเสียงสั่นเครือ พวกเขาหันกลับมามองนางช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าประหนึ่งเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้าย

‘ท่าน... พ่อ...’ นางเรียกเชื่อของคนที่รักนางและเป็นห่วงที่สุดออกมาอย่างแผ่วเบา เขาหันกลับมาหานางช้าๆ เช่นเดียวกับบรรดาพี่ชายและพี่สะใภ้ ที่พากันหันกลับมามองนาง

“กรี๊ด!!!” ซือเหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มใบหน้า นางนั่งหอบหายใจหนักหน่วง หัวใจเต้นรัวราวมันจะทะลุออกมานอกอก ‘ท่านพ่อ! ท่านพี่! เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านกันแน่!’

รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมความกระวนกระวาย ซือเหมยรีบเดินทางกลับไปยังจวนตระกูลหาญ ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุด... ประตูใหญ่ที่เคยเปิดต้อนรับบัดนี้ถูกปิดสนิท ไร้ซึ่งวี่แววของผู้คน

หัวใจของนางหล่นวูบจนแทบยืนไม่อยู่ สาวใช้คนสนิทต้องรีบเข้ามาประคองร่างที่สั่นเทา “ทำไม... ทำไมจวนข้าถึงปิดเงียบเช่นนี้ พวกเขาหายไปไหนหมด!”

สาวใช้มีท่าทีลังเล แววตาเต็มไปด้วยความลำบากใจ “พวกเขา... พวกเขาต้องเดินทางไปประจำการที่ชายแดนเจ้าค่ะ”

“ชายแดน...” ใบหน้าของซือเหมยซีดเผือด นางหวังเพียงให้ลางร้ายในฝันเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อ

แต่ทว่าข่าวร้ายกลับเดินทางมาพร้อมกับสายลมวสันตฤดูที่เย็นเยียบ... กระดาษขาวดำปลิวว่อนไปทั่วจวนตระกูลหาญ ตระกูลแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ความหวังสุดท้ายของนางแตกสลายลงทันที ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดพากลิ่นอายแห่งความตายมาปกคลุมไปทั่วทั้งใจ

“ท่านพ่อ... ลูก... อกตัญญูยิ่งนัก”

น้ำตาไหลซึมออกจากดวงตาคู่งาม ไหลอาบแก้มนวล ปากบางสั่นเทาด้วยความเสียใจ ในใจนั้น... พลันขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หิมะทะเลทราย   แซ่หาญ

    ซือเหมยหวนคืนนครหลวงแคว้นจ้าวอย่างยิ่งใหญ่ ชาวเมืองต่างพากันออกมารอต้อนรับ ฮ่องเต้พร้อมด้วยเชื้อพระวงศ์ต่างออกมารอต้อนรับอย่างพร้อมหน้า“ข้า หาญซือเหมย ขอถวายหัวเมืองทั้งหมดรวมถึงแผ่นดินแคว้นฉีแก่พระองค์ ในนานเอ่อ...” ซือเหมยมีท่าทีลังเลเล็กน้อย เพราะนางไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร “เอ่อ...” นางหันไปทางหม่ากงกงเพื่อขอความช่วยเหลือ‘ผู้มีอำนาจปกครองคนใหม่’ หม่ากงกงกระซิบ“อ้อ ผู้มีอำนาจปกครองคนใหม่ส่งมอบตราหยกแผ่นดินให้แก่พระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”“ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”ฮ่องเต้หัวเราะเสียงดัง รับตราหยกด้วยความยินดี“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”“เจ้าค่ะพี่เขย”“ฮ่าๆๆๆๆ”งานเลี้ยงในวังถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่รถม้าจวนหาญจอดเทียบหน้าประตูวัง หลังจากผ่านไปสิบกว่าปี นางก็กลับมาใช้แซ่หาญได้อย่างภาคภูมิ นางถือป้ายวิญญาณนำหน้าเข้าวัง ตามด้วยน้าสาวทั้งสอง สองแม่ทัพคู่ใจ ตามด้วยพวกซือหลิงที่เดินเข้ามาพร้อมเยี่ยฮูหยินและเยี่ยจือหาน สายตาคนภายนอกจะคิดว่าเป็นบรรดาสนมของเขา แต่ความจริงแล้วเป็นของซือเหมยทั้งหมด“ท่านพ่อ ในที่สุดลูกก็คืนความยุติธรรมให้ท่านได้”“พ่อแม่เจ้าต้องภูมิใจใ

