Beranda / รักโบราณ / ฮูหยินของแม่ทัพจี / บทที่ 4 แต่งกับศัตรู

Share

บทที่ 4 แต่งกับศัตรู

last update Tanggal publikasi: 2026-01-27 10:52:48

            ได้ยินสหายกล่าวเช่นนั้น จีหลุนถึงกับใบหน้าอึมครึมลงไปอีกหลายส่วน เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มัวแต่ห่วงเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของศัตรู

            “เอ๊ะ! จริงด้วย ข้ายังไม่ได้เห็นใบหน้านางชัดๆ เลยสักคราว นางเอาแต่อ้างว่าเป็นธรรมเนียมของเผ่าที่ไม่อาจจะเปิดหน้าให้บุรุษเห็นได้ หากว่าความจริงนางขี้ริ้วขี้เหร่ล่ะก็ มิใช่ว่าข้าได้ภรรยาทั้งทีทั้งพิการทั้งขี้ริ้วหรอกหรือ?”

            ลี่เทียนเป่ามองซ้ายมองขวาก่อนจะกัดฟันพูดกับสหาย “เหล่าจี การที่เจ้าได้รับสมรสพระราชทานครั้งนี้ก็ไม่นับว่าเสียเปรียบหรอกกระมัง เดิมเจ้าก็มีอาการบาดเจ็บนั่นอยู่แล้ว เจ้าแต่งกับนางที่เป็นคนพิการก็ไม่ต้องร่วมรัก ดีแล้วจะได้ไม่มีผู้ใดรู้ความลับของเจ้า”

            จีหลุนแสยะยิ้ม “หึ! เพราะความแค้นนี้นี่ล่ะ ข้าจึงอยากจะฆ่าพี่ชายของนางให้ตายคามือ ไหนเลยจะอยากแต่งไปร่วมเครือญาติ”

            กุนซือหนุ่มพลันนึกได้อย่างหนึ่ง “เหล่าจี นี่มิใช่ว่า กัวเยี่ยนสือรู้เรื่องที่เจ้าบาดเจ็บตรงนั้นหรอกนะ? ที่ส่งน้องสาวมาแต่งงานกับเจ้าก็เพราะเรื่องนั้น”

            แม่ทัพหนุ่มกัดฟันกรอดๆ “มันคิดจะเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ?”

            “ข้าว่าเป็นแผนมากกว่า ได้ยินมาว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซารักใคร่บุตรสาวคนนี้ยิ่งนัก ผู้ใดจะส่งบุตรสาวสุดที่รักมาแต่งกับบุรุษที่พร้อมจะมีภรรยาได้หลายคนเล่า? หากว่าให้นางแต่งงานกับเจ้า เรื่องนี้เป็นอันว่าไม่ต้องห่วง”

            “ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาที่รบไม่ถอยมาสี่ปี จู่ๆ จะคิดเรื่องง่ายๆ อย่างนี้ออกมา บางทีห้าเผ่าอาจจะมีแผนการซ่อนอยู่”

            “ต่อให้เจ้าจะสงสัย แต่ยามนี้เจ้าก็ต้องแต่งงานกับนางแล้ว พรุ่งนี้        พระราชโองการก็คงจะไปถึงวังจี เรากลับไปเตรียมตัวกันจะดีกว่า” ลี่เทียนเป่าเห็นใบหน้าของสหายเปลี่ยนสลับเขียวสลับแดงด้วยความโมโหก็รีบเตือนสติ

            จีหลุนได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นึกสาปแช่งหัวหน้าเผ่าเหลียนซาและบุตรชาย “ได้ ในเมื่อพวกเขาวางแผนเช่นนี้ ข้าก็จะเอาแค้นทั้งหมดมาลงไว้ที่นางก็แล้วกัน”

            ฝู่กั๋วกงกับฮูหยินได้ยินเรื่องที่บุตรชายบอกก็ถึงกับตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะหุบยิ้มทำสีหน้าเคร่งขรึม

