Share

บทที่ 3 ตัวประกัน

last update Tanggal publikasi: 2026-01-27 10:52:23

            “กัวเอินถง แม้ว่าห้าเผ่าจะยินดีมอบบรรณาการแต่แคว้นหมิง เจ้าก็รู้ธรรมเนียมดีอยู่แล้วว่ายังไม่เพียงพอจะเป็นหลักประกันให้เจิ้นเชื่อมั่นในความจงรักภักดี” น้ำเสียงของหมิงฮ่องเต้ดังกังวาน พระพักตร์ยังสงบนิ่ง

            “เพคะ หม่อมฉันเข้าใจดี ด้วยเหตุนี้หม่อมฉันจึงยินดีจะอยู่เป็นตัวประกันที่แคว้นหมิง”

            คนทั้งท้องพระโรงร้องฮือฮาไปตามๆ กัน ข้อเสนอเช่นนี้โดยทั่วไปก็คือการเสนอตัวเข้ามาเป็นพระสนมของฮ่องเต้ แต่นางเป็นเพียงหญิงพิการที่ต้องการนั่งรถเข็น นับเป็นความเสียเปรียบของแคว้นหมิงโดยแท้

หมิงฮ่องเต้ทรงหรี่พระเนตร รู้สึกเสียววูบไปพระปฤษฎางค์เพราะหลวนฮองเฮาทรงประทับเยื้องไปด้านหลัง

คราวก่อนองค์หญิงหานซู่ลี่จากแคว้นเว่ยที่พ่ายศึกก็เดินทางมาเพื่ออภิเษกสมรสเข้าวังหลัง แต่เพราะนางรูปร่างใหญ่โตราวกับหมีขาวจึงถูกวางแผนผลักดันให้ไปอภิเษกสมรสกับท่านอ๋องเก้า ภายหลังจึงกลายเป็นสตรีงดงามล่มเมืองจนทำให้หมิงฮ่องเต้ทรงเสียดาย แต่...ครั้งนี้ต่างออกไป

ยามนี้ทรงมีหลวนฮองเฮาผู้เป็นหนึ่งเดียวในพระทัยแล้ว หมิงฮ่องเต้ที่กลายเป็นบุรุษรักเดียวใจเดียวทรงไม่อาจจะรับนางเอาไว้ ทั้งยังไม่อาจพระราชทานนางให้กับพระอนุชาทั้งหลายด้วย

            “ฝ่าบาทเพคะ ขุนนางที่ยังไม่แต่งงานยังมีอีกมากนะเพคะ” พระสุรเสียงหวานใสเตือนมาจากด้านหลัง

            “กัวเอินถง น่าเสียดายที่วังหลังของเรายามนี้สงบเงียบยิ่งนัก ไม่อาจจะรับเจ้าเอาไว้ได้ การที่เจ้าเสนอตัวมาเป็นตัวประกัน เจิ้นจะเลือกผู้ที่เหมาะสมให้เจ้าเองก็แล้วกัน”

            หญิงสาวผู้มีขนตาหนายาวเป็นแพ ดวงตาเป็นประกายราวกับดาวฤกษ์ที่สุกสว่างประสานมือก้มศีรษะ “ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันคิดเอาไว้แล้ว”

            “หืม?....เจ้าคิดเอาไว้แล้วอย่างนั้นหรือ?”

            “เพคะ พี่ชายของหม่อมฉันกล่าวยกย่องถึงคนผู้หนึ่งอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อท่านพ่อต้องการให้หม่อมฉันมาเป็นตัวประกันในแคว้นหมิง หม่อมฉันจึงตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องแต่งงานกับคนผู้นี้เท่านั้น”

            ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนงอีกคราหนึ่ง “ผู้ใดกัน?”

