LOGIN
บทนำ
“ไป๋เสี่ยวลี่” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางร้ายตัวท็อปของวงการนักแสดง ไม่ว่าเรื่องไหนที่ได้เธอไปแสดงเป็นนางร้ายจะมียอดเรตติ้งของเรื่องพุ่งกระฉูด ไม่ว่าจะเป็นบทนางร้ายตบตีนางเอก นางร้ายภรรยาน้อย หรือนางร้ายที่โรคจิตไม่ว่าจะร้ายแบบไหนเธอสามารถแสดงได้อย่างแนบเนียนและสมบทบาทจนทุกคนคิดว่านี่คือตัวตนและนิสัยของเธอจริง ๆ
แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเธอต้องดูแลรักษาหุ่นและผิวกายให้สวยสดงดงาม เธอเลือกที่จะกินข้าวเพียงแค่มื้อเดียวระหว่างวัน ออกกำลังกายอย่างสมำเสมอทว่าวันนี้มันไม่เหมือนทุกวันเมื่อจู่ ๆ ระหว่างที่ออกกำลังกายอยู่นั้นเธอกลับหมดสติล้มลงหัวฟาดพื้นเพราะขาดสารอาหาร
เธอคิดว่าเธอต้องตายแล้วแน่ ๆ ขณะนั้นเองเธอรู้สึกตัวอีกทีกลับหายใจไม่ออกเหมือนร่างกายกำลังดำดิ่งลงสู่แม่น้ำ น้ำเริ่มทะลักเข้าจมูกเมื่อหมดแรงจะกลั้นหายใจ เธอจะไม่ยอมตายอย่างนี้เด็ดขาดรีบตะเกียกตะกายพยายามทำทุกวิถีทางให้ตนเองขึ้นไปเหนือน้ำ
“แค่ก ๆ ทำไมฉันมาอยู่ในน้ำแบบนี้ล่ะ จำได้ว่าตัวเองกำลังออกกำลังกายอยู่ไม่ใช่หรือไงกัน ” ร่างบางปีนขึ้นมาเหนือน้ำสำลักน้ำออกจากปากหายใจเข้าปอดอย่างหอบเหนื่อย เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกำลังออกกำลัง แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนที่ ๆ เธอเคยอยู่ ครานั้นเองมีความทรงจำหนึ่งวาบผ่านเข้ามา หัวใจราวกับถูกบีบรัดให้เจ็บปวด น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันตายแล้วมาอยู่ในร่างนี้ในยุคโบราณมีสามีเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ แต่ว่าวันนี้เป็นวันที่สามีของนางกำลังแต่งตั้งอนุเข้าในเรือนสินะ ฮ่า ฮ่า เห็นว่าเล่นบทนางร้ายมามากเลยส่งบทนางเอกให้หรือไง ไม่ล่ะฉันจะไม่เป็นนางเอกอ่อนแอเหมือนเจ้าของร่างนี้เด็ดขาด ฉันจะเป็นนางร้ายเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ฮูหยินใหญ่เอง เพราะบทร้าย ๆ มันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้วไม่มีใครโค่นตำแหน่งนางร้ายแห่งปีไปจากฉันได้ เตรียมรอรับมือได้เลย ”
ตอนที่ 1 ฮูหยินเปลี่ยนไป
ครืก ครืก …เสียงฝีเท้าเดินตามทางอย่างเนิบช้าอาภรณ์เปียกโชกไปด้วยน้ำ สตรีร่างบางเดินตรงมาที่ลานทำพิธี ยามนี้เสียงผู้คนมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น เช่นเดียวกันกับสตรีที่เป็นราวกับตัวเอกงานมงคลในครั้งนี้
