แชร์

น่ารังเกียจทั้งบ้าน 1.2

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-06 10:53:27

ซูเปียวเฉินปรายตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจพร้อมกับคิดในใจไปด้วย  ‘ไม่เข้าใจคนพวกนี้จริง ๆ ว่ามือเท้าก็มีเหมือนกัน ทำไมไม่รู้จักไปหาอาหารเอาเองนะทำไมต้องคอยมาแย่งชิงอยู่ร่ำไป’ คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็พูดออกไปอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าไม่ให้ ไม่ได้ยินหรือไง มือเท้าก็มีเหมือนกัน ไม่ได้พิการเสียหน่อย อยากกินก็ไปหาเอาเองสิ มาแย่งชิงของคนอื่นอย่างนี้ มันน่ารังเกียจจริง ๆ ”  พูดจบก็เดินออกมาทันที โดยไม่สนใจอีกฝ่ายว่าจะรู้สึกยังไงเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างนั้นก็คิดในใจไปด้วยว่า ‘แม่ก็ปากเน่าปากเสีย ลูกชายก็ชอบแย่งชิงของคนอื่น ช่างน่ารังเกียจทั้งบ้านจริง ๆ’

ส่วนซูเล่อเจียงที่โต้ตอบไม่ทัน ก็ได้แต่กำมือแน่นและมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปอย่างไม่พอใจเหมือนกัน เนื่องจากเขาต้องการไก่มาทำอาหารกินเป็นอย่างมาก เพราะที่บ้านไม่ได้กินเนื้อมาพักใหญ่แล้ว

กลับมาทางด้านซูหวานหว่าน

หญิงสาวยังคงนั่งรอพี่ชายอยู่ที่หน้าบ้าน สายตาก็มองไปทางเดินเพื่อดูว่าพี่ชายจะกลับมาตอนไหน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็ส่งเสียงทักทายหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง

ซึ่งเธอเองก็โบกไม้โบกมือกลับไปอย่างสดใสเหมือนกัน แม้ว่ามีบรรดากลุ่มเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาร้องเรียกเพื่อให้เธอไปเล่นด้วย แต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับปฏิเสธไป เพราะต้องการรอพี่ชายมากกว่า

“พี่สาวหวานหว่าน เปิดประตูให้หน่อย วันนี้ผมไปได้องุ่นป่ามา เลยเก็บมาฝากพี่สาวด้วย”

จางเจี้ยน หลานชายจากบ้านจาง ได้ตะโกนเข้ามาจากที่หน้าประตูรั้วบ้าน ซึ่งเด็กคนนี้ไม่เคยรังแกซูหวานหว่านเลยสักครั้งเดียว คอยแต่จะปกป้องจากกลุ่มเด็กที่มารังแก

ซูหวานหว่านจำได้ว่าเด็กชายคนนี้ไม่เคยรังแกร่างเดิมเลย เธอจึงรีบลุกขึ้นและเดินมาเปิดประตูรั้วให้

“ว่าไง จางเจี้ยน วันนี้มีอะไรมา” เธอถามด้วยท่าทางสดใส

“วันนี้ผมไปเก็บผักมาครับ แต่ทว่าเข้าป่าไปลึกหน่อย เลย เจอกับองุ่นป่ามาน่ะ ผมตั้งใจเก็บเอามาฝากพี่สาวหวานหว่าน กินสิแต่จะเปรี้ยวสักหน่อยนะ” เด็กชายตอบกลับมาพร้อมกับยื่นพวงองุ่นสองสามพวงให้กับพี่สาวตรงหน้า

“ไม่เป็นไร พี่สาวชอบ พี่สาวกินเปรี้ยวได้” ซูหวานหว่านพยายามตอบกลับให้เหมือนร่างเดิม นั่นคือทั้งยิ้มสดใสและไร้เดียงสา จากนั้นก็ยื่นมือไปรับพวงองุ่นมา  “ขอบใจนะ”

