Partager

ตอนที่ 7

last update Date de publication: 2026-08-12 12:00:23

ยามซวี (ประมาณ 20.00 น.) ณ เรือนอนุเฉิน

บรรยากาศภายในเรือนของอนุเฉินตกอยู่ในความเงียบสงัดและหวาดผวา เทียนไขถูกจุดไว้นับสิบเล่มเพื่อขับไล่ความมืด ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเจ้าของเรือนสงบลงได้เลย

อนุเฉินนั่งสั่นงกๆ อยู่บนเก้าอี้หลี่เหลียง ใบหน้าสวยคมผัดแป้งหนาเตอะทว่าซีดเผือด สายตาจ้องมองขอบโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่าด้วยความระแวงสติแตก บ่าวรับใช้คนสนิทคุกเข่าอยู่ข้างกายด้วยอาการขวัญผวาไม่แพ้กัน

“ทา... ท่านอนุเจ้าคะ คนผู้นั้น... มาถึงแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้กระซิบเสียงสั่น

วิ้ว...

กระแสลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านประตูเรือนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ! เงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าเหลือเพียงดวงตาสีอำพันคมกริบ ปรากฏกายขึ้นกลางห้องโถงราวกับผุดมาจากเงามืด

เขาคือ ‘เงาอสูร’ มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอเงาดับสิ้น บุรุษผู้ฆ่าคนมานับร้อยโดยไร้ร่องรอย!

“เงินทองคำแท่งร้อยตำลึง... วางไว้นี่” เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งของเงาอสูรดังขึ้น “เป้าหมายคือใคร?”

อนุเฉินชี้นิ้วอันสั่นระริกไปทางทิศตะวันตก “นัง... นังซูเหมย! อนุภรรยาคนใหม่ที่เรือนท้ายสวน! นังนั่นมันเป็นนางปีศาจใช้วิชาคุณไสยฝ่ายมารเล่นงานข้า! เจ้าต้องไปสังหารมันในคืนนี้ให้ดับดิ้น! อย่าให้เหลือแม้แต่ลมหายใจ!”

เงาอสูรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูดูแคลน “อนุภรรยาตระกูลตกอับคนหนึ่ง... ถึงกับต้องใช้มือสังหารระดับเทพอย่างข้าเชียวรึ? วิชาคุณไสยรึ? ไร้สาระ! ต่อหน้ากระบี่ไร้เงาของข้า ต่อให้เป็นมัจจุราชก็ต้องก้มหัว!”

เงาอสูรกวาดทองคำแท่งลงกระเป๋าข้างเอว ก่อนจะสะบัดชายเสื้อพุ่งตัวหายวับไปในเงามืดอย่างสง่างามและเงียบเชียบ!

อนุเฉินยกมือทบหน้าอก ถอนหายใจอย่างสะใจ “เหอะ... คืนนี้แหละนังซูเหมย กระบี่ไร้เงาจะปักอกเจ้า! ข้าจะดูสิว่ามนตร์ดำของเจ้าจะสู้มือสังหารอันดับหนึ่งได้หรือไม่!”

ยามไฮ่ (ประมาณ 22.00 น.) ณ เรือนท้ายสวน

บรรยากาศภายในห้องพักเรือนไม้เก่าแก่สงบเงียบ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กตรงโต๊ะเครื่องแป้งส่องสว่างสลัวๆ

โครงสร้างของห้องพักแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองโซนอย่างชัดเจนด้วย ‘ฉากกั้นไม้แกะสลัก’ พับสี่ทบขนาดใหญ่ตั้งบังไว้กลางห้อง

โซนข้างนอกเป็นพื้นที่มืดสนิท มีเพียงทางเข้าประตูหลัก ถังขยะไม้ และโต๊ะชาเก่าๆ ส่วนโซนข้างในเป็นพื้นที่เตียงนอนไม้หนานุ่ม ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งที่มีแสงไฟสลัว

