ログインนางเงยหน้ามองพนักงานซูฉี ที่ยืนฉีกยิ้มส่งมาให้เหมือนกับพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดีเยี่ยม
“ล้อกันเล่นใช่มั้ย..?” นางยื่นใบสมัครให้เขาดูตรง ‘ ค่าสมัคร ' ที่ข้อความน่าจะมีปัญหา พนักงานซูฉี พยักหน้าให้นางหนึ่งที แล้วขยายความตรงค่าสมัครให้อีกรอบว่า “ถูกต้องแล้วครับ ค่าสมัครคือ คุณลูกค้าต้องไปปฎิบัติหน้าที่เพื่อทำความชั่วหนึ่งอย่าง เพื่อจ่ายเป็นค่าสมัครให้กับทางร้านครับ” ใครเป็นคนคิด นี่มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว ! นางคิดในใจอย่างโมโหแล้วต่อว่าออกมาทันที “บ้าแล้ว ใครจะไปทำ นี่ล้อเล่นกันจนเลยเถิดแล้วนะ ผู้จัดการอยู่หรือเปล่า ไปเรียกมาพบข้าหน่อยซิ” นางโบกใบสมัครไปมาอย่างเริ่มจะหัวเสีย อีกทั้งในท้องก็เริ่มจะหิวแล้วด้วย พนักงานซูฉีหุบยิ้มฉับ แล้วเชิดหน้าขึ้นพูดอย่างเย่อหยิ่งว่า “ผมเป็นผู้ดูแลที่นี่เพียงผู้เดียว หากคุณลูกค้าไม่สนใจที่จะสมัครสมาชิกกับทางร้าน ผมก็ขออนุญาตปิดร้าน ไม่ต้อนรับนะครับ” พอเขาพูดจบ ไฟทั้งร้านก็ถูกปิดลงจนมืดสนิท แล้วหันหลังเดินกลับทันที “เดี๋ยว เดี๋ยวสิ !” เหยาซูหนี่ว์ตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของพนักงานซูฉี จนต้องรีบร้องเรียกเสียงหลง นางพอจะเข้าใจเรื่องราวได้บ้างแล้ว ใช่ว่านางจะไม่เคยอ่านนิยาย ที่ตัวเอกหลงมิติเข้าไปอยู่ในร่างคนอื่น แล้วมีระบบร้านค้าวิเศษมาช่วยซัพพอร์ตชีวิตให้ง่ายขึ้น โดยเรื่องราวของผู้อื่น จะต้องทำความดีเพื่อแลกกับของวิเศษในระบบร้านค้า ของนางก็มีเหมือนกัน แต่ระบบร้านค้าที่นางเจอ กลับต้องทำความชั่วเพื่อเอามาใช้เป็นค่าสมัครสมาชิกก่อนเท่านั้น ! เรื่องซื้อของอย่างอื่น ยังไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะต้องแลกด้วยอะไร “คุณลูกค้ามีอะไรอีกหรือเปล่าครับ” พนักงานซูฉีหันกลับมาอีกครั้ง แต่หน้าตาไม่รับแขกเสียแล้ว เหมือนกับว่านางกำลังทำให้เขาเสียเวลาอยู่ นางมองเข้าไปด้านในร้านค้าอย่างชั่งใจ แม้ไฟจะมืดอยู่ แต่นางก็ได้กลิ่นขนมปังอบร้อนๆโชยมาไม่ขาดสาย พาให้ท้องร้องจ๊อกๆเพราะหิวโหย “เอ่อ.. แล้วต้องทำความชั่วแบบไหนล่ะ เจ้าต้องตามมาดูด้วยหรือเปล่า” นางถามรายละเอียดเพิ่มเติม เผื่อว่านางจะแต่งเรื่องมาหลอกเขาว่าได้ไปทำชั่วมาแล้ว แต่ถ้าเขาไม่ได้ตามมาดูเวลานางทำก็จะดีมาก คราวนี้พนักงานซูฉีฉีกยิ้มจนใบหน้าเปล่งประกายสดใส ไฟในร้านก็เปิดพรึ่บสว่างไสวขึ้นมาพร้อมกันทุกดวงจนแสบตา ตามอารมณ์ที่ดีขึ้นของเขา “คุณลูกค้าสามารถทำชั่วได้ทุกอย่างเลยนะครับ แค่เซ็นชื่อลงในใบสมัครนี้ ระบบของทางร้านจะมีการติดตามผลอยู่ตลอดเวลา โดยที่คุณลูกค้าไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว แค่ไปทำชั่วก็พอ” นั่นไงล่ะ ใช่ว่านางจะหาช่องว่างหลอกเขาได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่ ที่แท้ระบบร้านค้าก็มีการตรวจสอบทางเบื้องหลังอยู่แล้ว เขากางใบสมัครแล้วส่งปากกาให้นางเซ็นชื่ออย่างกระตือรือร้นที่สุด แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่า “พอคุณลูกค้าทำชั่วเสร็จแล้ว ระบบจะทำการอนุมัติใบสมัคร และประมวลผลออกมาเป็นจำนวนเงินสะสมให้นะครับ ยิ่งทำชั่วมาก.. ก็จะได้เงินเก็บเข้าระบบมากขึ้น สามารถเอามาซื้อของในร้านค้าได้ทันทีเลยนะครับ” “..?!?!..” นางช็อคไปแล้ว.. และเมื่อพนักงานซูฉีเห็นนางนิ่งไป ก็กลัวว่าจะเสียลูกค้า จึงรีบกระซิบบอกเคล็ดลับการสะสมเงินเพิ่มเติมให้อีกว่า "แต่ถ้าคุณลูกค้าไม่อยากจะทำชั่วบ่อยๆ ก็สามารถไปทำเรื่องที่ชั่วช้าสารเลวที่สุดได้ อย่างเช่น.. การฆ่าคนตายก็ได้นะครับ แบบนั้นคุณลูกค้าก็จะได้เงินเข้าระบบมากขึ้นอีกเท่าตัว" พูดเสร็จเขาก็พยักเพยิดใบหน้าเจ้าเล่ห์ ไปที่บุรุษนิรนามที่นอนอยู่บนพื้นในสภาพจะตายมิตายแหล่ นางร้องในใจทันทีว่า ‘ นี่มันระบบเส็งเคร็งอะไรเนี่ย ! ’ “เซ็นชื่อตรงนี้ได้เลยครับ คุณลูกค้า” พนักงานงานซูฉี ชี้ไปยังช่องที่เว้นว่างเอาไว้เพื่อให้ลงชื่อในใบสมัคร ด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับราวกับปิศาจแสนกล เหยาซูหนี่ว์ถอยหนีสองก้าวทันที นี่มันเป็นระบบมารร้ายอย่างแน่นอน นางไม่มีวันเซ็นชื่อลงไปอย่างเด็ดขาด “อ้าว คุณลูกค้า” พอพนักงานซูฉี เห็นนางถอยหนีอย่างขวัญหนีดีฝ่อ ก็รู้ได้ทันทีว่าได้เสียลูกค้าไปอีกครั้งแล้ว เขาถอนหายใจยาว มองนางอย่างแสนเสียดาย แล้วพูดหว่านล้อมนางอีกครั้งว่า “โลกนี้มันอยู่ยาก แค่คุณลูกค้ายอมทำชั่วนิดๆหน่อยๆก็ได้นะครับ ทางร้านจะอนุมัติใบสมัครให้เป็นกรณีพิเศษ” นางส่ายหน้าหวืออย่างตกใจกลัว แต่พนักงานซูฉียังคงพูดจี้ใจดำนางออกมาอีกว่า “ทางร้านมีสินค้ามากมายไว้บริการคุณลูกค้าทุกอย่าง แม้แต่ยาวิเศษที่กินเม็ดเดียว ก็สามารถทำให้คุณลูกค้ากลับมามีใบหน้าที่สวยสดงดงามดังเดิมได้ คุณลูกค้าจะลองคิดดูก่อนมั้ยล่ะครับ” นางยังคงส่ายหน้า แล้วถอยหลังออกห่างมาอีกหลายก้าว จนพนักงานซูฉีเห็นว่านางคงตกใจเกินกว่าจะรับไหว จึงปิดไฟในร้านลงอีกครั้ง แต่ก่อนเขาจะเดินกลับเข้าไปในร้าน ได้ร้องบอกนางอย่างมีความหวังว่า “ทางร้านเปิดรับสมัครสามวันนะครับ เผื่อคุณลูกค้าเปลี่ยนใจก็กลับมาได้เสมอ ทางเรายินดีให้บริการทุกเมื่อนะครับ” นางถอยออกมาจากโถงกลางของเรือนที่มีร้านค้าในห้วงมิติตั้งอยู่ แล้วมายืนตั้งหลักอยู่ข้างนอกก่อน ในใจได้แต่ร้องคร่ำครวญกับโชคชะตาว่า เคยอ่านแต่นิยาย ที่ผู้อื่นข้ามมิติไปยังมีระบบดีๆมาช่วย แต่ไฉนนางข้ามมิติมา ถึงได้ระบบเฮงซวยแบบนี้มาแทนกันเล่า แถมผู้อื่นมาเกิดใหม่ยังมีหน้าตาที่สะสวยงดงาม แถมมีพระเอกพระรองมาหลงรักจนหัวกระไดบ้านไม่แห้ง แต่นางกลับได้หน้าตาสุดอัปลักษณ์ !! หน้าตาอย่างนี้อย่าหวังเลยว่าจะมีพระเอกพระรองมารุมรัก เอาแค่ลาแก่ๆหันมามอง ยังตกใจจนล้มทั้งยืนน้ำลายฟูมปากตายคาที่ แถมนางยังถูกโจรชั่วลากไปข่มขืน อนาคตข้างหน้าของนางดูแล้วช่างมืดมนเสียเหลือเกิน.. นางต้องก้มหน้ารับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้เพียงลำพัง หรือเพราะว่าการที่ชาติที่แล้วนางเป็นคนดีเกินไป เทวดาฟ้าดินจึงลงโทษนางให้มาประสบเคราะห์กรรมดูบ้าง นางที่ทุกวันตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร แถมยังเอาเงินใส่ซองให้พระทุกครั้งเพื่อหวังว่าชาติหน้าจะได้มีกินมีใช้ไม่ขัดสน งานบุญก็ไม่เคยว่างเว้น มีงานบอกบุญที่ไหนนางใส่ซองให้ไม่อั้น ! หรือว่าเจอเด็กยากไร้ที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือ นางก็ส่งเข้าโรงเรียนดีๆให้มีการศึกษาไปตั้งหลายคน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้กระทั่งก่อนนอนก็ยังสวดมนต์ไหว้พระอยู่เป็นนิจแท้ๆ ทำดีไม่ได้ดี นางก็เพิ่งจะเข้าใจโลกอย่างถ่องแท้ก็วันนี้นี่เอง.. ความยุติธรรมมันอยู่ที่ไหนกันห๊ะ ! ชีวิตหนอ..ชีวิต… ********** ทำชั่วแล้วได้ดีมีถมไป ไม่อยากลองดูหน่อยเหรอ.. อิอิ By ไรริลแสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู
หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น
แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ
เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก
ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส
สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค







