ระหว่างทางที่ขับรถกลับมายังคฤหาสน์หลังงามของตระกูลหยาง เอวาลินไม่พูดหรือแม้แต่ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาแม้แต่นิด ส่วนหนึ่งเลยก็มาจากความรู้สึกที่สับสนระคนอลหม่านในหัวใจ
ในตอนแรกก็ตั้งใจจะไปจูบยั่วเขาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า คิดว่ายังไงตัวเองก็คุมสติได้อย่างแน่แท้ แต่จูบไปจูบมาร่างกายกลับมีปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่ไม่รักดีดันไปบดเอวใส่เขาแบบนั้นเฉยเลย นี่มันออกจะเกินความคาดหมายไปมากเลยนะ!
แต่มันก็คงได้ผลแหละมั้ง...ก็เขาเล่น 'แข็ง' เสียขนาดนั้น อีกไม่นานก็คงจะทนไม่ไหวแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตนเองจะทนทานต่อไฟแห่งราคะที่คอยแต่จะแผดเผาหัวใจให้ร้อนรุ่มได้ไหม...แต่ถึงยังไงเธอก็จะไม่ยอมเสียท่าให้เขาง่าย ๆ ดังนั้นเอวาลินคนนี้ต้องตั้งสติให้ดี คิดจะยั่วก็ต้องยั่วให้สุด อย่าได้เอาใจไปตกในหลุมแห่งความปรารถนาที่ตัวเองขุดเด็ดขาด!
"ขอบคุณที่มาส่งนะคะ" พอรถยนต์คันหรูจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปเอวาลินก็ปลดเข็มขัดนิรภัยและลงจากรถทันที อันที่จริงคือเธอต้องขอบคุณตัวเองมากกว่าที่ขับรถพาตัวเองกลับมาบ้านอีกที เพราะวิธีการแสดงความเป็นห่วงของเขานั้นพิลึกมาก แทนที่จะให้เธอขับรถตัวเองกลับมาก็จบแล้ว นี่ต้องพ่วงเขามาด้วยแถมยังเร่าร้อนกันบนรถจนเกือบจะ...กรี๊ดดดด! ไม่อยากนึกถึง
ปัง!
ทันทีที่ลงจากรถเธอก็รีบวิ่งขึ้นมายังห้องนอนส่วนตัวและปิดประตูทันที เพิ่งจะอาบน้ำไปเมื่อตอนเย็นแต่ตอนนี้กลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากความประหม่าที่ไม่ทราบสาเหตุ
เจอกันแค่ไม่กี่วันยังเกือบจะจุดถ่านไฟเก่าที่ฝังกลบไปแล้วติด ไม่อยากคิดเลยว่าพรุ่งนี้จะต้องไปมาเก๊าด้วยกันสองคนจะเกิดอะไรขึ้น แต่มาเก๊าก็แค่ปากซอยคงไม่ถึงกับต้องนอนค้างอ้างแรมด้วยกันหรอกมั้ง!
"ข่มตาให้หลับซะเอวา อย่าได้นึกถึงหน้าเขาเชียว" ร่างน้อยทิ้งตัวนอนบนเตียงหนานุ่มและกลิ้งไปกลิ้งมาเพื่อกลบความรู้สึกใจเต้นตึกตัก โดยที่ริมฝีปากยังสัมผัสได้ถึงแรงบดคลึงอันร้อนแรงของเขาได้ดี หวังว่าเธอคงจะไม่ตกม้าตายหรอกนะ จะยั่วเขาแต่ตัวเองดันสะดุดตกไปในกับดักของตนเอง...
