แชร์

ตอนที่ 9

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-28 15:15:46

ตอนที่ 9

      “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้

อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ แต่เธอก็แข็งใจซัดฝ่ามือไปที่อกของเซาโล มันเป็นการอัดกำลังภายในเข้าไป ทำให้เซาโลกระเด็น อวี่จิ้งเซี่ยงรีบคว้าร่มขึ้นมาและฟาดใส่หน้าของเซาโลซ้ำทำให้เขากระเด็นไป ตอนนี้เซาโลอ่อนแอลงมาการต่อสู้จึงลำบากกว่าปกติ อวี่จิ้งเซี่ยงแทงร่มมาโดนเข้าที่อกของเซาโล นางกำลังกดลงไปแต่ว่า

       “หยุดนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาหญิงงามคนหนึ่งเดินออกมา เธอคือเฮ่ยเหอเซียงกู เธอมาพร้อมกับผู้ชายสามคน คนแรกสวมหน้าถือกระบี่ อีกคนสวมหน้าถือดาบ คนที่สามแต่งตัวแบบนักพรตเหมาซานและเขาคือ อู๋ซาน และยังมีสาวกอีกจำนวนหนึ่งพร้อมกับธนู ถ้าพวกเธอสู้ได้กลายเป็นหมอนปักเข็มแน่

        “ประมุขอู๋ซานเหรอ ทำไมมาอยู่กับพวกนี้ได้” คังหวั่นฟางตกใจมาก

        “ตอนนี้สำนักกงเหยี่วนใต้ จบสิ้นแล้ว ข้าจึงได้เข้าสู่ลัทธิเสียงสวรรค์ไง จับไอ้ปีศาจได้สักทีนะ”  อู๋ซานปล่อยตาข่ายเวทมนตร์มาจับร่างของเซาโลเอาไว้

          “คิดจะทำอะไร” อวี่จิ้งเซียงรีบถามทันที

       “เอาตัวมันไปสกัดยาไง พวกเจ้าก็ได้รับคำสั่งมาแบบนั้นนี่” เฮ่ยเหอเซียงกูพูดหน้าตาเฉย

         “แต่บาดหลวงบอกพวกข้าแล้วนี่ว่านี่เป็นปีศาจ เราต้องกำจัดมัน” อวี่จิ้งเซียงพูดสวนไปทันที

           “ผายลม ! นี่เจ้าเชื่อพวกต่างชาติเหรอ มันเหรอจะหวังดีกับพวกเรา พวกมันคงคิดจะเก็บโอสถทิพย์เอาไว้เองเพื่อที่จะเอามายึดดินแดนของเราต่างหาก อีกอย่างนี่เป็นบัญชาจากท่านเสียงสวรรค์นะ ทุกคนต้องทำตามเพราะเป็นบัญชาจากสวรรค์” เฮ่ยเหอเซียงกูพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

           “แต่ท่านก็เป็นพระนะ ยังไงคงไม่โกรธหรอก ในหลักธรรมของศาสนาคริสต์ก็มีบัญญัติ[1]ที่ห้ามโกหกอยู่นะ” อวี่จิ้งเซียงพูดยืนยัน

           “คำสอนผิด ๆ แบบนั้นจะเชื่อได้ไงกัน ท่านเสียงสวรรค์นี่คือความจริงที่สุดแล้ว อย่ามาขว้างพวกเราเด็ดขาด”เฮ่ยเหอเซียงกูพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจในสิ่งที่อวี่จิ้งเซียงพูดเลยสักนิด แต่อวี่จิงเซียงยังคงยืนขว้างทางไว้ ไม่ว่าเซาโลจะเป็นตัวอะไรก็ตาม แต่ถ้าพวกนี้ได้ไปไม่ดีแน่นอน เธอเลยตั้งท่าพร้อมสู้

          “ว่าแล้ว ว่าเจ้าไม่ต้อง” นักดาบสวมหน้ากากกำลังจะลงมือ แต่เฮ่ยเหอเซียงกูยกมือขึ้นห้ามเอาไว้