“แล้วนี่พี่สาวกินข้าวหรือยัง หิวหรือเปล่า ให้ผมช่วยตั้งเตา หุงข้าวไหม” เด็กชายรับอาสาที่จะช่วยทำงานอย่างแข็งขัน เพราะรู้ดีว่าพี่สาวตรงหน้าสติไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ การสื่อสารกับคนอื่นก็เชื่องช้า เขาจึงได้พยายามมาหาและช่วยทำงานให้บ่อยครั้ง

“ไม่ต้อง ๆ พี่สาวทำแล้ว ตอนนี้รอพี่ชายกลับมาเท่านั้น พี่ชายบอกว่าจะไปหากระต่ายมาให้พี่สาวด้วยนะ” เธอรีบโบกมือปฏิเสธรัว ๆ จนพวงองุ่นในมือก็แกว่งไหวไปตามแรง ก่อนจะพูดถึงพี่ชายด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมนั่งรอเป็นเพื่อน เมื่อครู่นี้ผมเห็นเด็กในหมู่บ้านมาร้องเรียกพี่สาวหวานหว่าน ผมกลัวว่าพวกนั้นจะมารังแกพี่เอาอีก”

จางเจี้ยนรีบบอกอย่างกระตือรือร้น เขาไม่ค่อยชอบที่เด็กในหมู่บ้านคนอื่นมาคอยรังแกพี่สาวคนนี้ แม้ว่าเธอจะมีความนึกคิดเชื่องช้ากว่าคนอื่นก็ตาม แต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง

“อืม ได้สิ นั่งรอพี่ชายและกินองุ่นด้วยกัน” ซูหวานหว่านพยักหน้ารับและยิ้มให้อีกฝ่าย ในใจพลันคิดว่า

‘แม้ว่ายังเป็นเด็ก แต่ก็มีความนึกคิดไม่ต่างกับผู้ใหญ่ ช่างเป็นเด็กที่ดีจริง ๆ อีกทั้งเขายังดีกับร่างนี้มากด้วย ต่อไปฉันคงต้องหาวิธีตอบแทนเขาเสียแล้ว’

ประกายตาที่เธอมองจางเจี้ยน เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหลือเกิน 

จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งกินองุ่นอยู่บนแคร่หน้าบ้าน เพื่อที่จะรอซูเปียวเฉินกลับมา 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.2

    เวลาผ่านสามเดือนตอนนี้ซูหวานหว่านแต่งงานเข้าตระกูลหมิงมาได้สามเดือนแล้ว และตอนนี้ซูเปียวเฉินก็มีกิจการของตัวเองแล้ว โดยใช้เส้นสายของน้องเขยอย่างหมิงมู่หยางเพื่อขอใบอนุญาต ส่วนตัวของหญิงสาวก็ได้เข้าไปช่วยสามีดูกิจการและบัญชีของตระกูลหมิง ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยหรือต้องทำงานหนัก เพราะทุกคืนที่เธอและซูเปียวเฉินออกไปแจกจ่ายเสบียงให้คนยากไร้ตามหมู่บ้าน เขาก็มองว่าเธอลำบากมากพอแล้วแต่กลับถูกภรรยารักร้องขออยากจะทำงาน เพราะเธอไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่อยากให้คนมองว่าเธอเป็นนกน้อยในกรงทอง พอเธอยกข้ออ้างนี้ขึ้นมา ทำให้เขาไม่ปฏิเสธอีก เพราะไม่อยากให้คนมองภรรยาในทางไม่ดีแต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับบอกเขาว่าเบื่อที่จะทำงานและอยากจะนอนอย่างเดียว จึงสร้างความแปลกใจให้กับสามีและพี่ชายของเธออย่างมาก“หวานหว่านไปหาหมอหน่อยไหม” ซูเปียวเฉินไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยบอกอย่างเป็นห่วง“นั่นสิ เดี๋ยวพี่พาไปเอง” หมิงมู่หยางพูดอย่างเห็นด้วยกับพี่ภรรยา เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยเป็นห่วงเธอมาก ไม่ต่างจากซูเปียวเฉิน“ฉันแค่อยากนอนและไม่อยากทำอะไรเท่า