วันต่อมา
ท่านประธานหนุ่มและเลขาคนสวยเดินทางมาถึงมาเก๊าตั้งแต่ช่วงเที่ยง อันที่จริงมาเก๊าและฮ่องกงนั้นมีระยะทางที่ใกล้กันมาก ใช้การเดินทางให้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น เฮลิคอปเตอร์, เรือ, หรือแม้แต่ขับรถมาก็ยังได้
โดยทำเลที่ ZXY - Casino and Hotel ตั้งอยู่นั้นจะเป็นใจกลางเมืองที่มีวิวริมแม่น้ำแสนสวยงาม แม้ว่าราคาที่ดินจะแพงจนกระเป๋าฉีกแต่ก็แลกมากับการที่แขกทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากการร่วมทุนมหาศาลครั้งนี้ของตระกูลจาง และตระกูลหยาง
ตอนนี้โพรเจกต์ก็มีความคืบหน้าไปมาก เพราะเวลาผ่านมาสองปีกว่าเกือบสามปีแล้ว และวันนี้ก็เป็นการตรวจตราความเรียบร้อยต่าง ๆ จากวิศวกรและทีมงานอีกมากมายหลายแขนง
เอวาลินถือโทรศัพท์กดบันทึกการสนทนาและจดทุกอย่างที่ไท่หมิงพูด แต่พื้นที่มหาศาลของที่กาสิโนและโรงแรมแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้การตรวจตราต่าง ๆ ต้องเดินไกล และด้วยความที่เอวาลินใส่รองเท้าส้นสูงมาตามแบบฉบับตัวแม่ เพราะไม่คิดว่าไท่หมิงจะตรวจละเอียดยิบขนาดนี้ จึงทำให้เธอเดินและยืนจนเจ็บเท้า
เพราะกว่าที่คุณชายเขาจะคุยงานเสร็จแต่ละจุดก็ใช้เวลานาน แถมยังไม่ได้รับประทานอาหารเลยสักมื้อเพราะต้องรีบตามเขาให้ทัน ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายของเธอจะอึดไปไหน เธอยังไม่เห็นเขาพักเลยสักวินาทีเดียวตั้งแต่มาเหยียบแผ่นดินมาเก๊า
และตอนนี้ก็เป็นการตรวจน้ำพุและรูปปั้นหน้าตึกว่าตรงตามร่างหรือขาดเหลือในจุดไหนไหม จริง ๆ อุปสรรคพวกนี้มันไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาหลักคือแสงแดดร้อนแรงที่แผดเผามานานสองนานกับอาการขาดน้ำของเอวาลินที่ทำเอาเธอหน้ามืดละม้ายคล้ายจะเป็นลม
เธอก้ม ๆ เงย ๆ จดบันทึกจนรู้สึกเวียนหัวจนร่างบางเซไปชนกับแผ่นหลังของผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อ เมื่อเขาเห็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็หยุดการสนทนาและหันมาประคองร่างกายปวกเปียกที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ของเอวาลินทันที
"ทำไมหน้าซีดแบบนี้ ไหวไหม"
"หวะ-ไหวค่ะ" ถึงจะหัวใจจะตอบไหวแต่ร่างกายแทบจะสลบแล้ว เธอเวียนหัวและหน้ามืดจนทิ้งน้ำหนักลงไปยังอ้อมแขนแกร่งที่ประคองเธออยู่อย่างหมดใจจะฝืนทน
ไม่ไหวแล้ว...เมาแดด
"นายท่านพาคุณผู้หญิงไปพักก่อนก็ได้ครับ รายละเอียดทั้งหมดมีเท่านี้ครับ"
"ได้ครับ ถ้ายังไงผมฝากด้วยนะ" ไท่หมิงหันไปเอ่ยตอบกับทีมงาน
"ครับนายท่าน หากมีอัปเดตผมจะรีบแจ้งทันทีครับ" เขาพยักหน้าหนึ่งที และมองมายังหญิงสาวที่แก้มแดงก่ำจากความร้อน แม้ว่าเธอจะไม่ได้หมดสติแต่ก็ตัวอ่อนปวกเปียกคล้ายคนเป็นลม และภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงไม่มีใครได้เห็นมันง่าย ๆ
เพราะเขาจำเป็นต้องอุ้มเธอมาไว้ในอ้อมแขน แม้ว่าเหล่าบอดีการ์ดจะพยายามเข้ามาประคองร่างบาง แต่เขาก็ส่งสัญญาณห้ามไป เพราะไม่อยากให้ใครมาแตะต้องร่างกายนี้นอกจากเขาเท่านั้น
"เฮีย...เอวาไหวค่ะ ไม่ต้องอุ้มก็ได้" เธอพยายามลืมตามาสู้กับแสงแดดที่สะท้อนใบหน้าหล่อเหลาด้วยความพะอืดพะอม เพราะเธอแค่รู้สึกเวียนหัวและหน้ามืด.
"ไม่ต้องทำเก่ง" ไท่หมิงอยากจะเขกหน้าผากมนแรง ๆ ให้กับความดื้อรั้น หน้าแดงอย่างกับก้นลิงแถมจะเป็นลมอยู่แล้วยังจะมาทำเก่งอีก...ขืนพ่อเธอรู้ว่าเขาใช้งานเธอหนักจนเป็นลมล้มพับขึ้นมาก็เป็นเรื่องกันพอดี
และที่สำคัญวันนี้เธอก็ทำทุกอย่างได้ดีตลอดหลายชั่วโมง เพราะเขาแอบมองคนตัวเล็กที่จดทุกรายละเอียดอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอะไรเลย แต่ด้วยความที่เป็นลูกคุณหนูแถมยังไม่เคยลำบากเลยแม้แต่นิด อาจทำให้เธอไม่ค่อยทนแดดสักเท่าไหร่ ต่างจากเขาที่เป็นผู้ชายแข็งแรงแถมผ่านการตรวจงานจากโพรเจกต์ต่าง ๆ มาเยอะ เรื่องแดดน่ะไม่เคยกลัว...
