เข้าสู่ระบบ“กัวเอินถง แม้ว่าห้าเผ่าจะยินดีมอบบรรณาการแต่แคว้นหมิง เจ้าก็รู้ธรรมเนียมดีอยู่แล้วว่ายังไม่เพียงพอจะเป็นหลักประกันให้เจิ้นเชื่อมั่นในความจงรักภักดี” น้ำเสียงของหมิงฮ่องเต้ดังกังวาน พระพักตร์ยังสงบนิ่ง
“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจดี ด้วยเหตุนี้หม่อมฉันจึงยินดีจะอยู่เป็นตัวประกันที่แคว้นหมิง”
คนทั้งท้องพระโรงร้องฮือฮาไปตามๆ กัน ข้อเสนอเช่นนี้โดยทั่วไปก็คือการเสนอตัวเข้ามาเป็นพระสนมของฮ่องเต้ แต่นางเป็นเพียงหญิงพิการที่ต้องการนั่งรถเข็น นับเป็นความเสียเปรียบของแคว้นหมิงโดยแท้
หมิงฮ่องเต้ทรงหรี่พระเนตร รู้สึกเสียววูบไปพระปฤษฎางค์เพราะหลวนฮองเฮาทรงประทับเยื้องไปด้านหลัง
คราวก่อนองค์หญิงหานซู่ลี่จากแคว้นเว่ยที่พ่ายศึกก็เดินทางมาเพื่ออภิเษกสมรสเข้าวังหลัง แต่เพราะนางรูปร่างใหญ่โตราวกับหมีขาวจึงถูกวางแผนผลักดันให้ไปอภิเษกสมรสกับท่านอ๋องเก้า ภายหลังจึงกลายเป็นสตรีงดงามล่มเมืองจนทำให้หมิงฮ่องเต้ทรงเสียดาย แต่...ครั้งนี้ต่างออกไป
ยามนี้ทรงมีหลวนฮองเฮาผู้เป็นหนึ่งเดียวในพระทัยแล้ว หมิงฮ่องเต้ที่กลายเป็นบุรุษรักเดียวใจเดียวทรงไม่อาจจะรับนางเอาไว้ ทั้งยังไม่อาจพระราชทานนางให้กับพระอนุชาทั้งหลายด้วย
“ฝ่าบาทเพคะ ขุนนางที่ยังไม่แต่งงานยังมีอีกมากนะเพคะ” พระสุรเสียงหวานใสเตือนมาจากด้านหลัง
“กัวเอินถง น่าเสียดายที่วังหลังของเรายามนี้สงบเงียบยิ่งนัก ไม่อาจจะรับเจ้าเอาไว้ได้ การที่เจ้าเสนอตัวมาเป็นตัวประกัน เจิ้นจะเลือกผู้ที่เหมาะสมให้เจ้าเองก็แล้วกัน”
หญิงสาวผู้มีขนตาหนายาวเป็นแพ ดวงตาเป็นประกายราวกับดาวฤกษ์ที่สุกสว่างประสานมือก้มศีรษะ “ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันคิดเอาไว้แล้ว”
“หืม?....เจ้าคิดเอาไว้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
“เพคะ พี่ชายของหม่อมฉันกล่าวยกย่องถึงคนผู้หนึ่งอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อท่านพ่อต้องการให้หม่อมฉันมาเป็นตัวประกันในแคว้นหมิง หม่อมฉันจึงตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องแต่งงานกับคนผู้นี้เท่านั้น”
ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนงอีกคราหนึ่ง “ผู้ใดกัน?”