           “ไม่ต้องลงมือหรอก” เฮ่ยเหอเซียงกูพูดจบก็นางหยิบกล่องไม้ออกมา และเปิดออก มีตัวต่อบินออกมาพุ่งไปต่อยร่างของอวี่จิ้งเซียง ทำเธอล้มลงไปด้วยความเจ็บปวด เจ้าตัวต่อบินกลับเข้าไปในกล่องไม้เหมือนเดิมทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ ตัวต่อธรรมดาแน่นอน นางเลยหันไปทางคังหวั่นฟางแล้วพูดว่า

         “หนีไปก่อนเร็วเข้า” คังหวั่นฟางรีบหนีไปทันที เซาโลเลยสั่งบิงโกบ้างว่า

             “ตามนางไปก่อนเร็วเข้า” บิงโก้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นักดาบกับมือกระบี่จะตามไป

           “ไม่ต้องตามไปหรอกอย่างนางจะทำอะไรได้ เจ้าเจื่องสือนั่นก็ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะตาม ส่วนนางมือปราบเจอพิษของกู่[2] เข้าไปนางก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว” เฮ่ยเหอเซียงกูพูดอย่างไม่ใส่อะไรนัก แต่อู๋ซานรีบเสนอว่า         

            “นางยังตายตอนนี้ไม่ได้นะขอรับ”

           “ทำไมกันล่ะ” เฮ่ยเหอเซียงกูถามสนใจ

         “นางถือคำสั่งจากราชสำนัก ให้มาตาหาโอสถทิพย์ นางจะมีประโยชน์กับเรามากกว่าถ้ายังมีชีวิต” อู๋ซานพูด

          “เรามีท่านกงกงช่วยนี่ ไม่เห็นต้องอาศัยนางเลย”

           “แต่ถ้านางตายท่านอ๋องก็เล่นงานพวกเราแน่” อู๋ซานรีบพูดต่อ เฮ่ยเหอเซียงกูเลยปล่อยให้กู่ไปดูดพิษจากตัวนางออกมาส่วนหนึ่ง

           “เอาพวกมันไปขังไว้ก่อน อีกสามวันเป้าหลอมยาจะมาถึง เจ้าน่ะต้องได้รับยาถอนพิษจากข้าเป็นระยะ ๆ นะส่วนเจ้านี่” เฮ่ยเหอเซียงกู เอากระบี่สั้นที่จากเหรียญโบราณออกมา

          “มันแน่แค่ไหนเจอกระบี่เหรียญ[3]เข้าไปก็ต้องจอดแล้ว” นางแทงเข้าที่ตัวของเซาโลเขาที่อ่อนแอจากน้ำศักสิทธิ์อยู่แล้ว มาเจอเครื่องรางที่ปลุกเสกและยังทำจากเงินอีก เขาเลยทำอะไรไม่ได้โดนพาตัวไปขัง  

            เซาโล กับ อวี่จิ้งเซียงโดนขังอยู่ในกรงข้าง ๆ กัน อวี่จิ้งเซียงพยายามเดินลมปราณเพื่อต้านพิษ มันช่วยให้ขับออกมาได้เกินครึ่งก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้เธอไม่มีแรงแล้ว ส่วนเซาโลเองพยายามจะเอากระบี่เหรียญออกจากตัวแต่ทำไม่ได้ ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเป็นระยะ ๆ เขาอ่อนแอลงไปมาก ทั้งสองคนสบตากัน ตอนนี้ก็เหมือนคนใกล้ตายทั้งคู่แล้ว ไม่ได้ได้จิตคิดร้ายต่อกันและกันแล้ว

        “ทำไมต้องพยายามตามล่าข้าขนาดนี้กันด้วย มันเรื่องอะไรกันแน่ เกิดอยากเลิกเป็นกันแล้วหรือไง”

อวี่จิ้งเซี่ยงถอนใจในตอนนี้เธอไม่เห็นความหวังว่าจะรอดแล้ว เลยบอกเขาว่า

            “ฮ่องเต้ของเราทรงพระประชวน มีข่าวเจ้าเป็นโอสถทิพย์ สามารถรักษาองค์ฮ่องเต้”

