Mag-log in"วันวิวาห์ เขาเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินแทนพี่ชายที่นอนรอความตาย ทว่าเมื่อนางกลายเป็นฮูหยินม่ายผู้ไร้ศักดิ์ แม่ทัพไร้พ่ายเช่นเขากลับขอใช้ทั้งชีวิต ทวนลิขิตสวรรค์เพื่อทวงคืนชุดมงคลสีแดงให้นางอีกครั้ง"
view moreตอนพิเศษ 3 : งานฉลองหม่านเยวี่ย และ ดอกรักที่ผลิบานงานฉลองครบเดือน (หม่านเยวี่ย) ของ 'คุณหนูหยางหน่วน' บุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพพิทักษ์อุดรและฮูหยินหมอเทวดา ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้งานวิวาห์พระราชทานจวนแม่ทัพที่เคยเคร่งขรึมถูกประดับประดาด้วยโคมสีแดงและผ้าไหมมงคล เสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้นไปทั่วทั้งเมือง ชาวบ้านต่างพากันนำไข่ต้มย้อมสีแดงและขนมมงคลมามอบให้ที่หน้าจวนเพื่อเป็นการรับขวัญทารกน้อยที่เกิดมาพร้อมกับความหวังของแคว้นอุดรทว่า ภายในโถงใหญ่ของจวน บรรยากาศกลับมีความตึงเครียดเจือปนอยู่เล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะมีศัตรูบุก แต่เป็นเพราะ 'ความหวงลูกขั้นวิกฤต' ของท่านแม่ทัพ!ณ โถงรับรอง จวนแม่ทัพ"ถอยไป! ถอยออกไปอีกสามก้าว! เกราะของพวกเจ้าเย็นเยียบ ซ้ำยังมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นม้า หากลูกข้าสูดเข้าไปแล้วระคายเคืองคอจะทำอย่างไร!"เสียงตวาดของหยางจวิ้นข่ายดังก้อง เขายืนตระหง่านอยู่กลางโถง ในอ้อมแขนกำยำโอบอุ้มห่อผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่บรรจุก้อนแป้งน้อยเอาไว้อย่างหวงแหน ท่าทางของเขาประดุจแม่ไก่ที่กำลังกางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบจากฝูงเหยี่ยวเหล่าขุนพลและนายกองนับสิบชีวิตที่ตั้งใจนำของขวัญมารับขวัญหลาน
ตอนพิเศษ 2 : กำเนิดแก้วตาดวงใจ และ น้ำตาของพยัคฆ์เหมันตฤดูหวนกลับมาเยือนแคว้นอุดรอีกครา ทว่าปีนี้ จวนแม่ทัพตระกูลหยางไม่ได้เหน็บหนาวและเงียบเหงาเฉกเช่นกาลก่อน เตาผิงทุกเตาถูกจุดจนสว่างไสว อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของถ่านไม้ชั้นเลิศและสมุนไพรบำรุงครรภ์หน้าท้องของซูเจียวจินนูนเด่นชัดเจนเข้าสู่เดือนที่เก้าแล้ว ร่างกายของนางอุ้ยอ้ายจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ถึงกระนั้น หยางจวิ้นข่ายก็ยังคงทำหน้าที่เป็น 'สารถีส่วนตัว' คอยประคอง อุ้ม และดูแลนางแทบจะทุกฝีก้าว ไม่ยอมห่างกายแม้แต่ชั่วยามเดียวยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.)หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายลงมา ซูเจียวจินนั่งพิงพนักเตียงนุ่ม มองดูเกล็ดหิมะผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย จู่ๆ ความรู้สึกปวดหน่วงที่ช่องท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงและบีบรัดจนนางต้องนิ่วหน้า มือบางกำผ้าห่มแน่น"อ๊ะ..."เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบาง ทว่ามันกลับดังก้องราวกับฟ้าผ่าในโสตประสาทของหยางจวิ้นข่ายที่กำลังนั่งเช็ดกระบี่อยู่ไม่ไกลเคร้ง!กระบี่เหล็กกล้าที่กรำศึกมานับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่ไยดี แม่ทัพไร้พ่ายพุ่งพรวดเข้ามาถึงขอบเตี
ตอนพิเศษ 1 : ความขี้หวงระดับบรรลัยกัลป์ และ พยัคฆ์ผู้พ่ายแพ้ต่อครรภ์มารดากาลเวลาหมุนผ่านไปจนล่วงเข้าสู่เดือนที่เจ็ดของการตั้งครรภ์หน้าท้องของซูเจียวจินนูนป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของนางเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลตามฉบับของสตรีมีครรภ์ ทว่าสิ่งที่ขยายใหญ่ยิ่งกว่าหน้าท้องของฮูหยินแม่ทัพ... ก็คือ 'ความขี้หวงและความวิตกจริต' ของแม่ทัพพิทักษ์อุดร หยางจวิ้นข่าย!นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าซูเจียวจินตั้งครรภ์ พยัคฆ์หน้าเหี้ยมผู้เคยนำทัพทะลวงฟันศัตรูนับหมื่นโดยไม่กะพริบตา ก็ได้กลายร่างเป็น 'บิดาขี้กังวล' ชนิดที่ลูกน้องในค่ายทหารยังต้องลอบกลอกตาด้วยความระอาเขาออกกฎเหล็กในจวนแม่ทัพยาวเหยียดเป็นหางว่าว ห้ามบ่าวไพร่เดินลงส้นเท้าเสียงดัง ห้ามจุดเครื่องหอมที่มีกลิ่นฉุน ห้ามนำนกหรือสุนัขเข้ามาใกล้เรือนหลักในระยะร้อยก้าว และที่เลวร้ายที่สุดคือ... ห้ามฮูหยินยกของที่หนักเกินกว่า 'ถ้วยน้ำชา' เด็ดขาด!ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) ณ ศาลาริมน้ำจวนแม่ทัพซูเจียวจินนั่งพิงหมอนอิงใบใหญ่ อ่านตำราสมุนไพรเล่มโปรด นางรู้สึกกระหายน้ำ จึงเอื้อมมือหมายจะรินชาดอกเก๊กฮวยจากกาน้ำกระเบื้องเคลือบที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยทว่า ป
บทที่ 28: วสันตฤดูที่หวนคืน และ สายใยแห่งพยัคฆ์การเดินทางกลับจากเมืองหลวงสู่เมืองชายแดนอุดรใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ทว่าตลอดเส้นทางกลับไม่มีอุปสรรคใดๆ มารบกวนใจอีก ข่าวการกวาดล้างกังฉินตระกูลหวังและการสิ้นอำนาจขององค์หญิงจ้าวอวี้แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินต้าฉู่ราวกับไฟลามทุ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับแม่ทัพพิทักษ์อุดรและฮูหยินหมอเทวดาอีกต่อไปเมื่อขบวนทหารม้าเกราะเหล็กเคลื่อนเข้าสู่เขตเมืองอุดร ท้องฟ้าที่เคยอึมครึมด้วยเมฆหมอกก็เปิดกว้าง แสงแดดอุ่นๆ ของปลายฤดูใบไม้ผลิสาดส่องลงมาต้อนรับการกลับมาของวีรบุรุษและวีรสตรีของพวกเขาชาวเมืองนับหมื่นต่างออกมายืนเรียงรายสองข้างทาง ร้องตะโกนสรรเสริญและโปรยดอกไม้ตลอดเส้นทางที่รถม้าเคลื่อนผ่าน"ยินดีต้อนรับท่านแม่ทัพและฮูหยินกลับบ้าน!" เสียงตะโกนดังกึกก้องเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาซูเจียวจินเปิดม่านหน้าต่างรถม้า รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้างดงาม นางโบกมือทักทายชาวบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตา หยางจวิ้นข่ายควบม้าอยู่เคียงข้าง เมื่อเห็นภรรยามีความสุข นัยน์ตาคมกริบของเขาก็อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดสองเดือนต่อมา ณ จวนแม่ทัพตระกูลหยางความสงบร่มเย็นกลับค
บทที่ 3: ไออุ่นประหลาด และ ความดื้อรั้นที่ชวนให้ว้าวุ่นใจรุ่งสางของวันถัดมา อากาศภายนอกยังคงหนาวเหน็บจนน้ำในอ่างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทว่าภายในเรือนเหมันต์ร้างกลับมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณซูเจียวจินขยับตัวตื่นขึ้นมา นางกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความประหลาดใจ เมื่อคืนนี้นางจำได้ว่าต้องนอนขดตัวกอดกับ
บทที่ 2: รอยแค้นกลางหิมะ และ ถ่านไม้ที่ไร้ไออุ่นสายลมพัดกรรโชกผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้ที่ผุพัง หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาปกคลุมเรือนเหมันต์ร้างจนขาวโพลนไปทั่วบริเวณภายในเรือนซอมซ่อ ซูเจียวจินกำลังใช้สองมือที่แดงก่ำและสั่นเทาจากการถูกความเย็นกัด ขยำดินโคลนที่พอจะขุดหาได้จากใต้กองหิมะ ผสมกับฟางแห้งที
บทที่ 1: สีแดงที่จางหาย กลายเป็นสีขาวแห่งความตายฤดูหนาวปีนี้ช่างยาวนานและหนาวเหน็บกว่าทุกปีที่ผ่านมาระยะเวลาเพียงสามวันนับจากคืนเข้าหอผ่านไปราวกับสามฤดูหนาวที่แสนทรมาน อักษร 'ซวงสี่' (มงคลคู่) สีแดงสดที่แปะอยู่ตามบานหน้าต่างยังไม่ทันซีดจาง แต่กลับถูกฉีกทึ้งออกอย่างไม่ไยดี โคมมงคลหน้าจวนถูกแทนที่ด
บทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคลเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว บดบังเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำในปลายยามซวี (19.00 - 20.59 น.) จวนแม่ทัพตระกูลหยาง ซึ่งเคยเงียบขรึมและเคร่งครัด วันนี้กลับถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสดตั้งแต่หน้าประตูจรดเรือนชั้นใน แสงโคมมงคลสาดส่องขับไล่ความมืดมิด ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความอึ











