Mag-log inสามารถเข้ามาประชิดตัวได้โดยที่ท่านอ๋องไม่รู้ตัวเลยสักนิด ถึงแม้ว่าหลี่หวู่หมิงจะเป็นอ๋อง แต่เขาไม่ใช่ประเภทที่นั่ง ๆ นอน ๆ อย่างสบาย ๆ อยู่ในตำหนัก ตรงข้ามท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงนั้นผ่านสงครามมาหลายครั้ง และฝึกวรยุทธิ์มาตลอด ปกติแล้วท่านจะมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมพอสมควร แต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาใกล้ตัวได้โดยที่ท่านไม่รู้ตัวเลย
“แหม ๆ ท่านอ๋องก็ ถ้าข้าจะลงมือ ท่านตายไปนานแล้วเพคะ แหม ! ก้นเด้งจังนะ เพคะ” อลิซพูดยิ้ม ๆ ท่านพยักหน้ารับรู้ การรับพลังจากสองคนนี้ดูจะเรื่องที่ฉลาดกว่าที่จะหาทางยากสกัดยา จึงเรียกคนใช้มา สั่งการทันที อลันอลิซมองหน้ากันและเลียปาก
ห้องที่ท่านอ๋องให้ไปจัดการ มันคือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ท่านอ๋องชอบไปพักผ่อนเวลาที่อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว และมันห่างจากพื้นที่หลักมาก เรียกได้ว่า มาที่นี่จะไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงต้องรอจนถึงเวลา อ๋องหลี่หวู่หมิงรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะเจอกับอะไรถ้ามีทางอื่นท่านอ๋องไม่เลือกทางนี้แน่ พอเปิดห้องเข้าไปแล้ว ก็ต้องตะลึง อลิซสวมเพียงชุดตู้โต้ว[1]สีแดงสดเหมือนกับลูกพุทธาสุก มันให้ทำผิวขาว ๆ ผมสีทองของนาง ของนางดูโดดเด่นขึ้นมา ทำให้นางดูงดงามราวกับเทพธิดาในฝัน
จนอ๋องหลี่หวู่หมิงไม่อาจละสายตาได้ ที่หลังฉากกั้น เห็นเงาของอลันกำลังนั่งอยู่หน้าพิณจีนเขาดีดมันอย่างชำนาญเป็นเพลงที่ฟังแล้ว ร้อนแรงและยั่วยวน
“แฝดเจ้าเล่นพิณเป็นด้วยเหรอ”
“อย่าสนใจคนอื่นเลยเพคะ ตอนนี้สนใจแต่ข้าก็พอแล้ว” อลิซพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนและเริ่มขยับร่างกายเป็นการเต้นรำที่ดูยั่วยวน หากชายใดได้เห็นก็อาจละสายตาไปได้ เอวของนางสั่นไหวราวกับอสรพิษ และนางก็มาใกล้ท่านอ๋องแล้ว มือเดินไปยกเหล้าขึ้นมาดื่มและป้อนเหล้าให้ท่านปากต่อปากลิ้นเข้าซอนไชในปากของท่านอ๋อง ทำให้อ๋องหลี่หวู่หมิงรู้สึกว่าเหล้านั้นร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงไม่ใช่ผู้ชายที่ไร้ประสบการณ์ เพราะตนเองก็มีนางสนมอยู่หลายสิบคนเช่นเดียวกับเชื่อพระวงศ์คนอื่น ๆ ย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าคิดจะทำอะไรแต่เขาก็ตัวสั่น เหงื่อแตกราวกับอาบน้ำ อลิซเข้าประชิดตัวและกระซิบข้างหูของเขา
“เป็นอะไรเหรอ เพคะตัวสั่นเชียว ถ้ามันร้อนนักก็ถอดเสื้อก็ได้นี่เพคะ” น้ำเสียงมันแล้วยั่วยวนชวนให้ขนลุกไปทั้งตัว
“แฝดเจ้าอยู่หลังฉากนะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงพูดอย่างเกรง ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกเพคะมันเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเพคะ อลันไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”