            “พ่อ ดูดวงดาวของเจ้าก็เห็นว่าประกายมงคล แต่ขณะเดียวกันก็มีดาวศัตรูอยู่ทิศที่เล็งเข้าหา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเร็วเช่นนี้”

            จีหลุนใจหายวาบ “ข้าไม่ได้ดูดวงดาวประจำตัวของตนเองเลยขอรับ มัวแต่จัดการเรื่องในค่ายทหารและยังต้องเร่งรีบเดินทางตามพระราชโองการอีก”

            “ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่ได้ทำอันตรายถึงชีวิตของเจ้า เพียงแต่เจ้าถูกศัตรูตั้งเป็นเป้าหมายเอาไว้แล้ว จะอย่างไรก็ยากจะสลัดพ้น หากว่าแม่นางแซ่กัวผู้นี้เป็นหญิงพิการจริงๆ อย่างนั้นเราก็ให้นางพักอาศัยอยู่ในวังจีไปเถิด เพิ่มคนอีกไม่กี่คนเราก็ดูแลได้”

            มารดาของจีหลุนถอนหายใจ “ท่านพี่ เรายังไม่มีหลานสายตรงเลยนะเจ้าคะ หากว่าเสี่ยวหลุนแต่งงานกับแม่นางกัวคนนี้ วันหน้าก็คงต้องรับอนุภรรยาให้ เราจึงจะได้หลาน”

            “ฮูหยิน เรื่องนั้นเอาไว้ว่ากันทีหลังเถิด ในเมื่อแม่นางกัวคนนี้ต้องเข้ามาอยู่ในสกุลจีแล้ว เราต้องระวังนางเอาไว้ก่อน ไม่รู้ว่าหัวหน้าเผ่าเหลียนซาต้องการสิ่งใดกันแน่? ข้าไม่เชื่อว่าเขาเลื่อมใสในตัวเสี่ยวหลุนจนต้องการให้บุตรสาวมาแต่งงานด้วย”

            “ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ จะรีบสั่งให้คนของข้าสืบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด”

            จีหลุนเล่าให้บิดาและมารดาฟังถึงการสู้รบครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับกัวเยี่ยนสือพี่ชายฝาแฝดของกัวเอินถง

            “นางบอกว่าพี่ชายบาดเจ็บสาหัสไม่อาจจะออกรบได้อีกแล้ว หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น กัวเยี่ยนสือหายไปแต่มีบุตรชายของหัวหน้าเผ่าฝูซาออกมาแทน คนผู้นี้ อายุยังน้อย การต่อสู้ดุดันโหดเหี้ยม ข้าเคยประมือกับเขาสองครั้งก่อนจะมาที่นี่”

            “เสี่ยวหลุน เจ้าไม่อยู่แล้วผู้ใดรับมือแทนเจ้า?”

            “ข้าประเมินแล้วว่าด้วยกำลังพลและฝีมือของสองพี่น้องสกุลจิ้นเผ่าฝูซา ไม่อาจจะเอาชนะพญายมคู่อิ่นเฉินของข้าได้ ดังนั้นจึงวางใจให้พวกเขาและ      แม่ทัพอาวุโสทั้งสองดูแลแทนขอรับ”

            หวังหยุนผิงผู้เป็นมารดาของจีหลุนเห็นว่าต้องเตรียมวังจีเพื่อจัดการสมรสครั้งนี้ให้เหมาะสม นางจึงได้ขอตัวออกไปสั่งพ่อบ้านและบ่าวรับใช้ในเรือน

            วังจีเป็นนามที่ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงพระราชทานให้ สาวใช้และบ่าวรับใช้ในวังจีล้วนเป็นคนเก่าแก่ คนเหล่านี้แม่นยำในหลักเกณฑ์และระเบียบของคนชั้นสูง เมื่อได้รับคำสั่งให้เตรียมสถานที่สำหรับการแต่งงานก็เร่งมือเตรียมข้าวของและสถานที่

            “พ่อบ้านต้วน พรุ่งนี้หลูกงกงก็คงจะส่งคนมาช่วยดูแล เจ้าอย่าให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด ส่วนเรือนนอนของแม่นางกัวนั้น เจ้ารีบจัดการวางเวรยามให้แน่นหนา ปลูกต้นไม้บังตามิให้นางคอยสอดส่องในวังจีได้สะดวก”

