ฮูหยินไร้ศักดิ์ ยอดรักแม่ทัพไร้พ่าย!

ฮูหยินไร้ศักดิ์ ยอดรักแม่ทัพไร้พ่าย!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-17
Oleh:  มาตารดาTamat
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
32Bab
1.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"วันวิวาห์ เขาเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินแทนพี่ชายที่นอนรอความตาย ทว่าเมื่อนางกลายเป็นฮูหยินม่ายผู้ไร้ศักดิ์ แม่ทัพไร้พ่ายเช่นเขากลับขอใช้ทั้งชีวิต ทวนลิขิตสวรรค์เพื่อทวงคืนชุดมงคลสีแดงให้นางอีกครั้ง"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคล

บทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคล

เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว บดบังเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำในปลายยามซวี (19.00 - 20.59 น.) จวนแม่ทัพตระกูลหยาง ซึ่งเคยเงียบขรึมและเคร่งครัด วันนี้กลับถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสดตั้งแต่หน้าประตูจรดเรือนชั้นใน แสงโคมมงคลสาดส่องขับไล่ความมืดมิด ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความอึมครึมที่แฝงอยู่ในแววตาของผู้คนในจวนได้เลย

ใครเล่าจะไม่รู้ว่างานวิวาห์ที่จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนจนแทบจะเรียกได้ว่ารวบรัดนี้ เป็นเพียงพิธี 'ชงสี่'

'ซูเจียวจิน' นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายมังกรหงส์ สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างของชุดมงคลเกร็งแน่นจนชุ่มเหงื่อ บนศีรษะของนางคือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองที่บดบังทัศนียภาพรอบกายจนหมดสิ้น นางมองเห็นเพียงปลายรองเท้าปักลายยวนยางของตนเองเท่านั้น

ตระกูลซูตกต่ำ บิดาต้องโทษอาญาจนถูกริบทรัพย์ เพื่อแลกกับชีวิตของคนในครอบครัวและยารักษาโรคของมารดา นางจึงไร้ทางเลือก ต้องยอมก้มหน้าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของ 'หยางจวิ้นเหวิน' คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพที่ล้มหมอนนอนเสื่อมาแรมเดือนและอาจสิ้นใจได้ทุกเมื่อ

หากชงสี่สำเร็จ นางคือผู้มีพระคุณ แต่หากล้มเหลว... นางย่อมกลายเป็นตัวกาลกิณี

"ได้เวลาฤกษ์มงคลแล้ว เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าพิธีไหว้ฟ้าดิน!"

เสียงของแม่สื่อดังขึ้นจากโถงด้านนอก บ่าวรับใช้สองคนประคองซูเจียวจินให้ลุกขึ้นเดินตามเสียงประทัดและดนตรีมงคล เมื่อก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ นางสัมผัสได้ถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา ทั้งเวทนา ทั้งดูแคลน และจับผิด

ทว่าทันทีที่ปลายแถบผ้าไหมมงคลสีแดงถูกส่งมาใส่มือของนาง... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

"แค่ก! แค่ก!"

เสียงไอหนักๆ ดังขึ้นเบื้องหน้า ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจรวยรินอย่างคนใกล้ขาดใจ

"คุณชายใหญ่! คุณชายใหญ่กระอักเลือดแล้ว!"

เสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่ทำลายบรรยากาศมงคลจนสิ้นซาก ซูเจียวจินสะดุ้งสุดตัว นางเผลอกำผ้าไหมมงคลในมือแน่น เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายดังก้องไปทั่วโถงใหญ่ ตามมาด้วยเสียงทุบโต๊ะดังปังของ 'ฮูหยินเฒ่าหยาง' หญิงชราผู้กุมอำนาจสูงสุดในจวน

"เงียบเดี๋ยวนี้! ห้ามใครแตกตื่นเด็ดขาด!" เสียงทรงอำนาจของฮูหยินเฒ่าตวาดลั่น "พาจวิ้นเหวินเข้าไปพักด้านใน ตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้!"