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.1

    บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ)หมิงมู่หยางจับมือเจ้าสาวแน่น เขาไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาเพราะกำลังตื่นเต้นดีใจ เขาทำเพียงตบหลังมือเธอเบา ๆ และกระชับมือให้แน่นกว่าเดิม เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับเธอตลอดไปซูหวานหว่านเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก เธอจึงได้เอามืออีกข้างมาวางทับมือของเขาไว้“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ดีเอา” ซูเปียวเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่ได้จะไล่ แต่กลัวขบวนเจ้าบ่าวจะเสียเวลามากกว่าดังนั้นชายหนุ่มจึงจูงมือเจ้าสาวเดินมาที่รถ โดยที่ยังไม่เปิดผ้าปิดหน้าออก เพราะเขาจะเปิดตอนพาเธอส่งเข้าห้องหอแล้วเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวออกไป ซูเปียวเฉินและคนบ้านกุลพร้อมกับคนบ้านจาง ก็ได้เดินทางตามไปที่ตระกูลหมิงในฐานะญาติของเจ้าสาว ส่วนแขกในงานที่นี่ ก็ให้คนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ ช่วยดูแลต่อ ส่วนชาวบ้านคนไหนจะตามไปที่ตระกูลหมิงด้วย ก็ไม่มีใครห้ามเหมือนกันและเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหมิง ทั้งสองก็รีบเข้ามาที่ห้องโถง ที่ตอนนี้ซินแสได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ภายในนั้นมีผู้เฒ่าหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหมิงมู่หยาง ได้มาเป็นผู้ใหญ่ให้กับฝ่ายเจ

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.2

    ภายในห้องเจ้าสาวซูหวานหว่านมือเย็นเฉียบประกอบกับสั่นเล็กน้อย เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งสองคนมาบอกว่าขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว“ขบวนเจ้าบ่าวมาอย่างยิ่งใหญ่มาก ของหมั้นไม่มีสิ่งไหนที่ขาดเลยสักอย่างเดียว สิ่งที่พี่สะใจมาก นั่นก็คือคนบ้านใหญ่ซูได้แต่แอบมองตาปริบ ๆ เพราะไม่ได้คำเชิญให้มาร่วมงาน” หยวนฟางภรรยาของจางเทียนเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น และเธอรู้สึกสะใจที่คนบ้านใหญ่ได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อเห็นว่าซูหวานหว่านหายบ้าแล้ว แถมยังได้แต่งงานกับคนที่มีอิทธิพลติดอันดับในเมืองนี้อีก หากบ้านนั้นไม่อิจฉาคงผิดปกติ“นั่นสิ เมื่อครู่นี้ฉันเห็นย่าซูมองตาละห้อยเลยล่ะ สงสัยเสียดายสินสอด นี่ขนาดยังไม่รู้นะว่า นายท่านหมิงมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่มีให้กับหวานหว่านทั้งหมด หากพวกนั้นรู้เรื่องนี้ ด้วยคงอกแตกตาย ไม่ต่างจากซูเยว่ซินที่มองเข้ามาอย่างเสียดาย สงสัยคงอยากได้นายท่านหมิงเป็นสามีของตัวเอง” สะใภ้บ้านกุ้ยเองก็พูดมาบ้าง เธอสาแก่ใจไม่ต่างจากสะใภ้บ้านจาง ยิ่งนึกถึงเรื่องในอดีต ก็ยิ่งอยากจะสมน้ำหน้าคนบ้านใหญ่เหลือเกินซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าบ้านใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าเมื