“ฮ่า ฮ่า ข้าคิดถูกจริง ๆ ที่เอาอกเอาใจคุณหนูซูจื้อเหยาจนยามนี้นางได้ขึ้นเป็นฮูหยินรองของท่านแม่ทัพ ทั้งสาวทั้งสวยสดงดงามไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาท แตกต่างจากฮูหยินใหญ่ใบหน้าซูบโทรมแถมยังทำตัวราวกับวิญญาณ จริงสิวันนี้ข้าไม่เห็นนางมาที่นี่เลย หรือว่าจะเจ็บปวดจนไม่กล้ามาเสนอหน้ารับน้ำชาจากคุณหนูซูจื้อเหยากันนะ คิก คิก " หญิงรับใช้ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงฮูหยินใหญ่ที่ทุกคนไม่สนใจและไม่เกรงกลัว แม้ว่านางจะมาจากตระกูลยิ่งใหญ่ทว่านางกลับโง่เขลาอ่อนแอ แถมยังขี้เหร่ยิ่งกว่าสาวใช้ในจวนบางนางเสียอีก ทำให้ท่านแม่ทัพไม่สนใจ ละเลยจนทุกคนคิดว่าที่นี่ไม่มีฮูหยินใหญ่เสียแล้ว กระทั่งบุตรทั้งสองที่นางคลอดออกมายังรังเกียจนางเสียจนไม่อยากจะเรียกนางว่ามารดาด้วยซ้ำไป
“ป่านนี้ฮูหยินคงไปนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่ท่านแม่ทัพกำลังแต่งงานกับคุณหนูซูจื้อเหยานะสิ” สาวใช้อีกนางเอ่ยขึ้นพลางใช้มือปิดปากหัวเราะอยากขบขัน
พรึบ!! มือบางเย็นยะเยือกแตะลงที่บ่าของสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะจ้องมองด้วยสายตาจ้องเขม็ง กระตุกยิ้มมุมปากเผยรังสีอำมหิตออกมา สาวใช้ทั้งสองรีบนั่งลงกับพื้นคุกเข่าต่อหน้าร่างกายสั่นระริก
“ฮูหยินข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยถึงท่านเช่นนี้”
“ฮึ ฮึ ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรพวกเจ้าเลยนะ เอาสิพูดต่อสิข้าเป็นเช่นไรนะเมื่อครู่ข้าได้ยินไม่ชัดเจนนัก” เสี่ยวลี่หรือฮูหยินใหญ่ท้าวเอวใช้มือข้างหนึ่งแคะหูทำราวกับว่าตนเองได้ยินไม่ค่อยชัดเรื่องที่พวกนางเอ่ยออกมาเมื่อครู่
ขณะนั้นสาวใช้ทั้งสองเสียวสันหลังวาบ ใจเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองที่ดังอยู่ยามนี้เสียอีก
“ขะ..ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าสมควรตาย” สาวใช้รับเอ่ยน้ำเสียงน้ำสั่นคลอนติด ๆ ขัด ๆ ค้อมศีรษะลงแนบพื้น ร่างบางตระตุกยิ้มก่อนจะโค้งตัวลงกระชากศีรษะของสาวใช้ทั้งสอง กลอกตาราวกับจ้องจะกินเนื้อหนังของพวกนาง ทั้งสองเหงื่อท่วมตัวกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
“ข้าไม่ได้ใจร้ายจนอยากได้ชีวิตต่ำ ๆ ของพวกเจ้าหรอกนะ ..ข้าบอกให้เจ้าพูดออกมา พูดสิว่าข้านั้นราวกับวิญญาณไม่มีความเป็นมนุษย์ นั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ฮ่า ฮ่า หัวเราะสิเมื่อครู่พวกเจ้ายังหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่เลย ยามนี้มาตัวสั่นระริกเสมือนลูกหมาตกน้ำทำไมกัน หรือว่าลืมไปแล้วว่าต้องหัวเราะเช่นไร”
“ฮูหยินพวกข้ากลัวแล้วเจ้าค่ะ พวกข้ารู้สึกผิดแล้วเจ้าค่ะ” สาวรับใช้ตื่นตระหนกรู้สึกว่าวันนี้ฮูหยินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางมีไอสังหารพร้อมที่จะจัดการทุกคนที่ทำให้นางผิดหูผิดตา