"แต่ท่านย่าขอรับ ฤกษ์ไหว้ฟ้าดินกำลังจะผ่านไป หากพลาดฤกษ์นี้ ซินแสบอกว่า..." เสียงของญาติผู้หนึ่งเอ่ยแย้งด้วยความหวาดกลัว

ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่คำสั่งอันเด็ดขาดและไร้ความปรานีจะหลุดออกจากปากของผู้อาวุโส

"ข่ายเอ๋อร์... เจ้ามารับผ้าไหว้ฟ้าดินแทนพี่ชายเจ้าเดี๋ยวนี้"

ซูเจียวจินเบิกตากว้างอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า แม้จะมองไม่เห็น แต่นางรู้ดีว่าชื่อที่ฮูหยินเฒ่าเรียกขานคือใคร

'หยางจวิ้นข่าย' แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งแคว้น น้องชายร่วมสายโลหิตของคุณชายใหญ่ บุรุษผู้เพิ่งควบม้าฝ่าหิมะกลับมาจากชายแดนเพื่อร่วมงานแต่งของพี่ชาย

"ท่านย่า! นี่มันผิดจารีต!" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น บรรยากาศรอบกายพลันหนาวเหน็บลงหลายส่วน ราวกับมีกลิ่นคาวเลือดจากสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้พูด

"จารีตหรือจะสู้ชีวิตพี่ชายเจ้า! หากพลาดฤกษ์มงคลนี้ พี่เจ้าอาจไม่รอด ข่ายเอ๋อร์... ถือว่าย่าขอร้อง เจ้าจงสวมชุดแดงเข้าพิธีแทนพี่เจ้าเสีย!"

ไม่มีเสียงตอบรับจากบุรุษผู้นั้น มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวตรงเข้ามาหาซูเจียวจิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างต้องลอบกลืนน้ำลาย

ครู่ต่อมา แถบผ้าไหมมงคลในมือของนางก็ถูกกระตุกอย่างแรงจากปลายอีกด้านหนึ่ง!

ซูเจียวจินเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย นางพยายามทรงตัวยืนให้มั่นคง แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่นางรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบดุจคมดาบที่ทะลุผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงเข้ามา มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง รังเกียจ และกล่าวโทษ

ในสายตาของเขา นางคงเป็นสตรีหน้าเงินที่หวังปีนป่ายตระกูลหยาง และเป็นดาวไม้กวาดที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องกระอักเลือดในวันมงคล

"ไหว้ฟ้าดินครั้งที่หนึ่ง!" เสียงแม่สื่อที่สั่นเครือดันตะเบ็งขึ้นอีกครั้ง

ซูเจียวจินถูกบ่าวรับใช้กดไหล่ให้คุกเข่าลง ขณะที่บุรุษร่างสูงใหญ่เบื้องหน้าก็ยอมคุกเข่าลงเช่นกัน ทว่าจังหวะที่ทั้งสองโน้มตัวลงกราบฟ้าดินพร้อมกันนั้น เสียงกระซิบที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งก็ดังลอดเข้ามาให้ได้ยินเพียงสองคน

"หากพี่ชายข้าเป็นอะไรไป... ข้าจะให้เจ้าสวมชุดขาวไว้ทุกข์ ร้องไห้หน้าหลุมศพเขาไปชั่วชีวิต สตรีหน้าด้าน"

หยดน้ำตาแห่งความอัปยศร่วงหล่นจากหางตาของซูเจียวจิน ซึมหายไปในพรมสีแดงใต้เข่า นางเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ไม่โต้ตอบสิ่งใด เพียงก้มหน้ากราบฟ้าดินจนจบพิธี

ในค่ำคืนมงคลนี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า การกราบฟ้าดินร่วมกันด้วยความชิงชัง จะเป็นดั่งเส้นด้ายแดงที่สวรรค์แอบผูกมัดโชคชะตาของสตรีผู้สูญสิ้นทุกสิ่ง กับแม่ทัพหนุ่มผู้ไร้พ่าย เข้าด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกหนี

...และไม่อาจลบเลือนได้ตลอดกาล


Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
32 Bab
บทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคล
บทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคลเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว บดบังเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำในปลายยามซวี (19.00 - 20.59 น.) จวนแม่ทัพตระกูลหยาง ซึ่งเคยเงียบขรึมและเคร่งครัด วันนี้กลับถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสดตั้งแต่หน้าประตูจรดเรือนชั้นใน แสงโคมมงคลสาดส่องขับไล่ความมืดมิด ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความอึมครึมที่แฝงอยู่ในแววตาของผู้คนในจวนได้เลยใครเล่าจะไม่รู้ว่างานวิวาห์ที่จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนจนแทบจะเรียกได้ว่ารวบรัดนี้ เป็นเพียงพิธี 'ชงสี่''ซูเจียวจิน' นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายมังกรหงส์ สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างของชุดมงคลเกร็งแน่นจนชุ่มเหงื่อ บนศีรษะของนางคือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองที่บดบังทัศนียภาพรอบกายจนหมดสิ้น นางมองเห็นเพียงปลายรองเท้าปักลายยวนยางของตนเองเท่านั้นตระกูลซูตกต่ำ บิดาต้องโทษอาญาจนถูกริบทรัพย์ เพื่อแลกกับชีวิตของคนในครอบครัวและยารักษาโรคของมารดา นางจึงไร้ทางเลือก ต้องยอมก้มหน้าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของ 'หยางจวิ้นเหวิน' คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพที่ล้มหมอนนอนเสื่อมาแรมเดือนและอาจสิ้นใจได้ทุกเมื่อหากชงสี่สำเร็จ นางคือผู้มีพระคุณ แต่หากล้มเหลว
Baca selengkapnya
บทที่ 1: สีแดงที่จางหาย กลายเป็นสีขาวแห่งความตาย
บทที่ 1: สีแดงที่จางหาย กลายเป็นสีขาวแห่งความตายฤดูหนาวปีนี้ช่างยาวนานและหนาวเหน็บกว่าทุกปีที่ผ่านมาระยะเวลาเพียงสามวันนับจากคืนเข้าหอผ่านไปราวกับสามฤดูหนาวที่แสนทรมาน อักษร 'ซวงสี่' (มงคลคู่) สีแดงสดที่แปะอยู่ตามบานหน้าต่างยังไม่ทันซีดจาง แต่กลับถูกฉีกทึ้งออกอย่างไม่ไยดี โคมมงคลหน้าจวนถูกแทนที่ด้วยโคมสีขาวหม่น ผ้าแพรสีแดงถูกปลดลงและแขวนทับด้วยผ้าดิบสีขาวโพลนไปทั่วทั้งจวนแม่ทัพตระกูลหยางหยางจวิ้นเหวิน คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ สิ้นใจแล้วเมื่อยามรุ่งสางที่ผ่านมาณ โถงบรรพชนตระกูลหยาง บรรยากาศอึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงร้องไห้กระซิกของบ่าวไพร่และญาติพี่น้องดังระงมซูเจียวจิน ในชุดผ้าดิบไว้ทุกข์สีขาวหยาบกระด้าง คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าโลงศพไม้จันทน์ ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาบวมช้ำจากการอดนอนคอยดูแลอาการของสามีในนามตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา ทว่าแผ่นหลังบอบบางของนางกลับยังคงตั้งตรงอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมงองุ้มหรือสั่นเทาให้ใครเห็นปัง!เสียงไม้เท้าหัวมังกรกระแทกพื้นศิลาอย่างแรงจนสตรีหลายคนสะดุ้งสุดตัว"นังดาวไม้กวาด! เป็นเพราะเจ้า! เป็นเพราะความกาลกิณีของเจ้า หลานชายคนโตของ