ฟุ่บ
อ้อมแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กเดินมาจนถึงรถยนต์หรู เขาค่อย ๆ วางเธอลงและตามเข้าไปนั่งข้าง ๆ ทันที พอหลังจากที่ได้เข้ามาเอนหลังพิงกับเบาะรถหนังแสนนุ่มพร้อมทั้งอุณหภูมิเย็นสบายจากแอร์ก็ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกสบายตัวขึ้นจนผล็อยหลับไป
ศีรษะน้อยโอนเอนมาอิงซบกับบ่าแกร่งตลอดเวลาที่รถเดินทางมาโรงแรมห้าดาวที่เขาจองไว้ ระหว่างทางเธอหลับไปอย่างจริงจังจนเขาและบอดีการ์ดคนขับรถไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลยเพราะกลัวว่าคุณหนูจะตื่นขึ้นมา
จนกระทั่งรถยนต์เดินทางมาถึงโรงแรมขนาดใหญ่ใจกลางเมือง...และแม้ว่ารถจะหยุดเคลื่อนที่แล้ว แต่คนน้องยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าเธอคงจะเพลียมาก ๆ เขาเลยจำเป็นต้องอุ้มร่างเล็กกระทัดรัดออกมาจากรถและตรงเข้าไปที่ลิฟต์ส่วนตัวสำหรับ VVIP ไปยังชั้นสูงสุด
ตอนที่พนักงานออกมายืนรอต้อนรับพวกเธอก็ทำหน้ายิ้ม ๆ กันเพราะภาพของร่างสูงใหญ่ที่กำลังอุ้มหญิงสาวช่างดูอบอุ่นเหมือนแฟนกำลังดูแลกันอย่างไรอย่างนั้น แต่พอไท่หมิงส่งสัญญาณให้ตามเข้ามาพนักงานสาวหนึ่งคนก็รีบกุลีกุจอวิ่งเข้ามาพร้อมทั้งกดลิฟต์ให้
เพียงไม่นานก็มาถึงชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดัง พนักงานเดินนำไปยังห้องสวีทที่เขาแค่จองไว้สำหรับพักผ่อนช่วงเย็นก่อนกลับฮ่องกง แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นที่นอนให้ใครบางคน...
เมื่อพนักงานจัดการเปิดประตูให้เสร็จสรรพเขาก็พยักหน้าหนึ่งทีก่อนที่เธอจะเดินปิดประตูแบบเบาที่สุดเพราะเกรงว่าคุณผู้หญิงในอ้อมแขนจะตื่น
เขาถอดรองเท้าหนังของตัวเองออกและพาคนตัวเล็กที่ครางอื้ออึงในลำคอลงไปนอนบนเตียงหนานุ่ม ก่อนจะก้มลงไปถอดรองเท้าส้นสูงออกจากเท้าน้อย และปรากฏให้เห็นว่าเท้าขาวของเธอขึ้นรองแดงจนเขาเองก็อดรู้สึกแสบแทนไม่ได้
"มัวแต่ห่วงสวย" อยากจะดีดหน้าผากสักทีสองทีจริง ๆ มาตรวจงานแบบนี้ใครให้ใส่รองเท้าส้นสูงมาเนี่ย แต่จะดุก็ไม่ได้ เพราะรองเท้าส้นสูงที่ใส่มามันก็ไม่ได้แฟชั่นจ๋าอะไรขนาดนั้น แค่รองเท้าพนักงานออฟฟิศทั่วไป แต่คงเป็นเพราะว่าเดินเยอะบวกยืนนานเลยทำให้รองเท้ากัดก็เป็นได้
ตี๊ด
มือใหญ่หยิบรีโมตแอร์มาเปิดและปรับลดอุณหภูมิลงเพื่อให้คนน้องได้นอนหลับสบาย เขาหยิบผ้าห่มหนาสีขาวมาห่มคลุมคนตัวเล็กก่อนจะพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาใหญ่ และปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมทั้งพันขึ้นพลางปลดเข็มขัดกางเกงสแลกสีดำออกและเอนตัวลงนอนบนโซฟาเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากทำงานมาทั้งวัน
20.00
เอวาลินลืมตาขึ้นเพราะได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาสักพัก เธอเอนตัวพิงหัวเตียงพลางใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยเส้นผมลอนสวยของตัวเองลวก ๆ
อ่า...เธอน่าจะเป็นลมแดดสินะ เพราะความรู้สึกสุดท้ายคือหนักหัวมาก ๆ จนเผลอหลับไป แต่ก็ไม่คิดว่าจะเพลียจนถึงมานอนอยู่บนเตียงในโรงแรมปริศนาแบบนี้ และถ้าดูจากเสื้อที่ถอดพาดไว้บนเก้าอี้ ไท่หมิงน่าจะเป็นคนพาเธอมาที่นี่...
"ตื่นแล้วเหรอ" ทันที่ร่างสูงปรากฏตัวหญิงสาวก็กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก เพราะเขาเปลือยให้เห็นกล้ามเนื้อสวยงามท่อนบน และมีผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ลวก ๆ แทบจะปิดอะไรไม่มิด แถมหยดน้ำที่เกาะตามตัวและเส้นผมที่เปียกน้ำก็ทำให้เขาดูเซ็กซี่ชะมัด...
"ทำไมทำหน้าแบบนั้น ทำอย่างกับไม่เคยนอนห้องเดียวกัน"