มะลินั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนในโซนข้างใน ในมือถือส้มเช้งลูกโตผลสีส้มทองแช่เย็นฉ่ำที่เสกมาจากนรก พลางแกะเปลือกส้มกินอย่างมีความสุขชิลๆ โดยมีอาชูสาวใช้คนสนิทนอนหลับปุ๋ยเสียงฮึดฮัดอยู่บนฟูกข้างเตียง

“อื้มมม! ส้มเช้งนรกเขต 9 นี่หวานฉ่ำปอดดีจริงเว้ย!” มะลิพึมพำเคี้ยวกรวบๆ

สะบัดมือเบาๆ มะลิก็มักง่ายเขวี้ยงเปลือกส้มเช้งแผ่นโตโค้งข้ามฉากกั้นไม้ไปทางโซนข้างนอก หมายจะให้มันลงถังขยะไม้ที่วางอยู่ข้างประตู...

ทว่า ด้วยความมืด เปลือกส้มเช้งฉ่ำน้ำแผ่นนั้นกลับกระเด็นไปตก ‘แผละ’ อยู่ตรงพื้นไม้หน้าธรณีประตูทางเข้าหลักของโซนข้างนอกพอดีเป๊ะ!

ทันใดนั้นเอง!

วิ้วววว...

ควันสีดำมืดครึ้มพุ่งพรวดออกมาจากหลังตู้เสื้อผ้าในโซนข้างใน ยมทูตหมายเลข 7 วาร์ปโผล่มาครึ่งตัว ทำสีหน้าเลิ่กลั่กเหงื่อตกผวา!

“แม่หนูมะลิ!” ยมทูตกระซิบเสียงสั่น “ข้าแอบมาเตือนเจ้า! คืนนี้ข้าเห็นเงาดำมืดแห่งความซวยคลุมหัวเจ้าแปลกๆ! เจ้าอย่าเพิ่งรีบขิตนะเว้ย! ถ้าเจ้าขิตคืนนี้ ข้าโดนถีบไปขัดกระทะทองแดงจริงๆ ด้วย!”

มะลิหันไปเลิกคิ้วมอง ยมทูต ก่อนจะกลอกตามองบนใส่

“คุณพี่ยมทูตขา~” มะลิส่งเสียงประชด “ฉันมี ‘พรดวงแข็งขั้นสุด’ ที่หัวหน้าคุณพี่แจกมาให้อยู่บนหัวเนี่ย! ใครจะมาทำอะไรฉันได้? เลิกประสาทแดกแล้ววาร์ปไปเอาชานมไข่มุกหวาน 125% มาเติมให้ฉันได้แล้วค่ะ!”

“ข้าเตือนด้วยความหวังดีนะ!” ยมทูตหมายเลข 7 ปาดเหงื่อ “รักษากายรักษาใจไว้ให้ดีล่ะ! ข้าขอตัวก่อน!”

พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดพัดร่ายเวทมนตร์วาร์ปจางหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงละอองแสงเวทมนตร์นรกสีเทาสลัวๆ ลอยเอื่อยๆ ไปเกาะกุมอยู่ทั่วบริเวณโซนข้างนอก... รวมถึงเกาะลงบนเปลือกส้มเช้งแผ่นนั้นอย่างเนียนกริบ!

ยามไฮ่ผันผ่าน... ณ หน้าประตูเรือนท้ายสวน

ทักษะตัวเบาอันลึกล้ำของ ‘เงาอสูร’ ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาทะยานลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ ไร้เสียง ลมไม่พัด ใบไม้ไม่ไหว! มือสังหารในชุดดำเหินลงมาแตะพื้นหน้าประตูเรือนท้ายสวนได้อย่างสง่างามดุจขนนกตกลงบนผืนน้ำ

‘เหอะ... เรือนพักเก่าแก่ไร้คนอารักขา นังเด็กเมื่อวานซีนนั่นคงกำลังนอนหลับไม่รู้ตื่น!’

เงาอสูรเหยียดยิ้มเย็นใต้ผ้าปิดหน้า ใช้นิ้วสะกิดกลอนประตูไม้ด้านนอกออกอย่างเบามือ ประตูเปิดออกเปิดช่องแคบๆ ไร้เสียง

มือสังหารก้าวเท้าขวาผ่านธรณีประตูเข้าไปในโซนข้างนอกที่มืดสนิทอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว!

