ANMELDENความสมบูรณ์แบบ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่คำนี้เริ่มกลายมาเป็นคติประจำใจของเธอ รู้ตัวอีกทีก็มองโลกทั้งใบไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว อย่างเช่นของขวัญวันเกิดในมือตอนนี้ อาจเพราะเป็นคนนิยมความไร้ที่ติเลยอดจะวิจารณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ กระเป๋าแบรนด์ดังโดนพลิกดูสองรอบ จากนั้นถูกใส่ลงในกล่องดังเดิม เจ้าของวันเกิดฉีกยิ้มแต่ดวงตากลับไม่ยิ้มตามไปด้วย
“ใบนี้สวยดีนะ ฉันพึ่งซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์มา ไว้จะสลับกันสะพายออกงาน แต่ฉันไม่ยักรู้ว่าทางช็อปยังขายรุ่นเก่านี้อยู่ นึกว่าเขาโละหมดแล้วซะอีก เจนนี่แกมีความสามารถจริง ๆ ไปหามาได้ยังไง ใบนี้คงรุ่นห้าปีที่แล้วได้มั้ง”
“เก่าแต่เก๋ไง กระเป๋ารุ่นวินเทจกำลังเป็นที่นิยมนะ ฉันให้พี่ที่รู้จักช่วยหามาให้ ราคาประมูลสูงไม่ใช่เล่น”
“ประมูลอย่างมากก็แสนสองแสน โธ่เจนนี่ แกไม่น่าสิ้นเปลืองกับของขวัญเลย แค่มาแฮปปีเบิร์ทเดย์กันก็พอแล้ว”
“ไม่สิ้นเปลืองหรอก แกเป็นเพื่อนรักของฉัน ของนอกกายพวกนี้ซื้อได้ก็อยากซื้อให้ แกรอดูดีกว่าว่าปีนี้พี่ชาวีของแกจะให้ของขวัญอลังการแค่ไหน ฉันเทียบพี่เขาไม่ติดหรอก”
เจนนี่เหลือบมองกระเป๋าหรูตกรุ่นที่ตนไปหาซื้อมาในราคาห้าหมื่นกว่าบาท พลางแอบทอดถอนใจกับคำพูดของเพื่อนรัก ถ้าอลิชารู้ว่ามันราคาถูกกว่าที่คาดเอาไว้ กระเป๋าใบนี้คงได้มีจุดจบเช่นขยะชิ้นหนึ่งแน่ เพื่อนคนนี้ปฏิบัติกับคนและข้าวของที่รกหูรกตาได้ไร้หัวใจสุด ๆ เจนนี่ชินชากับนิสัยของเพื่อนแล้ว ต่อให้โดนเสียดสีก็ยังสามารถปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้
ขั้นตอนสำคัญของงานวันเกิดไม่ใช่การเซอร์ไพรส์กะทันหัน เพราะต่อให้ชาวีเป็นตัวการหลัก ก็ไม่เพียงพอจะสร้างความประทับใจแก่ภรรยาสาว ในส่วนการแกะของขวัญต่างหากที่จะทำให้อลิชามีความสุขอย่างแท้จริง ฉะนั้นพอเจนนี่พูดถึงชาวี เขาก็ล้วงกล่องกำมะหยี่สีดำออกมา
อลิชาเลิกคิ้วสูงสงสัยมากกว่าตื่นเต้น กล่องใบจิ๋วนี้มีของขวัญล้ำค่าอยู่อย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาสามีเล่นใหญ่ทุ่มซื้อแม้กระทั่งเครื่องเพชรหลักสิบล้านให้ ปีนี้กลับเป็นแค่กล่อง เล็ก ๆ นี่
“หื้ม? กุญแจเหรอคะ” อลิชาเอียงคอจดจ้องกุญแจเงินที่ออกแบบซับซ้อนเฉพาะตัวในมือ ก่อนจะเงยหน้าตั้งคำถามกับผู้เป็นสามี เขาลูบศีรษะเธอเบา ๆ ทว่าสัมผัสอ่อนโยนนี้ไม่สามารถเบี่ยงเบนความใคร่รู้อันรุนแรงได้
“ริสาเคยบอกว่าอยากได้บ้านที่มีสนามหญ้าไว้ให้ ลูก ๆ วิ่งเล่นไม่ใช่เหรอ”
“พี่วี!” อลิชาพอรู้ว่าเขาซื้ออะไรให้ก็ดีใจจนน้ำตาปริ่มรีบโผกอดสามีทันที “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ”
นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดจากชาวี ตัวเธอแค่บ่นไปเรื่อยว่าอยากย้ายบ้านและต้องการบ้านที่มีสนามหญ้าสำหรับลูก ๆ ไม่คิดว่าเขาจะเก็บมาใส่ใจ จนกระทั่งซื้อมันมาให้เธอ สามีคนนี้ดีที่สุด เธอรักเขาจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว
“โอ๊ย! พี่วีเล่นใหญ่ขนาดนี้ แล้วเอมจะทำยังไงล่ะคะเนี่ย พี่ริสา เอมซื้อสร้อยให้พี่ ได้ยินว่าพี่ชอบแบรนด์นี้ ได้ของขวัญใหญ่จากพี่ชาวีแล้ว พี่อย่ารังเกียจว่าของขวัญจากเอมไม่เลิศเลอเท่าพี่เขยนะ” เอมิกาตัดพ้ออย่างน้อยใจ
“ไม่รังเกียจหรอก น้องสาวเป็นเด็กดีแบบนี้ เอามาใส่ให้พี่ตอนนี้เลย”
เอมิกายิ้มร่าดีใจรีบกุลีกุจอนำสร้อยคอราคาสูงลิ่วสวมให้กับพี่สาว กระทั่งกระเป๋าตกรุ่นของเจนนี่ อลิชาก็ไม่ได้มองว่ามันรกหูรกตาอีกแล้ว บรรยากาศฉลองก่อนวันเกิดจึงดีขึ้นมาก
“เค้กก้อนนี้ผมเตรียมมาพิเศษเพื่อคนสำคัญของผมโดยเฉพาะ ที่รักผอมขนาดนี้แล้ว เว้นรักษาสุขภาพสักวัน ชิมให้พี่ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” ชาวีตัดเค้กมาชิ้นหนึ่งใส่ในจานใบเล็ก สีหน้ารอคอยออดอ้อนให้ภรรยาใจอ่อน
“ก็ได้ค่ะ” อลิชามีความสุขเกินจะปฏิเสธ เธอชิมไปคำหนึ่งโต ๆ รสชาติของช็อกโกแลตของโปรดที่ไม่อาจรับประทานบ่อยได้ทำให้ทั้งร่างราวกับได้รับสารเพิ่มพลังพิเศษ
“อร่อยมากเลยค่ะ” เธอจะปล่อยตามใจตัวเองสักวันก็แล้วกัน
อลิชากำลังจะชิมคำที่สอง ทว่าช่องท้องพลันบิดม้วนจนมืออ่อนแรงทำช้อนหล่นกระทบพื้นห้อง เธอตะปบไหล่ของชาวี อ้าปากพยายามบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ “ช่วย…ช่วยด้วย แค็ก ๆ”
จุดหมายแรกหลังเข้าพิธีวิวาห์หวานชื่นคือค่ำคืนฮันนีมูนสุดโรแมนติกที่ประเทศฝรั่งเศส สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันวางแผนกันจะใช้เวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หนึ่งเดือนเต็ม ท่องไปทั่วยุโรปแล้วค่อยกลับไปปิดท้ายทริปที่ประเทศไทยคืนแรกของการแต่งงานต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวานเนื่องจากอลิชาไม่สบาย วันนี้อาการเธอดีขึ้นมากแล้ว หลังออกไปเดินเที่ยวถ่ายรูปกับหอคอยไอเฟลกลางกรุงปารีส พวกเขาก็กลับมายังโรงแรมเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน“อุ๊ย! อาบน้ำก่อน ขออาบน้ำก่อนค่ะ พึ่งออกไปข้างนอกตัวเหม็นเหงื่อแย่”อลิชาถูกสวมกอดจากทางด้านหลังแนบแน่น คนตัวสูงกว่าซุกใบหน้าลงข้างซอกคอของเธอ สูดดมและพรมจูบอ้อยอิ่ง แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องตัวเหม็นสักนิด คำพูดต่อมายิ่งทำให้อลิชาแก้มแดงร้อน“กลิ่นกำลังดี ฉันชอบแบบนี้” เสียงของเขาวนเวียนคลอเคลียอยู่บริเวณซอกหู ปลายจมูกคมเริ่มทำการถูไปถูมาได้สักครู่ เจย์โรมก็อ้าปากอมติ่งหูขาวไว้ ดูดดุนไปพลางเล้าเลียกระตุ้นอารมณ์ภรรยาตัวน้อยในอ้อมกอดฝ่ามือหยาบเลื่อนล้วงเข้ามาใต้เสื้อแขนยาวคอเต่าสีดำ ลูบ ๆ คลำ ๆ บริเวณหน้าท้องอุ่นนุ่มผิวเนียนเรียบ ค่อยเลื่อนขึ้นกอบกุมก้อนหน้าอกอวบอัดทั้งสองข้าง ขย้
