Share

ไอ้สารเลว

Author: zuey
last update publish date: 2026-04-28 10:57:44

เมื่อเสียงแรกของกู่ฉินดังขึ้น ท่วงทำนองอ่อนโยนราวสายลมฤดูใบไม้ผลิ แต่เสียงนั้นกลับแฝงความเศร้าลึก ซึ่งสามารถทิ่มแทงหัวใจและความรู้สึกผู้ฟังได้ทุกคน

ว่านหนิงอวิ๋นนั่งที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ ข้างกายคือชายหนุ่มสองคน...ว่านอวิ๋นเซี่ยวและเซี่ยชิงสือ ที่ทำหน้าที่เป็นราชทูตจากเป่ยหมิง ทั้งสามนั่งเรียงกันทว่าสายตากลับจับจ้องไปยังจุดเดียว

ใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยผ้าผืนบาง ท่วงท่าอันสงบนิ่งแต่แฝงความอ่อนโยนนั้น...ช่างแสนคุ้นตา ทว่ามีเพียงหนึ่งคนที่สามารถจดจำได้

ว่านหนิงอวิ๋นชะงักงันนับแต่ได้ยินเสียงกู่ฉินถูกบรรเลง ดวงตาทั้งสองของนางเบิกกว้างขึ้น หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว ท่วงทำนองนั้น...นางจดจำได้เป็นอย่างดี

มันคือบทเพลงที่เซี่ยหรงเหยาเคยบรรเลงเมื่อครั้งที่ทั้งสองร่ำเรียนที่สำนักศึกษาหมิงเยวี่ย และมีเพียงคนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถบรรเลงบทเพลงนี้ได้

เสียงกู่ฉินยังคงดำเนินต่อไป คล้ายต้องการบอกเล่าความทุกข์ระทมของตนเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภายในใจของว่านหนิงอวิ๋นปั่นป่วนราวพายุคลั่ง นางยกมือขึ้นปิดปาก...ก่อนจะส่งเสียงสะอื้นออกมา

“อวิ๋นเอ๋อ”

เซี่ยชิงสือเอ่ยเรียกเบาๆ ทว่าหญิงสาวกลับลุกขึ้นยืน ดวงตาทั้งสองข้างยามนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เปียกชื้น ร่างบางก้าวออกไปช้าๆ ราวกับถูกบางอย่างดึงดูด

จ้าวเค่อที่นั่งอยู่ไม่ไกล จ้องมองหญิงสาวผู้บรรเลงกู่ฉินอย่างพินิจ ความคุ้นเคยบางอย่างผุดขึ้นบางเบา นาง...เหมือนใครบางคนที่เขาก็นึกไม่ออก เมื่อว่านหนิงอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้ เสียงบรรเลงกู่ฉินพลันหยุดลง พร้อมน้ำเสียงใสกังวานที่สั่นเทาดังขึ้น

“หนิงอวิ๋น...ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” ร่างบางโผเข้าหาอีกฝ่าย นับแต่ที่ก้าวเข้ามาภายในงานเลี้ยง เซี่ยหรงเหยาก็มิได้มองสำรวจไปรอบๆ จึงยังไม่รู้ว่า...แท้จริงแล้ว พี่ชายของตนก็อยู่ที่นี่

“เป่าหนิง! เหตุใดเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่!...” ว่านหนิงอวิ๋นเอ่ยเสียงสั่น เซี่ยหรงเหยาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะยกมือดึงผ้าผืนบางออกจากใบหน้า ทันใดนั้น...เสียงอื้ออึงพลันดังขึ้นทั่วงานเลี้ยง

“หนิงอวิ๋น...เป็นเจ้าจริงๆ ข้ามิได้ฝันไป...!” หญิงสาวยังคงเอ่ยเช่นนั้นซ้ำๆ ทั้งน้ำตา ร่างบางสะอื้นเสียงดัง พร้อมจับตัวว่านหนิงอวิ๋นเพื่อพิสูจน์

“ใช่ๆ เจ้ามิได้กำลังฝัน นี่คือความจริง สหายรัก...บอกข้ามาว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...”

“ข้า...ฮื่อออ!! ข้า!!” เสียงร้องไห้และเสียงสะอื้นของหญิงสาวสะเทือนใจผู้คนในงานเลี้ยง แม้จะไม่รู้ว่านางต้องพบกับความลำบากเช่นไรมา แต่เสียงบรรเลงกู่ฉินอันเศร้าโศกได้เปิดเผยทุกสิ่งแล้ว

หลังจากหายจากอาการตกตะลึง เซี่ยชิงสือและว่านอวิ๋นเซี่ยวรีบวิ่งเข้ามาหาทั้งคู่ บุรุษทั้งสองต่างตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวที่ควรตามมู่หรงฉางชิงไปชายแดน แต่กลับมายืนอยู่ตรงหน้า

ทว่าในอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง จ้าวเค่อกลับนิ่งงันราวถูกสาบเป็นหิน ชายหนุ่มมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

นางอยู่ที่นี่!...สตรีที่เขาเฝ้าเพียรตามหา นางอยู่ที่นี่

เลือดในกายพลันสูบฉีด ชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อก้าวเข้าไปหาหญิงสาว ทว่า...กลับถูกมือแข็งแรงของชินอ๋องผู้เป็นบิดาจับเอาไว้แน่น

“อย่าได้ก่อเรื่อง!” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยเด็ดขาด

จ้าวเค่อกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและเสียใจ ชายหนุ่มทำได้เพียงมองหญิงสาวที่ตนตามหาอย่างบ้าคลั่ง จากไปโดยไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย

ภายในงานเลี้ยง...เสียงพูดคุยดังระงม หลังเหตุการณ์อันไม่คาดฝันเกิดขึ้น ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชาวเป่ยหมิง รวมถึงฮ่องเต้และฮองเฮา พระบิดาและพระมารดาที่แท้จริงของว่านหนิงอวิ๋น ทั้งสองต่างมองบุตรสาวด้วยสายตางุนงง

“อวิ๋นเอ๋อ...ไยลูกแสดงกิริยาเช่นนี้ ร้องไห้และกอดหญิงผู้นั้นต่อหน้าผู้คนมากมาย สมควรแล้วหรือ” พระสุรเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคลางแคลงและตำหนิ ว่านหนิงอวิ๋นเช็ดน้ำตาของตนอย่างลวกๆ ก่อนจะหันไปจับมือสหายรักของตน

“เสด็จพ่อ เสด็จแม่เพคะ สตรีผู้นี้คือพระชายาขององค์ชายรองแห่งแคว้นเป่ยหมิง และเป็นสหายรักของหม่อมฉัน อีกทั้งยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของแม่ทัพน้อยเซี่ย...”

สิ้นเสียงของนาง...เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นทั่วงานเลี้ยง ขุนนางหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าสตรีนางนี้จักมีที่มาไม่ธรรมดา

เซี่ยชิงสือที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบคุกเข่าลง

“ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางคือน้องสาวของกระหม่อม เซี่ยชิงสือ” ชายหนุ่มเอ่ยยืนยันอีกเสียง

“เช่นนั้นแล้วเหตุใดนาง...” องค์ฮองเฮาอยากจะถามว่า ไยสตรีสูงศักดิ์เช่นนี้ ถึงมาอยู่ในกองสังคีตได้

ความเงียบพลันบังเกิด...อันที่จริงทุกคนต่างก็สงสัยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหญิงสาวเจ้าของเหตุการณ์ ผู้บรรเลงกู่ฉินเมื่อครู่

เซี่ยหรงเหยายอบกายทำความเคารพ สองผู้ปกครองแคว้นอย่างสง่างาม แม้ใบหน้ายามนี้จักซีดเซียวไปสักหน่อย หากแต่แววตากลับมั่นคงนัก

“หม่อมฉัน เซี่ยหรงเหยา ขอถวายบังคมฝ่าบาทและฮองเฮาเพคะ” กิริยาแช่มช้อย มิต่างจากสตรีสูงศักดิ์ผู้ถูกสั่งสอนมาอย่างดี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอต่อความสงสัยของใครหลายคน

“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ในกองสังคีตได้” องค์ฮองเฮาทรงตรัสถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง เซี่ยหรงเหยาเงยหน้าขึ้น...ดวงตาสองข้างแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

“เพราะเขาเพคะ...” ร่างบางชี้นิ้วไปยังจ้าวเค่อที่นั่งอยู่ด้านข้าง

เสียงอื้ออึงดังขึ้นอีกครั้ง

“เขาเป็นคนลักพาตัวหม่อมฉันมา กักขังเอาไว้ในจวนของตน ทั้งที่หม่อมฉันกำลัง...ตั้งครรภ์” คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงถึงกับนิ่งงัน รวมถึงชินอ๋องผู้เป็นบิดา...ไม่คิดว่าเจ้าบุตรชายผู้โง่เขลา จักเสียสติกล้าลักพาตัวลูกเมียชาวบ้านเช่นนี้

เซี่ยชิงสือที่ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ปรี่เข้าไปหาจ้าวเค่อทันที หมัดหนักๆ พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายโดยไม่ลังเล

“เจ้าคนชั่วช้าสารเลว! เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับน้องสาวของข้าได้อย่างไร!” แม่ทัพหนุ่มที่อายุเพียงยี่สิบปี ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

“นับแต่เกิดมา...นางมิเคยต้องลำบาก เท้าเปล่าเหยียบพื้นดินนางยังไม่เคย เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำเช่นนี้กับน้องสาวของข้า” แต่ก่อนที่หมัดที่สองจะถึงตัวอีกฝ่าย เซี่ยหรงเหยาก็รีบเข้าไปขวาง

“พี่สาม! อย่า! ที่นี่มิใช่เป่ยหมิง…อย่างไรข้าก็กลับมาแล้ว ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายเถิด” เสียงของนางสั่นเครือ พอจะหยุดความโกรธของผู้เป็นพี่ชายได้

