Partager

ตอนที่ 10

last update Date de publication: 2026-08-13 12:00:23

ย้อนกลับไปช่วงเช้าก่อนมื้ออาหารบุฟเฟต์ ยามเหม่าผันผ่านเข้าสู่ยามซื่อ (ประมาณ 09.00 น.) ณ เรือนอนุเฉิน

บรรยากาศภายในเรือนอนุเฉินตึงเครียดและเงียบสงบจนชวนอึดอัด... เทียนไขที่ถูกจุดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนดับลงเหลือเพียงควันสลัวๆ

อนุเฉินในชุดฮั่นฝูเนื้อดี นั่งเกร็งตัวอยู่บนเก้าอี้หลี่เหลียง ใบหน้าที่แต่งแต้มไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเริ่มมีคราบเหงื่อซึมตามขมับ สายตาจ้องมองบานประตูหน้าเรือนตาไม่กระพริบด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น!

“เหตุใด... เหตุใดป่านนี้เงาอสูรยังไม่ส่งข่าวกลับมาอีก!” อนุเฉินพึมพำเสียงสั่น มือเรียวสวยกำผ้าเช็ดหน้าแน่นจนยับยู่ยี่

“หรือว่า... หรือว่า ‘เงาอสูร’ จะสังหารนังซูเหมยไปแล้ว แล้วนำศพไร้หัวไปโยนทิ้งนอกเมืองหลวง จึงยังกลับมารับเงินทองคำแท่งไม่ทัน? ใช่! ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ! ป่านนี้นังซูเหมยคงกลายเป็นศพเฝ้าป่าไปแล้ว!” อนุเฉินพยายามปลอบใจตัวเองพลางเหยียดยิ้มสะใจ

ปัง!

ทันใดนั้นเอง! บานประตูเรือนก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนชนผนังดังลั่น!

‘บ่าวคนสนิท’ พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษไหว้เจ้า ร่างกายสั่นงันงกราวกับผีเข้า ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาคุกเข่ากอดขาอนุเฉิน!

“ทา... ท่านอนุเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” สาวใช้ปาดเหงื่อปนน้ำตา ร้องเสียงหลง

อนุเฉินตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจเต้นระทึก “เป็นอย่างไรบ้าง?! นังซูเหมยมันกลายเป็นศพไร้หัวไปแล้วใช่หรือไม่! เงาอสูรตัดหัวมันมาให้ข้าแล้วใช่ไหม!”

สาวใช้สั่นหัวพัลวัน น้ำตาเล็ดด้วยความผวา “เปล่าเลยเจ้าค่ะท่านอนุ! เงาอสูร... ทำงานล้มเหลวเจ้าค่ะ!”

“ว่าอย่างไรนะ?!” อนุเฉินเบิ่งตาแทบหลุดจากเบ้า “ระดับมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอเงาดับทำพลาดรึ?! นังซูเหมยมันชักกระบี่สู้หรืออย่างไร!”

“ปะ... เปล่าเลยเจ้าคะ!” สาวใช้ละล่ำละลักเล่าด้วยเสียงสยอง “แว่วมาจากพวกองครักษ์ในจวนว่า... เมื่อคืนนี้ มีมือสังหารอันดับหนึ่งลื่นไถล ‘ค่ายกลเปลือกส้มสะท้อนกลับ’ ของอนุซู จนดาบพิษย้อนกลับไปแทงก้นตัวเองสลบคาที่... บัดนี้ถูกจับไปขังไว้ในห้องใต้ดินวังอ๋องแล้วเจ้าค่ะ!”

“ทะ... แทงก้นตัวเองรึ?!” อนุเฉินตาถลนหลุดจากเบ้า เสียงร้องอุทานถูกกลืนหายไปในลำคอ ใบหน้าที่เคยจองหองเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดไร้สีเลือด!

ยังไม่ทันที่อนุเฉินจะได้กรีดร้อง...

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของทหารเกราะเหล็กนับสิบนายก็ดังสะเทือนมาจากทางเดินหน้าเรือน!

ผ้าม่านแพรถูกเปิดออกอย่างดุดัน... ‘ชางสิง’ องครักษ์คนสนิทของชินอ๋อง เดินนำกำลังทหารองครักษ์ชุดดำนับสิบนายบุกเข้ามาในห้องโถงเรือนอนุเฉินด้วยสีหน้าเรียบตึงดุจพญาอินทรี!

อนุเฉินสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปจนชิดขอบเตียง “ชะ... ชางสิง! เจ้าถือดีอย่างไรพากำลังพลบุกรุกเข้ามาในเรือนของข้า!”

ชางสิงคลี่ม้วนคำสั่งในมือออก เอ่ยเสียงดังฟังชัดทรงอำนาจ!

“มีคำสั่งด่วนจากท่านอ๋อง! อนุเฉินมีความผิดฐานต้องสงสัยว่าร่วมมือกับพรรคมาร ลักลอบส่งมือสังหารเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในวังอ๋อง!”

กรี๊ดดดดดดดด!

อนุเฉินกรีดร้องเสียงแหลมสูง ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น “ข้าไม่ได้ทำ! ข้าถูกใส่ร้าย! นังซูเหมยมันร่ายคุณไสยใส่พวกเจ้าเพื่อมาปรักปรำเจ้าใช่มั้ย!”

“คุมตัวอนุเฉินไว้! ห้ามก้าวขาออกนอกประตูเรือนแม้แต่ก้าวเดียว และตัดช่องทางการสื่อสารทั้งหมด!” ชางสิงสั่งการเสียงเรียบดุดัน “ส่วนทหารที่เหลือ... รื้อค้นเรือนอนุเฉินอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม!”

“รับทราบ!” ทหารองครักษ์ขานรับเสียงดังลั่น ก่อนจะกระจายกำลังกันรื้อค้นตู้เสื้อผ้า ฉากกั้น และใต้เตียงจนข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น!

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ... ทหารนายหนึ่งก็พุ่งพรวดมาจากหลังฉากกั้นไม้ ถือ ‘กล่องไม้แกะสลัก’ ใบหนึ่งออกมาเสนอชางสิง

“เรียนท่านองครักษ์! พบกล่องไม้ลับใบนี้ซ่อนอยู่เบื้องหลังช่องผนังหลังตู้เสื้อผ้าพะยะค่ะ!”

ชางสิงรับกล่องไม้มาเปิดออก สแกนสายตาดูม้วนกระดาษและตั๋วเงินข้างใน ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็น

“นำกล่องไม้นี้ไปหาท่านอ๋องที่ห้องทำงานด่วน!”

.

เพียงไม่ถึงครึ่งวัน... ข่าวการบุกค้นเรือนอนุเฉินและการสั่งกักบริเวณก็แพร่สะพัดไปทั่ววังอ๋องราวกับไฟลามป่า! และยิ่งปะทุขึ้นไปใหญ่เมื่อทุกคนได้รับข่าวว่าท่านอ๋องถึงกับส่งเทียบเชิญไปให้อนุซูเพื่อเสวยพระกระยาหารค่ำกันสองต่อสอง และท่าทีที่อนุซูกระทำระหว่างมื้ออาหาร บ่าวรับใช้และสาวใช้ตามซอกเรือนต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบด้วยความตกตะลึงสุดขีด!

“สวรรค์... อนุเฉินผู้เหิมเกริมเพราะคิดว่าตัวเองมาจากจวนขุนนางชั้นสูงถึงกับโดนท่านอ๋องสั่งกักบริเวณ และส่งทหารคุมเข้มไม่ให้เห็นแสงตะวันแล้ว!”

“ยามนี้วังอ๋องเปลี่ยนไปแล้ว... ได้ยินหรือไม่ว่า เมื่อยามเย็นวันนี้ ท่านอ๋องถึงขั้นเปิดห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว เชิญ ‘อนุซู’ ไปเสวยพระกระยาหารค่ำสองต่อสอง!”

“จริงรึ?! ปกติท่านอ๋องไม่เคยชายตาเหลียวมองอนุคนไหน แต่นี่ถึงขั้นจัดโต๊ะเสวยส่วนตัว! แถมอนุซูยังกวาดเป็ดปักกิ่งยัดใส่แขนเสื้อกลับไปกินที่เรือนท้ายสวนอย่างสบายใจเฉิบอีกด้วย!”

