FAZER LOGIN“แม่เอิงเป็นอะไรคะคุณพ่อ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” คิรากรเรียกหาพี่เลี้ยงให้มาอยู่เป็นเพื่อนไออุ่น ก่อนจะรีบวิ่งตามเข้าไปดูอลีนาในห้องน้ำ
“คุณแพ้ท้องเหรอเอิง” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ พลางลูบหลังให้ภรรยาที่กำลังก้มหน้าบ้วนปากอยู่ที่อ่างล้างหน้า
“การอาเจียนมันเป็นไปได้หลายอย่าง ไม่ใช่ว่าต้องท้องอย่างเดียวนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นให้เขาใช้กระดาษทิชชูซับน้ำที่บริเวณรอบริมฝีปากให้ แล้วเอนตัวซบอกกว้างของสามี “ฉันอาจจะเพลียเพราะนอนน้อย แล้วช่วงนี้ก็มีแต่เรื่องเครียดๆ ด้วย”
“ผมว่าคุณท้อง”
“มั่นใจขนาดนั้นเชียว” อลีนายิ้มขำคนที่อยากมีลูกมาก
“ปกติคุณไม่เหม็นไข่ดิบ” เขาตั้งข้อสันนิษฐาน “เดือนนี้ประจำเดือนคุณก็ยังไม่มา”
“คุณรู้ได้ยังไง” หญิงสาวดันตัวเองออกจากอ้อมกอดอบอุ่นแล้วมองสบตาเขาด้วยความประหลาดใจ เขาชักจะฉลาดและรู้ทันทุกเรื่องมากเกินไป
“ผมทำเกือบทุกวัน ทำไมผมจะไม่รู้” เขาพูดพลางรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดกับลำตัวแล้วกักเธอไว้ด้วยวงแขนทั้งสองข้าง “เช้านี้ผมต้องพาพ่อแม่คุณไปดูบ้าน แล้วก็ไปคุยกับตำรวจ ตอนบ่ายผมกลับมาพาไปหาหมอนะ จะได้ตรวจให้แน่ใจ”
“ฉันไปเองก็ได้ค่ะ เดี๋ยวต้องออกไปส่งไออุ่นเรียนบัลเลต์ ส่งเสร็จแวบไปหาหมอแป๊บนึง แล้วค่อยกลับมารับลูกก็ทัน”
คิรากรครุ่นคิด เป็นห่วงภรรยา “ผมเปลี่ยนแผนพาคุณไปหาหมอก่อนดีกว่า แล้วค่อยกลับมาพาพ่อกับแม่คุณไปดูบ้านทีหลัง”
“อย่าเลยค่ะ พ่อกับแม่คงร้อนใจ อยากไปดูความเสียหายของบ้านเร็วๆ”
“งั้นให้คนขับรถขับรถให้ ผมไม่อยากให้คุณขับรถเอง”
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ คุณก็คงจะไม่ยอมใช่มั้ยคะ” อลีนายิ้มรู้ทันสามี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะไม่ขับรถเอง”
“น่ารักมาก” คิรากรจูบแผ่วเบาที่หน้าผากโค้งมน ก่อนจะย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วแนบแก้มเข้ากับหน้าท้องของภรรยา
“ทำอะไรคะ” หญิงสาวก้มหน้าถามด้วยรอยยิ้ม
“ทักทายลูก”
“ยังไม่รู้เลยว่าท้องหรือไม่ท้อง ระวังดีใจเก้อนะคะ” แม้ว่าตัวเธอจะแน่ใจมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าน่าจะท้อง แต่ก็อยากตรวจให้แน่ใจก่อน
“ผมมั่นใจว่าลูกนอนอยู่ในท้องคุณแล้ว แต่ถ้าลูกยังไม่มา คืนนี้ผมจะตั้งใจทำใหม่”
อลีนายิ้มขำคนที่หาเรื่องทำได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ยอมเขาครั้งแรก หลังจากนั้นก็แทบไม่มีคืนไหนเลยที่เธอจะได้นอนอย่างสงบ
“ผมสั่งคนทำความสะอาดคอนโดของผมเอาไว้ให้พ่อ แม่ แล้วก็น้องสาวคุณแล้วนะ เป็นคอนโดสองชั้น มีสามห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวพร้อม บ่ายนี้ย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย” คิรากรบอกพลางลุกขึ้นแล้วประคองอลีนากลับไปที่ห้องครัวซึ่งมีไออุ่นรอทำไข่ตุ๋นอยู่ “คุณคงไม่คิดว่าผมไล่ครอบครัวคุณหรอกนะ บ้านคุณคงต้องซ่อมอีกอย่างน้อยก็สองเดือน ผมไม่สะดวกให้เอยอยู่ที่นี่จริงๆ”
“ฉันเข้าใจค่ะ เพราะฉันเองก็ไม่อยากให้เอยอยู่ใกล้คุณกับไออุ่นเหมือนกัน แต่ถ้าจะบอกให้เอยไปอยู่คอนโดคนเดียว เอยก็คงจะไม่ยอม”
“หวังว่าพ่อกับแม่คุณจะเข้าใจผมนะ” คิรากรพูดอย่างเหนื่อยใจ
ที่โต๊ะอาหารเช้า ไข่ตุ๋นฝีมือไออุ่นที่คิรากรเป็นคนสอนทำทุกขั้นตอนก็พร้อมเสิร์ฟให้ทุกคน
