LOGINตอนที่ 2 ทวงคืน
เสียงวิจารณ์ดั่งสนั่นตามหลังของเสี่ยวลี่ นางหรือจะสนใจย่างเท้าออกมาด้วยความโมโห ครู่นั้นเสียงของสตรีอีกนางร้องเรียกนางเอาไว้ด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยดวงตาเต็มไปด้วยความดีอกดีใจที่ได้พบเจอนางที่นี่
“ฮูหยินท่านไปอยู่ที่ใดมาเจ้าคะ ข้าตามหาท่านไปทั่วจวนแต่ไม่พบเจอท่านเลย ข้าดีใจจริง ๆ ที่ท่านปลอดภัยว่าแต่เหตุใดอาภรณ์ของท่านถึงเปียกเช่นนี้หรือว่าถูกจื้อเหยารังแก” เสี่ยวลี่หันหลังกลับไปมองโชคดีที่ความทรงจำร่างเดิมย้อนกลับมาจนหมด
“จิ่นอี๋เจ้าเองสินะ สาวใช้ที่หวังดีต่อข้าเพียงผู้เดียว ข้าอยากกลับห้องเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์แล้วข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เชิญเจ้าค่ะ” จิ่นอี๋ผายมือไปด้านหน้าให้ฮูหยินเดินนำส่วนนางเดินตามด้วยความสงสัยเต็มอก ช่วงเช้าตรู่นางตื่นขึ้นมาไปดูแลฮูหยินเหมือนที่เคยทำทุก ๆ วันทว่ากลับไม่พบเจอฮูหยินในห้องนอน นางเป็นห่วงจนไม่สามารถอยู่นิ่งได้ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รู้เรื่องท่านแม่ทัพจะแต่งตั้งจื้อเหยาขึ้นเป็นอนุภรรยา สายตาของฮูหยินเศร้าหมอง เหม่อลอยมากกว่าเดิม จากเดิมที่เงียบขรึมอยู่แล้วยิ่งเงียบไปมากกว่าเดิม ทำให้นางต้องคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างกาย นางวิ่งหาไปทั่วจวนเกรงว่าฮูหยินจะคิดสั้น เมื่อได้เห็นฮูหยินยังปกตินางก็ผ่อนปรนในใจไม่น้อย
มาถึงห้องของฮูหยินใหญ่เสี่ยวลี่ไม่อยากจะเชื่อสายตา แม้ความทรงจำเดิมจะให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจนางเพียงใดแต่นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ? สภาพห้องยิ่งกว่าห้องเก็บของ ห้องของสาวใช้ยังดูดีกว่านี้อีกด้วยซ้ำ เสี่ยวลี่โมโหใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู กวาดสายตาจ้องมองก่อนจะหันไปสั่งการสาวใช้อย่างเด็ดขาด
“จิ่นอี๋เจ้านำอาภรณ์มาเปลี่ยนให้ข้าเดี๋ยวนี้วันนี้ข้ามีเรื่องที่จะต้องจัดการ เมื่อเปลี่ยนอาภรณ์ให้ข้าเสร็จแล้วไปตามบ่าวรับใช้กับสาวใช้สองสามคนเข้ามาที่นี่”
“เจ้าค่ะฮูหยิน” จิ่นอี๋รีบทำตามคำสั่งเดินเข้าไปหยิบอาภรณ์มาเปลี่ยนให้ พลันสายตาของเสี่ยวลี่หันไปเห็นเสื้อผ้านางยิ่งไม่พอใจไปมากกว่าเดิม
“นี่มันอะไรกัน มีแต่เสื้อผ้าสีจืดชื้ดแถมยังไร้รสนิยม ผ้าไหมดูผิวเผินเหมือนจะดีแต่นั่นมิใช่ของราคาถูกหรอกหรือเกินไปหน่อยแล้ว เรื่องนี้ข้าจะจัดการใหม่ทุกอย่าง เจ้ารีบเอามันมาสวมใส่ให้ข้าเร็วเข้าชักช้าไม่ได้การ” จิ่นอี๋ตกใจไม่น้อยคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ฮูหยินของนางเป็นสตรีที่อ่อนช้อย ไม่ชอบสีฉูดฉาด มักจะเลือกใส่อาภรณ์สีสบายตา แต่กระนั้นนางก็ไม่ได้ถามรีบเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนที่ฮูหยินจะโมโหไปมากกว่านี้
ไม่นานหลังจากนั้นจิ่นอี๋ไปตามสาวใช้กับบ่าวรับใช้มาให้ฮูหยิน นางจึงสั่งการให้เก็บของใช้ของนางเท่าที่จำเป็นและย้ายเข้าไปอยู่เรือนฝั่งซ้ายใกล้ห้องแม่ทัพ เพราะที่นั่นเป็นห้องที่งดงามและถูกดูแลเป็นอย่างดีที่สุด มากกว่าห้องที่นางอยู่ยามนี้เสียอีก
