Mag-log inอวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ
“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”
“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังนะ เจ้าเก่งมากจริง ๆ อย่างน้อย ๆ ข้าก็ถูกจัดการโดยคนเก่ง ๆ อย่างเจ้านั่นล่ะ ” เซาโลพูดแบบปลง ๆ อวี่จิ้งเซี่ยงมองเซาโลเธอรู้สึกว่าเขาอาจไม่ใช่ปีศาจร้ายอะไรขนาดนั้น
“ทำไมใช้พลังประหลาด ๆ ของเจ้าหนีไปซะล่ะ”
“ก็โดนทั้งน้ำศักดิ์สิทธิ์สาด โดนกระบี่เหรียญติดตัวแบบจะให้ทำอะไรขนาดนั้นได้ไงล่ะ เอาจริง ๆ ตอนนี้พูดกับเจ้าได้ข้าก็เต็มกลืนแล้ว” เซาโลพูดขึ้นมา อวี่จิ้งเซียงมองเขาแล้วพูดว่า
“ขะ...ข้าขอโทษ”
“เจ้าไม่ผิดหรอก มันเป็นการทำตามหน้าที่ของเจ้า อีกอย่างนะไอ้คนอย่างข้าเนี่ย ไม่สิข้าเป็นปีศาจนะ ก็ต้องโดนแบบนี้อยู่ดี ขนาดว่าข้าเลี่ยงแล้วนะ แต่เจ้าอาจไม่เข้าใจเวลาข้าหิว ข้าก็ต้องใช้เลือดแล้วไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะมีสัตว์ให้ข้าจับกินได้ตลอดเวลาสักหน่อย” พูดจบเซาโลก็นอนลงไป อวี่จิ้งเซียงมองตามอย่างเศร้า ๆ เธอไม่รู้สึกถึงจิตสังหารอะไรเลยตอนนี้เธอรู้สึกแต่ความเศร้าเท่านั้น
คังหวั่นฟางหนีไปเจอพวกมือปราบที่เหลือ
“แย่แล้วแม่นางอวี่โดยจับตัวไปแล้ว พร้อมกับเจ้านั่น” เมื่อได้ข่าวก็เหล่ามือปราบตกใจมาก
“บ้าเฮ้ย ! เราต้องรีบหาทางช่วยนางให้ได้นะ” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา
“นางถูกจับไปพร้อมกับตัวอันตรายแบบนี้ นางยิ่งเป็นอันตรายนะ” คังหวั่นฟางดูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลเพราะอวี่จิ้งเซี่ยงนางเลยรอดมาได้
“นางเป็นคนของทางการแท้ ๆ เลยนะทำไมพวกนี้กล้าขนาดนี้” คังหวั่นฟางพูด
“ชาวบ้านนับถือ แถมยังมีเจินกงกงแอบหนุนหลังอีก มันคงไม่กลัวอะไรแล้วล่ะ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมาบ้าง ขณะที่กำลังวางแผนกันอยู่นั้น บิงโก้ก็ปรากฏตัวขึ้นมา เหล่ามือปราบเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ แต่บิงโก้กลับพูดว่า
“ฟังข้าก่อนได้มั้ย ตอนข้าก็สู้พวกเจ้าไม่ได้ ช่วยฟังข้าเถอะ”
เฟิงต้ายงนิ่งคิดสักพัก เขาส่งสัญญาณให้มือปราบที่เหลือลดอาวุธ แล้วพูดว่า
“ได้เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมา”
“ตอนนี้ข้าบาดเจ็บ และไม่มีกำลังมากพอที่จะไปช่วยนายท่าน อยากให้พวกเจ้าช่วย” บิงโก้พูดขึ้นมา เถียวเสี่ยวฝู่รีบแย้งว่า