            ต้วนชางผู้เป็นพ่อบ้านเพิ่งมารับงานต่อจากพ่อบ้านคนเดิมได้ห้าปี เขาเป็นบ่าวรับใช้ที่เติบโตขึ้นมาในวังจีจึงได้รับความไว้วางใจอย่างมาก

            “ขอรับ ฮูหยิน”

            “แม้จะเป็นสมรสพระราชทาน แต่นางก็คือคนนอก ข้าไม่ได้วางใจแม้สักนิด พี่ชายนางกับท่านชายสู้รบกันมาสี่ปีแล้ว จู่ๆ จะมาแต่งงานเข้าวังจี ข้าเองก็ยังไม่วางใจ เมื่อนางเข้ามาแล้ว เจ้าก็คอยให้คนจับตามองให้ดี”

           

            ขบวนอัญเชิญพระราชโองการดูแล้วชวนให้เกรงขาม หลูกงกงเป็นขุนนางคนสำคัญของวังหลวง เดินทางมาถึงวังจีด้วยตนเอง สกุลจีได้รับความไว้วางพระทัยจากหมิงฮ่องเต้หลังจากยอมทำลายตรามังกรคู่ ดังนั้นเพื่อให้เกียรติและแสดงความจริงใจ หมิงฮ่องเต้จึงส่งหลูกงกงเป็นผู้แทนพระองค์

หลูกงกงมีความเกรงอกเกรงใจในฝู่กั๋วกง หลังจากประกาศพระราช      โองการและมอบม้วนผ้าลายมังกรนั้นแล้วก็ยังทรุดตัวลงนั่งดื่มชาอู่หลงชั้นดีอีก  ครู่ใหญ่เพื่อถ่ายทอดพระดำรัสให้กับเจ้าของวังได้ทราบ

            “ฝ่าบาทเองก็จนพระทัย ท่านกั๋วกงก็รู้ว่าศึกชายแดนกับห้าเผ่ายืดเยื้อมานาน สูญสิ้นชีวิตทหารและทรัพย์สินไปไม่น้อย ฝ่าบาทไม่ได้ต้องการทำให้ท่านลำบากใจ ทรงรู้ว่าท่านมีบุตรชายเพียงคนเดียวและยังไม่มีทายาทสายหลักที่เกิดจากท่านชายจี นี่เป็นเพราะมีสาส์นมาจากหัวหน้าห้าเผ่าที่ยืนยันว่าต้องการให้แม่นางกัวแต่งงานกับท่านชายจีเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่จะไม่ยอมสงบศึก ฝ่าบาททรงไม่มีทางเลือกจริงๆ”

            ฝู่กั๋วกงฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป นี่คงเป็นพระดำรัสที่ฝากหลูกงกงมาเป็นการส่วนพระองค์ ในเมื่อฮ่องเต้ทรงเห็นแล้วว่ากัวเอินถงเป็นสตรีพิการย่อมมิให้นางแต่งกับองค์ชายทั้งหลายที่เป็นพระอนุชา ทว่าขุนนางก็มีให้ทรงเลือกมากมายย่อมต้องละเว้นสกุลจี...นี่คงเป็นเพราะหมดทางจะหลีกเลี่ยง

            “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ฝากกราบทูลว่าข้าเข้าใจในความลำบากครั้งนี้ และยินดีจะแบ่งเบาภาระแผ่นดิน”

            “ขอบคุณท่านกั๋วกงที่เข้าใจในความลำบากพระทัยของฝ่าบาท”

            ท่านชายจีนั่งดื่มสุราอยู่กับลี่เทียนเป่ามองดูบ่าวรับใช้เดินขวักไขว่ไปมา สีหน้าไม่ยินดียินร้าย เขาไม่เคยจินตนาการเลยสักครั้งว่าตนเองจะต้องมาแต่งงานด้วยการถูกยัดเยียดเช่นนี้ เมื่อหลายปีก่อนเป็นเขาที่บอกกับบิดามารดาว่าขอเลือกภรรยาด้วยตนเอง  คนทั้งสองยอมตกลง