จ้าวเค่อหน้าซีดเผือด...สายตาเย็นชาที่นางมองตนทำเขาแทบขาดใจ ต่อมาความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยต่อหน้าฮ่องเต้และเหล่าขุนนาง การกระทำของเขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

“ช่างบังอาจนัก!” พระหัตตบลงบนโต๊ะเสียงดัง

“ชินอ๋อง...ดูบุตรชายที่ดีของเจ้าสิ! ใครก็ได้! จับตัวจ้าวเค่อไปคุมขังเพื่อรอการไต่สวนในภายหลัง” พระสุรเสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น ทหารองครักษ์รีบเข้ามาลากตัวชายหนุ่มออกไป

งานเลี้ยงที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี กลับจบลงด้วยความโกลาหลและน้ำตา หลังจากนั้น...เซี่ยหรงเหยาได้ถูกพาตัวไปยังจวนรับรองของว่านหนิงอวิ๋น เนื่องจากตำหนักรัชทายาทของนางยังสร้างไม่เสร็จ

หลังได้พบหน้ากันอีกครั้ง...ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นาน เพื่อคลายความคิดถึง ว่านหนิงอวิ๋นได้ฟังเรื่องราวอันแสนยากลำบากของสหาย นางรู้สึกวิตกกังวลว่า...ทารกในครรภ์จะเกิดอันตราย จึงได้สั่งให้คนตามหมอหลวงมาตรวจดูอีกครา

และเมื่อหมอหลวงเข้ามาตรวจร่างกาย ผลกลับทำให้ทุกคนตกตะลึง ร่างกายของเซี่ยหรงเหยาแม้จะอ่อนเพลียอยู่บ้าง หากแต่กลับแข็งแรงเกินคาด และเด็กในครรภ์ก็เติบโตได้ดี

“พระชายา...ทรงตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ จากนี้ต้องบำรุงเพื่อให้ทารกน้อยทั้งสองเติบโตแข็งแรงไปพร้อมกัน” หมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี

“ว่าอย่างไรนะ!!” เสียงร้องตกใจดังขึ้นพร้อมกัน เซี่ยชิงสือที่ยืนอยู่ข้างเตียงถึงกับเบิกตากว้าง ก่อนจะทรุดตัวลงหมดสติในทันที

“พี่สาม!” เซี่ยหรงเหยาอุทานเสียงหลง ว่านหนิงอวิ๋นหัวเราะทั้งน้ำตา ส่วนว่านอวิ๋นเซียวก็รีบพยุงสหายรักขึ้นอย่างทุลักทุเล

ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นภายในห้อง เซี่ยหรงเหยามองทุกคนทั้งน้ำตา...เมื่อยามที่ได้อยู่ท่ามกลางพวกเขา นางรู้สึกวางใจและอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง

“ดูท่าพี่ชายของเจ้าจะดีใจเกินไปแล้ว”

ว่านอวิ๋นเซียวหัวเราะทั้งน้ำตา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   หลบหนี

    ทุกคนรีบวิ่งไปยังคอกม้าทันที และสิ่งที่เห็นได้ทำให้เลือดในกายของจ้าวเค่อเดือดพล่าน เพราะม้าทุกตัวถูกปล่อยออกไปจนหมด เหลือเพียงรอยเท้าสับสนปนเป“ข้าจักลงโทษเรื่องนี้ในภายหลัง ไปหาม้ามาให้ข้า อย่างไรก็ต้องตามหาตัวนางให้พบ!” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยโทสะองครักษ์ทุกนายต่างรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   เขาคือชายผู้นั้น

    “ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าย่อมไม่บังคับผู้ที่ไม่เต็มใจ” เซี่ยหรงเหยากอดตนเองด้วยสีหน้าไม่วางใจ ความทรงจำบางอย่างได้ผุดขึ้นมาบางเบาย้อนกลับไปวันนั้น วันที่นางเดินทางไปยังจวนเสนาบดีติงเพื่อร่วมอวยพรวันเกิดแก่ฮูหยินผู้เฒ่า...หลังจากไป๋ไช่และสือจิ่วออกจากห้องไป ด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย จึงเอนกายลงพักเพียงคร

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   คนทรยศ

    คำประกาศนั้นดังก้อง ทุกชีวิตที่อยู่โดยรอบรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง ความบ้าคลั่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต กำลังย้อนกลับมาอีกครั้งฟ้าสางของวันใหม่มาพร้อมกับสายหมอกบางเบาที่ปกคลุมทั่วเกาะ เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังแผ่วเบาอยู่ไกลๆสืออีและกองกำลังลับ เคลื่อนตัวออกจากทางลับภายในจวนตระกูลติง หลังจา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   นางหายตัวไป

    “ไม่นะ! ฮองเฮา! ฮองเฮาเพคะ พระองค์อยู่ที่ใด! สือจิ่ว! สือจิ่ว! ฮองเฮาทรงหายตัวไป!!” เสียงร้องของไป๋ไช่ดังลั่นห้อง สือจิ่วที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกรีบก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองทั่วห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่าฮองเฮาหายตัวไป ข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกตลอดเวลา รอบๆ ก็มีอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status