ได้ยินแค่นี้เซาโลก็หัวเราะเสียงดังลั่น

            “คนโง่มีอยู่ทุกทีเลยนะ คิดได้ไงว่าจะข้ารักษาโรคอะไร ไม่สิอาจได้นะ แต่ฮ่องเต้ของเจ้าคงกลายเป็น ผีดิบไร้ความคิดไปแล้วล่ะหรือ ไม่กลายเป็นแบบข้านั่นล่ะ เจ้าอยากได้ปีศาจมาปกครองหรือไง คนโง่แบบนี้ทุกที่สินะหนีไม่เคยพ้นเลย” อวี่จิ้งเซี่ยงหน้าชาไปหมดแล้วแต่รีบถามว่า

            “แล้วเจ้าเจียงสือตัวนั้นล่ะ”

            “ข้าก็ไม่รู้หรอกว่ามันกลายเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน มันกัดข้าแล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นล่ะ หลังจากนั้นมันก็ตามแบบที่เจ้าเห็นนี่ล่ะ” เซาโลตอบคำถามนาง

            “แล้วเรื่องสกัดยามันจริงมั้ย”  อวี่จิ้งเซี่ยงรีบถามต่อทันที

            “ไม่รู้เหมือนเพราะไม่มีใครเคยคิดจะทำ” เซาโลตอบหน้าตาเฉย อวี่จิ้งเซี่ยงถอนใจ ก็จริงอย่างที่เซาโลใครมันจะไปคิดสกัดยาจากสิ่งที่เหมือนมนุษย์ขนาดนี้กันล่ะ

            “เจ้าฆ่าคนมาเยอะนี่ตลอดทาง”

            “ข้าเลี่ยงแล้วนะ แต่พวกเจ้าหลายคนก็มาจับข้า ทำไมล่ะข้าจะป้องกันตัวเองไม่ได้เชียวเหรอ จะบอกว่าข้าดูดเลือดคนด้วยสินะ นี่มันธรรมชาติของข้า ก็เหมือนวัวกินหญ้านั่นล่ะ จะให้ทำไง ขนาดข้าพยายามกินเลือดของสัตว์แล้วนะ แต่พวกเจ้าก็ไม่เคยคิดจะละเว้นข้าเลย ข้าไม่ใช่คนที่อยู่เฉย ๆ ให้ใครมาฆ่าหรอก” เซาโลตอบ บรรยากาศเงียบไปอีกครั้ง

            “ว่าแต่เจ้าเป็นสตรีแท้ ๆ ทำไมมาทำงานเป็นมือปราบแบบนี้ล่ะ” เซาโลพูดขึ้น

            “ทำไมสตรีจะทำงานเป็นมือปราบไม่ได้หรือไง ข้าเองก็จับนักโทษมาหลายคนแล้ว” อวี่จิ้งเซี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนะ

            “จะโวยวายกับข้าทำไมกัน ข้าแค่ถามเท่านั้นล่ะ เจ้าถามข้าตั้งเยอะ ข้าถามเจ้าแค่คำถามเดียว” เซาโลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพราะเขาอยากรู้จริง ๆ อวี่จิ้งเซียงเล่าอดีตให้ฟัง

            “ข้าเป็นบุตรสาวของนายอำเภอ ข้าน่ะหวังว่าจะเป็นขุนนางให้ได้ เพราะเห็นพ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก ๆ  แต่เพราะเป็นสตรีเพศทำให้สอบเป็นขุนนางไม่ได้”

        “ที่นี่ก็ด้วยเหรอ นึกว่ามีแต่บ้านเกิดข้า ที่ไม่ให้ผู้หญิงเป็นขุนนาง” เซาโลถามอย่างสนใจ

         “ ใช่ ที่นี่ก็เป็น แถมยังแทบไม่ได้เรียนหนังสือด้วย แต่ข้าก็พยายามจนอ่านออกเขียนได้  ข้าน่ะแอบไปดูพวกผู้ชายฝึกยุทธและชอบแอบไปอ่านตำราเพลงยุทธ ที่พ่อเก็บเอาไว้”

           “เจ้านี่ก็พยายามดีนะ นับถือเลย” เซาโลพูดชมขึ้นมา ทำให้อวี่จิ้งเซียงรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็เล่าต่อ

