Se connecterบทที่ 9 ไม่ปลื้ม
พอท้องฟ้าเริ่มสว่าง พ่อตัวดีก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าในทันที ไม่เข้าใจเลย ถ้าจะสายสักนิดมันจะเป็นไรไป ก็แค่กลับบ้านเอง ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ปะ @บ้านตระกูลธนัชวรากานต์ บ้านของเขาก็ใหญ่โตตามที่คิดไว้นะ แต่ดู ๆ ไประแวกนี้ก็คงมีแค่บ้านเขานี่แหละที่ดูจะใหญ่กว่าหลังอื่น มีพื้นที่หน้าบ้านก็เยอะด้วย พอรถจอดสนิท ก็มีคนเดินมาช่วยยกกระเป๋าเป็นผู้หญิงหนึ่งคน “ ส้มไปเรียกทุกคนมาหน่อย ฉันจะแนะนำคู่หมั้นให้รู้จัก ” สรุจหันไปสั่งคนรับใช้ในบ้าน “ บ้านหลังนี้คุณอยู่กับลูกสาวแค่สองคนเหรอคะ ” “ ไม่ ที่นี่มีฉัน พ่อ แม่ และลูกสาว ” “ อ่อ ค่ะ ” พ่อแม่ของเขาจะชอบเธอหรือเปล่า เรายังไม่เคยเจอกันสักครั้งเลย วันหมั้นพ่อแม่ของเขาไม่ได้ไป ด้วยอายุที่เยอะ เขาเลยให้ผู้เป็นอาทำหน้าที่แทน มีผู้หญิงสามคนเดินตามหลังกันมาติด ๆ และไม่นานก็มีผู้ชายสองคนเดินมาด้วย ทั้งหมดยืนเรียงหน้ากระดาน “ นี่คนรับใช้บ้านฉัน เธอสะดวกเรียกใช้ใครก็ได้ คนนี้เป็นแม่ครัวและเป็นหัวหน้าแม่บ้านชื่อแป้น คนนี้ ส้ม คนนี้ น้ำ และนี่ลุงทนเป็นคนสวนและเป็นพ่อของคนขับรถที่ขับพาพวกเรามา และนี่ลุงกร ” “ สวัสดีค่ะทุกคน เรียกฉันว่า รสา ก็ได้ค่ะ ” “ รสาเป็นคู่หมั้นของฉัน ช่วยปฏิบัติเหมือนเป็นคนในครอบครัวฉันด้วยนะ ” “ ค่ะ/ครับ คุณสรุจ คุณรสา ” “ น้ำ เธอช่วยพาคุณรสาไปห้องนอนหน่อย ห้องริมขวาสุดนะ ส่วนลุงกรช่วยยกกระเป๋าผมกับรสาขึ้นไปชั้นบนด้วยนะครับ ” สงสัยจะนอนแยกกันเหมือนที่ผ่านมา “ ได้ครับคุณสรุจ ” “ ได้ค่ะ เชิญค่ะคุณรสา ” ระหว่างเดินขึ้นชั้นบน หญิงสาวก็กวาดสายตามองไปทั่ว “ เอ่อ...น้ำจ๊ะ ปีนี้น้ำอายุเท่าไหร่แล้วเหรอ? ” “ 23 ค่ะ คุณรสา ” “ งั้นฉันขอเรียกพี่น้ำแล้วกันเพราะอายุมากกว่าฉันอีก ” “ มันคงไม่เหมาะ ถ้าคุณสรุจได้ยินเข้า ” “ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะบอกเขาให้ ว่าแต่ส้มล่ะอายุเท่าไหร่เหรอ” “ พี่ส้มอายุ 25 แล้วค่ะ ” “ อ่อ แล้วพี่น้ำรู้อายุของคุณสรุจไหม ” น้ำหยุดเดินหันมองหน้าหญิงสาวอย่างเลิ่กลั่ก “ ที่นี่มีกฏห้ามพูดนินทาลับหลังเจ้านายค่ะ ขออภัยด้วยนะคะคุณรสา ” “ ฉันแต่ถามเองนะพี่น้ำ ไม่ได้นินทาสักหน่อย กระซิบมาก็ได้ ฉันอยากรู้ ถามเขา เขาคงไม่บอก ” “ ปีนี้ 39 แล้วค่ะ ” ก็ไม่ได้เยอะนะ ก็ว่าอยู่ทำไมน่ากินจัง เอ้ย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย “ อ่อ แล้วลูกสาวคุณสรุจล่ะ ” “ คุณหนูเส้นดาย 5 ขวบแล้วค่ะ ” ก็หมายความว่าเพิ่งเลิกกับภรรยาไม่นานนะสิ “ แล้วภรรยาของคุณสรุจล่ะ เลิกกันไปกี่ปีแล้ว ” “ อันนี้พูดไม่ได้ค่ะ เข้าข่ายนินทาลับหลังแล้ว เชิญคุณรสาเข้าห้องค่ะ ” น้ำเดินหนีไป หญิงสาวเดินตามไปติด ๆ จนถึงห้องนอน ภายในก็ดูสะอาด ตกแต่งได้เรียบหรู ห้องก็ไม่เล็กเลยนะ ของในห้องก็ครบครัน มีห้องน้ำในตัว สะดวกไปอีก หญิงสาวนำข้าวของที่พามาจากบ้านมาจัดให้เข้าที่เข้าทาง หญิงสาวหาชุดที่สบาย ๆ สำหรับตัวเอง แต่ปรากฏว่าชุดที่เธอจัดใส่กระเป๋าตอนอยู่ที่บ้าน มันถูกสับเปลี่ยนไปหมดแล้ว ตอนนี้มีแค่ชุดขายาว กระโปรงยาว อะไรที่สั้น ๆ หรือจะเป็นสายเดี่ยว เอวลอยก็ถูกเปลี่ยนไปหมด สรุปว่าถูกสับเปลี่ยนทั้งกระเป๋า แต่ในกระเป๋าอีกใบยังไม่ถูกเปลี่ยน เธอใช้แต่ของในใบนั้นเสียด้วย เธอก็ไม่เคยเอะใจเลยว่าอีกใบจะถูกเปลี่บนไปหมด คงไม่ต้องสืบว่าเป็นฝีมือใคร ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำอาบท่า ชำระร่างกายให้สะอาด หนึ่งชั่วโมงต่อมา... ‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’ มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวที่กำลังแต่งหน้าอยู่ หยุดชะงักแล้วเดินไปเปิดประตู ทั้งที่ยังคงนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว ‘ แกร๊ก ’ “ คุณสรุจ มาหารสา ต้องการอะไรเหรอคะ ” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้อง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังไม่สวมใส่ชุด เชารีบเบือนหน้าหนี “ ทำไมเธอไม่แต่งตัวให้ดี ๆ ก่อนแล้วค่อยมาเปิดประตูล่ะ นี่ถ้าเป็นคนอื่นมาเคาะประตูเธอ คงมองเธอไม่ดีแน่ ๆ รีบไปแต่งตัวซะ พ่อแม่ฉันรออยู่ชั้นล่างแล้ว อย่าให้พวกท่านรอนาน ” “ ก็รสากลัวคนที่เคาะประตูจะรอนานไงคะ อีกอย่างมันก็ไม่ได้โป๊นี่ค่ะ ” “ อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ เธอควรจะไปแต่งตัวได้แล้ว ” ไร้สาระตรงไหนอีก “ งั้นคุณก็เข้ามารอข้างในสิค่ะ จะได้ไปพร้อมกัน ฉันไม่กล้้าลงไปคนเดียวหรอกค่ะ ” “ ฉันจะยืนรอหน้าห้อง เธอรีบไปแต่งตัวซะ ” กลัวเธอจะปล้ำหรือไง หวงตัวชะมัดเลยนะพ่อรูปหล่อ จะฉวยโอกาสก็แทบจะยาก เฮ้อ~ หญิงสาวออกมาจากห้องด้วยกระโปรงยาวสีชมพูและเสื้อคอบัวสีขาว มันแมสกันหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็ไม่มีเวลามากเลยต้องรีบแต่ง พอเธอออกมาจากห้อง คนที่รออยู่หน้าห้องมองเธอเพียงชั่วครู่ก็เดินไป เธอรีบคล้องแขนเขาในตอนที่เผลอ “ เธอไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ” “ ฉันกลัวหลงค่ะ ” ทั้งที่มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย มันเป็นเพียงข้ออ้างของเธอมากกว่า เขาพยายามจะสะบัดแขนเรียวออก แต่ใครจะยอม ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ พาเธอเดินลงบันไดไปชั้นล่างทันที “ พ่อครับแม่ครับ นี่รสา คู่หมั้นของผมครับ ” เพียงเห็นใบหน้าของพวกท่านทั้งสอง เธอก็ส่งยิ้มแป้นเชียว ก่อนจะพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมเหมือนที่แม่ผู้บังเกิดเกล้าสอนมา “ สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า ” ความจริงถ้าแม่ไม่บอกห้ามมาก่อน เธอคงเอ่ยทักทายทั้งสองท่านว่าคุณพ่อคุณแม่ไปแล้วแหละ เพราะใจเธอมันไปเป็นลูกสะใภ้ของพวกท่านนานแล้วนะสิ “ ดีจ้ะ หนูรสา แปลกแท้ ทำไมหนูรสาไม่เรียกลุงว่าพ่อล่ะ ” “ เอ่อ...