ทว่า... ในวินาทีที่ส้นเท้าขวาของมือสังหารอันดับหนึ่งแตะลงบนพื้นไม้นั่นเอง!

แผละ!

ส้นเท้าของเขาแตะเข้ากับ ‘เปลือกส้มเช้งฉ่ำน้ำ’ ที่มีเวทมนตร์นรกเกาะกุมอยู่อย่างจัง!

ความลื่นระดับสไลเดอร์สวนน้ำบวกกับแรงกดน้ำหนักตัว ส่งผลให้เท้าขวาของเงาอสูรไถลปรี๊ดดดดดไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง!

“เฮ้ย—!!”

เงาอสูรตาถลนหลุดจากเบ้า เสียงร้องอุทานถูกกลืนหายไปในลำคอ! ร่างของมือสังหารเสียการทรงตัวอย่างวินาศสันตะโร หัวค่ำคะมำ พุ่งไถลไปกับพื้นไม้ที่มืดมิด!

ตึงงงงงงงงงงงงงง!!

ศรีษะของเงาอสูรพุ่งชนเข้ากับขาโต๊ะชาไม้เนื้อแข็งโซนข้างนอกอย่างจังจนโต๊ะสะเทือนปานเกิดแผ่นดินไหว!

ไม่เพียงแค่นั้น! ด้วยแรงเหวี่ยงอันบ้าคลั่ง ดาบสั้นอาบยาพิษในมือขวาของเขาที่หลุดมือ ลอยเคว้งหมุนวนกลางอากาศสามรอบครึ่ง... ก่อนจะดิ่งลงมาปัก ‘จึก!’ เข้าใส่แก้มก้นข้างซ้ายของเงาอสูรเต็มรัก!!

“อ๊ากกกกกกอื้ออออออ!!” (กรีดร้องแบบถูกอุดปากในใจ!)

ยาพิษสลายประสาทในดาบสั้นซึมเข้าสู่บาดแผลที่ก้นทันที! ดวงตาของเงาอสูรเหลือกถลนขึ้นฟ้า ร่างกายเกร็งกระตุกงึกๆๆๆ สองที ก่อนจะสลบคาที่ น้ำลายฟองขาวทะลักออกจากปาก นอนหมดสภาพอยู่ใต้โต๊ะชาในโซนข้างนอกที่มืดสนิท!

ณ โซนข้างใน (หลังฉากกั้นไม้)...

มะลิที่กำลังนั่งเคี้ยวส้มเช้งชิลๆ บนเตียง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง ‘ตึง!’ ดังมาจากโซนข้างนอก

มะลิชะโงกหน้าผ่านฉากกั้นไม้ มองไปยังโซนข้างนอกที่มืดสนิท แต่ด้วยความที่มีฉากกั้นไม้บังสายตา 100% บวกกับโซนข้างนอกไม่ได้จุดเทียน เธอจึงมองไม่เห็นร่างของเงาอสูรที่นอนสลบอยู่ใต้โต๊ะเลยแม้แต่นิดเดียว

“เอ้า... เสียงอะไรหว่า?” มะลิส่งเสียงพึมพำ ตะโกนถามออกไป “แมววัดไล่จับหนูเหรอวะ? หรือกิ่งไม้ร่วงใส่หลังคา?”

ไร้เสียงตอบรับ... มีเพียงความเงียบสงบ

มะลิยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ “เออ เรือนไม้เก่าก็เสียงดังแบบนี้แหละ ปลวกกัดไม้ล่ะมั้ง”

พูดจบ มะลิก็หยิบส้มเช้งกลีบสุดท้ายเข้าปาก แล้วนอนเอนหลังพิงหมอนหนุนเตรียมตัวนอนหลับสบายใจเฉิบ!

ทว่า... ณ บนกิ่งไม้ใหญ่นอกหน้าต่าง!

