Masuk"วันวิวาห์ เขาเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินแทนพี่ชายที่นอนรอความตาย ทว่าเมื่อนางกลายเป็นฮูหยินม่ายผู้ไร้ศักดิ์ แม่ทัพไร้พ่ายเช่นเขากลับขอใช้ทั้งชีวิต ทวนลิขิตสวรรค์เพื่อทวงคืนชุดมงคลสีแดงให้นางอีกครั้ง"
Lihat lebih banyakบทนำ : รอยด่างพร้อยในชุดมงคล
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว บดบังเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำในปลายยามซวี (19.00 - 20.59 น.) จวนแม่ทัพตระกูลหยาง ซึ่งเคยเงียบขรึมและเคร่งครัด วันนี้กลับถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสดตั้งแต่หน้าประตูจรดเรือนชั้นใน แสงโคมมงคลสาดส่องขับไล่ความมืดมิด ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความอึมครึมที่แฝงอยู่ในแววตาของผู้คนในจวนได้เลย
ใครเล่าจะไม่รู้ว่างานวิวาห์ที่จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนจนแทบจะเรียกได้ว่ารวบรัดนี้ เป็นเพียงพิธี 'ชงสี่'
'ซูเจียวจิน' นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายมังกรหงส์ สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างของชุดมงคลเกร็งแน่นจนชุ่มเหงื่อ บนศีรษะของนางคือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองที่บดบังทัศนียภาพรอบกายจนหมดสิ้น นางมองเห็นเพียงปลายรองเท้าปักลายยวนยางของตนเองเท่านั้น
ตระกูลซูตกต่ำ บิดาต้องโทษอาญาจนถูกริบทรัพย์ เพื่อแลกกับชีวิตของคนในครอบครัวและยารักษาโรคของมารดา นางจึงไร้ทางเลือก ต้องยอมก้มหน้าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของ 'หยางจวิ้นเหวิน' คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพที่ล้มหมอนนอนเสื่อมาแรมเดือนและอาจสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
หากชงสี่สำเร็จ นางคือผู้มีพระคุณ แต่หากล้มเหลว... นางย่อมกลายเป็นตัวกาลกิณี
"ได้เวลาฤกษ์มงคลแล้ว เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าพิธีไหว้ฟ้าดิน!"
เสียงของแม่สื่อดังขึ้นจากโถงด้านนอก บ่าวรับใช้สองคนประคองซูเจียวจินให้ลุกขึ้นเดินตามเสียงประทัดและดนตรีมงคล เมื่อก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ นางสัมผัสได้ถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา ทั้งเวทนา ทั้งดูแคลน และจับผิด
ทว่าทันทีที่ปลายแถบผ้าไหมมงคลสีแดงถูกส่งมาใส่มือของนาง... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
"แค่ก! แค่ก!"
เสียงไอหนักๆ ดังขึ้นเบื้องหน้า ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจรวยรินอย่างคนใกล้ขาดใจ
"คุณชายใหญ่! คุณชายใหญ่กระอักเลือดแล้ว!"
เสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่ทำลายบรรยากาศมงคลจนสิ้นซาก ซูเจียวจินสะดุ้งสุดตัว นางเผลอกำผ้าไหมมงคลในมือแน่น เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายดังก้องไปทั่วโถงใหญ่ ตามมาด้วยเสียงทุบโต๊ะดังปังของ 'ฮูหยินเฒ่าหยาง' หญิงชราผู้กุมอำนาจสูงสุดในจวน
"เงียบเดี๋ยวนี้! ห้ามใครแตกตื่นเด็ดขาด!" เสียงทรงอำนาจของฮูหยินเฒ่าตวาดลั่น "พาจวิ้นเหวินเข้าไปพักด้านใน ตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้!"
"แต่ท่านย่าขอรับ ฤกษ์ไหว้ฟ้าดินกำลังจะผ่านไป หากพลาดฤกษ์นี้ ซินแสบอกว่า..." เสียงของญาติผู้หนึ่งเอ่ยแย้งด้วยความหวาดกลัว
ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่คำสั่งอันเด็ดขาดและไร้ความปรานีจะหลุดออกจากปากของผู้อาวุโส
"ข่ายเอ๋อร์... เจ้ามารับผ้าไหว้ฟ้าดินแทนพี่ชายเจ้าเดี๋ยวนี้"
ซูเจียวจินเบิกตากว้างอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า แม้จะมองไม่เห็น แต่นางรู้ดีว่าชื่อที่ฮูหยินเฒ่าเรียกขานคือใคร
'หยางจวิ้นข่าย' แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งแคว้น น้องชายร่วมสายโลหิตของคุณชายใหญ่ บุรุษผู้เพิ่งควบม้าฝ่าหิมะกลับมาจากชายแดนเพื่อร่วมงานแต่งของพี่ชาย
"ท่านย่า! นี่มันผิดจารีต!" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น บรรยากาศรอบกายพลันหนาวเหน็บลงหลายส่วน ราวกับมีกลิ่นคาวเลือดจากสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้พูด
"จารีตหรือจะสู้ชีวิตพี่ชายเจ้า! หากพลาดฤกษ์มงคลนี้ พี่เจ้าอาจไม่รอด ข่ายเอ๋อร์... ถือว่าย่าขอร้อง เจ้าจงสวมชุดแดงเข้าพิธีแทนพี่เจ้าเสีย!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากบุรุษผู้นั้น มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวตรงเข้ามาหาซูเจียวจิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างต้องลอบกลืนน้ำลาย
ครู่ต่อมา แถบผ้าไหมมงคลในมือของนางก็ถูกกระตุกอย่างแรงจากปลายอีกด้านหนึ่ง!
ซูเจียวจินเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย นางพยายามทรงตัวยืนให้มั่นคง แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่นางรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบดุจคมดาบที่ทะลุผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงเข้ามา มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง รังเกียจ และกล่าวโทษ
ในสายตาของเขา นางคงเป็นสตรีหน้าเงินที่หวังปีนป่ายตระกูลหยาง และเป็นดาวไม้กวาดที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องกระอักเลือดในวันมงคล
"ไหว้ฟ้าดินครั้งที่หนึ่ง!" เสียงแม่สื่อที่สั่นเครือดันตะเบ็งขึ้นอีกครั้ง
ซูเจียวจินถูกบ่าวรับใช้กดไหล่ให้คุกเข่าลง ขณะที่บุรุษร่างสูงใหญ่เบื้องหน้าก็ยอมคุกเข่าลงเช่นกัน ทว่าจังหวะที่ทั้งสองโน้มตัวลงกราบฟ้าดินพร้อมกันนั้น เสียงกระซิบที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งก็ดังลอดเข้ามาให้ได้ยินเพียงสองคน
"หากพี่ชายข้าเป็นอะไรไป... ข้าจะให้เจ้าสวมชุดขาวไว้ทุกข์ ร้องไห้หน้าหลุมศพเขาไปชั่วชีวิต สตรีหน้าด้าน"
หยดน้ำตาแห่งความอัปยศร่วงหล่นจากหางตาของซูเจียวจิน ซึมหายไปในพรมสีแดงใต้เข่า นางเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ไม่โต้ตอบสิ่งใด เพียงก้มหน้ากราบฟ้าดินจนจบพิธี
ในค่ำคืนมงคลนี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า การกราบฟ้าดินร่วมกันด้วยความชิงชัง จะเป็นดั่งเส้นด้ายแดงที่สวรรค์แอบผูกมัดโชคชะตาของสตรีผู้สูญสิ้นทุกสิ่ง กับแม่ทัพหนุ่มผู้ไร้พ่าย เข้าด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกหนี
...และไม่อาจลบเลือนได้ตลอดกาล
ตอนพิเศษ 3 : งานฉลองหม่านเยวี่ย และ ดอกรักที่ผลิบานงานฉลองครบเดือน (หม่านเยวี่ย) ของ 'คุณหนูหยางหน่วน' บุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพพิทักษ์อุดรและฮูหยินหมอเทวดา ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้งานวิวาห์พระราชทานจวนแม่ทัพที่เคยเคร่งขรึมถูกประดับประดาด้วยโคมสีแดงและผ้าไหมมงคล เสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้นไปทั่วทั้งเมือง ชาวบ้านต่างพากันนำไข่ต้มย้อมสีแดงและขนมมงคลมามอบให้ที่หน้าจวนเพื่อเป็นการรับขวัญทารกน้อยที่เกิดมาพร้อมกับความหวังของแคว้นอุดรทว่า ภายในโถงใหญ่ของจวน บรรยากาศกลับมีความตึงเครียดเจือปนอยู่เล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะมีศัตรูบุก แต่เป็นเพราะ 'ความหวงลูกขั้นวิกฤต' ของท่านแม่ทัพ!ณ โถงรับรอง จวนแม่ทัพ"ถอยไป! ถอยออกไปอีกสามก้าว! เกราะของพวกเจ้าเย็นเยียบ ซ้ำยังมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นม้า หากลูกข้าสูดเข้าไปแล้วระคายเคืองคอจะทำอย่างไร!"เสียงตวาดของหยางจวิ้นข่ายดังก้อง เขายืนตระหง่านอยู่กลางโถง ในอ้อมแขนกำยำโอบอุ้มห่อผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่บรรจุก้อนแป้งน้อยเอาไว้อย่างหวงแหน ท่าทางของเขาประดุจแม่ไก่ที่กำลังกางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบจากฝูงเหยี่ยวเหล่าขุนพลและนายกองนับสิบชีวิตที่ตั้งใจนำของขวัญมารับขวัญหลาน