“อะไรกันร้องไห้อย่างนั้นหรือ ? ข้าสั่งให้หัวเราะ หรือจะให้ข้าสอนจงหัวเราะออกมาเดี๋ยวนี้" ฮูหยินตวาดเสียงดังสนั่นสาวใช้จำใจเคล้นหัวเราะออกมาด้วยความหวาดกลัว
“ฮ่า ฮ่า”
“ดังกว่านี้ ข้าไม่ได้ยิน" นางตวาดขึ้นเสียงอีกครั้งจนทั้งสองสะดุ้งตกใจหัวเราะออกมาเสียงดังทั้งน้ำตา นางพึงพอใจก่อนจะเหวี้ยงทั้งสองคนอย่างสุดแรง และเดินตรงเข้าไปในงานพิธีทุกสายตาจับจ้องมองนางเหมือนเห็นตัวประหลาด
ซุบซิบนินทาจ้องมองราวกับรังเกลียดเดียดฉันท์ นางไม่ได้สนใจสายตาของผู้อื่น สองเท้าก้าวตรงไปหาสามีแสนเลวทรามต่ำช้า กับสาวใช้ที่เคยปรนนิบัติตนเองมาเนินนาน แท้ที่จริงแล้วนางเพียงแค่มาอยู่เคียงข้างเพราะคอยพูดกลอกหูบุตรทั้งสองและใส่ร้ายให้ทุกคนเกลียดฮูหยินใหญ่แม้กระทั่งแม่ทัพหวังเสวี่ยฟง ผู้เป็นสามี
“ฮูหยินใหญ่มาแล้วหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านไม่อยากมาร่วมยินดีกับข้าเสียอีก แต่ว่าเหตุใดอาภรณ์และสภาพของท่านถึงได้เปียกปอนเช่นนี้” ซูจื้อเหยารีบเข้ามาหาดวงตาประกายแวววาวทำเหมือนดีอกดีใจที่ฮูหยินใหญ่มาร่วมแสดงความยินดีกับตนเอง นางยื่นมือมาเหมือนจะประคองให้ฮูหยินใหญ่ไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกเตรียมไว้ให้นางแต่ก็ถูกฮูหยินปัดมือของนางออกอย่างแรงจนร่างของซูจื้อเหยาเซถลา แม่ทัพเห็นเช่นนั้นรีบเข้ามาประคองจื้อเหยาทันทีและตวาดใส่ฮูหยินใหญ่อย่างไม่ไว้หน้า
“เจ้าต้องการทำอันใดกันแน่ เพียงเท่านี้เจ้าต้องรุนแรงกับจื้อเหยาด้วยหรือ ? ช่างไร้มารยาทจริง ๆ”
“นั่นสิ ๆ หรือว่าเจ้าอิจฉาที่จื้อเหยาเป็นที่ถูกใจแม่ทัพจนเจ้าริษยานาง” มารดาของจื้อเหยาเอ่ยออกมาพร้อมแสดงสีหน้าเย้ยหยัน
“ฮ่า ฮ่า ข้านะหรืออิจฉา หากข้าอิจฉาคงไม่ใจกว้างพอใจให้แม่ทัพได้แต่งงานกับจื้อเหยาหรอกนะฮูหยินซู เจ้าต้องระรึกไว้ว่าข้านะแบ่งปันสามีให้เจ้าได้ใช้ รีบยกน้ำชามาสิข้าจะรีบไปพักผ่อนเสียเวลาจริง ๆ” เสวี่ยฟงมีสีหน้าไม่พอใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ทว่ายามนี้ผู้คนมาร่วมงานของเขามากมายเหลือเกิน เขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้กัดฟันกรอด พลางพยักหน้าให้จื้อเหยาทำตามที่ฮูหยินใหญ่บอก จื้อเหยาใบหน้าอ่อนหวานทำตัวอ่อนตัวโลกพยักหน้าให้สาวใช้ สาวใช้เตรียมน้ำชามายื่นให้แก่จื้อเหยา นางค่อย ๆ คว้าจอกน้ำชาคลานเข่าไปหาฮูหยินใหญ่
ตอนนั้นเองจื้อเหยาได้เผยสีหน้าเมื่อนางก้มหน้าลงคิดแผนทำให้ทุกคนที่นี่เห็นว่าฮูหยินใหญ่โหดร้ายกับนาง นางคลานมาถึงกายของฮูหยินใหญ่ยกน้ำชาให้อย่างใกล้ชิด ขณะนั้นเองที่ฮูหยินใหญ่กำลังยื่นมือมาจับเอาจอกน้ำชา จื้อเหยากลับสาดน้ำชาใส่หน้าตนเองและร้องออกมาเสียงดังว่านี่คือฝีมือของฮูหยิน
