LOGINซอยเปลี่ยวแถวชานเมืองยังคงเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ เสียงรถยนต์ที่แล่นผ่านห่าง ๆ ดังแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบจากความเป็นจริงที่ห่างไกล นลินสะอึกสะอื้นจนตัวโยนอยู่ในอ้อมกอดแน่นของเตโช ร่างบางสั่นเทาราวกับใบไม้ในพายุ กลิ่นเหล้ารัมจาง ๆ ที่เคยทำให้หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นแห่งความปลอดภัยอย่างประหลาดท่ามกลางความโหดร้ายของโลกใบนี้
เตโชกอดเธอไว้แน่น มือหนาที่เคยใช้บังคับและครอบครอง ลูบไล้กลุ่มผมสลวยดำขลับของเธออย่างเบามือที่สุดเท่าที่ผู้ชายดิบเถื่อนอย่างเขาจะทำได้ เขามองข้ามไหล่บางของเธอไปยังทิศทางที่ธนา—พ่อแท้ ๆ ของเธอ—เพิ่งวิ่งหนีหายไปพร้อมรอยช้ำบนคอเสื้อและความกลัวในดวงตา แววตาคมกริบของเตโชบวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตที่ลึกและมืดมิด เขาจดจำใบหน้าของชายคนนั้นไว้ในใจอย่างละเอียด ใครก็ตามที่กล้าทำให้ ‘คนของเขา’ ต้องหลั่งน้ำตา มันต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวดที่ร้อยเท่าพันเท่า ไม่มีข้อยกเว้น
“กลับบ้านเรากันเถอะ นลิน...” เสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยคำสั่งและการข่มขู่ บัดนี้กลับสั่นพร่าและอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นเสียงของคนที่กำลังพยายามกลบเกลื่อนความแตกสลายภายใน
เขาไม่รอคำตอบ สอดแขนแกร่งใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง อุ้มนลินขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอคือสิ่งเปราะบางที่สุดในชีวิตเขา ร่างกายเธอเบาราวกับจะลอยหายไปได้ทุกเมื่อ นลินไม่ได้ขัดขืน เธอกอดคอเขาไว้แน่น ซุกหน้าลงกับอกแกร่งที่แผ่ความร้อนอบอุ่น ปล่อยให้น้ำตาร้อนผ่าวไหลซึมลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา จนเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง เสื้อที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้กลับกลายเป็นผืนผ้าที่ซับความเจ็บปวดของเธอ
เตโชเดินไปยังรถสปอร์ตสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล ทุกย่างก้าวของเขาช้าและมั่นคง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวเร็วเพียงเล็กน้อยจะทำให้เธอแตกสลาย เขาวางเธอลงบนเบาะข้างคนขับอย่างแผ่วเบาที่สุด เอื้อมมือไปปรับเบาะให้เอนนอนได้สบายขึ้น จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดจากช่องเก็บของมาประคบเบา ๆ ที่แก้มเนียนที่เริ่มขึ้นรอยแดงปื้นใหญ่จากแรงตบของธนา
[POV: เตโช – ความพ่ายแพ้ของปีศาจ]
หัวใจของเตโชบีบคั้นจนเจ็บปวดราวกับถูกบดขยี้ เขามองรอยแดงนั้นแล้วรู้สึกเหมือนมีใครเอามีดกรีดลงกลางอกซ้ำ ๆ ‘พี่ขอโทษที่เคยตบเธอด้วยคำพูด พี่ขอโทษที่เคยทำร้ายเธอด้วยการกระทำ พี่ขอโทษที่เคยภาคภูมิใจกับการเป็นวิศวะร้ายจอมบงการ เพราะในวินาทีที่เห็นเธอถูกทำร้าย พี่กลับพบว่าอำนาจเงินมหาศาลที่พี่ใช้ซื้อเธอมา มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่พี่ไม่สามารถปกป้องความรู้สึกของเธอได้ตั้งแต่วันแรก’
เขาเคยคิดว่าตัวเองชนะทุกเกม ชนะด้วยเงิน ด้วยอำนาจ ด้วยการครอบครอง แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาแพ้ แพ้อย่างหมดรูปแพ้ต่อหัวใจตัวเองที่รักเธอมากเกินกว่าที่จะยอมรับได้ เขาแพ้ต่อความจริงที่ว่า การที่เธอต้องยอมคลานเข่ามาหาเขาเพื่อเงินสามแสนนั้น มันไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา
เตโชสูดหายใจลึก พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดด้วยการเริ่มสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ ดังขึ้น แต่ในใจเขายังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาของนลินที่ดังก้องอยู่ในหู
[POV: นลิน – แสงตะวันที่แผดเผาแต่ให้ไออุ่น]
นลินหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนภายใต้การดูแลที่ผิดหูผิดตาของเตโช เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจาง ๆ จากปลายนิ้วของเขาที่แตะลงบนแก้ม มันไม่ใช่สัมผัสของความใคร่ที่ดุดัน ไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของที่เคยทำให้เธอตัวสั่นด้วยความกลัว แต่มันคือสัมผัสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและความห่วงใยที่เขาไม่เคยแสดงออกมาก่อน
‘ขอบคุณที่พี่มา... ขอบคุณที่พี่ปกป้องลิน แม้ว่าพี่จะเป็นคนที่ทำร้ายลินมากที่สุดก็ตาม’