“จะให้ร่วมมือกับผีแบบเจ้าเนี่ยนะ พวกเจ้ามีแผนร้ายอะไรหรือเปล่า”
“ข้าแค่อยากช่วยนายท่านเท่านั้น” บิงโก้หันมาไปทางคังหวั่นฟางแล้วพูดว่า
“เจ้าเอายันต์มาแปะข้าได้เลย เอาแบบที่ฆ่าได้ทุกเวลาเลย ขอแค่ช่วยนายท่านได้ ข้ายอมทุกอย่าง”
“อะไรนะ” คังหวั่นฟางแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลย
“ชีวิตข้านายท่านเป็นคนมอบให้ข้า เพราะฉะนั้นให้ทำอะไรก็ได้เพื่อไปช่วยนายท่าน ลำพังข้าคนเดียวก็คงทำอะไร ขอร้องล่ะช่วยนายท่านที” ทุกคนมองหน้ากัน คิดไม่ถึงเวลาปีศาจอย่างเซาโลจะมีผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ขนาดนี้
“นี่เราต้องไปช่วยไอ้ปีศาจนั่นจริง ๆ เหรอเนี่ย” เถี่ยวเสียวฟูพูดขึ้นมา
“แน่สิจิ้งเซี่ยงก็ถูกจับอยู่นะ เราปล่อยนางไว้แบบนั้นไม่ได้ นางโดนพิษด้วย นางคือน้องสาวคนสำคัญของพวกเรานะ” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา ทุกคนมองไปที่บิงโก้ เฟิงต้ยางถอนใจก่อนจะพูดว่า
“ได้เราจะร่วมมือกับเจ้า แต่บอกไว้ก่อนหลังจากช่วยออกมาเราจะนำตัวเจ้านายให้ทางการทันที”
“ได้ !” บิงโก้ตอบสั้น ๆ ยันถูกแปะไว้ตัวของบิงโก้ตอนนี้เขาจะทำร้ายพวกเขาไม่ได้
เฟิงต้ายง พาทุกคนมาบุกที่ตำหนักและซึ่ง นักดาบ เอาสาวกส่วนหนึ่งมาขว้างเอาไว้
“พวกเจ้าจับมือปราบของทางการมา คืนนางให้เราซะ” เฟิงต้ายงประกาศ
“น่าขำ ! นางคิดขัดบัญชาสวรรค์นะ เราเลยต้องขังนางไว้ก่อน ไม่ต้องกลัวหรอกเราสกัดยาเสร็จก็จะคืนนางให้กับเจ้าเอง” นักดาบพูดขึ้นมา
“เจ้าสิพูดบ้าอะไรลักพาตัวเจ้าหน้าที่ทางการมาแบบนี้ เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับทางการเหรอ” เฟิงต้ายงพูดเสียงดังลั่น
“พวกเราคือผู้รับบัญชาสวรรค์ เจ้านั่นล่ะคิดอะไรอยู่ เอาไอ้ศพเดินได้ มันด้วยทำไม หรือว่าตอนนี้พวกเจ้าคิดเป็นศัตรูกับสวรรค์เหรอ”
“ข้าต้องการเจ้านายของข้าคืน คืนเขามาเดียวนี้” บิงโกตะโกนเสียงดังลั่น
“เอาผีร้ายมาด้วยแบบนี้ พวกเราจัดการเลย” นักดาบประกาศทันที
เกิดการต่อสู้ขึ้นทันที นักดาบเข้าต้องสู้กับเฟิงต้ายง ทำให้เขารู้ว่านักดาบคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยและวิธีดาบมันเป็นของกองทัพ
“เฮ้ย ! นี่เจ้าเป็นทหารเหรอ”
“ก็แล้วจะทำไมล่ะ ตอนนี้ข้ารับใช้บัญชาสวรรค์”
เถี่ยวเสี่ยวฟูเริ่มเปิดทางให้ ให้ซุ่นมู่ซาน กับ คังหวั่นฟางและบิงโก้เข้าไป แต่มือกระบี่มาขว้างเอาไว้ และเขาใช้กระบี่ที่ปลุกเสกมา ทำให้บิงโก้โดนแทงเข้าไปก็เจ็บปวดอย่างมาก