Baca selengkapnya
บทที่ 2: รอยแค้นกลางหิมะ และ ถ่านไม้ที่ไร้ไออุ่น
บทที่ 2: รอยแค้นกลางหิมะ และ ถ่านไม้ที่ไร้ไออุ่นสายลมพัดกรรโชกผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้ที่ผุพัง หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาปกคลุมเรือนเหมันต์ร้างจนขาวโพลนไปทั่วบริเวณภายในเรือนซอมซ่อ ซูเจียวจินกำลังใช้สองมือที่แดงก่ำและสั่นเทาจากการถูกความเย็นกัด ขยำดินโคลนที่พอจะขุดหาได้จากใต้กองหิมะ ผสมกับฟางแห้งที่รองเตียง นำมาอุดตามรอยรั่วของผนังและหน้าต่างเพื่อกันลมหนาว นางไม่มีของวิเศษ ไม่มีเตาผิง มีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ สองสามชุดที่สวมทับกันเพื่อกักเก็บไออุ่นของร่างกายเอาไว้ให้มากที่สุด"ฮูหยิน... ฮูหยินเจ้าคะ!"เสียงเรียกแผ่วเบาพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้น ซูเจียวจินชะงักมือ นางรีบเดินไปปลดดาลประตู เมื่อบานประตูแง้มออก ร่างเล็กๆ ของ ไป่จื่อ สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางมาจากตระกูลซูก็แทรกตัวเข้ามา พร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่ง"ไป่จื่อ? เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ฮูหยินเฒ่าสั่งห้ามทุกคนเข้าใกล้เรือนนี้ไม่ใช่หรือ?" ซูเจียวจินเอ่ยถามด้วยความตกใจ รีบดึงตัวสาวใช้เข้ามาหลบลมหนาวด้านใน"บ่าวแอบลอบเข้ามาทางประตูด้านหลังเจ้าค่ะ ฮูหยิน... ดูมือท่านสิ แดงไปหมดแล้ว" ไป่จื่อน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นสภาพคุณหนูของตนที่เคยบ
Baca selengkapnya
บทที่ 3: ไออุ่นประหลาด และ ความดื้อรั้นที่ชวนให้ว้าวุ่นใจ
บทที่ 3: ไออุ่นประหลาด และ ความดื้อรั้นที่ชวนให้ว้าวุ่นใจรุ่งสางของวันถัดมา อากาศภายนอกยังคงหนาวเหน็บจนน้ำในอ่างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทว่าภายในเรือนเหมันต์ร้างกลับมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณซูเจียวจินขยับตัวตื่นขึ้นมา นางกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความประหลาดใจ เมื่อคืนนี้นางจำได้ว่าต้องนอนขดตัวกอดกับสาวใช้เพื่อสู้กับความหนาวเย็น แต่นี่นอกจากจะไม่หนาวจนสั่นแล้ว อากาศในห้องกลับอุ่นสบายผิดปกติ นางยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นกระถางไฟใบเก่าที่มุมห้องมีถ่านไม้กำลังลุกไหม้ส่งไออุ่น โดยที่ไม่มีควันไฟลอยคลุ้งเลยแม้แต่น้อย"ฮูหยิน! ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ!"ไป่จื่อวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากทางหลังเรือน ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนรอยยิ้มกว้าง ในมือถือห่อยากระเบื้องเคลือบใบหนึ่ง "ท่านดูนี่สิเจ้าคะ! เมื่อเช้าตอนบ่าวเปิดประตูออกไป บ่าวเจอกระสอบถ่านใบใหญ่กับยาสมานแผลขวดนี้วางอยู่หน้าประตูเรือน แถมถ่านพวกนี้ยังเป็นถ่านก้อนเงามัน จุดแล้วไม่มีควันสักนิดเลยเจ้าค่ะ!"ซูเจียวจินรับขวดยามาเปิดดม กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรชั้นดีลอยแตะจมูก นางรับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ยาสมานแผลธรรมดาที่บ่าวไพร่จะหาซื้อได้ สาย