  • หิมะทะเลทราย   เรือเหาะของเซียน

    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!ดาบของเขาปะทะกับกรงเล็บของมัน ทว่ากลับถูกพวกมันไล่ล่าเหมือนหยอกล้อ แล้วคว้าแขนเขาปาออกไปใส่แท่นธนูยักษ์“ฆ่าพวกมันให้หมด!!” พวกมันพูดด้วยรอยยิ้มแหลมคมบนกำแพงเมืองยังไม่ทันหายวุ่นวาย ในเมืองก็วุ่นวายหนักขึ้น เมื่ออยู่ดีๆ พวกที่แฝงตัวเข้ามาเดือนก่อนก็เริ่มสร้างความวุ่นวายภายในเมือง“ไฟไหม้! ไฟไหม้ร้านข้าว!”“ช่วยด้วย! มีพวกมันอยู่ในตลาด!”ทหารลาดตระเวนเร่งอพยพชาวบ้านไปเมืองชั้นใน ท่ามกลางการต่อสู้ที่หนักหน่วง เสียงดาบปะทะและเสียงกรีดร้องดังไม่ขาดสายฟานซิบมองภาพจากจอด้วยความเจ็บใจ พวกนางมีกำลังน้อยเกินกว่าจะออกไปช่วยคนได้ กองยานที่มาถึงดวงจันทร์ก็ใช้เวลากว่าครึ่งวันในการส่งกองทัพมาช่วย“พวกนั้นจะมาหรือยัง!!” เสียงของซือหลิงดังออกมาจากลำโพง“อีกสองชั่วโมง” ฟานซิบตอบ“ไม่ได้! พวกมันเยอะเกินไป แค่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว”เสียงระเบิดดังแทรกเข้ามาในสายเป็นระยะ พร้อมเสียงก่นด่าของซือหมิงที่ดังไม่ขาดสาย“ไอ้พวกตัวใหญ่มันมาจากไหน!! การ์เดี้ยน! บอกให้พวกมันรีบมาก่อนที่คนจะตายกันหมด!!”ไม่นานสายก็ขาดหาย รายงานมากมายถูกส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ผู้คนในเมืองมากมายล้มตาย ต่างกรีดร้อง

  • หิมะทะเลทราย   สงครามจากแดนใต้

    ซือเหมยที่กำลังยืนคุยกับถังจื่อเยว่มองแล้วก็ยิ้มออกมา อย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกันนางมองแผนที่อย่างละเอียด แล้วเข้าไปคุยกับฟานซิบ“ข้าอยากให้เจ้าส่งคนไปค้นหาเรือให้เจอ”“ซือหมิงกับกูลู ข้าจะให้พวกนางไป”“ทำไมเจ้าไม่ไปเอง” ฟานซิบถามกลับ“ข้าเป็นแม่ทัพน่ะ ถ้าไม่อยู่....”ในตอนนั้นเอง ซือหมิงก็เดินเข้ามา ซือเหมยเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเองอีกคนยืนอยู่“นี่เจ้า...”“ทางนี้ข้าจัดการเอง เจ้ารีบเอาเรือกลับมาก็พอ”ฟานซิบยิ้มยักไหล่ “ไปถึงแล้วกดตรงนี้ หน่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมเรือจะมาหาเจ้าเอง”“ได้ๆ”ซือเหมยเดินออกมาอย่างงงๆ แล้วขึ้นดาบบินหายลับไปพร้อมกูลูเหนือท้องฟ้าเขตใต้ ซือเหมยมองลงไปเบื้องล่าง สายตาเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียนมันคือกองทัพสัตว์ประหลาด... มากกว่าจะเป็นคนคนเป็นในกองทัพแต่งกายด้วยเหล็กหนามแหลมคม เดินกันเป็นแถวหนาแน่นราวกับมดงาน รถม้าศึกที่ลากด้วยอสูรสี่ขาเคลื่อนตัวช้าๆ ทิ้งร่องรอยลึกบนพื้นดิน เบื้องหลังคือควันดำที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า ส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วทั้งทิวทัศน์นางเร่งพลังปราณ ดาบเหาะทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ทิ้งเส้นทางแสงไว้บนฟากฟ้าซือเหมยมาถึงเมืองท่าชิงเป่ยอย่างปล