ความเสียใจท่วมท้นยิ่งกว่าความโกรธแค้นทั้งหมด ทุกถ้อยคำจากปากนารินบาดลึกแทงลงไปถึงจิตวิญญาณที่พึ่งจะเข้มแข็งได้ไม่นานอย่างหนักหน่วง ยามนี้ใจเธอสลายรวดร้าวเฉกเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่เฉลยความจริงว่าสามคนนั้นหักหลังทรยศ ยิ่งพอฟังเหตุผลและแรงจูงใจแสนเหลือเชื่อ นารินในตอนนี้ราวกับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักเพื่อนสาวที่มักจะเข้าอกเข้าใจคนอื่น คนที่อ่อนโยนคอยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งยามตนกับเจนนี่เริ่มมีปากมีเสียง จะเป็นคนเดียวกันกับฆาตกรเบื้องหลังบงการแผนร้ายทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ ที่ผ่านมาไม่มีความหมายสักอย่างเลย ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยคอยกำชับให้เธอดูแลตัวเอง เพื่อนแท้ซึ่งไม่เคยทิ้งกันสักครั้งแม้ตนจะตกต่ำดำดิ่งหรือก้าวไปยังจุดสูงสุด“ตอนที่ฉันตกลงคบกับผู้ชายคนนั้น แกบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าแกไม่โอเคก็แค่บอกฉัน ฉันเลือกแกก่อนอยู่แล้ว”นารินหัวเราะขันทว่านัยน์ตาเย็นชา “จุดเริ่มต้นมันเกิดจากไอ้เลวนั่นก็จริงอยู่ แต่ฉันก็รู้สึกกับแกเหมือนที่เจนนี่รู้สึกมาตลอดนั่นแหละ เพราะมีคุณหนูบ้านรวยอย่างแกเป็นเพื่อน ก็เลี่ยงไม่ได้จะถูกเปรียบเทียบไม่เลิก ใครก็ว่าฉันดูด้อยที่สุดในหมู่พวกเราสามคน เจนนี่ชอบเป็น
ตั้งแต่สิ้นใจตายอย่างทรมานด้วยเค้กเพียงคำเดียวแล้วย้อนเวลากลับมา อลิชาผวาไม่หายจึงไม่ยอมแตะต้องขนมหวานชนิดนี้อีก เมื่อได้ยินนารินบอกว่าเจนนี่ลงทุนลงแรงทำเค้กเองเพื่อมอบให้เธอ ก็ผุดความทรงจำเมื่อครั้งนั้นขึ้นมาชาวีกับเอมิกาหมดโอกาสจะลงมือ คนหนึ่งอยู่ในคุก อีกคนเสียสติต้องบำบัดอยู่โรงพยาบาลจิตเวช เหลือแค่เจนนี่ที่ยังใช้ชีวิตอิสระด้านนอกแม้หล่อนจะประสบข่าวอื้อฉาวสิ้นหนทางการเป็นดารานักแสดงแล้ว ก็ยังดิ้นรนไม่เลิกเทียวรบกวนนารินให้มาพูดขอคืนดีกับตน นารินเป็นคนประเภทใจอ่อนกับมิตรภาพ ยิ่งเจนนี่ที่คบหากันมานานนับสิบปี ตัดขาดฉับเลยเช่นเธอทำไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับนาริน ซึ่งเพื่อนสาวมักเป็นแบบนี้เสมอตนนั้นก็รักเพื่อนแท้เพียงคนเดียวมากจนไม่กล้าตำหนิแรงเกรงจะทำให้อีกฝ่ายคิดหนัก เมื่อพาเจนนี่มา ถือเสียว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย อลิชาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องคุยเป็นจริงเป็นจังให้นารินเข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจนนี่มันมาไกลเกินกว่าจะลบเลือนทุกอย่างแล้วกลับไปเริ่มต้นกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก“ในเมื่อมาแล้วก็กินข้าวเย็นด้วยกันเถอะ” อลิชาตอบกลับพลางลอบถอนหายใจกล่าวออกมาทันใดนั้นเองก็มีสายเรียกเข
