Share

12/1

last update Tanggal publikasi: 2026-07-17 12:56:38

ตอนที่ 12

             “แบบนี้มันจะดีเหรอ ความชอบจะไปตกอยู่กับนายกองกู้คนเดียวนะ” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ถาม

            “ระหว่างความดีชอบกับจิ้งเซียงเจ้าว่าอะไรสำคัญกว่าล่ะ” เฟิ้งต้ายงถาม เถี่ยวเสี่ยวฟู่ถึงกับชะงักไปก่อนจะพูดเสียงดังว่า

            “อย่ามาล้อข้าเล่นนะ ก็ต้องจิ้งเซียงอยู่แล้ว”

            “ว่าแต่เจ้าจะเรียกไอ้พวกไล่ตามจิ้งเซียงกลับมาได้มั้ย” เฟิ้งต้ายงหันไปถามคาเยน เขาหยักไหล่แล้วตอบว่า

            “ธุระไม่ใช่ไปตามหาเอาเองสิ ข้าต้องดูความเสียหายที่พวกเจ้าก่อเอาไว้ ไม่มีเวลาไปหาเด็กหายหรอก อีกนะข้าปล่อยมันไปแล้ว ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบอะไรข้าหรอก”

            “ผายลม ! นี่เจ้าพูดแบบนี้ได้ไง ก็เจ้าปล่อยมันออกมา ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูดด้วยความโกรธแค้น

            “แล้วไอ้หมาตัวไหนวะ ! ที่ดันพาฝูงมาด้วยพร้อมอาวุธครบมืออีก ข้าแค่ป้องกันตัวเองโว้ย !”

สามมือปราบกัดฟันกรอด ๆ ด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก

            เซาโลกับบิงโก้พาอวี่จิ้งเซียงวิ่งหนีมา และตลอดทางเขาก็จัดการพวกเบลรูธได้จนหมด และทุกร่างที่ตายก็กลายเป็นเถ้า แต่ก็โดนกัดโดนข่วนไปหลายแผลเหมือนกัน การต่อสู้ที่หนักหนาในครั้งนี้ ทำให้เขาเข่าอ่อนและอ่อนแรงลงไป อวี่จิ้งเซียงมองเขาและจะเข้าไปใกล้ ๆ

            “อย่าเข้ามาเด็ดขาด”

อวี่จิ้งเซียงชะงักเท้า สีหน้าของเซาโลดูเจ็บปวด บิงโก้รีบมาดูเขาแล้วถามว่า

            “ให้ข้าจัดการแม่นางคนนั้นเลยมั้ยขอรับนายท่าน”

            “อย่าสาระแน ข้าไม่กินเลือดนางเด็ดขาด อีกอย่างเจ้าเข้าใกล้นางไม่ได้หรอก เพราะมีไม้กางเขนที่คอของนาง” เซาโลพูดทั้ง ๆ ที่ร่างกายของเขาเองในตอนนี้มันอ่อนแอมาก

            อวี่จิ้งเซียงมองเขาด้วยความรู้สึกแปลก ๆ 

            “ถ้าข้ากรีดเลือดให้เจ้ากิน เจ้ายอมกินมั้ย” อวี่จิ้งเซียงถาม เซาโลรีบพูดว่า

            “อย่าทำแบบนั้น เขาคุมตัวเองไม่ได้หรอกเวลา เห็นเลือดสด ๆ แบบนั้น เจ้าหนีไปให้ไกล ๆ เถอะข้าไม่อยากเปลี่ยนเจ้าให้เป็นอะไรที่เลวร้ายหรอก” เซาโลรีบพูดบอก อวี่จิ้งเซียงเห็นสายตาของเซาโลตอนนี้มันเหมือนคนทำกำลังเจ็บปวดเจียนตาย บิงโก้ทนดูไม่ได้เขาเลยลุกขึ้นหมายจะไปจัดการกับอวี่จิ้งเซียง เพื่อเอาเลือดมาให้นายของเขา

            “หยุดโวยบิงโก้ ห้ามแตะเธอเด็ดขาด”