            “ท่านแม่ทัพจีหลุนเพคะ ขอฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสให้หม่อมฉันกับท่านแม่ทัพแห่งค่ายพยัคฆ์ไฟด้วยเพคะ”

            จีหลุนหันขวับไปมองลี่เทียนเป่าในทันที มือของเขาอ่อนลงจนแทบจะทำฮู่ป่านในมือหล่นลงพื้น ก่อนจะหันไปดูกัวเอินถงจากด้านข้าง

            “แม่ทัพจี เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

            จีหลุนถือฮู่ป่านขยับเท้าออกจากแถว “ฝ่าบาท กระหม่อมยังคลางแคลงใจในความจริงใจของห้าเผ่าพะยะค่ะ พวกเขารบพุ่งเพื่อหวังดินแดนหมิงอยู่สี่ปีแล้ว เหตุใดจู่ๆ จึงได้ยอมสวามิภักดิ์? กระหม่อมต้องการให้แม่นางกัวชี้แจงประเด็นนี้เสียก่อนพะยะค่ะ”

            “เจ้าตอบแม่ทัพจีหน่อยสิ กัวเอินถง”

            “ท่านแม่ทัพ ครั้งสุดท้ายที่ท่านต่อสู้กับพี่ชายข้า พี่ชายข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสยากจะรักษาฟื้นฟู บัดนี้ห้าเผ่าปรึกษาหารือกันแล้วว่าการสู้รบที่ยืดเยื้อนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ราษฎรลำบากยากจน พวกเขาไม่อาจจะเข้ามาค้าขายในแคว้นหมิงได้ ในเมื่อตัวท่านก็ดูแลชายแดนตะวันตก ข้าแต่งให้กับท่านก็เป็นการสมควรแล้ว อีกอย่างครอบครัวของข้าก็เห็นชอบที่จะให้เลือกท่าน ข้าได้นำสาส์นยืนยันเรื่องนี้มาถวายฮ่องเต้ด้วย”

            จีหลุนฟังแล้วเขาถึงกับกำฮู่ป่านแน่น...แผลแค่นั้นจะถึงกับสาหัสได้อย่างไร? เขาเกรงว่าห้าเผ่าจะมีแผนการอื่น

            ผู้ติดตามของกัวเอินถงหยิบเอาสาส์นออกมามอบให้กับหลูกงกงอีกคราหนึ่ง หมิงฮ่องเต้ทรงหันพระพักตร์ไปหาฮองเฮา ทั้งสองสบสายพระเนตรคล้ายกำลังหารือ

            ฮองเฮาทรงค้อมพระเศียรแล้วตรัสเบาๆ กับพระสวามี หมิงฮ่องเต้ทรงอ่านสาส์นนั้นจบก็แย้มพระสรวลเล็กน้อย

            “จริงอย่างนางว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซาดูเหมือนจะคิดเรื่องนี้มาแล้ว ต้องการให้กัวเอินถงแต่งงานกับแม่ทัพจี ถ้าเช่นนั้นจีหลุนเพื่อความสัมพันธ์สองดินแดน เจ้ายินดีจะรับนางไว้เป็นภรรยาหรือไม่?”

            จีหลุนรู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออก เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี เดิมทีเรื่องนี้ก็อยู่ห่างไกลเขาอยู่แล้ว ซ้ำพี่ชายของนางก็ยังสร้างปัญหาใหญ่เอาไว้กับเขา

ชายหนุ่มใบหน้าอึมครึม เขาอยากจะฆ่าพี่ชายของนางด้วยมือเขาเอง    แต่...ครอบครัวนั้นกลับคิดจะให้เขาเป็นบุตรเขย เรื่องมันช่างน่าขำ

จีหลุนคิดหาทางจะปัดนางให้พ้นตัว เขามองไปยังขาของนาง ในใจเขานึกรังเกียจที่หัวหน้าเผ่าเหลียนซาช่างคิดวิธีเอาเปรียบเขาได้ นางพิการขนาดนี้ ต่อให้แต่งกับเขา เขาก็เท่ากับต้องเลี้ยงดูสตรีที่ไม่อาจจะร่วมเตียงและมีบุตรได้ ชายหนุ่มนึกเดือดดาลอยู่ในใจ หรือว่ากัวเยี่ยนสือจะรู้ว่าเขาทำสิ่งนั้น...ไม่ได้!