“กรี๊ด !! ฮูหยินเหตุใดถึงทำกับข้าเช่นนี้ อึก อึก ท่านแม่ทัพเจ้าคะข้าไม่แต่งกับท่าน ไม่อยากเป็นอนุของท่านแล้วเจ้าค่ะหากทำให้ฮูหยินไม่พอใจเช่นนี้” จื้อเหยารีบใช้ผ้าเช็ดใบหน้าที่เปียกน้ำชาและแสร้งบีบน้ำตา เสี่ยวลี่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะแสยะยิ้ม ลูกไม้ตื้น ๆ เพียงนี้นางรับมือได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะนางเคยแสดงบทละครเป็นบทนี้มาแล้ว
“นี่ฮูหยินหากเจ้าจะอิจฉาริษยาก็ไม่สมควรมาที่นี่ ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน” แม่ทัพเสวี่ยฟงใช้มือดันอกของเสี่ยวลี่ให้ออกห่างจากจื้อเหยาพลางนั่งลงประคองร่างบางให้ลุกขึ้น
“นั่นสิเจ้าคะท่านแม่ท่านโหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจ ”
“ใช่แล้วท่านแม่ทำตัวน่ารังเกียจ ยังไม่รู้ตัวเองอีกหรือขอรับว่าทุกคนที่นี่รังเกียจท่านเพียงใด” เสี่ยวลี่หันขวับไปมองใบหน้าของเด็ก ๆ ทั้งสอง นี่นะหรือ? บุตรที่นางรักยิ่งกว่าชีวิตแต่กลับรังเกียจมารดาที่ให้กำเนิด
“ฮึ ฮึ ข้านะหรือทำเจ้าจื้อเหยา เมื่อครู่ข้ายังคว้ามือไปไม่ถึงชามน้ำชาเลยด้วยซ้ำ เช่นนี้ต่างหากที่เรียกว่าข้าสาดน้ำชาใส่เจ้า” ระหว่างเอ่ยออกมาเสี่ยวลี่คว้าน้ำชาที่อยู่ใกล้ ๆ สาดใส่ใบหน้าของนางอย่างจัง ทุกคนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ำชาร้อน ๆ ทำให้จื้อเหยาแสบร้อนร้องกรี๊ดออกมาเสียงดัง เสี่ยวลี่ไม่ได้ใส่ใจก่อนจะหันไปมองหน้าเด็กทั้งสอง
“พวกเจ้านี่นะรังเกียจมารดาที่ให้กำเนิดแต่กลับไปเชื่อคำพูดของผู้ที่ไม่ได้เบ่งเจ้าออกมา เอาสิในเมื่อพวกเจ้ารังเกียจข้า ข้าก็ไม่อยากมีลูก ๆ เนรคุณอย่างพวกเจ้าเช่นกัน” เสี่ยวลี่หันหลังเดินออกจากงานทันทีเมื่อเอ่ยจบ แม่ทัพเสวี่ยฟงรีบเรียกหาหมอมารักษาและเรียกสาวใช้ให้นำน้ำเย็นมาล้างใบหน้าให้จื้อเหยา ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด
ตอนที่ 9 ใจเต้นแรงฝั่งด้านจื้อเหยานางกลับมาถึงห้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เนื้อตัวเปียกโชนไปหมดเมื่อมาถึงห้องนางกรี๊ดร้องออกมาพร้อมทั้งทำลายข้าวของเพื่อระบายอารมณ์สาวใช้รู้ถึงนิสัยเช่นนี้ของจื้อเหยาอยู่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาห้ามปรามทำได้เพียงยืนอยู่หน้าประตูเฝ้ารอเสียงร้องกรี๊ดของฮูหยินรองเงียบลงถึงกล้าเข้าไปด้านใน หากบุ่มบ่ามเข้าไปมีหวังจะต้องเจ็บตัวแน่ ๆปัง! โครม!