“อนุซูผู้นี้ต้องเป็นหญิงงามที่ท่านอ๋องโปรดปรานและเกรงใจที่สุดในจวนนี้แน่ๆ!”

ข่าวลือเรื่อง "อนุซูผู้โปรดปราน" และ "การสยบอนุเฉิน" กระจายออกไปไกลจนกระทั่งลอยไปเข้าหูอนุเฉินที่ถูกขังอยู่ในห้อง...

อนุเฉินที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ร่างกายสั่นงันงกปานผีเข้า น้ำตาไหลนองหน้าด้วยความผวาจัด

“นัง... นังซูเหมยมันไม่ใช่คน!” อนุเฉินละล่ำละลักพึมพำ “มันร่ายคุณไสยมนตร์ดำสยบมือสังหารอันดับหนึ่งด้วยเปลือกส้ม... แถมยังใช้เวตมนตร์สะกดจิตท่านอ๋องให้เลี้ยงเป็ดปักกิ่งมันอีก! ข้า... ข้าจะไม่ยุ่งกับมันอีกแล้ว! ข้ากลัวแล้ว!”

.

หลังมื้ออาหารค่ำยามจื่อ (ประมาณ 23:00 น.) ณ ห้องทำงานชินอ๋อง แสงเทียนส่องสว่างสลัวๆ ทั่วห้องทำงานของเวินเชียนฟาน...

เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี... โม่เฟิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ยื่น ‘กล่องไม้แกะสลักลับ’ ที่ยึดมาจากเรือนอนุเฉินขึ้นเสนอต่อชินอ๋อง “เรียนท่านอ๋อง...” ชางสิงรายงานน้ำเสียงจริงจัง “องครักษ์เงารื้อค้นเรือนอนุเฉินอย่างละเอียด พบกล่องไม้ลับใบนี้ซ่อนอยู่เบื้องหลังฉากกั้นพะยะค่ะ! ข้างในมีตั๋วเงินและจดหมายติดต่อลับนับสิบฉบับ!”

เวินเชียนฟานยื่นมือไปเปิดกล่องไม้ ดึงม้วนกระดาษพฤกษาออกมากางอ่านด้วยสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี...

พริบตาที่สายตาของชินอ๋องสแกนผ่านตัวอักษรในจดหมาย คิ้วเข้มก็ขมวดแน่นเข้าหากันจนเกือบผูกเป็นโบ!

“ทองคำแท่งร้อยตำลึงที่ใช้นำไปจ้างหอเงาดับ...” เวินเชียนฟานเอ่ยเสียงต่ำเย็นชา “มิใช่เงินออมของอนุเฉินคนเดียว... แต่มันถูกโอนผ่านเส้นทางสายการค้าลับ มาจาก ‘ตระกูลซูที่เมืองชายแดน’!”

ชางสิงฟังแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน “ตระกูลซูรึพะยะค่ะ?! บิดาและครอบครัวของอนุซูเหมยที่ถูกโยกย้ายไปชายแดนทุรกันดารเนี่ยนะพะยะค่ะ! พวกเขามีเงินทองคำแท่งร้อยตำลึงได้อย่างไร!”

เวินเชียนฟานเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก กอดอกวิเคราะห์ด้วยสมองระดับอัจฉริยะอันสลับซับซ้อน!

“พวกขุนนางตกอับที่ชายแดนไม่มีทางมีทองคำมากมายขนาดนี้แน่นอน...” ชินอ๋องเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะหนักแน่น “เว้นเสียแต่ว่า... พวกมันจะรับเงินสนับสนุนก้อนโตมาจาก ‘ขั้วอำนาจเบื้องบนในวังหลวง’ เพื่อใช้ตระกูลซูเป็นหมากบังหน้า!”

ชางสิงกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ “หมายความว่า... ฝั่งฮองเฮาและองค์ชายใหญ่ ร่วมมือกับตระกูลซูส่งอนุซูเหมยเข้ามาในวังอ๋องรึพะยะค่ะ!”

“เป็นไปได้!” เวินเชียนฟานพยักหน้าด้วยแววตาตรึงเครียดเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงสุด

“ซูเหมยผู้นี้... ไม่ใช่แค่สายลับธรรมดา! แต่นางคือ ‘สายลับสามซ้อน’ ที่ถูกเลี้ยงดูและซ่อนแฝงไว้! ชินอ๋องเหงื่อซึมฝ่ามือ “นางทำทีเป็นสติปัญญาอ่อนแอ ทำทีเป็นซุ่มซ่ามกินเป็ดปักกิ่งยัดใส่แขนเสื้อ... เพื่อตบตาให้ข้าประมาท! ทั้งที่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังของนางมีทั้งตระกูลซูและขั้วอำนาจวังหลวงหนุนหลังอยู่!”

โม่เฟิงฟังแล้วขนลุกซู่ “ช่างเป็นสายลับที่น่ากลัวและแนบเนียนยิ่งนักพะยะค่ะ!”

“จับตาดูเรือนท้ายสวนไว้ให้ดี!” เวินเชียนฟานสั่งการเสียงเรียบดุดัน “หากตระกูลซูที่ชายแดนส่งนกพิราบสื่อสาร หรือส่งสัญญาณลับมาหานางเมื่อใด... ให้รายงานข้าทันที!”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 45

    ยามเว่ยแก่ๆ สู่ยามโหย่ว (ประมาณ 16.30 น.) ณ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงงง! ตึงงงงงงงงงง! ปู๊นนนนนนน!เสียงดนตรีมโหรีหลวงและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดินสองมหาทวีป ธงทิวมังกรทองคำแห่งบูรพาและธงพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าซิงโบกสะบัดเคียงคู่กันเหนือฟากฟ้าเก้าชั้นฟ้าอย่างเกรียงไกรมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงสั่งปิดมหานครเทียนหยวน ฉลองมหาพิธีอภิเษกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘องค์หญิงเก้าเซวียนหยวนเหมย’ จัดโต๊ะจีนทองคำแท้พันโต๊ะเปิดเลี้ยงไม่อั้นตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน!ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอลังการระดับตำนานนั้น...ตึก... ตึก... กึก...เสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นผิดมนุษย์มนาดังขึ้นบนพรมแดงปูลาดพระราชวัง...‘มะลิ’ ในชุดวิวาห์มงคลสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์เพลิงคู่มังกร หนาเตอะถึงแปดชั้นตามโบราณราชประเพณี กำลังก้าวเดินเตาะแตะอย่างอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์สีแดงสด ชายกระโปรงและสาบเสื้อพองหนาเป็นสิบนิ้ว ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกราตร

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 44

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 43

    ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 42

    ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 41

    บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ที่ลอยตัวเหยียบปลายใบไผ่ ยืนกอดอกแสยะยิ้มเลือดเย็น นึกกระหยิ่มในใจว่าสตรีตรงหน้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย“หึๆๆ! สตรีไร้น้ำยา!” ยอดกระบี่เทวะตวาดเสียงเย้ยหยัน ก้องกังวานไปทั่วแนวป่า “เห็นความต่างชั้นของพลังยุทธ์แล้วหรือยัง! เจ้าบังอาจทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิมและศิษย์น้องสามของข้าต้องอับอายขายขี้หน้า คลื่นกระบี่เมื่อครู่แค่ทักทาย... แต่ดาบต่อไปนี้ ข้าจะบั่นหัวของเจ้าไปแขวนประจานหน้าค่ายกล!”มะลิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ คอส่งเสียงลั่น กร๊อบ! ใบหน้าที่เคยยิ้มแป้นแล้น บัดนี้มืดมนดำทะมึนดั่งท้องฟ้าก่อนพายุสุริยะถล่มโลก!นางชี้นิ้วสั่นระริกขึ้นฟ้า ชี้หน้ายอดกระบี่เทวะตรงๆ แล้วแหกปากด่าลั่นป่าด้วยความดังระดับร้อยสี่สิบเดซิเบล!“มึงฟันอะไรไม่ฟัน... มึงมาฟันชามน้ำแข็งไสราดน้ำผึ้งป่าท็อปปิ้งบัวลอยหิมะของกู๊ววววววววววววว!!”ยอดกระบี่เทวะชะงักกึกไปเสี้ยววินาที: “...หะ? อะ... อันใดคือน้ำแข็งไส?”“ถ้วยนี้กูอุตส่าห์แอบจิ๊กมาจากห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 40

    ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status