“ฝ่าบาท กระหม่อมยังมีเรื่องคลางแคลงใจอีกเรื่องหนึ่งพะยะค่ะ” แม่ทัพหนุ่มเดินมาด้านหน้า มองดูหญิงสาวในรถเข็นอย่างสำรวจตรวจตรา

“เจ้ายังมีเรื่องใดก็ขจัดเสียตรงนี้เถิด” หมิงฮ่องเต้ทรงเอ่ยอนุญาต

จีหลุนยกยิ้มมุมปาก “แม่นางกัว เจ้าเดินไม่ได้จริงๆ หรือ?”

กัวเอินถงเบิกตากว้าง “ท่านคิดว่าข้าแกล้งพิการหรือไร? ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายข้าก็ได้”

หมิงฮ่องเต้ทรงถือโอกาสที่จีหลุนพูด หันไปบอกให้หลูกงกงเรียกหมอหลวงออกมาทันที

“แม่นางกัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเจ้า ให้หมอหลวงตรวจสักหน่อยเถิด ไม่แน่ว่าเผื่อมีหนทางรักษาขาทั้งสองเจ้าให้หาย เจิ้นก็จะให้หมอหลวงช่วยรักษา ดีหรือไม่?”

กัวเอินถงเม้มปากแน่น ครู่หนึ่งหัวหน้าหมอหลวงก็เดินเข้ามา คนผู้นั้นตรวจชีพจรของนางทั้งสองข้าง และยังใช้เข็มเงินปักทดสอบไปตามร่างกายท่อนล่างของนางจนทั่ว หญิงสาวมิได้แสดงความผิดปกติแต่อย่างใด

จีหลุนจ้องนางเขม็ง แววตาของนางสงบนิ่ง ไม่สะดุ้งแม้สักน้อย

“ทูลฝ่าบาท แม่นางกัวพิการจริงๆ พะยะค่ะ ร่างกายท่อนล่างของนาง    ไร้สิ้นความรู้สึก”

ทั่วทั้งท้องพระโรงเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกคราหนึ่ง ขุนนางทั้งหลายต่างรู้สึกว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซาช่างเจ้าเล่ห์นัก ส่งบุตรสาวที่พิการท่อนล่างมาอ้างว่าขอสงบศึกด้วยการแต่งงานพร้อมเครื่องบรรณาการ ทั้งๆ ที่ตัวนางนั้นสภาพไม่ต่างจากท่อนไม้ท่อนหนึ่ง

“ฝ่าบาท การค้าครั้งนี้พวกเราแคว้นหมิงขาดทุนย่อยยับนะพะยะค่ะ”

หมิงฮ่องเต้ทรงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง การสู้รบที่ชายแดนตะวันตกก่อให้เกิดการสูญเสียไปไม่น้อย ทั้งยังรบกันมาอย่างราวนานถึงสี่ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ห้าเผ่ายอมเจรจาสงบศึก ซ้ำยังส่งบุตรสาวพิการของหัวหน้าเผ่าเหลียนซามาด้วยตนเอง หากจีหลุนยอมแต่งงานและพระองค์รับเครื่องบรรณาการเสีย เรื่องนี้ก็จะจบลงโดยง่าย การค้าขายที่ชายแดนตะวันตกจะทำได้ราบรื่น สร้างเงินทองเข้าสู่แคว้นอีกมาก

“แม่ทัพจี เจ้าปรารถนาจะรบกับห้าเผ่าให้ชนะมาตลอดมิใช่หรือ?”

“พะยะค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้น ข้ามอบเชลยศึกไว้กับผู้มุ่งมั่นเช่นเจ้าก็สมควรแล้ว อีกอย่างนี่เป็นความประสงค์ของหัวหน้าเผ่าเหลียนซา หากว่าเจ้าไม่ยินยอมก็เท่ากับการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว เจ้าอุทิศตนเพื่อแคว้นมาตลอด ยอมรับอีกสักเรื่องจะเป็นอันใด?”