“ข้าเป็นถึงบุตรสาวของท่านเสนาบดีอวี๋ผู้ยิ่งใหญ่ ทำเช่นนี้กับข้าไม่ไว้หน้าท่านพ่อของข้าสักนิด เรื่องนี้ท่านพ่อของข้ารู้หรือไม่?” เสี่ยวลี่กล่าวถึงเจ้าของร่าง นางมีนามว่าอวี๋ซูซิน เป็นบุตรสาวอัครมหาเสนาบดี หรือผู้คนเรียกว่าเสนาบดีอวี๋ นางเข้าพิธีมงคลกับแม่ทัพเพราะพระราชโองการของฮ่องเต้ เป็นผู้ประทานงามมงคลครั้งนี้ให้ อยู่กับแม่ทัพหวังเสวี่ยฟง 7 ปี มีบุตรฝาแฝดให้กับเขาคือ หวังหยางเหอ พี่ชายฝาแฝด และหวังเหม่ยลี่ น้องสาวที่คลานตามออกมา ยามนี้บุตรทั้งสองมีอายุ 5 ปี แต่ไม่มีผู้ใดรักนางแถมยังรังเกียจมารดาอีกด้วย แม่ทัพเสวี่ยฟงก็ไม่เคยมาเหยียบที่ห้องของนางอีกเลยตั้งแต่นางคลอดบุตรทั้งสองให้แก่เขา ที่สภาพห้องของนางเก่าและทรุดโทรมเพราะถูกใส่ร้ายว่านางทำร้ายบุตรทั้งสองทั้ง ๆ ที่นางไม่ได้ทำอันใดด้วยซ้ำเอ่ยอธิบายเช่นไรแม่ทัพเสวี่ยฟงก็ไม่เชื่อคำพูดของนางแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเห็นสายตาของเด็ก ๆ ที่มองนางด้วยความหวาดกลัว เขายิ่งเชื่อในสิ่งบุตรทั้งสองเอ่ยออกมา เพียงเพราะเขาไม่สนใจนาง สนใจบุตรทั้งสองจึงทำให้นางอิจฉาริษยาแม้กระทั่งบุตรของนางเอง
จึงสั่งให้ไปอยู่เรือนเล็กหลังจวนเป็นห้องที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ของใช้ก็มีแต่ของที่ผุพัง ตอนนี้นางมิใช่อวี๋ซูซินคนเดิมที่จะยอมทนอยู่เงียบ ๆ เฝ้าคิดรอคอยความรักความเห็นใจจากสามีและลูก ๆ ในเมื่อไม่มีคนรักและสนใจนาง นางก็จะไม่สนใจอีกต่อไป เพราะนางไม่มีความรู้สึกรักใคร่ผูกพันและนางคือเสี่ยวลี่นางร้ายจากอีกโลกไม่ใช่อวี๋ซูซินผู้โง่เขลา
“ไม่ทราบเจ้าค่ะฮูหยินไม่ยอมให้ข้าแจ้งนายท่าน เพราะไม่อยากให้นายท่านต้องมาเห็นสภาพนี้ของฮูหยิน อีกอย่างฮูหยินกลัวว่าท่านเสนาบดีจะแคลงใจกับท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ เกิดเรื่องอันใดกับฮูหยินเจ้าค่ะเหตุใดเรื่องนี้ท่านถึงลืมเลือน"
“คืนก่อนหน้านี้จื้อเหยาเข้ามาหาข้าที่ห้อง นางบอกข้าว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดต้องการข้า ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ภรรยาของแม่ทัพหรือหน้าที่มารดาของลูก ๆ ของข้า นางจะทำหน้าที่แทนข้า และบอกข้าอีกว่าท่านแม่ทัพจะหย่ากับข้า เฮอะ! น่าแปลกเสียจริงที่ข้ารักผู้อื่นมากกว่าตนเองจนไปกระโดดน้ำตาย”
“อะไรนะเจ้าคะ!!!... ฮูหยินไปกระโดดน้ำเพื่อปลิดชีพตนเองหรือ ? เหตุนั้นสินะเจ้าคะท่านถึงกลับมาทั้งอาภรณ์ที่เปียกปอนเช่นนี้ ว่าแต่หากท่านไปปลิดชีพตนเหตุใดถึงล้มเลิกความคิดละเจ้าคะ”
“ฮึ! ช่วงที่ร่างกายของข้ากำลังดำดิ่งลงสู่แม่น้ำ จู่ ๆ ข้าก็เกิดคิดอะไรได้และรักชีวิตตนเองขึ้นมา เหตุใดข้าต้องเอาชีวิตของข้าไปแขวนไว้บนฝีปากของผู้อื่นเล่า ข้าจึงฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าในเมื่อแม่ทัพไม่ต้องการข้า ข้าเองก็ไม่ต้องการเขาเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่ข้าจะหย่านั้นข้าจะแก้แค้นนางเหม่ยลี่สตรีมารยานางนั้นให้รู้สำนึกที่มาตีสนิททำราวกับว่าเป็นสตรีที่ดี