“ปกติพวกเจ้าทำอะไรแบบนี้ตลอดเหรอ”
“ไม่หรอกเพคะท่านอ๋องเป็นคนแรกของพวกเรา” อลิซจบลูบมือไปตามตัวของหลี่หวู่หมิง ขนาดมีเสื้อผ้ากั้นเอาไว้ ยังทำให้หลี่หวู่หมิงรู้สึกเสียวซาน ร้อนรุ่นไปทั้งตัว จนเผลอถอดเสื้อผ้าของตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว เผยให้รูปร่างที่เต็มด้วยมัดกล้าม สมชายชาตรี อลิซเลียปาก เริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของหลี่หวู่หมิง
“ทรงมีรูปร่างที่งดงามและแข็งแกร่งมากนะเพคะ”
“เจ้าก็เหมือนกัน” อ๋องหลี่หวู่หมิงพูดเสียติดขัด
“ปากหวานจังเพคะ ต้องให้รางวัลสักหน่อย”
มือของเธอเริ่มซน ทำให้อ๋องหลี่หวู่หมิง รู้เสียวซานไปทั้งตัว มือของนางลูบต่ำลงเรื่อย ๆ จนทำให้อ๋องหลี่หวู่หมิงครางออกมาด้วยความเสียวซาน
“อะไรกันเพคะ ทำเป็นชายหนุ่มอ่อนเชิงไปได้” อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ
“ก็เจ้าไม่เหมือนกับผู้หญิงที่ข้าเคยผ่านมาเลยสักคน”
“งั้นเหรอเพคะ งั้นข้าจะทำให้ท่านรู้สึกดียิ่งกว่าอีกเพค่ะ” อลิซพูดจบก็คุกเข่าลง อ๋องหลี่หวู่หมิงถึงกับครางเสียงดังลั่น บวกกับเสียงดนตรีจากกู่เฉิ่งที่ดังและดนตรีที่เร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อ๋องหลี่หวู่หมิงไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ถึงกับเข่าอ่อนไม่อาจยืนได้อีกแล้ว ถึงกับต้องล้มตัวลงไปนอน
“อะไรกันเพคะท่านอ๋อง นี่ท่านถึงกับเข่าอ่อนเลย”
“กะ...ก็เจ้าทำให้ข้ารู้สึกดีมากเลย” หลี่หวู่หมิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
อลิซยิ้มอย่างยั่วยวนก่อนที่ขึ้นไปคร่อมบนร่างของอ๋องหลี่หวู่หมิง
“นี่แค่เริ่มนะเพคะเดียว ท่านจะลืมผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านมาเลย หรืออาจจะลืมชื่อตัวเองเลย” เสียงครางของทั้งสองคนดังประสานกับเสียงกู่เจิ้งที่อลันกำลังเล่นอยู่
ตอนนี้ อลิซเป็นคนคุมเกมแล้ว ราวว่าตอนนี้เธอกำลังขี่ม้าพยศอยู่ก็ไม่ปานเสียงครวนครางดังลั่น ท่านอ๋องเองตอนนี้ก็คึกคักเข้มแข็งราวกับตัวเองเป็นม้าพยศก็ไม่ปาน สองร่างประสานกันราวกับจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน บวกกับเสียงดนตรียิ่งทำให้บรรยากาศเร่าร้อนมากขึ้นราวกับไฟราคะที่เผาผลาญทุกอย่างไปแล้ว ในที่สุดอ๋องหลี่หวู่หมิงได้พบกับสวรรค์ แทบจะหมดแรงเลย
“นี่คือพิธีกรรมเหรอ มันช่างเร่าร้อนจริง ๆ ทำเวลามันเหมือนกับจะเดินเร็วขึ้นเลยนะตอนข้าอยู่กับเจ้าาเนี่ย” ท่านอ๋องพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษเขาตั้งใจว่าจะเอาอลิซมาเก็บไว้ในตำหนักของเขานี่ล่ะ และให้นางเป็นนางบำเรอของเขา แม้จะให้ตำแหน่งสนมไม่ได้ เพราะตามธรรมเนียมโบราณของดันสือยังไม่ให้การยอมรับการมีชายาต่างชาติ แต่แค่นางบำเรอคงไม่มีใครว่าพระองค์ได้หรอก ด้วยอำนาจเงินทองที่มีคงจะซื้อใจของนางได้ ท่านอ๋องคิดไม่มีหญิงใดหรอกจะปฎิเสธพระองค์