“ไออุ่นทำเองนะคะคุณตาคุณยาย” เด็กหญิงบอกผู้สูงวัยทั้งสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามของโต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดแปดที่นั่ง โดยมีหญิงสาวอีกคนที่ไออุ่นไม่กล้าสบตานั่งอยู่ถัดไป
“แล้วมีของ ‘แม่เอย’ เอ๊ย...น้าเอยมั้ยคะ” อันนาถามเสียงอ่อนเสียงหวาน ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับเป็นนางฟ้าใจดี
“มีค่ะ ไออุ่นทำเผื่อน้าเอยด้วย” เด็กหญิงตอบเสียงแผ่ว เลี่ยงที่จะสบตา
คิรากรเห็นลูกอึดอัดจึงพูดขึ้น “ไออุ่นรีบทานนะคะ เดี๋ยวต้องออกไปเรียนบัลเลต์ แต่วันนี้คุณพ่อไปส่งไม่ได้นะ ต้องพาคุณตาคุณยายไปทำธุระ หนูไปกับแม่เอิงสองคนนะ ให้ลุงเปี๊ยกขับรถให้ วันนี้แม่เอิงไม่ค่อยสบาย”
“เอิงเป็นอะไรเหรอลูก” พรกมลถาม
“สงสัยว่าจะท้องครับ” คิรากรชิงตอบแทนภรรยาด้วยความยินดีออกนอกหน้า
“เอิงท้องแล้วเหรอลูก” สันติตื่นเต้น
“แค่สงสัยว่าจะท้องค่ะพ่อ”
ในขณะที่ทุกคนรวมถึงไออุ่นตื่นเต้นดีใจกับข่าวดีของอลีนา อันนากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะมีความสำคัญต่อคนรอบข้างน้อยลง ดังจะเห็นได้จากพ่อที่ตักกุ้งจากชามข้าวต้มของตัวเองใส่ชามให้อลีนา ส่วนแม่รีบไปคั้นน้ำส้มสดๆ มาให้ลูกสาวคนโตอย่างเอาใจ ส่วนคิรากรก็ประคบประหงมภรรยาจนน่าหมั่นไส้
“เออนี่คุณคิม วันนี้พ่อ แม่ แล้วก็เอยจะย้ายออกจากที่นี่นะ” สันติพูดขึ้น
อันนาหันขวับไปมองหน้าพ่ออย่างประหลาดใจ “จะไปอยู่ที่ไหนคะพ่อ ทำไมเอยไม่เห็นรู้เรื่อง”
“พ่อก็กำลังบอกอยู่นี่ไง พ่อกับแม่คุยกันแล้วว่าเกรงใจคุณคิมกับเอิง แล้วอีกอย่างไออุ่นก็ไม่สนิทกับเอยเท่าไหร่ พ่อไม่อยากให้หลานอึดอัด”
สันติบอกตามตรง จากที่เห็นท่าทีของไออุ่นที่โต๊ะอาหารเช้านี้ก็พอมองออก บ้านควรเป็นสถานที่แห่งความสุข ความอบอุ่น อยู่แล้วสบายใจและรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่ต้องอยู่อย่างอึดอัดหวาดระแวง
“แม่โทร. ถามเพื่อนแล้ว เขามีคอนโดปล่อยเช่าว่างอยู่ อาจจะเล็กหน่อย แต่เราก็อยู่แค่ชั่วคราว เอยทนเอาหน่อยก็แล้วกันนะ” พรกมลบอก
คิรากรแอบระบายลมหายใจโล่งอกที่พ่อกับแม่ของอลีนามีความคิดตรงกันกับเขา และเขาก็แน่ใจว่า ตอนนี้พ่อกับแม่คงจะพอรู้แล้วว่าอันนาไม่ปลอดภัยสำหรับไออุ่นและอลีนา ถึงได้พยายามจะจับแยกให้อยู่ห่างกัน
“พ่อกับแม่ไปอยู่คอนโดผมดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่า”
“จริงค่ะแม่ เก็บค่าเช่าไว้ซ่อมบ้านเถอะค่ะ” อลีนาพูดเสริม
สันติครุ่นคิดอย่างเกรงใจนิดหนึ่งก่อนตอบตกลง “ก็ดีเหมือนกัน เพราะประกันก็ทำท่าจะไม่จ่าย เขาสงสัยว่าเราเผาบ้านตัวเองเอาเงินประกัน งานนี้ประกันคงให้ตำรวจตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด นี่ดีนะที่ไม่ลามไปบ้านเพื่อนบ้าน ไม่อย่างนั้นได้โดนฟ้องเรียกค่าเสียหายกันจนหมดตัวแน่”
“บริษัทประกันหาเรื่องจะไม่จ่ายน่ะสิคะ ใครจะบ้าเผาบ้านตัวเอง” อันนาพูดกลบเกลื่อน
“คนขาดสติไง” คิรากรจ้องหน้าอันนาตาแข็งเพื่อบอกเป็นนัยให้เธอรู้ตัวว่า มีคนรู้ทันเธออยู่ “ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจ ก็ผู้กองสายฟ้าคนที่ดูแลคดีเก่าของคุณนั่นแหละ ผมจะให้เขาช่วยตรวจสอบให้อย่างละเอียด งานนี้ใครทำอะไรไว้ก็เตรียมตัวรับกรรมได้เลย”
อันนาหน้าเสีย คิรากรร้ายกาจและฉลาดกว่าที่เธอคิดไว้มาก
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