ขุนนางทั้งหมดรีบก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าออกหน้าแทนจีหลุนเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้หมิงฮ่องเต้ทรงใคร่ครวญเอาไว้แล้ว ต่อให้ไม่มีสาส์นยืนยันจากผู้นำห้าเผ่าแต่ทรงคิดเอาไว้ว่าสร้างผลกำไรให้กับแคว้นได้ก็จะทรงผลักดันอยู่ดี

“พะยะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” ใบหน้าของจีหลุนเคร่งเครียด เขาค้อมศีรษะรับคำฮ่องเต้ มือที่กำฮู่ป่านมีเหงื่อซึมออกมาทั้งสองข้าง

            เมื่อออกมาจากท้องพระโรงได้ จีหลุนเสียบฮู่ป่านเอาไว้ที่สายรัดเอวแล้วยกมือขึ้นตบศีรษะลี่เทียนเป่าอย่างแรง

            ป้าบ!

            “โอ๊ย!”

            “ไหนเจ้าบอกว่าเป็นเรื่องดี? เหล่าลี่ นี่หรือเรื่องดีของเจ้า? ข้าต้องมาแต่งงานกับสตรีพิการเดินไม่ได้ แล้วนี่ข้าจะบอกกับท่านพ่อท่านแม่อย่างไร?”

            “แต่ตามที่กระดองเต่าของข้าทำนายออกมา นี่เป็นเรื่องดีๆ ของเจ้านะ”

            “ดีกับผีน่ะสิ นี่ถ้าข้าไม่กลัวฮ่องเต้สั่งตัดหัวล่ะก็ คงจะเสนอให้เจ้าแต่งงานกับนางแทนข้าแล้วล่ะ” ชายหนุ่มนิ่วหน้า “เท่าที่ดู ข้าว่าคิ้วกับดวงตาของนางคล้ายกับกัวเยี่ยนสือมากเลยทีเดียว”

            ลี่เทียนเป่ามองหน้าสหายอย่างชั่งใจ “นั่นสิ น่าเสียดายที่นางมิได้เปิดหน้าให้พวกเราได้เห็น ข้าอยากรู้ว่านางงดงามหรือไม่?”

*พระปฤษฎางค์ คำราชาศัพท์หมายถึง แผ่นหลัง

*องค์หญิงหานซู่ลี่ นางเอกจากเรื่อง “ท่านอ๋องกับชายาหมี”

*ฮู่ป่าน หรือป้ายสำหรับบันทึกของขุนนางในยามถวายรายงานต่อฮ่องเต้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 107 เด็กๆ ตั้งหลายคน (ตอนจบ)

    เมื่อย้อนกลับมายังเผ่าเหลียนซาอีกครั้ง จีหลุนรีบถือโอกาสตอนที่พ่อตายังนอนอยู่บนเตียงขอลาแม่ยายกลับไปยังแคว้นหมิง ผู้เฒ่าโอสถเห็นดีเห็นงามจึงได้มอบยาเม็ดพลังม้าศึกให้กัวเอินถงอีกแปดเม็ด “เจ้ากินเดือนละเม็ดก็พอ ร่างกายและลูกน้อยของเจ้าจะได้แข็งแรง เดินทางไกลก็ไม่กระทบกระเทือนครรภ์ เอาไว้เจ้าคลอดลูกแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมที่แคว้นหมิงก็แล้วกัน” จีหลุนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาภรรยาออกเดินทาง เขาอ้างว่าไม่อาจจะรอให้กัวเฉิงลุกขึ้นเดินได้สะดวก “หากว่ารอจนท่านพ่อของเจ้าหายดี เห็นทีเราคงไม่ได้กลับแคว้นหมิง คราวนี้ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์เหิน ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่วังจีก็ไม่วางใจ” กัวเอินถงยิ้มกว้าง ยกสองมือขึ้นลูบแก้มสามีแล้วยื่นหน้าไปจูบที่ริมฝีปากเขาติดๆ กันสองสามที “ข้ารู้ ท่านพี่ไม่ยอมทิ้งข้ากับลูกเด็ดขาด ข้าเองก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นมาแยกเราจากกันหรอกเจ้าค่ะ” สายตาของแม่ทัพหนุ่มวิบวับขึ้นมาทันที “เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะเสี่ยวถง ข้าเป็นคนอ่อนไหวกับการสัมผัสตัวเจ้า ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มร้อนข