“เจ้าอยากจะมาอยู่ในวังของข้ามั้ยล่ะ บอกตรง ๆ ข้าชักชอบเจ้าขึ้นมาซะแล้ว”
“คิก ๆ อะไรกับเพคะทรงชอบข้าแล้วหรือคะ แต่ นี่เพิ่งเริ่มนะเพคะ ยังมีความสุขรอพระองค์อยู่นะคะ อย่าเพิ่งคิดอย่างเถอะ” อลิซพูดพลางส่งเหล้าให้กับท่านอ๋อง ท่านอ๋องดื่มราวกับคนที่ไม่กินน้ำมาเป็นปี
“ยังมีอีกเหรอ เจ้าจะไหวเหรอ ข้าก็พร้อมจะมีอีกครั้งนะ” หลี่หวู่หมิงพูดพยางส่งสายตาให้นาง
อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆเดินไปหลังฉาก
“ออกมาได้แล้วล่ะอลัน ระหว่างหน่อยนะท่านอ๋องเนี่ยแข็งแรงราวกับม้าผยศเลย” อลันเดินออกมา
“เห็นแล้วล่ะ คอยดูก็แล้วข้าจะปราบพยศเอง” อลันพูดและเดินออกมาในสภาพเปลือยกาย รูปของเขาหากสวมเสื้อผ้าจะดูเหมือนหนุ่มสำอาง ที่รูปร่างผอมเพรียว แต่กลับมีมัดกล้ามเนื้อที่ดูแล้วงดเหมือนกับรูปสลักที่ถูกสลักมาอย่างประณีต ท่านอ๋องตกใจมาก
“เฮ้ย ! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร”
“ก็ทำพิธีไงล่ะขอรับท่านอ๋อง แหม ! คิดว่าข้าจะทนได้เหรอ เห็นท่านเร่าร้อนซะขนาดนั้น”สายตาและสีหน้าของอลันมันดูแล้วชวนให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ท่านอ๋องเอามือกุมก้นของตัวตามสัญชาตญาณ และรีบลุกขึ้นยืน
“แกบ้าไปแล้ว คนอย่างข้าไม่คิดจะเสพสมกับผู้ชายหรอกนะ มันน่าขยะแขยง” อลันหัวเราะเสียงดังราวกับมีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า เสียงเพลงเริ่มบรรเลงอีกครั้งหนึ่ง เพลงฟันแล้วชวนให้ขนลุกแปลก ๆ ยิ่งบวกกับการที่เห็นอลันมาเปลือยกายตรงหน้าแบบนี้ยิ่งทำให้น่ากลัว
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าขอรับท่านอ๋อง” อลันเดินไปหยิบเหล้ามาดื่ม และเลียปากตัวเอง ส่งสายตาที่มองมามันช่างเร่าร้อนซะเหลือเกิน จนทำให้ท่านอ๋องขนหัวลุก
“ข้าต่างหากที่จะเป็นคนสมสู่ท่าน” อลันเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้าของอ๋องหลี่หวู่หมิง ท่านอ๋องรีบออกหมัดแต่อลันหลบได้
“โอ๊ะ ๆ ชอบความรุนแรงก็ไม่บอกนะขอรับเอาสิ ชกข้าให้โดนสักหมัดสิ ข้าอาจจะปล่อยท่านไปก็ได้นะ” อลันพูดท้าทายท่านออกหมัดไปชุดใหญ่ อย่างที่รู้กันท่านอ๋องฝึกวรยุทธิ์มาตั้งแต่เด็กแล้ว ทำให้มีฝีมือในการต่อสู้ไม่ที่ไม่ธรรมดาแต่เขากลับแตะตัวอลันไม่ได้เลย เพราะอลันเคลื่อนไหวเร็วมากจนมองแทบไม่ทัน และหลายครั้งเขาก็ใช้มือปัดการโจมตีของท่านอ๋อง ทำรู้สึกได้เลยอลันมีพละกำลังมาก ขนาดว่าแค่ปัดเบา ๆ ก็ทำให้ท่านอ๋องแขนชาไปได้เลย และมันแอบเลียท่านอ๋องที่หน้าอีก
“รสชาตของท่านอ๋องในเวลาช่างหอมหวานซะจริง ๆ” อลันพูดพลางเลียปากตัวเอง
“แก!” อ๋องหลี่หวู่หมิงร้องลั่นด้วยความรู้สึกขยะแขยง