‘โม่เฟิง’ องครักษ์เงามือหนึ่งที่ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่บนกิ่งไม้... ดวงตาขยายกว้างเท่าไข่นกกระจอกเทศ! ใบหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเขียว ร่างกายเกร็งสั่นงกๆ ด้วยความตกตะลึงและผวาถึงขีดสุด!

สิ่งที่โม่เฟิงเพิ่งเห็นผ่านช่องรอยแยกบานหน้าต่างกระดาษคือ...

มือสังหารอันดับหนึ่ง ‘เงาอสูร’ เหินตัวเข้าไปในห้อง... ทว่า อนุซูเหมยที่นั่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ กลับไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่ ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน!

นางแค่ใช้ ‘จิตวิญญาณค่ายกลสายลม’ และ ‘ค่ายกลเปลือกส้มสะท้อนกลับ’ ซัดมือสังหารระดับเทพให้ลื่นไถล ชนโต๊ะ แล้วบังคับให้ดาบของนักฆ่าบินย้อนกลับไปปักก้นตัวเองสลบคาที่ในวินาทีเดียว!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ โม่เฟิงเหงื่อทะลักเปียกแผ่นหลัง สมองสติแตกอย่างหนัก

‘ค่ายกลเปลือกส้มสยบมัจจุราช! อนุซูผู้นี้... สังหารคนโดยไร้รอยเลือด! นางใช้วัตถุไร้สาระสยบยอดฝีมือได้โดยไม่ต้องขยับนิ้ว!’

โม่เฟิงเห็นมะลิกำลังจะเอนตัวลงนอน เกรงว่าหากมะลิเดินออกมาเห็นนักฆ่า แล้วร่าย ‘คาถาสลายร่าง’ ใส่เรือนอ๋อง เรื่องจะยิ่งใหญ่โตไปกันใหญ่!

โม่เฟิงไม่รอช้า รีบใช้วิชาตัวเบาย่องฟึ่บผ่านหน้าต่างโซนข้างนอกเข้าไปอย่างเงียบเชียบ คว้าคอเสื้อและขานักฆ่าเงาอสูรที่นอนสลบน้ำลายฟูมปาก อุ้มลากร่างพุ่งทะยานออกทางหน้าต่างหนีหายไปในความมืดทันทีภายในสามวินาที!

ยามจื่อ (ประมาณ 23.30 น.) ณ ห้องใต้ดินวังชินอ๋อง

บรรยากาศภายในห้องใต้ดินมืดมิดและเย็นเยือก เสียงหยดน้ำดัง ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นระยะ

เวินเชียนฟานยืนกอดอก ใบหน้าคมสันเรียบตึงดุจรูปสลัก จ้องมองร่างของ ‘เงาอสูร’ ที่ถูกพันธนาการไว้กับเสาหิน โดยมีชางสิงยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ตึง!

โม่เฟิงพุ่งพรวดเข้ามาคุกเข่า รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขวัญผวา

“เรียนท่านอ๋อง! ข้าน้อยสืบประวัติมาแล้วขอรับ... ชายผู้นี้คือ ‘เงาอสูร’ มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอเงาดับสิ้น! ถูกจ้างวานมาเพื่อปลิดชีพอนุซูในคืนนี้พะยะค่ะ!”

ชางสิงฟังแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน “มือสังหารอันดับหนึ่งรึ?! แล้ว... แล้วอนุซูจัดการเขาอย่างไร! นางชักกระบี่หรือร่ายพิษใส่เขา!”

โม่เฟิงกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ใบหน้าซีดเผือด “เปล่าเลยพะยะค่ะ... อนุซูไม่ได้ลุกจากเตียงนอนด้วยซ้ำ! นางเพียงแค่วาง ‘ค่ายกลเปลือกส้มสะท้อนกลับ’ ไว้ตรงธรณีประตู... พอมือสังหารเหยียบเข้าไป ค่ายกลก็ทำงานทันที! ซัดมือสังหารชนโต๊ะ และบังคับให้ดาบพิษบินย้อนกลับไปปักก้นตัวเองสลบคาที่ในพริบตา!”

ชางสิง: “...!!” (ตาค้าง สมองช็อตไปเรียบร้อย!)