“กรี๊ด กรี๊ด!! นังซูซิน ข้าจะฆ่าเจ้า กล้าดีเช่นไรมาแตะต้องตัวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาท่าทางหยิ่งยโสของเจ้า เป็นข้าเองที่จะทำให้เจ้าก้มลงมากราบแทบเท้าข้า คอยดูเถอะวันหนึ่งข้าจะจัดการเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง” ใบหน้าของนางแดงก่ำ ดวงตาขึงปากเม้มแน่นหน้าผากมีรอยย่น จนเส้นเอ็นที่คอโป่ง เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างโทสะ ซูหนานได้ยินเสียงในห้องเงียบไปนางรีบเข้ามาเพื่อดูแลนายหญิงของนาง“ฮูหยินรองเจ้าคะ ตอนนี้สงบสติอารมณ์ก่อนนะเจ้าคะ ค่อย ๆ คิด อย่างไรยามนี้เราได้เปรียบเพราะฮูหยินของข้านั้นครอบครองหัวใจท่านแม่ทัพไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดเขาย่อมเชื่อฮูหยินทุกอย่าง ยามนี้ท่านล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเดินทางออกไปทำตามที่ท่านต้องการเถิด” ซูห
ตอนที่ 8 ข้าขอโทษตุบ ตุบ เสียงมือเล็ก ๆ ที่กำแน่นทุบลงบนอกแกร่งเขาเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนเองจากอ้อมแขน“ปล่อยข้าก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าท่าน ทำเช่นนี้ต้องการอันใด! เห็นหรือไม่ท้องฟ้าที่แจ่มใสยามนี้เริ่มมืดครึ้มเพราะทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำ เป็นแม่ทัพแค่เพียงชื่อหรืออย่างไร ไม่เห็นไปทำการทำงานเอาแต่อยู่ในจวนหรือว่ายังอยู่ในช่วงที่ท่านนอนกกฮูหยินรอง เช่นนั้นก็รีบปล่อยข้าและไปหานางเสีย”“เฮ้อ! นี่ฮูหยินหรือสุนัขทำไมถึงได้โหดและปากดีเช่นนี้ นี่นะหรือสตรีชั้นสูง”“ทำไมเจ้าคะ สตรีชั้นสูงปากดีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้าถูกกระทำมาตลอด ต้องยอมนิ่ง ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยิน ชื่อเสียงของบุตรสาวของอัครเสนาบดีจนคนอื่นมองว่าข้านั่นโง่เขลายิ่งกว่าควายที่ใช้ไถนา ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ฮูหยินของท่านก็ไม่อยากจะรักษามันไว้” พูดจบซูซินใช้เท้ากระทืบลงเท้าของเขาอย่างแรงเขาร้องออกมาอย่างโหยหวยเพราะความเจ็บปวด“โอ๊ย!! ทำไมข้าถึงได้พลาดท่าให้เจ้าอีกแล้วนะฮูหยิน หรือเพราะผู้อื่นไม่เคยทำเช่นนี้กับสามีตนเองมีเพียงแต่เจ้า”“ใช่มีเพียงแต่ข้าที่จะทำร้ายท่าน เป็นแม่ทัพอย่างไรไหวพริบไม่มีสักนิด วันดี ๆ ขอ
ตอนที่ 7 จะทำอย่างไรดีรุ่งเช้าวันต่อมา ณ.ห้องของจื้อเหยาเสียงเรียกของสาวใช้กระตือรือร้นหลังจากกลับมาจากโรงครัวหลังไปแจ้งพ่อครัวว่าวันนี้ซูจื้อเหยาอยากกินอาหารบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ“ฮูหยินรองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”“เจ้านี่นะทำลายอากาศดี ๆ ยามเช้าหมดแล้วเรื่องอันใดเล่าที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง” จื้อเหยากำลังจ้องมองปลาในสระที่ศาลากลางจวนได้เอ่ยขึ้นและมือของนางยังคงโปรยอาหารให้ปลาไม่หยุด“ข้าไปที่โรงครัวได้ยินสาวใช้กล่าวกันว่าเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพถูกฮูหยินจัดการจนอับอายขายขี้หน้าเจ้าค่ะ ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้ปริปากไปที่ใดด้วยเจ้าค่ะ” จื้อเหยานิ่งสนิทหันขวับกลับมามองซูหนาน“แม่ทัพนะหรือถูกฮูหยินทำร้าย นางอ่อนแอเพียงสายลมพัดผ่านร่างกายก็แทบปลิวตามสายลมจะไปมีแรงสู้แม่ทัพได้อย่างไรกัน”“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหยางเหอทำร้ายฮูหยินก่อน ทำให้นางได้รับบาดเจ็บ นางกำลังสั่งสอนคุณชายแต่ท่านแม่ทัพเข้าไปช่วยแต่ก็โดนกระทำด้วยอีกคน เรื่องนี้ท่านแม่ทัพคงอับอายถึงไม่บอกฮูหยินรองสินะเจ้าคะ”“นั่นสิ เมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพมาหาข้าก็ทำตัวปกติไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่อ
ตอนที่ 6 ข้าไม่ผิดซูซินลุกขึ้นแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของแม่ทัพจิกเส้นผมของเขาจนถึงหนังศีรษะ เสวี่ยฟงไม่ทันตัวปล่อยมือออกจากบุตรชาย หันขวับกลับมามองฮูหยินด้วยความตกใจตะโกนร้องเสียงดัง“ย้าก!!”“โอ๊ย!! ฮูหยินเจ้าทำอันใดของเจ้าปล่อยมือเจ้าออกมาเส้นผมของข้าเดี๋ยวนี้”“จะทำอันใดนะหรือ? ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า”เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!! ร่างเล็กง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของแม่ทัพครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะผลักเขาล้มลงกับพื้นขึ้นคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขามีจังหวะได้ตอบโต้ตนเอง“คิดว่าเป็นผู้ชายเป็นแม่ทัพแล้วข้าจะไม่กล้าหรืออย่างไร ท่านกล้าดีอย่างเอาใช้มืออันโสโครกของท่านมาตบใบหน้าของข้า กล้าดีเช่นไรกันห่ะ!! คิดว่ามีมือผู้เดียวหรือไงกัน” ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นสุมอก ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือบุตรชายต่างไม่ได้เรื่องสักคน นางต่างหากที่ถูกพวกเขาทำร้ายร่างกายก่อน“เจ้าเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ หยุดข้าบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ จิ่นอี๋รีบมาจับตัวของนายหญิงเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะใช้กำลังกับนาง”“จิ่นอี๋หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำร้ายเจ้าอีกคนวันนี้ไม่ข้าก็เป็นท่านแม่ทัพที่จะต้องพ่ายแพ้กันไปข้า