Baca selengkapnya
บทที่ 4: ยาสมานแผลขวดนั้น และผู้มาเยือนยามวิกาล
บทที่ 4: ยาสมานแผลขวดนั้น และผู้มาเยือนยามวิกาลกลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเหมันต์ร้าง ซูเจียวจินใช้เวลาตลอดสามวันที่ผ่านมา บดและผสมสมุนไพรที่เก็บมาได้ด้วยความระมัดระวัง นางใช้น้ำสะอาดที่ละลายจากหิมะและถ่านไร้ควันอันล้ำค่าในการเคี่ยวยา จนในที่สุดก็ได้ยาสมานแผลสูตรพิเศษที่เคยเรียนมาจากท่านตา บรรจุลงในขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กๆ ได้ถึงสิบขวด"ไป่จื่อ พรุ่งนี้รุ่งสาง เจ้าจงลอบนำยาสิบขวดนี้ออกไปทางช่องสุนัขลอดหลังจวน นำไปขายที่โรงหมอสกุลหานในตลาดตะวันออก" ซูเจียว จินกำชับสาวใช้ขณะยื่นห่อผ้าให้ "จำไว้ว่าต้องแต่งกายรัดกุม ปิดบังใบหน้าให้ดี หากเถ้าแก่ถาม ให้บอกว่าเป็นยาจากยอดเขาจินซาน ห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาดว่ามาจากจวนแม่ทัพ""บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินวางใจได้" ไป่จื่อรับห่อผ้ามาพกติดตัวด้วยความมุ่งมั่นเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ไป่จื่อลอบออกไปทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย ซูเจียวจินนั่งรออยู่ที่เรือนด้วยใจที่เต้นระทึก นางรู้ดีว่าหากไป่จื่อถูกจับได้ โทษฐานของการแอบนำของออกไปขายคือการถูกเฆี่ยนจนตาย แต่นี่คือทางเดียวที่พวกนางจะมีชีวิตรอดเวลาผ่านไปจนเกือบยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.)
Baca selengkapnya
บทที่ 5: ความลับใต้กอไผ่ และ ภัยร้ายที่คืบคลาน
บทที่ 5: ความลับใต้กอไผ่ และ ภัยร้ายที่คืบคลานรุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาบางเบากว่าเมื่อวานซูเจียวจินนั่งเหม่อมองถุงเงินตราประทับตระกูลหยางที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ นึกย้อนไปถึงแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้สวมชุดดำที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อคืน เขาทิ้งถุงเงินที่บรรจุตำลึงเงินไว้มากพอที่จะซื้อข้าวสารและถ่านได้ทั้งฤดูหนาว เพียงเพื่อแลกกับข้ออ้างที่ว่า 'กองทัพขาดแคลนยาสมานแผล'นางเป็นบุตรีขุนนางที่เคยเรียนรู้เรื่องการจัดการจวนมาบ้าง ย่อมรู้ดีว่ากองทัพใหญ่แห่งอุดรไม่มีทางขาดแคลนยาสมานแผลจนต้องมาพึ่งพาสตรีในเรือนซอมซ่อเช่นนาง และต่อให้ยาของนางจะดีเพียงใด ราคาก็ไม่ควรสูงลิ่วถึงเพียงนี้เขาตั้งใจช่วยเหลือนางอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวต้มข้าวต้มร้อนๆ มาแล้ว... เอ๊ะ ถุงเงินนั่นของใครหรือเจ้าคะ?" ไป่จื่อที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมฉุย เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจซูเจียวจินดึงสติกลับมา นางรีบเก็บถุงเงินซ่อนไว้ในแขนเสื้อ "ไม่มีอะไรหรอก ไป่จื่อ... จากนี้ไป เจ้าไม่ต้องมุดช่องสุนัขลอดออกไปนอกจวนแล้วนะ""อ้าว ทำไมล่ะเจ้าคะ? หรือว่าเรื่องที่เราแอบขายยาความแตกแล้ว!" ไป่จื่อห