“ใส่ร้าย ใส่ร้ายกันทั้งเพ” อย่าหวังว่าจะหลอกต้มกันได้ง่าย ๆ หลักฐานบ้าบอคอแตกอะไร ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ก็แค่ปั้นน้ำเป็นตัวมาหลอกให้เขาคายความลับ ระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนจะสืบเสาะล้วงลึกโดยที่เขาไม่รู้สึกระแคะระคายได้ยังไงประธานเกริกชัยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แม้หลักฐานจะทนโท่อยู่ก็ตาม หนึ่งสิ่งซึ่งทำให้เขามีสถานะแตกต่างจากประธานบริษัทย่อยทั่วไปคือ เขาเป็นอาเขยเจย์โรม แตะต้องคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่รู้สึกผิดต่ออาสาวที่ตายไปแล้วก็ลองดูสิ จะได้ขายหน้าคนทั้งประเทศที่กล้าเอาความสกปรกใต้พื้นบ้านตนมาเปิดเผยเปล่า ๆ“เจย์โรม ในฐานะอาเขยของนาย ต้องบอกไว้ก่อนว่าก่อเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ผลดีเลย พ่อนายรู้เข้าจะตำหนิเอานะ ไม่พอใจอะไรอาก็แค่บอกกันมา จำเป็นต้องเล่นใหญ่เล่นโตเหมือนคนคิดแค้นกันแต่ชาติปางก่อนทำไม”เจย์โรมไม่หวั่นไหวกับความหมายแฝงเร้นในคำพูดของเกริกชัย ผู้ช่วยของเขาได้กล่าวต่อ“ทางตำรวจได้รับแจ้งให้เข้าทลายแหล่งผลิตยาเสพติดเมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว แหล่งผลิตยานี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจผิดกฎหมายของคุณเกริกชัย คนร้ายถูกจับได้คาที่เกิดเหตุและกำลังให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมถึงได้บอกให้คุณเกริกชัยรีบแสดงหล
หล่อนปรายตามองแขกไม่ได้รับเชิญก่อนจะยิ้มหยัน “น้องเขยวางอำนาจบาตรใหญ่จังเลยนะ อยากบุกเข้ามาก็มาได้ เห็นริสาเป็นผู้หญิงเลยจะใช้กำลังข่มขู่เหรอ”ราตรีฉวยเอกสารสัญญามาอ่าน แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ แต่พอกวาดตาไล่ดูเงื่อนไขและจำนวนเงินซื้อขายหุ้น ก็ต้องโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เอกสารในมือถูกปาลงพื้นทันทีประธานเกริกชัยไม่คาดคิดว่าจะเจอมารดาของเจย์โรมที่นี่ สีหน้าลำพองได้ใจอย่างผู้ยิ่งใหญ่เริ่มไม่น่าดู จากนั้นก็กลบเกลื่อนการกระทำด้วยเสียงหัวเราะ“พี่สะใภ้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง อย่าพึ่งเข้าใจผิด นี่เป็นการตกลงทางธุรกิจ ไม่ใช่อย่างที่พี่สะใภ้เข้าใจ ถูกต้องไหมคุณอลิชา” ท่าทีสบายอกสบายใจแต่แววตากลับแฝงการข่มขู่คุกคามลองนังตัวดีพูดจาไม่ระวังสิ จะได้ชดใช้ไม่ไหวแน่ ต่อให้หล่อนปีกกล้าขาแข็งก็ยังต้องเล่นตามกติกา เป็นแค่ไม้ประดับที่เจย์โรมหยิบขึ้นมาเชยชมชั่วครั้งชั่วคราว จะเอาความกล้าที่ไหนมาลองดี“วันนี้ฉันจำไม่เห็นได้เลยค่ะว่านัดกับคุณเกริกชัย คุณทำร้ายพนักงานของเราอย่างไร้เหตุผล ฉันจะไว้ใจทำธุรกิจกับคุณได้ยังไง” เธอรู้ว่าตนทำอะไรลงไป ราตรีออกหน้าปกป้องขนาดนี้แล้ว จะหดหัวเสแสร้งเกรงอกเกรงใจไม่ได้แล้