            ต่อมาจีหลุนออกไปเป็นทหารจึงหลีกหนีเรื่องนี้ไปได้ แต่เมื่อสี่ปีก่อนตอนที่ห้าเผ่าก่อศึกครั้งแรกเขาก็เคราะห์ร้าย ถูกกัวเยี่ยนสือทำร้ายเอาที่จุดสำคัญ การไร้ความรู้สึกส่วนนั้นทำให้จีหลุนเศร้าเสียใจและหมดหวัง มีเพียงลี่เทียนเป่าที่รู้เรื่องนี้ สหายของช่วยสรรหายามาจากทั่วทุกสารทิศแต่ก็ยังไม่ได้ผล

            “เหล่าจี! เหล่าจี!”

            จีหลุนที่ตกอยู่ในภวังค์ดึงสติคืนมาได้ ครั้นก้มลงมองมือที่ถือกาสุรา เมื่อเห็นสุราไหลราดเลอะเทอะก็รีบตั้งบนโต๊ะ

            “เจ้าคิดเรื่องนั้นอยู่หรือ?”

            แม่ทัพหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อย “เหล่าลี่ ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกกับเจ้า”

            เห็นสีหน้าของจีหลุน ลี่เทียนเป่ารีบขยับเข้ามาใกล้ เขารู้สึกว่าสหายมีเรื่องสำคัญมากที่อยากจะบอก “ว่ามาสิ”

            “ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะยาที่เจ้าหามาให้พวกนั้นหรือไม่? แต่ยามนี้ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้าเริ่มมีการตอบสนองแล้ว”

            “ไอหยา! เจ้าพูดจริงหรือ?” สีหน้าของกุนซือหนุ่มเบิกบานยิ่ง ที่ผ่านมาเขากลุ้มใจกับเรื่องของจีหลุนไม่ต่างไปจากเรื่องของตนเอง

            ในยามที่สหายตกอยู่ในห้วงความทุกข์สาหัส ลี่เทียนเป่าก็ไม่อาจจะสงบใจ ที่เขามักจะออกจากค่ายพยัคฆ์ไฟไปเที่ยวเล่นในเมืองฉู่จิ้ง ตามความเข้าใจของคนทั้งหลายคิดว่าเขาเป็นบุรุษเหลวไหลเสเพล ชื่นชอบหญิงคณิกา และมักจะไปร่ำสุราอยู่บ่อยๆ

            แท้จริงลี่เทียนเป่าออกไปข้างนอกก็เพื่อเสาะหาตำราและผู้คนที่รู้วิธีการรักษาอาการบาดเจ็บของจีหลุน อาการที่ทำให้บุรุษเจ็บปวดที่ใจยิ่งกว่าการไร้ซึ่งแขนขา

         ....อาการนี้ไม่อาจจะเอ่ยปากต่อผู้อื่นให้ได้รู้...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 107 เด็กๆ ตั้งหลายคน (ตอนจบ)

    เมื่อย้อนกลับมายังเผ่าเหลียนซาอีกครั้ง จีหลุนรีบถือโอกาสตอนที่พ่อตายังนอนอยู่บนเตียงขอลาแม่ยายกลับไปยังแคว้นหมิง ผู้เฒ่าโอสถเห็นดีเห็นงามจึงได้มอบยาเม็ดพลังม้าศึกให้กัวเอินถงอีกแปดเม็ด “เจ้ากินเดือนละเม็ดก็พอ ร่างกายและลูกน้อยของเจ้าจะได้แข็งแรง เดินทางไกลก็ไม่กระทบกระเทือนครรภ์ เอาไว้เจ้าคลอดลูกแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมที่แคว้นหมิงก็แล้วกัน” จีหลุนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาภรรยาออกเดินทาง เขาอ้างว่าไม่อาจจะรอให้กัวเฉิงลุกขึ้นเดินได้สะดวก “หากว่ารอจนท่านพ่อของเจ้าหายดี เห็นทีเราคงไม่ได้กลับแคว้นหมิง คราวนี้ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์เหิน ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่วังจีก็ไม่วางใจ” กัวเอินถงยิ้มกว้าง ยกสองมือขึ้นลูบแก้มสามีแล้วยื่นหน้าไปจูบที่ริมฝีปากเขาติดๆ กันสองสามที “ข้ารู้ ท่านพี่ไม่ยอมทิ้งข้ากับลูกเด็ดขาด ข้าเองก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นมาแยกเราจากกันหรอกเจ้าค่ะ” สายตาของแม่ทัพหนุ่มวิบวับขึ้นมาทันที “เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะเสี่ยวถง ข้าเป็นคนอ่อนไหวกับการสัมผัสตัวเจ้า ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มร้อนข