อลันโผล่มาด้านหลังตบท่านอ๋องเข้าที่ก้นอย่างแรง แรงฟาดนี่รุนแรงทำให้ท่านอ๋องถึงกับเจ็บไปทั้งตัวและถูกกระแทกฝ่ามือใส่หลังอีก แต่ท่านอ๋องพยายามออกหมัดแต่โดนอลันจับแขนเอาไว้แล้ว จับท่านอ๋องทุ่มข้ามหัว แรงกระแทกทำให้ท่านอ๋องเจ็บไปทั้งตัว ขยับเกือบไม่ได้ก่อนโดนจับนอนคว่ำหน้า
อลันขึ้นคร่อมร่างของอ๋องหลี่หวู่ จากที่โดนจับทุ่มเมื่อนี้ทำให้ท่านอ๋องขยับตัวไม่ได้แล้ว จนไม่มีแรงแม้จะลุกขึ้นมาอีกแล้ว
“กะ ช่วยข้าด้วย มันจะทำร้าย ช่วยข้าด้วย” ท่านอ๋องร้องให้คนช่วยเสียดังลั่น อย่างคนที่หมดทางสู้แล้ว
“ร้องไปก็ไม่มีใครมาช่วยหรอกขอรับ อย่าท่านสั่งไว้แล้วห้ามใครมาที่นี่ แถมที่เก็บเสียงด้วย ข้าอย่าขัดขืนดีกว่านะขอรับ” อลันตบก้นของท่านอ๋องไม่หยุดเสียงร้องของท่านอ๋องดังลั่น ก้นของพระองค์แดงเป็นรอยมือเต็มไปหมด และเหมือนมีอะไรแข็ง ๆ พยายามดันเข้ามา ท่านอ๋องรู้สึกเจ็บ
“ อลิซขอตัวช่วยหน่อยสิ” ขวดบ้างอย่างถูกโยนมา อลันเปิดขวดมีกลิ่นน้ำมันลอยออกมา และน้ำมันถูกเทไปก้นของอ๋องหลี่หวู่หมิง ทำให้ท่านอ๋องรูปสึกถึงความลื่นของน้ำมันที่ก้น
“อย่านะ เจ้าจะทำอะไรข้า”
“เสียใจท่านเลือกเองนี่ ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้วไม่เป็นหรอกน่าท่านอาจจะชอบก็ได้” อลันพูดน้ำเสียงฟังแล้วเหมือนคนที่กำลังมีอารมณ์ทางเพศแบบเต็มที่แล้ว ท่านอ๋องรู้สึกความใหญ่และความแข็งที่ก้น
“อย่านะข้าขอร้อง อย่าทำกับข้าแบบนี้” แต่อลันทำเป็นไม่ได้ยินจัดการลงมือทันที
“อ๊าก !” ท่านอ๋องร้องเสียงดังลั่นห้องราวกับร่างกายมันเหมือนจะถูกฉีกเป็นสองซีก
หลังจากนั้นเสียงดนตรีอันร้อนแรงก็ดังขึ้นมาโดยการเล่นของอลิซ เสียงครางด้วยความสุขของอลัน แต่ท่าน อ๋องกลับร้องหวนโหยด้วยความเจ็บปวด ท่านอ๋องผู้หญิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาเจอกับอะไรแบบมันคือการขืนใจ !
เวลาเหมือนเดินช้าลงเรื่อย ๆ ไม่เหมือนกับตอนที่ท่านอ๋องอยู่กับอลิซเลยแม้แต่น้อย อยากให้ทุกอย่างมันจบลงโดยเร็ว น้ำตาของท่านอ๋องไหลออกมา มันเป็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและคับแค้นใจ และเมื่อทุกอย่างจบลงไม่ได้ทิ้งความสุขสมให้ท่านอ๋องเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความเจ็บปวดที่แผ่เข้ามาทั่วร่าง ความขยะแขยงจนท่านอ๋องอ้วกออกมา ตอนนี้ท่านอ๋องแทบจะอยากเอาหัวโขกพื้นให้ตายไปตอนนี้เลย
“อะไรกัน ๆ ! มีแต่ข้าที่สนุกเหรอท่านอ๋อง” อลันพูดน้ำเสียงฟังดูแล้วเยาะเย้ย
“เจ้ากล้าทำแบบนี้กับข้าได้ยังไงกันข้าเป็นถึงอ๋องนะ ! ข้าจะจับเจ้าตัดหัวเสียบประจาน” อ๋องหลี่หวู่หมิง พูดเสียงดังลั่นน้ำตาไหลออกมา
[1] ‘ตู้โตว ’เสื้อชั้นในของผู้หญิงจีนสมัยโบราณ มีลักษณะเป็นผืนผ้าคล้ายผ้ากันเปื้อน สำหรับคาดรอบอกและมีสายผ้าผูกที่คอกับเอว
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