นักข่าวยกกล้องถ่ายต่ออย่างบ้าคลั่งราวกับเพื่อนบ้านสอดรู้สอดเห็นพบเจอเรื่องสนุก หญิงสาวที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเธอคือหนึ่งในคุณหนูบ้านรวยซึ่งโด่งดังไม่น้อยในอินเทอร์เน็ต เจนนี่หนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำนานแล้ว ปล่อยให้ชาวีรับหน้านักข่าว พอได้ยินเสียงวี้ดว้ายด่ากราดก็หน้าซีดเผือดลงไปอีกจบกัน ชื่อเสียงที่สั่งสมมาจบกันแล้ว นักข่าวพวกนี้เป็นสื่อใหญ่ยากจะปิดปากทั้งนั้น แถมผู้หญิงบ้านั่นยังเอาแต่พูดว่าเธอเป็นชู้ หลักฐานยากจะปฏิเสธ ให้ออกไปแก้ตัวตอนนี้ยิ่งจะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง เจนนี่อับจนหนทางไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรจึงกัดฟันจนเลือดซิบ สุดท้ายทนไม่ไหวถึงกับหน้ามืดเป็นลมอยู่ในห้องน้ำชาวีเองก็หัวหมุนไม่แพ้กัน พึ่งจัดการนักข่าวให้สงบลงก็ต้องคลึงขมับเมื่อจู่ ๆ หญิงสาวที่แม่ทาบทามมาหมั้นหมายใหม่กับเขาปรากฏตัว หล่อนวีนเหวี่ยงนิสัยคุณหนูลูกคนเดียว ไม่มีทางเลยที่จะสามารถทำให้หุบปากได้ง่าย ๆ“พอแล้ว เลิกโวยวายสักที เรายังไม่ได้หมั้นกันสักหน่อย เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ”มิลินแว้ดเสียงเขียว “ไม่ได้หมั้นอะไรกัน เมื่อวานคุณแม่พี่ไปคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งมิลินเรียบร้อยแล้ว เดิมม
ออสตินพยายามจับความเคลื่อนไหวบนใบหน้าของเจย์โรม ทว่าช้าไปก้าวหนึ่งเลยพลาดส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุด ยามนี้พบเพียงญาติผู้พี่ตนสงบนิ่งไม่แสดงอาการหวั่นไหวสักนิดต่อรูปโฉมอันงามสะพรึงของอลิชา ออสตินรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง หรือเมื่อวานจะเป็นการสุ่มถามพนักงานจริง ๆ ไม่ใช่เขาให้ความสนใจหล่อนพิเศษกว่าคนอื่นแต่
คนหนึ่งป่วยออด ๆ แอด ๆ ไม่พร้อมสนอง อีกคนเร่งเร้าตื่นตัวพร้อมบริการเต็มที่ ด้วยสันดานผู้ชายกิเลสตัณหาหนายิ่งกว่าปูนสร้างตึกอย่างชาวี ไม่ต้องบอกว่าพอเขาได้อ่านแชตจากเอมิกาแล้วจะมีปฏิกิริยายังไงอลิชานั่งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นแบบปกปิดมิดชิดอย่างคนขี้หนาวอมโรค ชาวีแค
ตื่นเช้าวันใหม่ได้เวลาไปรายงานตัว หญิงสาวยืนสำรวจตนเองอยู่หน้ากระจก วันนี้เลือกเป็นชุดสูทสตรีรับรูปร่างและรองเท้าคัทชูรัดส้นพื้นเรียบ ด้วยส่วนสูง 167 เซนติเมตร ต่อให้ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงก็ยังคงโดดเด่นไม่ด้อย ไหนจะหน้าตาผมเผ้าที่สะอาดสะอ้านชวนมอง หลังจัดแต่งส่วนที่ไม่เรียบร้อยจนพอใจ อลิชาสะพายกระเป๋า
เสียใจทีหลัง อลิชาแทบอยากหัวเราะให้กับคำพูดนี้ นั่นน่ะสิ มีเรื่องราวมากมายให้เสียใจทีหลังอย่างว่า แต่มันไม่รวมการที่เธอตบะแตกอาละวาดตบตีแม่น้องสาวคนดี ไม่ได้รู้สึกผิดแม้สักกระผีกริ้นเดียวจนอยากขอโทษปลอบประโลมเอมิกากลับยังคันไม้คันมือไม่หายด้วยซ้ำ เพราะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตนในห้องแดงเ