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 106 แผนระยะยาว

    กัวเฉิงรู้สึกตัวในวันต่อมา เขาลุกขึ้นได้ก็โวยวายด่าทอลูกเขยเสียงดังลั่น “จีหลุน เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม? ข้าจะฆ่าเซียงเชินด้วยมือของข้าเอง เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับไม่เคารพข้า” กัวเอินถงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบิดาประณามสามีก็รู้สึกทนไม่ได้ “ท่านพ่อ ข้าเป็นคนสั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นเอง มันควรหรือที่ท่านจะไปแลกชีวิตกับคนเลวอย่างหัวหน้าเซียง ท่านเป็นถึงผู้นำห้าเผ่า ควรรักษาชีวิตเอาไว้ปกปักษ์ผู้คนในแดนเซี่ยงซาวานจะดีกว่านะเจ้าคะ ในตอนนี้เผ่าฝูซากับเผ่าเซียนซาก็สิ้นผู้นำแล้ว ยังมีเรื่องที่ท่านต้องจัดการอีกมาก พี่เยี่ยนสือเองก็เพิ่งหายป่วย หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด?” พอถูกบุตรสาวขึ้นเสียงใส่เช่นนั้น หัวหน้าเผ่าเหลียนซาก็หุบปากลงฉับ “จริงด้วยขอรับท่านพ่อ เสี่ยวถงพูดถูก ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิต ตอนนี้หัวหน้าเซียงก็ตายไปแล้ว เป็นผู้เฒ่าโอสถที่เอาแมงมุมยัดใส่ปากเขาตอนที่ตกลงมาจากหลังคา” กัวเยี่ยนสือบรรยายสภาพการตายของเซียงเชินจนบิดาต้องกำหมัด “สภาพเช่นนั้นไม่ต่างจากตอนที่เจ้าสองคนถูกแมงมุมกัด นับว่าเป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว เห็นทีข้าคงต้องมอบรางวัลแด่ผู้

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 105 ทำตามที่เจ้าบอก

    เซียงเชินกับกัวเฉิงกระโจนตามกันขึ้นไปบนหลังคา กระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ล้วนเป็นสุดยอดท่าไม้ตายที่หมายจะปลิดชีวิตของศัตรู กัวเอินถงนึกเป็นห่วงบิดาแต่วิถีของจอมยุทธ์ย่อมต้องดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี นี่เป็นการต่อสู้เพื่อสะสางหนี้แค้นที่นางไม่ควรเข้าไปยุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นว่าบิดาถูกกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าที่แขน แต่ในเวลาไม่นานกัวเฉิงก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จ “ไม่เลวเลยจริงๆ หลังจากอาการของพ่อเจ้าดีขึ้น วรยุทธ์ของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นมามาก แม้จะไม่เท่าเดิม แต่ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว” ผู้เฒ่าโอสถพยักหน้า “นับว่ายาที่ข้าไปเสาะหามาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพยักหน้า “ยาบำรุงพวกนั้นดีที่สุดเท่าที่มีขายในแคว้นหมิง ข้าให้คนออกไปกว้านซื้อมาจากทุกมุมเมืองตามที่ท่านแนะนำไว้” กัวเยี่ยนสือผู้ไร้วรยุทธ์ถอยไปอยู่ด้านหลังเหล่าองครักษ์ เขามองดู อิ่นเหว่ยถิงกับเฉินอี้ชิงต่อสู้ด้วยความเลื่อมใส และยิ่งได้เห็นน้องเขยที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์ไฟแสดงฝีมือแล้วก็ยิ่งอยากจะฝึกวิทยายุทธ์ให้สำเร็จ วันหน้าในยามที่กัวเอินถงกลับไปแคว้นหมิงแล้ว แม่ทัพกัวตัวจริงอย่าง