เธอรู้ดีว่านับจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘หลักประกัน’ กับ ‘เจ้าหนี้’ ไม่ใช่แค่หนี้สินและการชดใช้ แต่มันกลายเป็นความผูกพันที่เคลือบไปด้วยรอยเลือด คราบน้ำตา และความเจ็บปวดที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างสร้างให้กัน เธอตัดสินใจแล้วในใจว่า เธอจะไม่หนีเขาไปไหนอีก ไม่ใช่เพราะกลัวหนี้ ไม่ใช่เพราะไม่มีที่ไป แต่เพราะในโลกที่แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังตบหน้าเธอเพื่อเงิน มีเพียงอ้อมกอดของปีศาจคนนี้เท่านั้นที่ยอมกางปีกปกป้องเธอ แม้ปีกนั้นจะเปื้อนเลือดก็ตาม
รถแล่นผ่านถนนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากซอยเปลี่ยวสู่ถนนใหญ่ แสงไฟจากตึกสูงเริ่มสาดส่องเข้ามาในรถ นลินลืมตาขึ้นช้า ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพเมืองที่สว่างไสวแต่เย็นชา เธอเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ของเตโชที่วางอยู่บนเกียร์ เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพลิกมือคว่ำ จับมือเธอไว้แน่นโดยไม่พูดอะไร
[บทบรรยาย: การดูแลที่แฝงด้วยคำสั่ง]
เมื่อกลับถึงเพนต์เฮาส์ เตโชไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพานลินตรงไปยังห้องนอนหลักทันที ห้องที่เคยเต็มไปด้วยความรุนแรงและการครอบครอง บัดนี้กลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด เขาจัดแจงหาผ้าขนหนูสะอาดชุบน้ำอุ่นมาประคบที่แก้มและข้อมือที่ช้ำของเธออย่างตั้งใจ ความเงียบปกคลุมห้อง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบที่กดดันและน่ากลัวเหมือนเมื่อเช้า มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจที่ยังไม่ต้องเอ่ยคำ
“ลิน... ต่อไปนี้ห้ามไปหาพ่อนั่นลำพังอีก” เขาเอ่ยเสียงเข้ม พยายามดึงมาดจอมบงการที่คุ้นเคยกลับมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอที่กำลังทะลักออกมา “และเงินทุกบาทที่จะให้มัน... ต้องผ่านมือพี่เท่านั้น พี่ไม่ต้องการให้เธอต้องเอาศักดิ์ศรีของเธอไปแลกเงินมาให้คนแบบนั้นอีก ถ้ามันต้องการอะไร ให้มันมาหาพี่เอง”
นลินนั่งนิ่ง มองเขาที่กำลังตั้งใจประคบแผลให้เธอด้วยความละเอียดอ่อนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาของเขาที่เคยมืดบอดด้วยทิฐิและความหึงหวง บัดนี้กลับสะท้อนภาพของเธอด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมือเขาเบา ๆ
“พี่เตคะ... ลินขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อน ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
เตโชชะงักมือทันที เขาเงยหน้ามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบหนึ่ง ก่อนจะสั่นเล็กน้อย “ไม่ต้องขอโทษ...” เสียงเขาต่ำลงจนแทบเป็นกระซิบ “เธอเป็นของพี่ นลิน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเธอ ไม่ว่าจะเป็นพ่อของเธอ... หรือแม้แต่ตัวพี่ในอดีต พี่ก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก”
เขาวางผ้าประคบลง แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ กดจูบลงบนหน้าผากเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน จูบนั้นไม่มีกลิ่นอายของความต้องการทางกาย ไม่มีความเร่าร้อนดิบเถื่อน มีเพียงความอ่อนโยนและสัญญาที่เขาให้ไว้กับตัวเองเงียบ ๆ ว่า... เขาจะปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่มี แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยังเต็มไปด้วยขวากหนาม แม้ว่าเขาจะต้องเปลี่ยนตัวเองจากปีศาจเป็นคนธรรมดาที่เรียนรู้การรักอย่างถูกต้องก็ตาม
นลินยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขา กอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลซึมลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวด มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“พี่เต... ลินจะอยู่กับพี่นะคะ” เธอกระซิบแผ่ว “ไม่ใช่เพราะหนี้... แต่เพราะลิน... ลินไม่อยากอยู่ที่ไหนอีกแล้ว นอกจากตรงนี้”
เตโชหลับตาลงแน่น กอดเธอตอบแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป เขาไม่ตอบอะไร แต่ในใจเขารู้ดีว่า คำพูดนั้นคือสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาตลอด แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดมหาศาลก็ตาม
อ้อมกอดนี้ยังคงเปื้อนน้ำตา แต่คราวนี้ มันไม่ใช่แค่น้ำตาของความเจ็บปวดอีกต่อไป มันคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา—ช้า ๆ เบา ๆ แต่แน่นอน
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