“นึกแกจะพิเศษกว่าตัวอื่นแต่ก็เป็นผีตายซากไม่ต่างกันหรอกนะ”
บิงโก้เข้าโจมตีครั้ง เขาก็ยังโดนแทงอีก แต่คราวนี้เขารู้สึกว่าเจ็บน้อยลงและมีพลังเพิ่มขึ้น คังหวั่นฟางนั่นเองที่ร่ายมนตร์ช่วยเขา
“วิชาเพิ่มพลังให้เจียงสือน่ะ ! แต่ว่าข้าไม่ได้อยากใช้นักหรอก”
เมื่อมีคนบุกเข้ามาอู๋ซาน ก็เริ่มนั่งไม่ติดเขาเลยคิดว่า จะแอบเซาโลเอาออกไป เวลานี้เซาโลอ่อนแอมาก เขาเลยคิดว่าน่าจะไม่ยากเย็นอะไร เห็นเซาโลกำลังนอนอยู่
“ลุกขึ้นมาได้ไอ้โอสถทิพย์” อู๋ซานร้องสั่ง
“เจ้าคิดจะทำอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามเสียงดังลั่น
“ก็เอาตัวมันไปน่ะสิ ตอนนี้มันอ่อนแออยู่” อู่ซานพูดหน้าตาเฉย
“เขาเป็นปีศาจ ไม่ใช่โอสถทิพย์ อย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า” อวี่จิ้งเซียงรีบพูดห้าม
“ข้าบอกแล้วไงว่า ข้าเข้าณานแล้วทำให้รู้ว่า ต้องสกัดตัวยาจากเข้ายังไง” อู่ซานร่างมนตร์ให้กระบี่เหรียญอีกเล่มไปปักร่างของเขาเพิ่มเซาโลกัดฟันด้วยความเจ็บปวด
“ลุกขึ้นมาซะไอ้โอสถทิพย์”
เซาโลแข็งใจยืนขึ้นมา สายตาของเขามองอู๋ซานด้วยความเจ็บแค้น แต่ก็ลุกขึ้นมา อวี่จิ้งเซี่ยงมองเขา จริงอยู่ว่าตามล่ากันหลายครั้งแล้วแต่ว่า พอได้คุยกันแล้วทำให้รู้ว่า เซาโลอาจไม่คนเลวร้ายอะไร หลายครั้งที่เขาอาจต้องสังหารผู้คนแต่เอาเข้าจริง ๆ คนอื่นต่างหากที่ไปยุ่งกับเขาเอง เพราะความเชื่อผิด ๆ แท้ ๆ เขาลุกขึ้นมา อู๋ซานซัดยันต์ไปแปะหน้าเขาเอา และสั่นกระดิ่งเพื่อให้เดินตามมา เซาโลจำต้องเดินตามไป
ซุ่นมู่ซานเดินเข้ามาเจออวี่จิ้งเซียงกำลังกัดฟันด้วยความแค้น เขารีบเอายาถอนพิษให้กินทันที
“ข้าจะตามอู๋ซานไปนะ มันเอาตัวเซาโลไป”
“เฮ้ย ! อะไรนะ” ซุ่นมู่ซานแทบไม่อยากจะเชิญหูตัวเองเลย
“อย่าห้ามข้า” อวี่จิ้งเซียงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ได้จะห้าม อย่างเจ้าใครห้ามได้เหรอ เอาร่มนี่ไป ข้าจะดูพวกที่เหลือนะ ระวังตัวด้วย” ซุ่นมู่ซานส่งร่มให้ อวี่จิ้งเซียงพยักหน้ารับรู้ และวิ่งตามไปทันที
เฟิงต้ายงปะทะกับนักดาบ เพลงกระบี่ของเฟิงต้ายงเน้นความเร็ว ปะทะกับเพลงดาบอันดุดัน ทำให้เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดต่างฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับได้ตลอด
“เก่งนี่สมกับเป็นมือปราบ สนใจมาร่วมลัทธิกับพวกเรามั้ยล่ะ” นักดาบชวน
“ข้าเป็นคนของทางการนะจะให้มาร่วมลัทธิบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี่เหรอ” เฟิงต้ายงพูดสวนไป