“ท่านแม่ทัพจีหลุนเพคะ ขอฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสให้หม่อมฉันกับท่านแม่ทัพแห่งค่ายพยัคฆ์ไฟด้วยเพคะ”
จีหลุนหันขวับไปมองลี่เทียนเป่าในทันที มือของเขาอ่อนลงจนแทบจะทำฮู่ป่านในมือหล่นลงพื้น ก่อนจะหันไปดูกัวเอินถงจากด้านข้าง
“แม่ทัพจี เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
จีหลุนถือฮู่ป่านขยับเท้าออกจากแถว “ฝ่าบาท กระหม่อมยังคลางแคลงใจในความจริงใจของห้าเผ่าพะยะค่ะ พวกเขารบพุ่งเพื่อหวังดินแดนหมิงอยู่สี่ปีแล้ว เหตุใดจู่ๆ จึงได้ยอมสวามิภักดิ์? กระหม่อมต้องการให้แม่นางกัวชี้แจงประเด็นนี้เสียก่อนพะยะค่ะ”
“เจ้าตอบแม่ทัพจีหน่อยสิ กัวเอินถง”
“ท่านแม่ทัพ ครั้งสุดท้ายที่ท่านต่อสู้กับพี่ชายข้า พี่ชายข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสยากจะรักษาฟื้นฟู บัดนี้ห้าเผ่าปรึกษาหารือกันแล้วว่าการสู้รบที่ยืดเยื้อนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ราษฎรลำบากยากจน พวกเขาไม่อาจจะเข้ามาค้าขายในแคว้นหมิงได้ ในเมื่อตัวท่านก็ดูแลชายแดนตะวันตก ข้าแต่งให้กับท่านก็เป็นการสมควรแล้ว อีกอย่างครอบครัวของข้าก็เห็นชอบที่จะให้เลือกท่าน ข้าได้นำสาส์นยืนยันเรื่องนี้มาถวายฮ่องเต้ด้วย”
จีหลุนฟังแล้วเขาถึงกับกำฮู่ป่านแน่น...แผลแค่นั้นจะถึงกับสาหัสได้อย่างไร? เขาเกรงว่าห้าเผ่าจะมีแผนการอื่น
ผู้ติดตามของกัวเอินถงหยิบเอาสาส์นออกมามอบให้กับหลูกงกงอีกคราหนึ่ง หมิงฮ่องเต้ทรงหันพระพักตร์ไปหาฮองเฮา ทั้งสองสบสายพระเนตรคล้ายกำลังหารือ
ฮองเฮาทรงค้อมพระเศียรแล้วตรัสเบาๆ กับพระสวามี หมิงฮ่องเต้ทรงอ่านสาส์นนั้นจบก็แย้มพระสรวลเล็กน้อย
“จริงอย่างนางว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซาดูเหมือนจะคิดเรื่องนี้มาแล้ว ต้องการให้กัวเอินถงแต่งงานกับแม่ทัพจี ถ้าเช่นนั้นจีหลุนเพื่อความสัมพันธ์สองดินแดน เจ้ายินดีจะรับนางไว้เป็นภรรยาหรือไม่?”
จีหลุนรู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออก เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี เดิมทีเรื่องนี้ก็อยู่ห่างไกลเขาอยู่แล้ว ซ้ำพี่ชายของนางก็ยังสร้างปัญหาใหญ่เอาไว้กับเขา
ชายหนุ่มใบหน้าอึมครึม เขาอยากจะฆ่าพี่ชายของนางด้วยมือเขาเอง แต่...ครอบครัวนั้นกลับคิดจะให้เขาเป็นบุตรเขย เรื่องมันช่างน่าขำ
จีหลุนคิดหาทางจะปัดนางให้พ้นตัว เขามองไปยังขาของนาง ในใจเขานึกรังเกียจที่หัวหน้าเผ่าเหลียนซาช่างคิดวิธีเอาเปรียบเขาได้ นางพิการขนาดนี้ ต่อให้แต่งกับเขา เขาก็เท่ากับต้องเลี้ยงดูสตรีที่ไม่อาจจะร่วมเตียงและมีบุตรได้ ชายหนุ่มนึกเดือดดาลอยู่ในใจ หรือว่ากัวเยี่ยนสือจะรู้ว่าเขาทำสิ่งนั้น...ไม่ได้!
“ฝ่าบาท กระหม่อมยังมีเรื่องคลางแคลงใจอีกเรื่องหนึ่งพะยะค่ะ” แม่ทัพหนุ่มเดินมาด้านหน้า มองดูหญิงสาวในรถเข็นอย่างสำรวจตรวจตรา
“เจ้ายังมีเรื่องใดก็ขจัดเสียตรงนี้เถิด” หมิงฮ่องเต้ทรงเอ่ยอนุญาต
จีหลุนยกยิ้มมุมปาก “แม่นางกัว เจ้าเดินไม่ได้จริงๆ หรือ?”