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 106 แผนระยะยาว

    กัวเฉิงรู้สึกตัวในวันต่อมา เขาลุกขึ้นได้ก็โวยวายด่าทอลูกเขยเสียงดังลั่น “จีหลุน เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม? ข้าจะฆ่าเซียงเชินด้วยมือของข้าเอง เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับไม่เคารพข้า” กัวเอินถงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบิดาประณามสามีก็รู้สึกทนไม่ได้ “ท่านพ่อ ข้าเป็นคนสั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นเอง มันควรหรือที่ท่านจะไปแลกชีวิตกับคนเลวอย่างหัวหน้าเซียง ท่านเป็นถึงผู้นำห้าเผ่า ควรรักษาชีวิตเอาไว้ปกปักษ์ผู้คนในแดนเซี่ยงซาวานจะดีกว่านะเจ้าคะ ในตอนนี้เผ่าฝูซากับเผ่าเซียนซาก็สิ้นผู้นำแล้ว ยังมีเรื่องที่ท่านต้องจัดการอีกมาก พี่เยี่ยนสือเองก็เพิ่งหายป่วย หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด?” พอถูกบุตรสาวขึ้นเสียงใส่เช่นนั้น หัวหน้าเผ่าเหลียนซาก็หุบปากลงฉับ “จริงด้วยขอรับท่านพ่อ เสี่ยวถงพูดถูก ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิต ตอนนี้หัวหน้าเซียงก็ตายไปแล้ว เป็นผู้เฒ่าโอสถที่เอาแมงมุมยัดใส่ปากเขาตอนที่ตกลงมาจากหลังคา” กัวเยี่ยนสือบรรยายสภาพการตายของเซียงเชินจนบิดาต้องกำหมัด “สภาพเช่นนั้นไม่ต่างจากตอนที่เจ้าสองคนถูกแมงมุมกัด นับว่าเป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว เห็นทีข้าคงต้องมอบรางวัลแด่ผู้

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 105 ทำตามที่เจ้าบอก

    เซียงเชินกับกัวเฉิงกระโจนตามกันขึ้นไปบนหลังคา กระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ล้วนเป็นสุดยอดท่าไม้ตายที่หมายจะปลิดชีวิตของศัตรู กัวเอินถงนึกเป็นห่วงบิดาแต่วิถีของจอมยุทธ์ย่อมต้องดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี นี่เป็นการต่อสู้เพื่อสะสางหนี้แค้นที่นางไม่ควรเข้าไปยุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นว่าบิดาถูกกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าที่แขน แต่ในเวลาไม่นานกัวเฉิงก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จ “ไม่เลวเลยจริงๆ หลังจากอาการของพ่อเจ้าดีขึ้น วรยุทธ์ของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นมามาก แม้จะไม่เท่าเดิม แต่ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว” ผู้เฒ่าโอสถพยักหน้า “นับว่ายาที่ข้าไปเสาะหามาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพยักหน้า “ยาบำรุงพวกนั้นดีที่สุดเท่าที่มีขายในแคว้นหมิง ข้าให้คนออกไปกว้านซื้อมาจากทุกมุมเมืองตามที่ท่านแนะนำไว้” กัวเยี่ยนสือผู้ไร้วรยุทธ์ถอยไปอยู่ด้านหลังเหล่าองครักษ์ เขามองดู อิ่นเหว่ยถิงกับเฉินอี้ชิงต่อสู้ด้วยความเลื่อมใส และยิ่งได้เห็นน้องเขยที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์ไฟแสดงฝีมือแล้วก็ยิ่งอยากจะฝึกวิทยายุทธ์ให้สำเร็จ วันหน้าในยามที่กัวเอินถงกลับไปแคว้นหมิงแล้ว แม่ทัพกัวตัวจริงอย่าง