            “แต่นายท่าน” เซาโลฟาดดาบแส้ไปโดนกลางหลังของบิงโก้ ทำให้เขาถึงกับชะงัก แรงที่ฟาดไปมันรุนแรงพอสมควร และถ้าเขาไม่ทำตามคำสั่ง ได้ตายอีกรอบแน่ อวี่จิ้งเซี่ยงเลยวิ่งหนีไป เซาโลเห็นนางวิ่งไปก็ยิ้มออกมาเจ้าไม่ต้องฆ่านางหรือเปลี่ยนนางเป็นแบบเขา เสียงขลุ่ยดังขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอกว่าเดิมแม้ตาก็ไม่อาจลืมได้ และหลับบิงโก้ก็เช่นกัน

            คนของเสียงสวรรค์กลุ่มเดินมา โดยการนำของชายร่างสูงโปร่ง ท่าทางสำอาง หน้าตางดงามราวกับเทพบุตร ถือขลุ่ยสีเขียวอยู่ในมือ

            “ไม่น่าส่งไอ้เตี้ยนั่นมาทำงานแบบนี้เลย เอาตัวมันไปได้แล้ว”

            “ขอรับท่านเฮ่ยหานเซียงจื่อ[1]” เหล่าลูกพรรคช่วยกันพาบิงโก้และเซาโลไปจากตรงนั้น อวี่จิ้งเซียงแอบดูอยู่ตรงนั้นนางกำลังสับสนว่าจะยังไงดี

ที่ตำหนักของอ๋องหลี่หวู่หมิง

            “อ๋องหลี่หวู่หมิงรับราชโองการ” เจินกงกง มาที่ตำหนักของท่านอ๋องพร้อมราชโองการ ท่านอ๋องต้องคุกเข่า

            “รับราชโองการ ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่น ๆ ปี”

            “ทรงมีรับสั่งเนื่องจาก อ๋องหลี่หวู่หมิง ได้นำกำลังทหารไปยังเขตต่างชาติ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงทรงมีรับสั่งให้ยืดกองทัพทั้งหมดของท่านอ๋องให้กลับสู่กองทัพหลวง ให้คงเหลือแค่คนรับใช้ ส่วนเรื่ององค์รักษ์จะให้ทหารจากวังหลวงมาช่วยคุ้มกันให้ ตัวท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงหากไม่ได้รับคำสั่งก็ห้ามเข้าเฝ้าอีกเด็ดขาด จบราชโองการ”

            “ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่น ๆ ปี” อ๋องหลี่หวู่หมิงรับราชโองการด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก เจินกงกงมองเขาด้วยสายตาราวกับเป็นผู้ชนะแล้ว ท่านอ๋องจำต้องส่งป้ายคำสั่งให้ เจินกงกงรับมา เหมือนเป็นการประกาศชัยชนะ

            “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ว่าเจ้านั่นล่ะเป็นบอกให้ฝ่าบาททำแบบนี้”

            “ทั้งฝ่าบาทและองค์ไทเฮาทรงพระปรีชา ทรงตัดสินพระทัยเอง ท่านอ๋องจงอย่าได้สงสัยไปเลย พระองค์ยังทรงเห็นแกท่านอยู่นะ เลยแค่ยึดกองทัพ” เจินกงกงพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หลังจากเจินกงกงออกไป ท่านอ๋องก็โวยวาย ทำลายข้าวของด้วยความโกรธแค้น การเอาทหารไปจากเจ้ามันเป็นการลดอำนาจของเขาเหมือนตัดแขนเขาทิ้งไปข้างหนึ่ง จะไปขอเข้าเฝ้าเพื่อเปลี่ยนราชโองการก็ทำไม่ได้แล้ว แถมการที่มีทหารหลวงมาอยู่ที่ตำหนักของเขาก็แสดงให้เห็นแล้วพวกนี้ไม่ได้มาคุ้มกัน แต่มาเพื่อควบคุมตัวเขาซะมากกว่า   มีสาวใช้เดินเข้ามาเกือบโดนขว้างหัวแตก

            “เจ้าเข้ามาทำไมกัน !” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายบเสียงดังลั่น

            “คือ  นายกองกู้มาขอพบท่านอ๋องเจ้าคะ ท่านบอกว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว” สาวใช้พูดเสียงสั่นเครือ ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงยิ้มออกมาได้

            “ให้ไปที่เรือนรับรอง”

ท่านอ๋องไปที่เรือนรับรอง อลัน อลิซ นั่งอยู่ในห้องอย่างสบายใจเฉิบ แต่นายกองกู้ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ

            “โอ๋ ๆ ท่านคงจะเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงนะขอรับ ข้า ชื่อ อลัน นูร์มี ขอรับ” อลันโค้งคำนับแบบชาวต่างชาติ อลิซก็ลุกขึ้นถอนสายบัว

            “ข้าน้อย อลิซ นูร์มี เจ้าคะ พวกเราสองคนเป็นแฝดกันนะเพคะ”

ท่านอ๋องหันไปทางนายกองกู้แล้วถามว่า

            “สองนี้เหรอ ข้าได้ยินมาโอสถทิพย์มีแค่คนเดียวนี่”

            “คะ...คือ...ขะ...ข้ายืนยันได้ขอรับว่านี่เป็น โอสถทิพย์จริง ๆ เพราะว่าสองคนนี้ จัดการทหารไปเกือบหมดแล้วเหลือแค่ข้าเดียวเท่านั้น” นายกองกู้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “เจ้าว่าอะไรนะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน

            “ก็ ข้าบอกแล้วไงให้หาปิ่นโตให้พวกเราด้วย แต่ไม่มีใครสนใจ ท้องมันหิวก็ต้องกินจริงมั้ย !” อลันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ฟังแล้วชวนขนลุก และยังไม่ทันไรอลิซก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ท่านอ๋องจนรู้สึกถึงลมหายใจของนาง น่าแปลกที่มันไม่ได้อุ่นเลย กลับรู้สึกถึงความเย็นที่มาปะทะหน้า

            “ดูใกล้ ๆ ท่านอ๋องก็รูปงามนะเพคะ”

            “บังอาจ เจ้ากล้าดียังมาเข้าใกล้ข้าขนาดนี้” ท่านอ๋องตวาดเสียงดังลั่น อลิซกระโดดกลับไปนั่งที่เก้าอี้ และหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ

            “ท่านอ๋องอยากได้พลังของพวกเราสินะขอรับ” อลันพูดขึ้นมา

            “ข้าต้องการมันเพื่อไปช่วย ฮ่องเต้ พวกเจ้าจงสละตัวเองให้ข้าสกัดยา เพื่อช่วยองค์ฮ่องเต้เถอะ” ท่านอ๋องพูดเป็นการออกคำสั่งไม่ใช่การของขอร้อง ท่านอ๋องรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดดกอดจากด้านหลัง อลิซนั่นเองนางไปกอดท่านอ๋องจากด้านหลัง และนางก็ลูบไล้ไปบนตัวของท่านอ๋องจากด้านหลัง พูดข้างหูว่า

            “ใครจะไปยอมสละชีวิตล่ะเจ้าคะ ท่านอ๋องนี้ก็พูดอะไรไม่คิดเลย”

หลี่หวู่หมิงสลัดนางออก และรีบถอนห่างนาง

            “อะไรวะเนี่ย นายกองกู้ทำไมเจ้าปล่อยให้นาง เข้าใกล้ข้าแบบนี้ !” เมื่อหันไปมองทางนายกองกู้ ก็พบว่าเขากลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

            “พวกเราไม่จำเป็นต้องสละชีพหรอกนะ ท่านอ๋อง พวกเรามีวิธีที่จะให้ท่านได้รับพลังแบบพวกเราโดนไม่ต้องสละชีวิต” อลันพูดขึ้นมา หลี่หวู่หมิงรีบพูดสวนว่า

            “ทำไมคิดว่าข้าต้องการพลังแบบเจ้า ข้าแค่อยากช่วยองค์ฮ่องเต้เท่านั้น”

            “ก็เอาพลังของพวกเราไปช่วยองค์ฮ่องเต้ไง อีกอย่างนะตอนนี้ท่านก็ยืดทหารไปแล้วนะ คิดว่ามันจะจบแค่นี้เหรอ ถ้าท่านมีพลังนี้ ท่านก็จะช่วยฮ่องเต้ได้แถมยังจะเอามารับมือกับคนที่คิดร้ายกับท่านได้” อลันพูดออกมา เมื่อได้ยินเช่นนั้นอ๋องหลี่หวู่หมิงก็คิดขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาเหลืออะไรบ้าง ทหารโดนยึดไปหมดแล้ว แล้วเขาก็เชื่อว่าเจินกงกงคงไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ ๆ