           “ แต่ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้จับอาวุธ เลยเอาร่มมาฝึก โดยจำจากที่แอบดูมาและดัดแปลงจน ไป ๆ มา ๆข้าก็สามารถคิดวิชาเพลงยุทธได้ด้วยตัวเอง ข้าเรียกมันวิชา ร่มพิฆาต”

เซาโลตบมือให้นาง เป็นการชื่นชม

        “ออพติเม![4]”

        “นี่เจ้าพูดอะไรเนี่ย” อวี่จิ้งเซียงขมวดคิ้วอย่างสงสัย

         “คำชม ภาษาละติน ก็แปลว่า เก่งมาก ดีมากอะไรแบบนี้ เล่าต่อสิกำลังสนุกเลย” เซาโลพูดขึ้นมา

          “ข้าไม่ได้เล่านิทานให้ฟังนะยะ” อวี่จิ้งเซียงโวยวายขึ้นมา

            “แล้วจะเล่าต่อมั้ยล่ะ” เซาโลถามหน้าตาเฉย

พระบัญญัติ 10 ประการ (Ten Commandments) เป็นหลักธรรมคำสอนและข้อปฏิบัติพื้นฐานในศาสนาคริสต์และศาสนายูดาห์ ซึ่งเชื่อว่าพระเจ้าประทานผ่านโมเสส ณ ภูเขาซีนาย เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต โดยแบ่งออกเป็นหน้าที่ต่อพระเจ้าและหน้าที่ต่อมนุษย์

หน้าที่ต่อพระเจ้า

    1. จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าพระองค์เดียวของท่าน

    2. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ

    3. อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์

หน้าที่ต่อมนุษย์ด้วยกันเอง

    4. จงนับถือบิดามารดา

    5. อย่าฆ่าคน

    6. อย่าผิดประเวณี

    7. อย่าลักขโมย

    8. อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น

    9. อย่าปลงใจผิดประเวณี

    10. อย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น

[2] กู่ (蠱) หรือแมลงกู่ คือคุณไสยโบราณอันลึกลับจากทางตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะแถบหนานเยฺว่และชาวเหมียว เกิดจากการนำสัตว์พิษ 5 ชนิด มาใส่ในไหปิดผนึกเพื่อให้สู้กันจนเหลือตัวที่แข็งแกร่งที่สุดและมีพิษร้ายแรงที่สุด เชื่อว่าใช้ควบคุมหรือทำร้ายผู้อื่นได้

[3] กระบี่เหรียญ ตามตำราว่าเป็นกระบี่ที่ร้อยจากเหรียญจีนโบราณ และถักด้วย ใช้สำคัญขับไล่วิญญาณ กันเสนียด ในอดีตจีนโบราณถือว่าเป็นกระบี่ประจำตำแหน่งของเทพที่ใช้ปราบปีศาจหรือวิญญาณร้าย นิยมแขวนกระบี่ไว้ที่ประตูเข้าบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ตรงทางสามแพร่ง บ้านที่อยู่โดดเดี่ยว หรือมีป่าใกล้ๆบ้าน ตลอดจนบ้านใกล้วัด ใกล้สุสาน หรือโรงพยาบาล เชื่อว่าจะมีวิญญาณร้ายหลุดออกมารบกวนเสมอ ดังนั้นจึงต้องแขวนกระบี่ไว้ อีกอย่างเหรียญจีนนั้นใช้เสริมโชคลาภด้านการเงินอีกด้วย

เหรียญจีนห้าราชวงศ์" เหรียญที่ใช้ในสมัยก่อนนับจากราชวงศ์ชิงถอยหลังไปห้าราชวงศ์ ซึ่งก็คือ ราชวงศ์ ชิง หมิง หยวน ซ่ง และถัง หรือว่า เป็นเหรียญสมัยห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (ราชวงศ์เหลียงยุคหลัง ถังยุคหลัง จิ้นยุคหลัง ฮั่นยุคหลัง โจวยุคหลัง)

[4] Optime! (ออพ-ติ-เม) ภาษาละติน แปลว่า: ดีเยี่ยม! / ดีที่สุด! เทียบเท่ากับคำว่า "Excellent!" หรือ "Great job!" ในภาษาอังกฤษ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 6.1

    ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ใน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 5/2

    จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 4 2/2

    “เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status