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 104 ทวงแค้น

    “เสี่ยวถง เจ้าไหวหรือไม่? ให้ข้าพาไปเข้านอนดีไหม?” จีหลุนสีหน้าเป็นกังวล สามชีวิตในร่างของกัวเอินถงนี้เขาต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อกล่าวปิดงานก่อนก็แล้วกัน” หัวหน้ากัวลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทหารทุกคนที่เดินทางไปสู้รบจนปราบเผ่าฝูซาได้สำเร็จและขอบคุณที่ช่วยปกป้องจวนสกุลกัวให้ปลอดภัยจากคนเลว พอกล่าวจบทุกคนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกัน พลันเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาจากหลังคาเรือนใหญ่ “จะรีบไปไหนเล่ากัวเฉิง? คืนนี้ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้าคนสกุลกัวไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อในนรก” สายตาทุกคู่หันไปยังร่างในชุดสีน้ำเงินขลิบทองที่ยืนจังก้าอยู่ข้างบน “หัวหน้าเซียง!” “ใช่! ข้าเอง ข้ามาทวงแค้นแทนบุตรชายของข้า!” “เชอะ! แค้นของบุตรชายเจ้า แล้วแค้นของลูกข้าเล่า? เจ้าใช้แมงมุมพิษมาทำร้ายลูกของข้าก่อน แต่พอถูกทำคืนกลับแค้นเคือง เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกระมัง?”​ หัวหน้ากัวตะโกนตอบ พร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านข้าง องครักษ์คนสนิทจึงส่งกระบี่ให้ “ข้าดื่มสุรารอเจ้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวมา ความแค้นระหว่างเราค

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 103 นอนเป็นผัก

    เซียงเจียสวี่ที่หมดสติไปนาน ร่างกายร้อนผ่าวราวกับคนหลงทางอยู่กลางทะเลทราย บิดาของเขาเอายาพิทักษ์ร่างมาค่อยๆ ป้อนให้ ทว่าร่างกายที่ถูกพิษแมงมุมกัดกร่อนภายในจนเสียหายไม่อาจฟื้นได้ทัน ทำให้คุณชายสกุล เซียงตกอยู่ในสภาพเดียวกับกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด หัวหน้ามือสังหารเล่าความลับที่เซียงเจียสวี่ได้เห็นในถ้ำหินให้กับเซียงเชินฟัง หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดด้วยความโมโห “ที่แท้แม่ทัพกัวก็คือกัวเอินถง ส่วนกัวเยี่ยนสือนอนเป็นผักอยู่ในถ้ำ มิน่า...นางจึงคลุมผ้าทุกครั้งที่ออกมาต้อนรับแขก นี่ข้าถูกตบตามานานตั้งหลายปีหรือนี่?” “วรยุทธ์ของกัวเอินถงร้ายกาจยิ่งนัก พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ซ้ำยามนี้นางยังมีแม่ทัพใหญ่แคว้นหมิงคอยช่วยเหลือ สองสามีภรรยาใจเป็นหนึ่ง ยากนักจะทำลายได้ ดีที่พาคุณชายหลบหนีออกมาได้ขอรับ” หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดแน่น “แค้นนี้ ข้าจะต้องชำระแน่” ผู้เฒ่าโอสถยืนยันกับทุกคนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอีกไม่นานคนเผ่า เซียนซาจะต้องกลับมาชิงศิลาหิมะอีกครั้งอย่างแน่นอน ลี่เทียนเป่าได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตาเฒ่า ท่านพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 102 พิษแมงมุม