กัวเอินถงเบิกตากว้าง “ท่านคิดว่าข้าแกล้งพิการหรือไร? ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายข้าก็ได้”
หมิงฮ่องเต้ทรงถือโอกาสที่จีหลุนพูด หันไปบอกให้หลูกงกงเรียกหมอหลวงออกมาทันที
“แม่นางกัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเจ้า ให้หมอหลวงตรวจสักหน่อยเถิด ไม่แน่ว่าเผื่อมีหนทางรักษาขาทั้งสองเจ้าให้หาย เจิ้นก็จะให้หมอหลวงช่วยรักษา ดีหรือไม่?”
กัวเอินถงเม้มปากแน่น ครู่หนึ่งหัวหน้าหมอหลวงก็เดินเข้ามา คนผู้นั้นตรวจชีพจรของนางทั้งสองข้าง และยังใช้เข็มเงินปักทดสอบไปตามร่างกายท่อนล่างของนางจนทั่ว หญิงสาวมิได้แสดงความผิดปกติแต่อย่างใด
จีหลุนจ้องนางเขม็ง แววตาของนางสงบนิ่ง ไม่สะดุ้งแม้สักน้อย
“ทูลฝ่าบาท แม่นางกัวพิการจริงๆ พะยะค่ะ ร่างกายท่อนล่างของนาง ไร้สิ้นความรู้สึก”
ทั่วทั้งท้องพระโรงเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกคราหนึ่ง ขุนนางทั้งหลายต่างรู้สึกว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซาช่างเจ้าเล่ห์นัก ส่งบุตรสาวที่พิการท่อนล่างมาอ้างว่าขอสงบศึกด้วยการแต่งงานพร้อมเครื่องบรรณาการ ทั้งๆ ที่ตัวนางนั้นสภาพไม่ต่างจากท่อนไม้ท่อนหนึ่ง
“ฝ่าบาท การค้าครั้งนี้พวกเราแคว้นหมิงขาดทุนย่อยยับนะพะยะค่ะ”
หมิงฮ่องเต้ทรงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง การสู้รบที่ชายแดนตะวันตกก่อให้เกิดการสูญเสียไปไม่น้อย ทั้งยังรบกันมาอย่างราวนานถึงสี่ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ห้าเผ่ายอมเจรจาสงบศึก ซ้ำยังส่งบุตรสาวพิการของหัวหน้าเผ่าเหลียนซามาด้วยตนเอง หากจีหลุนยอมแต่งงานและพระองค์รับเครื่องบรรณาการเสีย เรื่องนี้ก็จะจบลงโดยง่าย การค้าขายที่ชายแดนตะวันตกจะทำได้ราบรื่น สร้างเงินทองเข้าสู่แคว้นอีกมาก
“แม่ทัพจี เจ้าปรารถนาจะรบกับห้าเผ่าให้ชนะมาตลอดมิใช่หรือ?”
“พะยะค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้น ข้ามอบเชลยศึกไว้กับผู้มุ่งมั่นเช่นเจ้าก็สมควรแล้ว อีกอย่างนี่เป็นความประสงค์ของหัวหน้าเผ่าเหลียนซา หากว่าเจ้าไม่ยินยอมก็เท่ากับการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว เจ้าอุทิศตนเพื่อแคว้นมาตลอด ยอมรับอีกสักเรื่องจะเป็นอันใด?”
ขุนนางทั้งหมดรีบก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าออกหน้าแทนจีหลุนเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้หมิงฮ่องเต้ทรงใคร่ครวญเอาไว้แล้ว ต่อให้ไม่มีสาส์นยืนยันจากผู้นำห้าเผ่าแต่ทรงคิดเอาไว้ว่าสร้างผลกำไรให้กับแคว้นได้ก็จะทรงผลักดันอยู่ดี
“พะยะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” ใบหน้าของจีหลุนเคร่งเครียด เขาค้อมศีรษะรับคำฮ่องเต้ มือที่กำฮู่ป่านมีเหงื่อซึมออกมาทั้งสองข้าง
เมื่อออกมาจากท้องพระโรงได้ จีหลุนเสียบฮู่ป่านเอาไว้ที่สายรัดเอวแล้วยกมือขึ้นตบศีรษะลี่เทียนเป่าอย่างแรง
ป้าบ!