Baca selengkapnya
บทที่ 6: อาญาสิทธิ์แม่ทัพใหญ่ และการปกป้องที่เปิดเผย
บทที่ 6: อาญาสิทธิ์แม่ทัพใหญ่ และการปกป้องที่เปิดเผยโครม!บานประตูไม้ที่ผุพังอยู่แล้วถูกถีบจนพังทลายลงมา ลมหนาวระลอกใหญ่พัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับร่างขององครักษ์ร่างกำยำสี่คน ตามด้วย ฮูหยินเฒ่าที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง โดยมีหยางหลินประคองอยู่ด้านข้างซูเจียวจินกอดห่อผ้าแนบอก ร่างบางถอยร่นไปจนชิดมุมห้อง ไป่จื่อรีบวิ่งมาขวางหน้าผู้เป็นนายไว้ด้วยตัวที่สั่นเทาทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ฮูหยินเฒ่าก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในห้อง ซ้ำยังมีกลิ่นหอมของน้ำซุปต้มกระดูกและกลิ่นสมุนไพรลอยแตะจมูก"ดี! ดีจริงๆ!" ฮูหยินเฒ่าแค่นเสียงลอดไรฟัน ตวัดสายตาดุดันมองเตาไฟที่เพิ่งถูกดับแต่ยังมีควันจางๆ ลอยขึ้นมา "จวนแม่ทัพกำลังไว้ทุกข์ให้หลานชายคนโตของข้า ทุกคนกินเจงดเว้นเนื้อสัตว์ แต่สตรีม่ายที่ควรจะสำนึกผิดเช่นเจ้า กลับแอบต้มเนื้อซดน้ำซุปอย่างสุขสบาย ซ้ำยังมีถ่านไม้ชั้นดีไว้ผิงไฟ! นังคนหน้าไม่อาย เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!""ท่านย่าดูสิเจ้าคะ ถ่านพวกนี้คือถ่านไม้หอมไร้ควัน เป็นของชั้นเลิศที่มีแต่เรือนหลักเท่านั้นที่ใช้ได้!" หยางหลินชี้ไปที่เศษถ่านในกระถาง ก่อนจะหันมามองซูเจ
Baca selengkapnya
บทที่ 7: เขตหวงห้ามทางทหาร และ เสื้อคลุมที่ไม่อาจคืน
บทที่ 7: เขตหวงห้ามทางทหาร และ เสื้อคลุมที่ไม่อาจคืนหลังจากเงาร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพพิทักษ์อุดรลับตาไป หลี่เฉิงก็ไม่ได้ชักช้า เขาสั่งการให้ทหารใต้บังคับบัญชาลงมือซ่อมแซมเรือนเหมันต์ร้างทันทีบานประตูและหน้าต่างที่ผุพังถูกถอดออกและแทนที่ด้วยไม้เนื้อแข็งแผ่นใหม่ที่ปิดมิดชิด รอยรั่วบนหลังคาและผนังถูกอุดจนหมดสิ้น ซ้ำยังมีการยกเตาผิงทองเหลืองใบใหญ่พร้อมกระสอบถ่านไม้หอมไร้ควันเข้ามาจัดวางให้อย่างเป็นระเบียบ ใช้เวลาเพียงครึ่งคั่วยาม เรือนซอมซ่อท้ายจวนก็กลับมาอบอุ่นและแน่นหนาจนลมหนาวไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้อีก"ฮูหยิน... ข้าฝันไปหรือไม่เจ้าคะ" ไป่จื่อลูบคลำหน้าต่างบานใหม่ด้วยความตื่นเต้น น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอ "ท่านแม่ทัพถึงกับออกหน้าปกป้องเรา ซ้ำยังให้คนมาซ่อมเรือนให้อีก"ซูเจียวจินไม่ได้ตอบคำถามของสาวใช้ นางเพียงก้มลงมองเสื้อคลุมบุฝ้ายตัวหนาสีดำสนิทที่คลุมอยู่บนไหล่ตนเอง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นสนภูเขาผะสมกับกลิ่นอายเย็นเยียบของบุรุษผู้นั้นยังคงกรุ่นอยู่บนเนื้อผ้า มันหนักอึ้ง ทว่ากลับให้ความอบอุ่นจนถึงขั้วหัวใจ"ไป่จื่อ จัดการทำความสะอาดเรือนเถอะ เราต้องรีบเคี่ยวยาหม้อใหม่ให้เสร็จ" ซูเจียวจิน
Baca selengkapnya
บทที่ 8: รอยยิ้มสลักใจ และ วิกฤตโลหิต
บทที่ 8: รอยยิ้มสลักใจ และ วิกฤตโลหิตแสงเทียนในห้องหนังสือของเรือนหลักวูบไหวตามแรงลม หยางจวิ้นข่ายนั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะทำงาน ในมือถือม้วนตำราพิชัยสงครามที่กางค้างไว้หน้าเดิมมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้วสายตาคมกริบจ้องมองตัวอักษรบนเยื่อไผ่ ทว่าในหัวกลับไม่ได้ประมวลผลกลยุทธ์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมากลับเป็นภาพของใบหน้างดงามที่สะท้อนแสงจันทร์ ริมฝีปากบางที่คลี่ยิ้มอย่างจริงใจ และน้ำเสียงนุ่มนวลที่เอื้อนเอ่ยคำว่า 'ขอบคุณที่ปกป้องข้า'แม่ทัพหนุ่มหลับตาลง พ่นลมหายใจออกมาราวกับคนหงุดหงิดตัวเอง เขาผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน เผชิญหน้ากับศัตรูนับแสนโดยที่หัวใจไม่เคยเต้นผิดจังหวะ ทว่าเพียงแค่รอยยิ้มเดียวของสตรีม่ายท้ายจวน กลับทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนจนควบคุมสติสมาธิไม่ได้ปัง!"ท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"เสียงผลักประตูอย่างแรงพร้อมกับร่างของหลี่เฉิงที่ถลันเข้ามาทำลายความเงียบ สีหน้าของรองแม่ทัพเคร่งเครียดและมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ที่แก้มหยางจวิ้นข่ายผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักรบกลับมาทำงานอย่างเต็มเปี่ยม "เกิดอันใดขึ้น!""มีสายลับของเผ่าซยงหนูแฝงตัวเข้ามาตรอมวางยาพิษใน
Baca selengkapnya
บทที่ 9: หัวใจที่แกว่งไกว และ คลื่นใต้น้ำที่ก่อตัว
บทที่ 9: หัวใจที่แกว่งไกว และ คลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวความเงียบสงัดทอดตัวลงกลางห้องพยาบาล มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของรองแม่ทัพหวัง และเสียงเตาถ่านที่ปะทุเบาๆซูเจียวจินหลบสายตาที่ร้อนแรงและลึกซึ้งของหยางจวิ้นข่าย หัวใจของนางเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน นางรีบเก็บเข็มเงินและขวดยาลงในห่อผ้าด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย"ดึกมากแล้ว... ข้าต้องขอตัวกลับเรือนก่อน" นางเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาอีก"ข้าจะไปส่ง" หยางจวิ้นข่ายเอ่ยสวนขึ้นมาทันที น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงกว่าทุกครั้งจนแทบไม่เหลือเค้าแม่ทัพผู้เย็นชาเขาเดินนำนางออกจากเรือนพยาบาล ทว่าคราวนี้เขาไม่ได้ช้อนตัวนางขึ้นอุ้มเหินเวหาเช่นตอนขามา แม่ทัพใหญ่แย่งร่มกระดาษเคลือบน้ำมันจากมือทหารยาม กางออกแล้วขยับเข้าไปยืนเคียงข้างซูเจียวจิน แผ่นหลังกว้างของเขาบังทิศทางลมหนาวให้นางจนมิดชิด ร่มในมือก็เอียงไปทางนางจนไหล่ข้างหนึ่งของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหิมะตลอดทางเดินกลับไปยังเรือนเหมันต์ร้าง ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา ทว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองกลับลดลงจนไหล่แทบจะชนกัน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากเรือนกายของบุรุษข้างกาย ทำให้ความหนาวเหน็บของพายุหิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status