ตอนที่ 5 สั่งสอนดวงตะวันบ่ายคล้อยอวี๋ซูซินกลับมาจากข้างนอกสาวใช้จัดการขนของเก็บของเข้าในห้อง นางมานั่งรับลมอยู่ศาลาหน้าห้องโดยมีจิ่นอี๋คอยดูแล เติมน้ำชาและขนมว่างอีกทั้งยังคอยใช้พัดไม้สลักลวดลายสวยงามพัดลมเพื่อระบายความร้อนอยู่ข้าง ๆครั้นนั้นเองจู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กปาเข้ามาจากกำแพงถูกศีรษะของอวี๋ซูซิน นางตกใจเกือบตกเก้าอี้อีกทั้งยังเจ็บแสบที่หน้าผากและเหมือนมีโลหิตสีแดง ๆ ไหลรินออกมาอย่างช้า ๆ“โอ๊ย!!!” อวี๋ซูซินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จิ่นอี๋อยู่ข้าง ๆ ตกใจดวงตาเบิกโพลงรีบวางพัดเข้ามาประคองฮูหยินด้วยควาเป็นห่วงทันที“ฮูหยินเลือด เลือดไหลออกมาจากศีรษะของฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปตามหาตัวผู้ทำนะเจ้าคะ ผู้ใดกันที่กล้าลงมือทำร้ายฮูหยินในจวนของแม่ทัพ” จิ่นอี๋กำลังจะเดินออกไปแต่ถูกอวี๋ซูซินจับมือเอาไว้ก่อน“เจ้าไม่ต้องไปช่วยเอาผ้าเช็ดให้ข้าที”“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าฮูหยินจะปล่อยเอาไว้อีกเช่นเคย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮูหยินถูกกระทำแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเช่นนี้คนที่ทำถึงได้กำเริบไม่เกรงกลัวฮูหยินนะเจ้าคะ”“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะปล่อยไปเล่า พวกเจ้าไปตามจับตัวผู้กระทำมาหาข้าเดี๋ยวน
ตอนที่ 4 คุณชายรูปงามฝั่งด้านจื้อเหยาในห้องเต็มไปด้วยสาวใช้มาคอยดูแล อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวถูขัดกายให้นาง นางนั่งมองคันฉ่อง ใบหน้าของนางแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็เกิดรอบแดงจากน้ำชาร้อน ๆ เช่นเดียวกัน นางใช้มือลูบใบหน้าดวงตาร้อนผ่าวเจ็บแค้นในอก"กล้าดีเช่นไรมาทำลายใบหน้างดงามของข้าหรือคิดจะทำให้ใบหน้าของข้าเกิดความเสียหาย นางเป็นอะไรกันแน่จู่ ๆ ถึงได้มีแววตาและนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ " จื้อเหยาเอ่ยออกมาแผ่วเบา สาวรับใช้ประจำกายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้มีบ่าวในจวนเห็นสตรีท่าทางคล้าย ๆ ฮูหยินเดินไปที่บึงบัวหลังจวนเจ้าค่ะ " จื้อเหยาเริ่มครุ่นคิด นี่สินะที่นางเดินเข้ามาในพิธีด้วยสภาพเปียกน้ำเช่นนั้นหรือว่าฮูหยินตั้งใจไปปลิดชีพตนเอง หลังจากที่นางไปเยือนที่ห้องของฮูหยินเมื่อคืนก่อน"ข้าพอคิดได้แล้วล่ะ นางคงคิดจะปลิดชีพตนเองหลังจากที่ข้าไปหา และบอกนางว่าทุกสิ่งทุกอย่างข้าจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ทำไมนางถึงได้หวนกลับมาหากนางตั้งใจจะปลิดชีพ ? แถมนิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน""มิใช่ว่าฮูหยินจะแก้แค้นหรือเจ้าคะ นางแค้นมากจนมีนิสัยที่เปลี่ยนไป "ซูหน