แต่กลับหักหลังข้าเพราะความอ่อนแอและไว้ใจคนง่าย เอาล่ะยามนี้เจ้าก็รู้หมดแล้วเดินทางไปที่ตำหนังฝั่งซ้ายกันเถอะ ข้าจะทวงความยุติธรรมและสิทธิ์ของฮูหยินใหญ่ของจวนแม่ทัพคืนมา” จิ่นอี๋เหลือบมองระหว่างที่ฮูหยินกล่าวนางเห็นรอยยิ้มเจ้าเลห์เหี้ยมเกรียมเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ที่เผยออกมาทางสีหน้าของฮูหยินขนแขนของนางลุกซู่เสียวสันหลังเย็บวาบ ที่จวนแห่งนี้กำลังจะเกิดทะเลไฟขึ้น ๆ
ตอนที่ 9 ใจเต้นแรงฝั่งด้านจื้อเหยานางกลับมาถึงห้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เนื้อตัวเปียกโชนไปหมดเมื่อมาถึงห้องนางกรี๊ดร้องออกมาพร้อมทั้งทำลายข้าวของเพื่อระบายอารมณ์สาวใช้รู้ถึงนิสัยเช่นนี้ของจื้อเหยาอยู่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาห้ามปรามทำได้เพียงยืนอยู่หน้าประตูเฝ้ารอเสียงร้องกรี๊ดของฮูหยินรองเงียบลงถึงกล้าเข้าไปด้านใน หากบุ่มบ่ามเข้าไปมีหวังจะต้องเจ็บตัวแน่ ๆปัง! โครม!“กรี๊ด กรี๊ด!! นังซูซิน ข้าจะฆ่าเจ้า กล้าดีเช่นไรมาแตะต้องตัวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาท่าทางหยิ่งยโสของเจ้า เป็นข้าเองที่จะทำให้เจ้าก้มลงมากราบแทบเท้าข้า คอยดูเถอะวันหนึ่งข้าจะจัดการเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง” ใบหน้าของนางแดงก่ำ ดวงตาขึงปากเม้มแน่นหน้าผากมีรอยย่น จนเส้นเอ็นที่คอโป่ง เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างโทสะ ซูหนานได้ยินเสียงในห้องเงียบไปนางรีบเข้ามาเพื่อดูแลนายหญิงของนาง“ฮูหยินรองเจ้าคะ ตอนนี้สงบสติอารมณ์ก่อนนะเจ้าคะ ค่อย ๆ คิด อย่างไรยามนี้เราได้เปรียบเพราะฮูหยินของข้านั้นครอบครองหัวใจท่านแม่ทัพไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดเขาย่อมเชื่อฮูหยินทุกอย่าง ยามนี้ท่านล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเดินทางออกไปทำตามที่ท่านต้องการเถิด” ซูห
ตอนที่ 8 ข้าขอโทษตุบ ตุบ เสียงมือเล็ก ๆ ที่กำแน่นทุบลงบนอกแกร่งเขาเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนเองจากอ้อมแขน“ปล่อยข้าก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าท่าน ทำเช่นนี้ต้องการอันใด! เห็นหรือไม่ท้องฟ้าที่แจ่มใสยามนี้เริ่มมืดครึ้มเพราะทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำ เป็นแม่ทัพแค่เพียงชื่อหรืออย่างไร ไม่เห็นไปทำการทำงานเอาแต่อยู่ในจวนหรือว่ายังอยู่ในช่วงที่ท่านนอนกกฮูหยินรอง เช่นนั้นก็รีบปล่อยข้าและไปหานางเสีย”“เฮ้อ! นี่ฮูหยินหรือสุนัขทำไมถึงได้โหดและปากดีเช่นนี้ นี่นะหรือสตรีชั้นสูง”“ทำไมเจ้าคะ สตรีชั้นสูงปากดีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้าถูกกระทำมาตลอด ต้องยอมนิ่ง ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยิน ชื่อเสียงของบุตรสาวของอัครเสนาบดีจนคนอื่นมองว่าข้านั่นโง่เขลายิ่งกว่าควายที่ใช้ไถนา ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ฮูหยินของท่านก็ไม่อยากจะรักษามันไว้” พูดจบซูซินใช้เท้ากระทืบลงเท้าของเขาอย่างแรงเขาร้องออกมาอย่างโหยหวยเพราะความเจ็บปวด“โอ๊ย!! ทำไมข้าถึงได้พลาดท่าให้เจ้าอีกแล้วนะฮูหยิน หรือเพราะผู้อื่นไม่เคยทำเช่นนี้กับสามีตนเองมีเพียงแต่เจ้า”“ใช่มีเพียงแต่ข้าที่จะทำร้ายท่าน เป็นแม่ทัพอย่างไรไหวพริบไม่มีสักนิด วันดี ๆ ขอ
ตอนที่ 7 จะทำอย่างไรดีรุ่งเช้าวันต่อมา ณ.ห้องของจื้อเหยาเสียงเรียกของสาวใช้กระตือรือร้นหลังจากกลับมาจากโรงครัวหลังไปแจ้งพ่อครัวว่าวันนี้ซูจื้อเหยาอยากกินอาหารบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ“ฮูหยินรองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”“เจ้านี่นะทำลายอากาศดี ๆ ยามเช้าหมดแล้วเรื่องอันใดเล่าที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง” จื้อเหยากำลังจ้องมองปลาในสระที่ศาลากลางจวนได้เอ่ยขึ้นและมือของนางยังคงโปรยอาหารให้ปลาไม่หยุด“ข้าไปที่โรงครัวได้ยินสาวใช้กล่าวกันว่าเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพถูกฮูหยินจัดการจนอับอายขายขี้หน้าเจ้าค่ะ ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้ปริปากไปที่ใดด้วยเจ้าค่ะ” จื้อเหยานิ่งสนิทหันขวับกลับมามองซูหนาน“แม่ทัพนะหรือถูกฮูหยินทำร้าย นางอ่อนแอเพียงสายลมพัดผ่านร่างกายก็แทบปลิวตามสายลมจะไปมีแรงสู้แม่ทัพได้อย่างไรกัน”“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหยางเหอทำร้ายฮูหยินก่อน ทำให้นางได้รับบาดเจ็บ นางกำลังสั่งสอนคุณชายแต่ท่านแม่ทัพเข้าไปช่วยแต่ก็โดนกระทำด้วยอีกคน เรื่องนี้ท่านแม่ทัพคงอับอายถึงไม่บอกฮูหยินรองสินะเจ้าคะ”“นั่นสิ เมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพมาหาข้าก็ทำตัวปกติไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่อ
ตอนที่ 6 ข้าไม่ผิดซูซินลุกขึ้นแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของแม่ทัพจิกเส้นผมของเขาจนถึงหนังศีรษะ เสวี่ยฟงไม่ทันตัวปล่อยมือออกจากบุตรชาย หันขวับกลับมามองฮูหยินด้วยความตกใจตะโกนร้องเสียงดัง“ย้าก!!”“โอ๊ย!! ฮูหยินเจ้าทำอันใดของเจ้าปล่อยมือเจ้าออกมาเส้นผมของข้าเดี๋ยวนี้”“จะทำอันใดนะหรือ? ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า”เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!! ร่างเล็กง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของแม่ทัพครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะผลักเขาล้มลงกับพื้นขึ้นคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขามีจังหวะได้ตอบโต้ตนเอง“คิดว่าเป็นผู้ชายเป็นแม่ทัพแล้วข้าจะไม่กล้าหรืออย่างไร ท่านกล้าดีอย่างเอาใช้มืออันโสโครกของท่านมาตบใบหน้าของข้า กล้าดีเช่นไรกันห่ะ!! คิดว่ามีมือผู้เดียวหรือไงกัน” ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นสุมอก ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือบุตรชายต่างไม่ได้เรื่องสักคน นางต่างหากที่ถูกพวกเขาทำร้ายร่างกายก่อน“เจ้าเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ หยุดข้าบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ จิ่นอี๋รีบมาจับตัวของนายหญิงเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะใช้กำลังกับนาง”“จิ่นอี๋หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำร้ายเจ้าอีกคนวันนี้ไม่ข้าก็เป็นท่านแม่ทัพที่จะต้องพ่ายแพ้กันไปข้า