เวินเชียนฟานยืนนิ่งค้างไปห้าวิ... ดวงตาคมกริบฉายแววตรึงเครียดและหวาดผวาเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงสุด!

‘ใช้เพียงเปลือกผลไม้ธรรมดา... บิดเบือนทิศทางอาวุธให้สยบมือสังหารระดับเทพได้โดยไม่ต้องลุกจากเตียง!’

เวินเชียนฟานเหงื่อซึมฝ่ามือ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพอง

‘ช่างเป็นวิชาค่ายกลที่เหี้ยมโหด ดุดัน และไร้ช่องโหว่ยิ่งนัก! นางกำลังเตือนข้าว่า... ต่อให้ข้าส่งกองทัพองครักษ์เงาทั้งหมดไปสังหารนาง นางก็สามารถใช้สิ่งของรอบกายย้อนกลับมาทำลายพวกเราได้ทุกเมื่อ!’

“ท่านอ๋องพะยะค่ะ...” ชางสิงส่งเสียงสั่นเครือ “เราจะทำอย่างไรกันดีพะยะค่ะ! อนุซูผู้นี้อันตรายเกินไปแล้ว!”

เวินเชียนฟานสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ บังคับสีหน้าให้เรียบตึง เหยียดยิ้มสู้ที่มุมปาก

“ในเมื่อนางต้องการแสดงอำนาจสยบข้าด้วยค่ายกลเปลือกส้ม...” ชินอ๋องเอ่ยน้ำเสียงดุดัน “ข้าก็จะไม่อุดอู้อยู่ในห้องทำงานอีกต่อไป! สั่งการลงไป... พรุ่งนี้เช้า ข้าจะลงสนามไป ‘เผชิญหน้าแบบสองต่อสอง’ กับนางที่เรือนท้ายสวนด้วยตัวเอง!”

“ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่า... วิชาจอมมารซ่อนลายของนาง มีจุดอ่อนตรงไหน!”

โดยที่เวินเชียนฟานไม่รู้เลยว่า... ‘ค่ายกลเปลือกส้ม’ ที่เขากลัวนักหนา เป็นแค่นิสัยมักง่ายชอบโยนขยะไม่ลงถังของมะลิเท่านั้นเอง!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 44

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 43

    ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 42

    ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 41

    บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ที่ลอยตัวเหยียบปลายใบไผ่ ยืนกอดอกแสยะยิ้มเลือดเย็น นึกกระหยิ่มในใจว่าสตรีตรงหน้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย“หึๆๆ! สตรีไร้น้ำยา!” ยอดกระบี่เทวะตวาดเสียงเย้ยหยัน ก้องกังวานไปทั่วแนวป่า “เห็นความต่างชั้นของพลังยุทธ์แล้วหรือยัง! เจ้าบังอาจทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิมและศิษย์น้องสามของข้าต้องอับอายขายขี้หน้า คลื่นกระบี่เมื่อครู่แค่ทักทาย... แต่ดาบต่อไปนี้ ข้าจะบั่นหัวของเจ้าไปแขวนประจานหน้าค่ายกล!”มะลิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ คอส่งเสียงลั่น กร๊อบ! ใบหน้าที่เคยยิ้มแป้นแล้น บัดนี้มืดมนดำทะมึนดั่งท้องฟ้าก่อนพายุสุริยะถล่มโลก!นางชี้นิ้วสั่นระริกขึ้นฟ้า ชี้หน้ายอดกระบี่เทวะตรงๆ แล้วแหกปากด่าลั่นป่าด้วยความดังระดับร้อยสี่สิบเดซิเบล!“มึงฟันอะไรไม่ฟัน... มึงมาฟันชามน้ำแข็งไสราดน้ำผึ้งป่าท็อปปิ้งบัวลอยหิมะของกู๊ววววววววววววว!!”ยอดกระบี่เทวะชะงักกึกไปเสี้ยววินาที: “...หะ? อะ... อันใดคือน้ำแข็งไส?”“ถ้วยนี้กูอุตส่าห์แอบจิ๊กมาจากห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 40

    ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 39

    ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status