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 104 ทวงแค้น

    “เสี่ยวถง เจ้าไหวหรือไม่? ให้ข้าพาไปเข้านอนดีไหม?” จีหลุนสีหน้าเป็นกังวล สามชีวิตในร่างของกัวเอินถงนี้เขาต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อกล่าวปิดงานก่อนก็แล้วกัน” หัวหน้ากัวลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทหารทุกคนที่เดินทางไปสู้รบจนปราบเผ่าฝูซาได้สำเร็จและขอบคุณที่ช่วยปกป้องจวนสกุลกัวให้ปลอดภัยจากคนเลว พอกล่าวจบทุกคนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกัน พลันเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาจากหลังคาเรือนใหญ่ “จะรีบไปไหนเล่ากัวเฉิง? คืนนี้ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้าคนสกุลกัวไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อในนรก” สายตาทุกคู่หันไปยังร่างในชุดสีน้ำเงินขลิบทองที่ยืนจังก้าอยู่ข้างบน “หัวหน้าเซียง!” “ใช่! ข้าเอง ข้ามาทวงแค้นแทนบุตรชายของข้า!” “เชอะ! แค้นของบุตรชายเจ้า แล้วแค้นของลูกข้าเล่า? เจ้าใช้แมงมุมพิษมาทำร้ายลูกของข้าก่อน แต่พอถูกทำคืนกลับแค้นเคือง เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกระมัง?”​ หัวหน้ากัวตะโกนตอบ พร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านข้าง องครักษ์คนสนิทจึงส่งกระบี่ให้ “ข้าดื่มสุรารอเจ้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวมา ความแค้นระหว่างเราค

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 103 นอนเป็นผัก

    เซียงเจียสวี่ที่หมดสติไปนาน ร่างกายร้อนผ่าวราวกับคนหลงทางอยู่กลางทะเลทราย บิดาของเขาเอายาพิทักษ์ร่างมาค่อยๆ ป้อนให้ ทว่าร่างกายที่ถูกพิษแมงมุมกัดกร่อนภายในจนเสียหายไม่อาจฟื้นได้ทัน ทำให้คุณชายสกุล เซียงตกอยู่ในสภาพเดียวกับกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด หัวหน้ามือสังหารเล่าความลับที่เซียงเจียสวี่ได้เห็นในถ้ำหินให้กับเซียงเชินฟัง หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดด้วยความโมโห “ที่แท้แม่ทัพกัวก็คือกัวเอินถง ส่วนกัวเยี่ยนสือนอนเป็นผักอยู่ในถ้ำ มิน่า...นางจึงคลุมผ้าทุกครั้งที่ออกมาต้อนรับแขก นี่ข้าถูกตบตามานานตั้งหลายปีหรือนี่?” “วรยุทธ์ของกัวเอินถงร้ายกาจยิ่งนัก พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ซ้ำยามนี้นางยังมีแม่ทัพใหญ่แคว้นหมิงคอยช่วยเหลือ สองสามีภรรยาใจเป็นหนึ่ง ยากนักจะทำลายได้ ดีที่พาคุณชายหลบหนีออกมาได้ขอรับ” หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดแน่น “แค้นนี้ ข้าจะต้องชำระแน่” ผู้เฒ่าโอสถยืนยันกับทุกคนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอีกไม่นานคนเผ่า เซียนซาจะต้องกลับมาชิงศิลาหิมะอีกครั้งอย่างแน่นอน ลี่เทียนเป่าได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตาเฒ่า ท่านพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 102 พิษแมงมุม