ตอนพิเศษ 2 : กำเนิดแก้วตาดวงใจ และ น้ำตาของพยัคฆ์เหมันตฤดูหวนกลับมาเยือนแคว้นอุดรอีกครา ทว่าปีนี้ จวนแม่ทัพตระกูลหยางไม่ได้เหน็บหนาวและเงียบเหงาเฉกเช่นกาลก่อน เตาผิงทุกเตาถูกจุดจนสว่างไสว อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของถ่านไม้ชั้นเลิศและสมุนไพรบำรุงครรภ์หน้าท้องของซูเจียวจินนูนเด่นชัดเจนเข้าสู่เดือนที่เก้าแล้ว ร่างกายของนางอุ้ยอ้ายจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ถึงกระนั้น หยางจวิ้นข่ายก็ยังคงทำหน้าที่เป็น 'สารถีส่วนตัว' คอยประคอง อุ้ม และดูแลนางแทบจะทุกฝีก้าว ไม่ยอมห่างกายแม้แต่ชั่วยามเดียวยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.)หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายลงมา ซูเจียวจินนั่งพิงพนักเตียงนุ่ม มองดูเกล็ดหิมะผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย จู่ๆ ความรู้สึกปวดหน่วงที่ช่องท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงและบีบรัดจนนางต้องนิ่วหน้า มือบางกำผ้าห่มแน่น"อ๊ะ..."เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบาง ทว่ามันกลับดังก้องราวกับฟ้าผ่าในโสตประสาทของหยางจวิ้นข่ายที่กำลังนั่งเช็ดกระบี่อยู่ไม่ไกลเคร้ง!กระบี่เหล็กกล้าที่กรำศึกมานับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่ไยดี แม่ทัพไร้พ่ายพุ่งพรวดเข้ามาถึงขอบเตี
ตอนพิเศษ 1 : ความขี้หวงระดับบรรลัยกัลป์ และ พยัคฆ์ผู้พ่ายแพ้ต่อครรภ์มารดากาลเวลาหมุนผ่านไปจนล่วงเข้าสู่เดือนที่เจ็ดของการตั้งครรภ์หน้าท้องของซูเจียวจินนูนป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของนางเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลตามฉบับของสตรีมีครรภ์ ทว่าสิ่งที่ขยายใหญ่ยิ่งกว่าหน้าท้องของฮูหยินแม่ทัพ... ก็คือ 'ความขี้หวงและความวิตกจริต' ของแม่ทัพพิทักษ์อุดร หยางจวิ้นข่าย!นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าซูเจียวจินตั้งครรภ์ พยัคฆ์หน้าเหี้ยมผู้เคยนำทัพทะลวงฟันศัตรูนับหมื่นโดยไม่กะพริบตา ก็ได้กลายร่างเป็น 'บิดาขี้กังวล' ชนิดที่ลูกน้องในค่ายทหารยังต้องลอบกลอกตาด้วยความระอาเขาออกกฎเหล็กในจวนแม่ทัพยาวเหยียดเป็นหางว่าว ห้ามบ่าวไพร่เดินลงส้นเท้าเสียงดัง ห้ามจุดเครื่องหอมที่มีกลิ่นฉุน ห้ามนำนกหรือสุนัขเข้ามาใกล้เรือนหลักในระยะร้อยก้าว และที่เลวร้ายที่สุดคือ... ห้ามฮูหยินยกของที่หนักเกินกว่า 'ถ้วยน้ำชา' เด็ดขาด!ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) ณ ศาลาริมน้ำจวนแม่ทัพซูเจียวจินนั่งพิงหมอนอิงใบใหญ่ อ่านตำราสมุนไพรเล่มโปรด นางรู้สึกกระหายน้ำ จึงเอื้อมมือหมายจะรินชาดอกเก๊กฮวยจากกาน้ำกระเบื้องเคลือบที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยทว่า ป
บทที่ 28: วสันตฤดูที่หวนคืน และ สายใยแห่งพยัคฆ์การเดินทางกลับจากเมืองหลวงสู่เมืองชายแดนอุดรใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ทว่าตลอดเส้นทางกลับไม่มีอุปสรรคใดๆ มารบกวนใจอีก ข่าวการกวาดล้างกังฉินตระกูลหวังและการสิ้นอำนาจขององค์หญิงจ้าวอวี้แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินต้าฉู่ราวกับไฟลามทุ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับแม่ทัพพิทักษ์อุดรและฮูหยินหมอเทวดาอีกต่อไปเมื่อขบวนทหารม้าเกราะเหล็กเคลื่อนเข้าสู่เขตเมืองอุดร ท้องฟ้าที่เคยอึมครึมด้วยเมฆหมอกก็เปิดกว้าง แสงแดดอุ่นๆ ของปลายฤดูใบไม้ผลิสาดส่องลงมาต้อนรับการกลับมาของวีรบุรุษและวีรสตรีของพวกเขาชาวเมืองนับหมื่นต่างออกมายืนเรียงรายสองข้างทาง ร้องตะโกนสรรเสริญและโปรยดอกไม้ตลอดเส้นทางที่รถม้าเคลื่อนผ่าน"ยินดีต้อนรับท่านแม่ทัพและฮูหยินกลับบ้าน!" เสียงตะโกนดังกึกก้องเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาซูเจียวจินเปิดม่านหน้าต่างรถม้า รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้างดงาม นางโบกมือทักทายชาวบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตา หยางจวิ้นข่ายควบม้าอยู่เคียงข้าง เมื่อเห็นภรรยามีความสุข นัยน์ตาคมกริบของเขาก็อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดสองเดือนต่อมา ณ จวนแม่ทัพตระกูลหยางความสงบร่มเย็นกลับค