    คนทั้งหมดจึงพากันเดินออกไปยังเรือนใหญ่ สองพี่น้องฝาแฝด กุมมือกันเดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ่าวรับใช้ สาวใช้ และองครักษ์ทั้งหลายเห็นสองพี่น้องต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าตอนโตของคุณชายกัว สองพี่น้องมีใบหน้าเหมือนกันอย่างมาก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสองพี่น้องสกุลกัวช่างงดงามยิ่ง ทว่ามีหลายคนรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ กัวเยี่ยนสือก็สูงขึ้นอย่างมาก “คุณหนู เดินได้แล้วหรือขอรับ?” พ่อบ้านยิ้มปลื้มที่ผ่านมาเขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่ากัวเอินถงคือสตรีพิการ ในตอนที่นางกลับจากแคว้นหมิงได้ยินว่านางได้กินยาวิเศษจากท่านฝู่กั๋วกงผู้เป็นบิดาของสามี ไม่คิดเลยว่าผ่านไปไม่นานนางจะเดินได้เป็นปกติ “ใช่ ข้าเดินได้แล้ว เป็นเพราะไข่มุกสวรรค์ของท่านพี่แท้ๆ” หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับจีหลุน นางกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อหวังให้บิดาคลายความแค้นเคืองในตัวสามี “เจ้านั่งเสียก่อนเถิด ลืมแล้วหรือไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เพิ่งจะเข้าเดือนที่สามเองนะเสี่ยวถง” เสียงแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาเหมือนจะบอกกล่าวภรรยาด้วยความห่วงใย แท้จริงเขาอยากจะให้ท่านพ่อตาได้ยินเรื่อ

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 6 สิ่งที่นางต้องการ

    หลังจากที่กราบทูลขอสมรสพระราชทานกับจีหลุนได้สำเร็จ กัวเอินถงก็ขอให้แคว้นหมิงส่งทหารเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในดินแดนเซี่ยงซาวาน หมิงฮ่องเต้ทรงพอพระทัยยิ่ง การสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนานที่ผ่านมา ทัพแคว้นหมิงไม่อาจจะลุกล้ำเข้าไปในดินแดนเซี่ยงซาวานได้ เป็นเพราะที่ตั้งถูกบดบังเอาไว้ด้วยเนินทรายหลายพันลูก

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 5 อาการวูบวาบ

    ลี่เทียนเป่าฟังจีหลุนเล่าจบก็ยกมือทาบอก หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกลองศึก ชายหนุ่มกลอกตาไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าของปัญหาเสียอีก “นี่มัน! มันเกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่?” “เออ...แต่พอปล่อยมือ อาการนั้นก็หายไปแล้ว” “ตอนที่เจ้าจับคอก

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 4 แต่งกับศัตรู

    ได้ยินสหายกล่าวเช่นนั้น จีหลุนถึงกับใบหน้าอึมครึมลงไปอีกหลายส่วน เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มัวแต่ห่วงเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของศัตรู “เอ๊ะ! จริงด้วย ข้ายังไม่ได้เห็นใบหน้านางชัดๆ เลยสักคราว นางเอาแต่อ้างว่าเป็นธรรมเนียมของเผ่าที่ไม่อาจจะเปิดหน้าให้บุรุษเห็นได้ หากว่าความจริงนางขี้

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 2 เจรจาสงบศึก

    รถม้าคันเขื่องแต่มิได้ตกแต่งหรูหราคันนั้นจอดที่หน้าประตูใหญ่จวนสกุลจี บ่าวรับใช้ที่เฝ้าประตูด้านหน้าจำได้ก็รีบวิ่งลงมารอต้อนรับ จีหลุนก้าวลงมาก่อนเป็นคนแรก ลี่เทียนเป่าเดินยิ้มๆ ลงมายืนอยู่ข้างหลัง “ท่านชายขอรับ ท่านกั๋วกงรออยู่” ลี่เทียนเป่าชะงัก เอียงหน้าไปกระซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status