“โอ๊ย!”
“ไหนเจ้าบอกว่าเป็นเรื่องดี? เหล่าลี่ นี่หรือเรื่องดีของเจ้า? ข้าต้องมาแต่งงานกับสตรีพิการเดินไม่ได้ แล้วนี่ข้าจะบอกกับท่านพ่อท่านแม่อย่างไร?”
“แต่ตามที่กระดองเต่าของข้าทำนายออกมา นี่เป็นเรื่องดีๆ ของเจ้านะ”
“ดีกับผีน่ะสิ นี่ถ้าข้าไม่กลัวฮ่องเต้สั่งตัดหัวล่ะก็ คงจะเสนอให้เจ้าแต่งงานกับนางแทนข้าแล้วล่ะ” ชายหนุ่มนิ่วหน้า “เท่าที่ดู ข้าว่าคิ้วกับดวงตาของนางคล้ายกับกัวเยี่ยนสือมากเลยทีเดียว”
ลี่เทียนเป่ามองหน้าสหายอย่างชั่งใจ “นั่นสิ น่าเสียดายที่นางมิได้เปิดหน้าให้พวกเราได้เห็น ข้าอยากรู้ว่านางงดงามหรือไม่?”
*พระปฤษฎางค์ คำราชาศัพท์หมายถึง แผ่นหลัง
*องค์หญิงหานซู่ลี่ นางเอกจากเรื่อง “ท่านอ๋องกับชายาหมี”
*ฮู่ป่าน หรือป้ายสำหรับบันทึกของขุนนางในยามถวายรายงานต่อฮ่องเต้
เมื่อย้อนกลับมายังเผ่าเหลียนซาอีกครั้ง จีหลุนรีบถือโอกาสตอนที่พ่อตายังนอนอยู่บนเตียงขอลาแม่ยายกลับไปยังแคว้นหมิง ผู้เฒ่าโอสถเห็นดีเห็นงามจึงได้มอบยาเม็ดพลังม้าศึกให้กัวเอินถงอีกแปดเม็ด “เจ้ากินเดือนละเม็ดก็พอ ร่างกายและลูกน้อยของเจ้าจะได้แข็งแรง เดินทางไกลก็ไม่กระทบกระเทือนครรภ์ เอาไว้เจ้าคลอดลูกแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมที่แคว้นหมิงก็แล้วกัน” จีหลุนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาภรรยาออกเดินทาง เขาอ้างว่าไม่อาจจะรอให้กัวเฉิงลุกขึ้นเดินได้สะดวก “หากว่ารอจนท่านพ่อของเจ้าหายดี เห็นทีเราคงไม่ได้กลับแคว้นหมิง คราวนี้ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์เหิน ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่วังจีก็ไม่วางใจ” กัวเอินถงยิ้มกว้าง ยกสองมือขึ้นลูบแก้มสามีแล้วยื่นหน้าไปจูบที่ริมฝีปากเขาติดๆ กันสองสามที “ข้ารู้ ท่านพี่ไม่ยอมทิ้งข้ากับลูกเด็ดขาด ข้าเองก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นมาแยกเราจากกันหรอกเจ้าค่ะ” สายตาของแม่ทัพหนุ่มวิบวับขึ้นมาทันที “เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะเสี่ยวถง ข้าเป็นคนอ่อนไหวกับการสัมผัสตัวเจ้า ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มร้อนข
กัวเฉิงรู้สึกตัวในวันต่อมา เขาลุกขึ้นได้ก็โวยวายด่าทอลูกเขยเสียงดังลั่น “จีหลุน เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม? ข้าจะฆ่าเซียงเชินด้วยมือของข้าเอง เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับไม่เคารพข้า” กัวเอินถงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบิดาประณามสามีก็รู้สึกทนไม่ได้ “ท่านพ่อ ข้าเป็นคนสั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นเอง มันควรหรือที่ท่านจะไปแลกชีวิตกับคนเลวอย่างหัวหน้าเซียง ท่านเป็นถึงผู้นำห้าเผ่า ควรรักษาชีวิตเอาไว้ปกปักษ์ผู้คนในแดนเซี่ยงซาวานจะดีกว่านะเจ้าคะ ในตอนนี้เผ่าฝูซากับเผ่าเซียนซาก็สิ้นผู้นำแล้ว ยังมีเรื่องที่ท่านต้องจัดการอีกมาก พี่เยี่ยนสือเองก็เพิ่งหายป่วย หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด?” พอถูกบุตรสาวขึ้นเสียงใส่เช่นนั้น หัวหน้าเผ่าเหลียนซาก็หุบปากลงฉับ “จริงด้วยขอรับท่านพ่อ เสี่ยวถงพูดถูก ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิต ตอนนี้หัวหน้าเซียงก็ตายไปแล้ว เป็นผู้เฒ่าโอสถที่เอาแมงมุมยัดใส่ปากเขาตอนที่ตกลงมาจากหลังคา” กัวเยี่ยนสือบรรยายสภาพการตายของเซียงเชินจนบิดาต้องกำหมัด “สภาพเช่นนั้นไม่ต่างจากตอนที่เจ้าสองคนถูกแมงมุมกัด นับว่าเป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว เห็นทีข้าคงต้องมอบรางวัลแด่ผู้
เซียงเชินกับกัวเฉิงกระโจนตามกันขึ้นไปบนหลังคา กระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ล้วนเป็นสุดยอดท่าไม้ตายที่หมายจะปลิดชีวิตของศัตรู กัวเอินถงนึกเป็นห่วงบิดาแต่วิถีของจอมยุทธ์ย่อมต้องดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี นี่เป็นการต่อสู้เพื่อสะสางหนี้แค้นที่นางไม่ควรเข้าไปยุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นว่าบิดาถูกกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าที่แขน แต่ในเวลาไม่นานกัวเฉิงก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จ “ไม่เลวเลยจริงๆ หลังจากอาการของพ่อเจ้าดีขึ้น วรยุทธ์ของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นมามาก แม้จะไม่เท่าเดิม แต่ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว” ผู้เฒ่าโอสถพยักหน้า “นับว่ายาที่ข้าไปเสาะหามาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพยักหน้า “ยาบำรุงพวกนั้นดีที่สุดเท่าที่มีขายในแคว้นหมิง ข้าให้คนออกไปกว้านซื้อมาจากทุกมุมเมืองตามที่ท่านแนะนำไว้” กัวเยี่ยนสือผู้ไร้วรยุทธ์ถอยไปอยู่ด้านหลังเหล่าองครักษ์ เขามองดู อิ่นเหว่ยถิงกับเฉินอี้ชิงต่อสู้ด้วยความเลื่อมใส และยิ่งได้เห็นน้องเขยที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์ไฟแสดงฝีมือแล้วก็ยิ่งอยากจะฝึกวิทยายุทธ์ให้สำเร็จ วันหน้าในยามที่กัวเอินถงกลับไปแคว้นหมิงแล้ว แม่ทัพกัวตัวจริงอย่าง
“เสี่ยวถง เจ้าไหวหรือไม่? ให้ข้าพาไปเข้านอนดีไหม?” จีหลุนสีหน้าเป็นกังวล สามชีวิตในร่างของกัวเอินถงนี้เขาต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อกล่าวปิดงานก่อนก็แล้วกัน” หัวหน้ากัวลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทหารทุกคนที่เดินทางไปสู้รบจนปราบเผ่าฝูซาได้สำเร็จและขอบคุณที่ช่วยปกป้องจวนสกุลกัวให้ปลอดภัยจากคนเลว พอกล่าวจบทุกคนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกัน พลันเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาจากหลังคาเรือนใหญ่ “จะรีบไปไหนเล่ากัวเฉิง? คืนนี้ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้าคนสกุลกัวไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อในนรก” สายตาทุกคู่หันไปยังร่างในชุดสีน้ำเงินขลิบทองที่ยืนจังก้าอยู่ข้างบน “หัวหน้าเซียง!” “ใช่! ข้าเอง ข้ามาทวงแค้นแทนบุตรชายของข้า!” “เชอะ! แค้นของบุตรชายเจ้า แล้วแค้นของลูกข้าเล่า? เจ้าใช้แมงมุมพิษมาทำร้ายลูกของข้าก่อน แต่พอถูกทำคืนกลับแค้นเคือง เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกระมัง?” หัวหน้ากัวตะโกนตอบ พร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านข้าง องครักษ์คนสนิทจึงส่งกระบี่ให้ “ข้าดื่มสุรารอเจ้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวมา ความแค้นระหว่างเราค