“ต่อไปจะไม่มีแล้วทางการอะไรของเจ้า จะมีแต่พวกเราผู้รับบัญชาสวรรค์เท่านั้นเอง” นักดาบพูดเสียงดัง
“เฮ้ย ! พวกเจ้าคิดกบฏนี่ !” เฟิงต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ไม่ใช่นี่คือ บัญชาสวรรค์”
มีกลิ่นหอม ๆ ลอยมาเตะจมูกจู่ ๆ เฟิ่งต้ายง ก็เริ่มอ่อนแรง คังหวันฟาง กับเถียวเสียวฟู่ก็เช่นกัน ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเจอยาพิษเข้าแล้ว
“พวกเจ้านี่รนหาที่จริง ๆ ไม่ต้องกลัวหรอกนะพิษนี่ไม่ทำให้ถึงตายหรอก” เฮยเหอเซียงกูพูดด้วยน้ำเสียงยียวนแต่ว่า มือกระบี่กลับยังต่อสู้กับบิงโก้ต่อไป
“บ้าน่าเจ้าไม่โดนพิษเหรอ” เฮยเหอเซียนกูตกใจมากกับสิ่งที่ได้เห็น
“ข้าไม่มีลมหายใจ ! และเอาจริง ๆ ข้าก็ไม่ได้มีชีวิต” บิงโก้พูดขึ้นมา มือกระบี่ต้องรับมือการโจมตีของบิงโก้ไม่ว่าเจ้าจะแทงไปเท่าไหร่ บิงโก้ก็ไม่หยุดการโจมตีเลย ขนาดว่ากระบี่ของปลุกเสกมาแล้วก็ตาม แต่เหมือนบิงโก้กัดฟันสู้
“ไอ้ผีตายซาก ! ทำไมแกยังไม่ล้มลงไปอีก”
“ชีวิตข้าเพื่อนายท่านโวย ต่อให้ร่างนี้แหลกไป ข้าก็ต้องช่วยนายท่านให้ได้”
มือกระบี่เริ่มลนลานแล้ว ตอนแรกบิงโก้มีคังหวั่นฟางเสริมพลังให้ เขาคิดว่าพอนางขยับไม่ได้แล้ว บิงโก้จะพลังลดแต่กลายเป็นว่าบิงโก้โจมตีอย่างบ้าคลั่ง ไม่กลัวตาย ไม่กลัวเจ็บแล้ว
“ช่วยข้าด้วย !” มือกระบี่โวยวาย เฮยเหอเซียงกูตัดสินปล่อยกู่ไปกับบิงโก้ พิษทำให้บิงโก้ เซและกระอักเลือดพิษออกมา กระบี่เลยตัดสินใจจะแทงซ้ำแต่ว่า บิงโก้พ่นเลือดใส่หน้าของมือกระบี่ เลือดที่เป็นพิษทำให้ หน้ากากที่สวมอยู่ละลาย เขารีบถอดออก เป็นโอกาสของบิงโก้แล้วกระโดดแทงนิ้วเข้าที่ตาของมือกระบี่ แม้ว่าจะโดนกระบี่แทงทะลุก็ตามที่ แต่ก็ทำให้มือกระบี่ตาบอดเลือดไหลอาบหน้า ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้มันหมดสภาพไปแล้ว แต่กระนั่นบิงโก้เองก็ยืนแทบไม่ได้แล้ว นักดาบเลยหมายจะไปตัดหัว
แต่ว่า นักดาบถูกถีบกระเด็นไปก่อน ซุ่นมู่ซานนั่นเอง
“ทำไมเจ้าไม่เป็นอะไรเลย” นักดาบตกใจมาก
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ
“พวกแวมไพร์มันมีราชาอยู่ แต่ราชาของพวกมันหายสาปสูญไปนานแล้ว เหลือแต่ขุนพลเจ็ดตระกูล ถ้าอิงตามอาวุธที่เจ้าบอก มันคือ แวมไพร์ตระกูลมอลคอส ถือเป็นญาติของราชาของพวกมันโดยตรงเลยน่ะสิ จัดว่าเป็นตัวอันตรายเลยล่ะ” เมื่อบาดหลวงพูดจบ ทุกคนหน้าซีดเผือด คั่งหวั่นฟางก็รีบถามว่า “มันมาที่