            “แล้วข้าต้องทำยัง”

อลัน อลิซมองหน้าส่งสายตาให้อย่างรู้ทัน

            “พวกเราอยากไอ้ห้องเงียบ ๆ กว้าง ๆ ในตำหนักนี้พอจะมีมั้ยขอรับ แล้วอยากได้เครื่องดนตรีแบบเครื่องดีดด้วย และในห้อง ขอเสาเหล็กเหมือนเสาธงตั้งไว้กลางห้อง ฉากกั้น ถ้าเตรียมได้วันนี้ก็ทำเลย ปูฟูกไว้หน่อยก็ดีนะถ้าหาได้ แล้วถ้ามีเหล้า ๆ ดี กับน้ำมันล่ะก็วิเศษเลย อีกข้อหนึ่งห้ามใครหน้าไหนเข้าใกล้ทั้งนั้น ในพิธีกรรมในครั้งนี้จะทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน” อลันพูดขึ้นมา

“แล้วเกิดเจ้าคิดจะสังหารข้าขึ้นมาทำยังไงล่ะ” ท่านอ๋องพูดด้วยความไม่วางใจ อลิซไปอยู่ด้านหลังและตีก้นของท่านอ๋องหลี่หวู่หมิง ทำให้ท่านรู้สึกเสียววูบ ผู้หญิงนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่

[1] เป็นหนึ่งในเซียนทั้งแปดของลัทธิเต๋า (โป๊ยเซียน) มีสมญานามว่า เซียนแห่งดนตรีและความกลมกลืน โดดเด่นด้วยบุคลิกหนุ่มรูปงามผู้เป่าขลุ่ยวิเศษ หลักฐานและบันทึกประวัติศาสตร์หลายเล่ม กล่าวตรงกันว่า หานเซียงจื่อมีตัวตนอยู่จริง ๆ เป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นหลานชายของหานอวี้ ผู้เป็นนักปราชญ์ในสมัยถัง กล่าวกันว่า ตั้งแต่วัยเยาว์มาแล้ว หานเซียงจื่อมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ในลัทธิเต๋าอย่างจริงจัง โดยเฝ้าแต่ศึกษาคำสอนเต๋าเพียงอย่างเดียว ขนาดหานอวี้ผู้เป็นลุงเดินเข้ามาด้านหลังยังไม่รู้ตัว ทำให้หานอวี้ไม่พอใจมาก แต่สุดท้ายต้องยอมแพ้ เพราะ ๗ วันให้หลัง หานเซียงจื่อสามารถ ทำให้ดอกโบตั๋นบานสะพรั่ง และยังเปลี่ยนสีได้ดังใจนึก อีกทั้งในกลีบดอกแต่ละใบยังสลักอักษรเอาไว้อีกด้วย

ต่อมา หันเซียงจื่อไม่ประสงค์จะรับราชการ จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์หลี่ว์ฉุนหยาง และติดตามเล่าเรียนลัทธิเต๋ากับอาจารย์เรื่อยมา ครั้นเติบใหญ่ได้มีโอกาสพบพานหลี่ว์ต้งปิน  และได้กราบท่านเป็นอาจารย์และฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง จนกระทั่งสำเร็จมรรคผล กลายเป็นเซียนในเวลาต่อมาบุคลิกลักษณะของหันเซียงจื่อ เป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี โดยเฉพาะ “ขลุ่ย”มีเรื่องว่า ความไพเราะจากดนตรีในเสียงขลุ่ยของหันเซียงจื่อดังขึ้นคราใด ครานั้นก็จะมีฝูงนกบินเวียนว่อนมาล้อมรอบตัวเขาอยู่เสมอ นอกจากนี้ เสียงขลุ่ยของหันเซียงจื่อยังมีอำนาจวิเศษ สามารถทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตงอกงามและดอกไม้ผลิบานสะพรั่งได้ตามใจต้องการ ดังนั้นภาพลักษณ์ของหันเซียงจื่อ ในงานศิลปะทั่วไป จะปรากฏในลักษณะของบุรุษรูปงามผู้มีเสียงขลุ่ยอันไพเราะ จนสามารถสะกดวิญญาณผู้ฟังเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้ดุจดั่งใจปรารถนา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status