ตอนที่ 5 สั่งสอนดวงตะวันบ่ายคล้อยอวี๋ซูซินกลับมาจากข้างนอกสาวใช้จัดการขนของเก็บของเข้าในห้อง นางมานั่งรับลมอยู่ศาลาหน้าห้องโดยมีจิ่นอี๋คอยดูแล เติมน้ำชาและขนมว่างอีกทั้งยังคอยใช้พัดไม้สลักลวดลายสวยงามพัดลมเพื่อระบายความร้อนอยู่ข้าง ๆครั้นนั้นเองจู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กปาเข้ามาจากกำแพงถูกศีรษะของอวี๋ซูซิน นางตกใจเกือบตกเก้าอี้อีกทั้งยังเจ็บแสบที่หน้าผากและเหมือนมีโลหิตสีแดง ๆ ไหลรินออกมาอย่างช้า ๆ“โอ๊ย!!!” อวี๋ซูซินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จิ่นอี๋อยู่ข้าง ๆ ตกใจดวงตาเบิกโพลงรีบวางพัดเข้ามาประคองฮูหยินด้วยควาเป็นห่วงทันที“ฮูหยินเลือด เลือดไหลออกมาจากศีรษะของฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปตามหาตัวผู้ทำนะเจ้าคะ ผู้ใดกันที่กล้าลงมือทำร้ายฮูหยินในจวนของแม่ทัพ” จิ่นอี๋กำลังจะเดินออกไปแต่ถูกอวี๋ซูซินจับมือเอาไว้ก่อน“เจ้าไม่ต้องไปช่วยเอาผ้าเช็ดให้ข้าที”“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าฮูหยินจะปล่อยเอาไว้อีกเช่นเคย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮูหยินถูกกระทำแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเช่นนี้คนที่ทำถึงได้กำเริบไม่เกรงกลัวฮูหยินนะเจ้าคะ”“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะปล่อยไปเล่า พวกเจ้าไปตามจับตัวผู้กระทำมาหาข้าเดี๋ยวน
ตอนที่ 4 คุณชายรูปงามฝั่งด้านจื้อเหยาในห้องเต็มไปด้วยสาวใช้มาคอยดูแล อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวถูขัดกายให้นาง นางนั่งมองคันฉ่อง ใบหน้าของนางแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็เกิดรอบแดงจากน้ำชาร้อน ๆ เช่นเดียวกัน นางใช้มือลูบใบหน้าดวงตาร้อนผ่าวเจ็บแค้นในอก"กล้าดีเช่นไรมาทำลายใบหน้างดงามของข้าหรือคิดจะทำให้ใบหน้าของข้าเกิดความเสียหาย นางเป็นอะไรกันแน่จู่ ๆ ถึงได้มีแววตาและนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ " จื้อเหยาเอ่ยออกมาแผ่วเบา สาวรับใช้ประจำกายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้มีบ่าวในจวนเห็นสตรีท่าทางคล้าย ๆ ฮูหยินเดินไปที่บึงบัวหลังจวนเจ้าค่ะ " จื้อเหยาเริ่มครุ่นคิด นี่สินะที่นางเดินเข้ามาในพิธีด้วยสภาพเปียกน้ำเช่นนั้นหรือว่าฮูหยินตั้งใจไปปลิดชีพตนเอง หลังจากที่นางไปเยือนที่ห้องของฮูหยินเมื่อคืนก่อน"ข้าพอคิดได้แล้วล่ะ นางคงคิดจะปลิดชีพตนเองหลังจากที่ข้าไปหา และบอกนางว่าทุกสิ่งทุกอย่างข้าจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ทำไมนางถึงได้หวนกลับมาหากนางตั้งใจจะปลิดชีพ ? แถมนิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน""มิใช่ว่าฮูหยินจะแก้แค้นหรือเจ้าคะ นางแค้นมากจนมีนิสัยที่เปลี่ยนไป "ซูหน