รสารู้ตัวดีว่าเป็นแค่คู่หมั้น ไม่อาจจะพูดออกไปแบบนั้นได้ค่ะ เพราะอนาคตไม่แน่ว่ารสาจะเป็นลูกสะใภ้ของที่นี่หรือเปล่า ” เฮ้อ ฝืนใจพูดอะไรแบบนี้ มันก็ดูอึดอัดเหมือนกันนะ “ ครอบครัวหนูสอนมาดีนะ บางคนไม่ได้เป็นอะไรกับตาสรุจก็มาเรียกลุงว่าพ่อแล้ว ” พ่อของเขาดูจะเป็นคนใจดีนะ พูดจาก็ไพเราะ “ จะดีได้นานหรือเปล่าก็ไม่รู้ ” ขนาดยังไม่ได้แต่งนะ แม่ของพ่อรูปหล่อก็ออกอาการเสียแล้ว “ แม่ครับ แม่ก็เปิดใจหน่อยสิครับ ” “ แม่ก็บอกไปแล้วนี่น่าว่าแม่ต้องการหนูกิ่งเป็นลูกสะใภ้ ไม่ใช่ใครที่ได้ก็ได้แบบนี้ ” ใครที่ไหนก็ได้ อะไรก่อน เธอเป็นนางฟ้า นางสวรรค์จุติลงมาเกิดเชียวนะ สงสัยแม่ของคุณสรุจจะสายตาไม่ดีกระมัง ถึงมองนางฟ้าเป็นอย่างอื่นไปได้อะ “ ผมคิดกับกิ่งได้แค่น้องสาวจริง ๆ ครับ และคนที่ผมจะแต่งงานในอนาคตก็มีแค่รสาคนเดียว ” จะ...จริงเหรอ แน่นะ อย่ามาโกหกกันล่ะ ถ้าหลอกให้ดีใจเล่น คอยดูเถอะ! “ ยังไงแม่ก็เปิดใจรับคนอื่นไม่ได้ ใจแม่มีแค่หนูกิ่งคนเดียวที่เหมาะสมจะเป็นลูกสะใภ้ของแม่ ” หนูกง หนูกิ่งอะไรนั้น สวยเท่าเธอหรือเปล่า ? เหอะ ดูจากชื่อก็หน้าจะไม่สวยแหละ “ คุณใจเย็น ๆ ก่อนสิ ผมคิดว่าตามใจลูกเถอะ ดูหนูรสาสิ ผมก็คิดว่าเธอเป็นคนดีนะ ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ คุณเปิดใจสักนิดเถอะ ถ้าเธอไม่ดีจริง ลูกชายเราคงไม่เอามาเป็นภรรยาหรอก ” คนเป็นสามีพูดโน้มน้าวคนเป็นภรรยาที่มีใบหน้าตึงแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ แล้วลูกพาเธอมาอยู่ที่นี่ทำไม เป็นคู่หมั้นเองนะ ไม่ใช่เมียสักหน่อย จะพากันมาอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ ” “ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอกครับ พวกเราแยกห้องกันครับ อีกอย่างที่ผมพาเธอมา ผมก็เคยพูดไปแล้วนี่น่า ” “ ลูกคิดว่ายัยหนูจะชอบเธอเหรอ ” “ ผมไม่รู้ครับว่าลูกจะชอบรสาไหม ยังไงลูกก็ยังเด็ก ค่อย ๆ ให้พวกเขาทำความรู้จักกันไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ ” “ หนูกิ่งกับยัยหนูสนิทกันแล้วนะ ไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันอีก พรุ่งนี้ก็แต่งงานได้เลย ถ้าลูกเปลี่ยนใจตอนนี้อะ ยังทันนะ ” อ่อ นี่เหรอที่เขาว่าคนใต้มักจะพูดตรง ๆ ต่อหน้าต่อตากันไปเลย “ คำไหนคำนั้นครับ ผมคิดกับกิ่งแค่น้องสาวจริง ๆ ” “ งั้นในระหว่างนี้แม่ก็สามารถทดสอบอะไรเธอก็ได้ใช่ไหม ว่ามีคุณสมบัติเพรียบพร้อมจะเป็นแม่เลี้ยงของยัยหนูและเป็นเมียของลูกได้หรือเปล่า ” “ ได้ครับ แต่ก็ควรมีขอบเขตนะครับ ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้จนมันเลยเถิด ยังไงรสาก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่ ถ้าเกิดเราคิดไม่ดี ทำไม่ดีกับลูกเขา พ่อแม่เขาก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ” “ ไม่ต้องมาสอนแม่ แม่รู้น่า ” “ ครับ “ “ ว่าแต่หล่อนทำอะไรเป็นบ้างล่ะ ” “ รสาเอ่อ...ทำอะไรไม่เป็นเลยค่ะ ” “ ฮะ ทำกับข้าวกับปลาเป็นหรือเปล่า ” “ ไม่เป็นค่ะ รสาทำได้แค่กวาดบ้าน ถูกบ้าน ล้างจานแค่นั้นค่ะ แต่...ไม่ใช่ว่าแม่ของรสาไม่สอนนะคะ แม่สอนแต่รสาไม่ทำตามเองค่ะ ” ถ้าไม่ออกตัวเดี๋ยวจะถูกด่าถึงแม่อีก บาปจะกินกบาลเธออีกนะสิ “ แค่เรื่องนี้ของหล่อน ก็ทำให้ฉันไม่ปลื้มเสียแล้วสิ ” ❤️_________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