    คนทั้งหมดจึงพากันเดินออกไปยังเรือนใหญ่ สองพี่น้องฝาแฝด กุมมือกันเดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ่าวรับใช้ สาวใช้ และองครักษ์ทั้งหลายเห็นสองพี่น้องต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าตอนโตของคุณชายกัว สองพี่น้องมีใบหน้าเหมือนกันอย่างมาก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสองพี่น้องสกุลกัวช่างงดงามยิ่ง ทว่ามีหลายคนรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ กัวเยี่ยนสือก็สูงขึ้นอย่างมาก “คุณหนู เดินได้แล้วหรือขอรับ?” พ่อบ้านยิ้มปลื้มที่ผ่านมาเขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่ากัวเอินถงคือสตรีพิการ ในตอนที่นางกลับจากแคว้นหมิงได้ยินว่านางได้กินยาวิเศษจากท่านฝู่กั๋วกงผู้เป็นบิดาของสามี ไม่คิดเลยว่าผ่านไปไม่นานนางจะเดินได้เป็นปกติ “ใช่ ข้าเดินได้แล้ว เป็นเพราะไข่มุกสวรรค์ของท่านพี่แท้ๆ” หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับจีหลุน นางกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อหวังให้บิดาคลายความแค้นเคืองในตัวสามี “เจ้านั่งเสียก่อนเถิด ลืมแล้วหรือไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เพิ่งจะเข้าเดือนที่สามเองนะเสี่ยวถง” เสียงแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาเหมือนจะบอกกล่าวภรรยาด้วยความห่วงใย แท้จริงเขาอยากจะให้ท่านพ่อตาได้ยินเรื่อ

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 7 ยารักษาพิษ

    จิ่งอี้ซ่อนตัวอยู่ข้างรั้วบ้านเช่าหลังเล็กท้ายตรอกแคบ ไม่นาน ก็เห็นร่างผอมบางของสตรีที่สวมชุดบุรุษโผล่ออกมา เขาติดตามนางไปห่างๆ จนมั่นใจว่านางแอบเข้าไปในเรือนพักของกัวเอินถง ก็กลับไปรายงานให้ท่านชายของตนได้ทราบ “คนของแม่นางกัวนัดพบกับคนท้ายตรอกขอรับ พวกนั้นคือคนของเผ่าเหล

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 6 สิ่งที่นางต้องการ

    หลังจากที่กราบทูลขอสมรสพระราชทานกับจีหลุนได้สำเร็จ กัวเอินถงก็ขอให้แคว้นหมิงส่งทหารเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในดินแดนเซี่ยงซาวาน หมิงฮ่องเต้ทรงพอพระทัยยิ่ง การสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนานที่ผ่านมา ทัพแคว้นหมิงไม่อาจจะลุกล้ำเข้าไปในดินแดนเซี่ยงซาวานได้ เป็นเพราะที่ตั้งถูกบดบังเอาไว้ด้วยเนินทรายหลายพันลูก

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 5 อาการวูบวาบ

    ลี่เทียนเป่าฟังจีหลุนเล่าจบก็ยกมือทาบอก หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกลองศึก ชายหนุ่มกลอกตาไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าของปัญหาเสียอีก “นี่มัน! มันเกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่?” “เออ...แต่พอปล่อยมือ อาการนั้นก็หายไปแล้ว” “ตอนที่เจ้าจับคอก

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 3 ตัวประกัน

    “กัวเอินถง แม้ว่าห้าเผ่าจะยินดีมอบบรรณาการแต่แคว้นหมิง เจ้าก็รู้ธรรมเนียมดีอยู่แล้วว่ายังไม่เพียงพอจะเป็นหลักประกันให้เจิ้นเชื่อมั่นในความจงรักภักดี” น้ำเสียงของหมิงฮ่องเต้ดังกังวาน พระพักตร์ยังสงบนิ่ง “เพคะ หม่อมฉันเข้าใจดี ด้วยเหตุนี้หม่อมฉันจึงยินดีจะอยู่เป็นตัวประกันที่แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status