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.1

    งานแต่งที่เฝ้ารอหลังจากวันเปิดโรงทาน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของซูหวานหว่านและหมิงมู่หยางวันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ภายในบ้านรองซูมีแต่เสียงพูดคุยอย่างคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี นั่นก็เพราะมีชาวบ้านหลายคนต่างก็มาช่วยกันจัดงาน และทำอาหารเลี้ยงแขกในบ้านเจ้าสาว เพราะถ้ามีเพียงคนบ้านกุ้ยและบ้านจาง คาดว่าน่าจะไม่ทำไม่ทันเวลา เนื่องจากซูเปียวเฉินแทบจะชวนคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงคนนอกหมู่บ้านที่รู้จัก ให้มากินเลี้ยงและส่งตัวเจ้าสาวด้วยกัน อีกทั้งวันนี้สองพี่น้องบ้านรองซู ยังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหมิงด้วยกันบ้านรองซูเวลานี้ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั่วทั้งบ้าน บางจุดก็มีกระดาษสีแดงติดตามบานประตู หน้าต่าง เสา และคานก็ถูกผูกด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมคนบ้านกุ้ยและบ้านจางเริ่มลงมือทำอาหาร ทำให้บรรยากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นขนม ที่ต้องใช้เลี้ยงแขกภายในงานส่วนเจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเข้มแยกชิ้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแน่นเข้ากับกระโปรงยาวพลิ้ว เธอนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ผมดำยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายลงตามแผ่นห

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.2

    “ได้ครับ นายหญิง” หมิงมู่หยางก็แกล้งตอบรับด้วยท่าทางจริงจัง และเรียกหญิงสาวอย่างให้เกียรติ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอบยิ้มที่ยากจะมีคนเคยเห็นนี่จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย หลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ กันมาหนัก พอสมควรข่าวเรื่องที่นายท่านหมิงจะแต่งงานดังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก มีทั้งคนที่แสดงความดีใจ และมีทั้งคนอยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าสาวของนายท่านคนนี้วันนี้หมิงมู่หยางและสองพี่น้องบ้านรองซู ตัดสินใจเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารและแจกจ่ายเสื้อผ้า รวมถึงผ้าห่มและเสื้อกันหนาวให้กับคนยากไร้ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว โดยหมิงมู่หยางพาว่าที่เจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน มายืนคู่กันเพื่อแจกของด้วยกันอย่างเปิดเผย“นั่นใช่คนรักของนายท่านหมิงหรือเปล่า เธอดูสวยน่ารักไม่น้อยเลยนะ แต่ยืนเทียบกันแล้วดูจะยังอายุน้อยอยู่”“นั่นสิ ฉันคิดว่าทั้งสองน่าจะอายุห่างกันพอสมควร แบบนี้นายท่านหมิงก็โชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์กว่าหลายปี”เสียงซุบซิบและพูดคุยของชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อรับอาหาร และข้าวของที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน ดังขึ้นมา และเสียงเหล่านี้ก็

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.1

    ยินดียกให้ทุกอย่างหลังจากนั้นไม่กี่วัน หมิงมู่หยางสืบได้ว่าที่เถ้าแก่ฉีมาสนใจเรื่องของสองพี่น้องเพราะได้รับคำสั่งมา แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ชายหนุ่มก็ส่งคนเล่นงานเสียก่อน นั่นคือการแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยักยอกเสบียงของรัฐ และส่งหลักฐานให้รู้ว่าโรงสีข้าวของเถ้าแก่ฉีมีความผิดปกติและเพียงไม่กี่วันต่อมา โรงสีข้าวของตระกูลฉีก็ถูกตรวจสอบและสั่งปิด แล้วยังมีคนเห็นด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋และตระกูลเจียง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดในใจว่าเรื่องวุ่นวายพวกนี้คงจบสักทีส่วนซูหวานหว่านเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอขอแค่จัดการคนพวกนั้นได้ก็พอแล้ว“หวานหว่าน คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้วนะ ต่อไปนี้เมืองของเราคงสงบและเจริญขึ้นเสียที” หมิงมู่หยางเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมาหาคนรักและพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้แล้วเหมือนกัน“ฉันพอจะได้ข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันพอสมควร เมื่อก่อนอาจจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวก็จบลงแล้ว นี่คงเป็นบทเรียนให้กับคนมีอิทธิพลที่คิดจะยั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status