  • หิมะทะเลทราย   พบหน้า

    ทางด้านซือเหมยที่มาถึงห้องก็เจอกับถังจื่อเยว่ยืนรออยู่พร้อมกับใครบางคนที่ยืนอยู่ สองคนในชุดคลุมปิดบังเหมือนพวกนักบวชของลัทธิมากมายที่ชอบมาตั้งแผงหาคนไปเข้าร่วมสำนัก“เชิญพวกท่านเข้ามาเถอะ”ซือเหมยเดินเข้ามาในห้อง ก็เจอกับลู่เฟินและเยี่ยฮูหยินที่นั่งอยู่โต๊ะหนังสือกำลังช่วยกันตรวจบัญชีร้านค้า“พวกเจ้าไม่พักหน่อยหรือ” นางเอ่ยทักทั้งคู่“เจ้ามีแขกหรือ” เยี่ยฮูหยินชำเลืองมอง “แล้วทำไมแต่งตัวแบบนั้นเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ อย่างน้อยลูกข้าก็เป็นชายน่ะ”“ข้าไปดูเขามาแล้ว อาการหนักพอสมควร ตอนนี้หลับไปแล้ว”“เดี๋ยวข้าไปยกน้ำชามาให้” ลู่เฟินตอบแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเยี่ยฮูหยินถังจื่อเยว่นั่งลงแล้วเริ่มเข้าเรื่อง “ข้าจะมาอยู่ที่นี่เพื่อฝึกเจ้า แล้วก็นาง... นางจะเป็นครูฝึกด้านจิตวิญญาณให้เจ้า”หญิงสาวในชุดคลุมเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นผิวที่ขาวดุจหยกใส แต่งกายดูหรูหรา จนนางแสบตาเมื่อชุดกับผิวมันขับกันจนเกิดแสงสว่างจ้าหญิงสาวอีกคนมีสีผิวคล้ำดูแปลกตา ขนตาสีเงิน แม้แต่เส้นผมก็ยังเป็นสีเงิน ตาก็ยังเป็นสีเงิน ต่างกับอีกคนที่เป็นสีทองแม้กระทั่งนัยน์ตา ดวงตาของพวกนางดูใสเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ด

  • หิมะทะเลทราย   ฐานลับใต้เมือง

    ซือเหมยตกใจเมื่อเห็นแสงสีฟ้ารวมตัวกันเป็นรูปทรงคน หญิงสาวในชุดคลุมสีขาว ผมยาวสยาย ใบหน้าสวยคม แต่แววตาเรียบเย็นราวกับไม่มีชีวิตนางลองเอามือไปแตะมือของนางทะลุผ่านร่างนั้นไป“นี่มันคืออะไร!”“เราเรียกมันว่าภาพเสมือน” ซือหลิงตอบพลางยิ้มกับความตกใจของแม่ทัพสาว“ข้าคือผู้ดูแลฐานทัพหลักประจำเขต... ต้าซ่ง...”“ต้าซ่ง...” ซือเหมยหันไปถามซือหลิง “ราชวงศ์ไหนกัน?”“ปัญญาประดิษฐ์” ซือหลิงอธิบาย “มันมาจากอีกยุค ข้าบอกแล้วว่าโลกของเจ้าเปลี่ยนมาแล้วสามรอบ”ซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ มีเส้นทางเดินใต้ดินเชื่อมต่อถึงกันเป็นร่างแหซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ ซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างแล้วก็ยกกล่องที่ยาวเพียงผ่ามือขึ้นมาแล้วพูดกับมัน“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหัว แล้วหันมาเล่นกับภาพสะเหมือน ที่กำลังเปลี่ยนชุดเป็นแบบต่างๆ ตามคำสั่งของนางซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างที่แผงควบคุม แล้วก็ยกกล่องเล็กๆ ที่ยาวเพียงคืบขึ้นมา แล้วพูดกับมันด้วยภาษาที่ซือเหมยไม่เข้าใจ“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหน้า แต่แววตา