เซียงเจียสวี่ที่หมดสติไปนาน ร่างกายร้อนผ่าวราวกับคนหลงทางอยู่กลางทะเลทราย บิดาของเขาเอายาพิทักษ์ร่างมาค่อยๆ ป้อนให้ ทว่าร่างกายที่ถูกพิษแมงมุมกัดกร่อนภายในจนเสียหายไม่อาจฟื้นได้ทัน ทำให้คุณชายสกุล เซียงตกอยู่ในสภาพเดียวกับกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด หัวหน้ามือสังหารเล่าความลับที่เซียงเจียสวี่ได้เห็นในถ้ำหินให้กับเซียงเชินฟัง หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดด้วยความโมโห “ที่แท้แม่ทัพกัวก็คือกัวเอินถง ส่วนกัวเยี่ยนสือนอนเป็นผักอยู่ในถ้ำ มิน่า...นางจึงคลุมผ้าทุกครั้งที่ออกมาต้อนรับแขก นี่ข้าถูกตบตามานานตั้งหลายปีหรือนี่?” “วรยุทธ์ของกัวเอินถงร้ายกาจยิ่งนัก พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ซ้ำยามนี้นางยังมีแม่ทัพใหญ่แคว้นหมิงคอยช่วยเหลือ สองสามีภรรยาใจเป็นหนึ่ง ยากนักจะทำลายได้ ดีที่พาคุณชายหลบหนีออกมาได้ขอรับ” หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดแน่น “แค้นนี้ ข้าจะต้องชำระแน่” ผู้เฒ่าโอสถยืนยันกับทุกคนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอีกไม่นานคนเผ่า เซียนซาจะต้องกลับมาชิงศิลาหิมะอีกครั้งอย่างแน่นอน ลี่เทียนเป่าได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตาเฒ่า ท่านพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย
คนทั้งหมดจึงพากันเดินออกไปยังเรือนใหญ่ สองพี่น้องฝาแฝด กุมมือกันเดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ่าวรับใช้ สาวใช้ และองครักษ์ทั้งหลายเห็นสองพี่น้องต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าตอนโตของคุณชายกัว สองพี่น้องมีใบหน้าเหมือนกันอย่างมาก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสองพี่น้องสกุลกัวช่างงดงามยิ่ง ทว่ามีหลายคนรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ กัวเยี่ยนสือก็สูงขึ้นอย่างมาก “คุณหนู เดินได้แล้วหรือขอรับ?” พ่อบ้านยิ้มปลื้มที่ผ่านมาเขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่ากัวเอินถงคือสตรีพิการ ในตอนที่นางกลับจากแคว้นหมิงได้ยินว่านางได้กินยาวิเศษจากท่านฝู่กั๋วกงผู้เป็นบิดาของสามี ไม่คิดเลยว่าผ่านไปไม่นานนางจะเดินได้เป็นปกติ “ใช่ ข้าเดินได้แล้ว เป็นเพราะไข่มุกสวรรค์ของท่านพี่แท้ๆ” หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับจีหลุน นางกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อหวังให้บิดาคลายความแค้นเคืองในตัวสามี “เจ้านั่งเสียก่อนเถิด ลืมแล้วหรือไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เพิ่งจะเข้าเดือนที่สามเองนะเสี่ยวถง” เสียงแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาเหมือนจะบอกกล่าวภรรยาด้วยความห่วงใย แท้จริงเขาอยากจะให้ท่านพ่อตาได้ยินเรื่อ