  • หิมะทะเลทราย   ตัวปลอม

    เช้าวันต่อมา ชิงเหยาก็กลับมาพร้อมซือหลิงรถม้าทหารคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ ฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้า ทำให้ถนนลื่นเป็นทางน้ำ รังไม้ใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านหลังรถม้าถูกคลุมด้วยผ้าสีดำหนา ทหารหน้าประตูเมืองไม่สนใจจะเอ่ยถามด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนบังคับรถม้า เพราะผู้ถือบังเหียนคือชิงเหยา และข้างๆ คือซือหลิง สองมือขวาของแม่ทัพซือที่ใครก็รู้จัก“ตายหรือยัง”ซือเหมยมองลงไปในลังไม้ที่ว่างไว้ในห้องใต้ดิน แสงเทียนริบหรี่ส่องลงบนใบหน้าของสตรีสาวที่นอนนิ่งอยู่ภายใน เธอถูกห่อด้วยผ้าหนา สภาพน่าสงสาร“ยัง” เยี่ยฉินตอบ “แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เย็น เพราะต้องรักษาสภาพร่างกายนางไว้” นางชี้ไปที่ก้อนน้ำแข็งที่วางรอบตัวผู้ป่วย “นางโดนฝังทั้งเป็น ถ้าอีกไปอีกสองชั่วยามคงได้ตายจริงแน่”ซือเหมยกัดฟัน “กี่วันแล้ว”“เมื่อคืน” ชิงเหยาตอบ มือกุมดาบแน่น “สถานทูตแคว้นฉี... พวกมันขังนางไว้ในห้องใต้ดิน ทรมานนางทุกวัน”ซือเหมยไม่พูดอะไร มือของนางหยิบเข็มเงินที่ฝังไว้ที่ต้นคอขององค์หญิงออกมาเบาๆ“จุดประสาทรวมก้านสมอง” เยี่ยฉินอธิบาย “ใช้ลบความจำ ทำให้คนกลายเป็นเหมือนคนสติไม่ดี พวกที่ใช้วิชาแปลงกายชอบใช้

  • หิมะทะเลทราย   กำแพงเหนือขุนเขา

    หาญซือเหมยใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายคลานไปบนพรมหิมะที่ขาวโพลนและเหน็บหนาว หยาดน้ำตาที่อาบแก้มถูกลมพัดจนแข็งเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิว ในนาทีที่ลมหายใจเริ่มรวยริน นางสาบานต่อดวงวิญญาณของเหล่าบรรพชนด้วยเพลิงแค้น... ความอบอุ่นเดียวที่นางเคยโหยหาจากเขา บัดนี้มันได้ตายจากไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่

  • หิมะทะเลทราย   เหล้าพิษ

    สายตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของซือเหมยด้วยความโกรธกริ้วที่พลุ่งพล่านจนแทบระงับไม่อยู่ สำหรับเขา... นางเคยเป็นเพียงสตรีที่คอยเดินตามหลังและยอมสยบให้เขาเสมอมา ทว่ายามนี้ นางกลับเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือให้เกียรติเขาในฐานะสามีแม้แต่น้อย ความเย็นชาของนางประดุจคมดาบที

  • หิมะทะเลทราย   วสันตฤดู

    ภายในห้องหอที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว ร่างของบิดาที่ถูกส่งกลับมา ทว่าไม่ใช่เพียงหนึ่ง เบื้องหน้ากลับเป็นโลงศพที่วางเรียงราย... กลิ่นธูปคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย ร่างไร้วิญญาณของพี่ชายและพี่สะใภ้ทั้งสาม ความเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อรู้ความจริงนางนั่งมองโลงศพที่ตั

  • หิมะทะเลทราย   มุ่งหน้าสู่ตะวันออก

    เมืองเทียนจิน เมืองท่าที่คึกคักและมั่งคั่งที่สุดในแดนตะวันออก กลิ่นอายน้ำเค็มจากทะเลผสมปนเปไปกับเสียงอึกทึกของศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด รถม้าคันเล็กเคลื่อนผ่านถนนที่ปูด้วยหินอย่างดีมาหยุดลงหน้าจวนหลังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลที่เรียกได้ว่าเป็น “หัวมังกร” ของเมือง ทว่าสภาพของมันในยามนี้กลับดูเง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status