เข้าสู่ระบบ"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง
"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ "เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป "ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี "ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย "หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่านพี่หมายความเช่นไร" หนิงเอ๋อตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาดู "วันที่เจ้าเห็นข้า ตัวเต็มไปด้วยบาดแผล และร่องรอยการถูกทำร้าย เลือดสีแดงเต็มตัวในวันนั้นข้าโดนอันธพาล ลูกน้องของเถ้าแก่หวัง รุมทำร้ายจนปางตายในคืนวันฝนพรำ และยังไม่พอใจ พวกนั้นยังโยนร่างของข้า ทิ้งลงไปที่หน้าผาหลังหมู่บ้าน หวังให้ฝูงหมาป่าแทะกินข้าทั้งเป็น"เสียวอ้าวที่อยู่ในร่างของจานเสี่ยวหนิงบอกกับหนิงเอ๋อภรรยาของเจ้าของร่างนี้ "โถ่ท่านพี่.. สวรรค์ยังมีตาให้ท่านพี่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งน้องไม่ดีเอง ที่ดูแลบ้านหลังนี้ดีไม่พอ"หนิงเอ๋อพร่ำโทษตนเองและร้องไห้ด้วยความเสียใจ "เจ้าอย่าโทษตนเองเลย หนิงเอ๋อ ตอนนี้สวรรค์เมตตาให้ข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าจะใช้โอกาสครั้งที่สองนี้ กลับมาทำให้ชีวิตของเราทุกคนในครอบครัว มีความสุขและเจริญรุ่งเรือง" เสี่ยวอ้าวที่อยู่ในร่างของจางเสี่ยวหนิงเข้าไปกอดภรรยาของเจ้าของร่างเอาไว้ด้วยความอ่อนโยน เจ้าค่ะท่านพี่ เพราะฉะนั้นเราไปดูที่ดินของตระกูลจางกันเถิดเจ้าค่ะ หนิงเอ๋อเดินนำหน้าจางเสี่ยวหนิงจูงมือสามีของนางไปที่ประตูด้านหลังบ้าน เสียวอ้าวที่อยู่ในร่างของจางเสี่ยวหนิงมองทอดออกไปในพื้นที่กว้างใหญ่ " (ที่นี่คือ..."สภาพที่เห็นเป็นดินที่แห้งแล้งเพราะปลูกอะไรก็คงจะไม่โต เพราะขาดน้ำและปุ๋ยที่จะมาปรับสภาพให้ดีขึ้น) แต่เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง (ต้นไผ่รำสีเหลืองทองอร่าม แตกต่างจากไผ่เขียวทั่วไป ไม้ไผ่เหลืองทอง ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานกว่าไม้ไผ่ทั่วไปถึงสามเท่า! และมีตลาดในเมืองใหญ่ที่ต้องการนำไปทำเครื่องเรือนชั้นดี นี่คือ ต้นแบบ ที่ข้าเพิ่งค้นพบและนำมาปลูกไว้ที่ดินของตระกูลข้า!") เสียวอ้าวคิดอยู่ในใจและเขาดีใจมากจนยิ้มแก้มปริต้นไผ่เหลืองถูกปลูกเรียงรายเหมือนรั้วกั้นไม่ให้คนไทยนอกเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากิน หนิงเอ๋อหันมาบอกสาทมี "ที่นี่คือพื้นดินยี่สิบไร่ของตระกูลจางที่แห้งแล้งจนแตกระแหงใคร ๆ ก็บอกว่า เป็นที่ตกอับทำอะไรก็ไม่เจริญงอกงาม นอกจากต้นไผ่สีเหลืองที่ท่านพี่เห็น ท่านพ่อปลูกมานาน ไม่มีชาวบ้านคนไหนอยากได้ไผ่สีเหลืองเลยเจ้าค่ะ มีเพียงตระกูลจาง ตระกูลเดียวที่ปลูกไผ่เหลืองเป็นร้อย ๆ ต้นเช่นนี้" แม่บ้านของเราจะมีแหล่งน้ำตกจากภูเขาในพื้นที่โฉนดบ้านแต่ก็ห่างไกลจากทางเพาะปลูกเกือบห้าร้อยเมตรเจ้าค่ะ "ไม่เป็นไรพี่จะจัดการทุกอย่างเองเจ้าเล่าให้ข้าฟังต่อหน่อยซิว่าเราจะทำอย่างไรต่อ"จางเสี่ยวหนิงหันมาถามภรรยาสาว "ข้ากับท่านพ่อไม่มีวัวสำหรับไถดิน ท่านพ่อก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงส่วนตัวข้าก็โง่เขลาเบาปัญญาที่จะจัดการกับพื้นที่ตรงนี้ได้เจ้าค่ะท่านพี่" หนิงเอ๋อรู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่มองไปยังพื้นที่แห้งแล้งว่างเปล่าปลูกอะไรก็ไม่เจริญงอกงาม ป้าว่านชิงที่เดินตามมาเห็นแล้วก็เศร้าใจตามไปด้วย "เจ้าทั้งสองอย่าคิดมาก เจ้ายังโชคดีที่ยังมีที่ดินทำกินหากเป็นชาวบ้านคนอื่นก็แทบจะไม่มีแม้แต่ชีวิตที่จะหาอาหารกินแล้วยามนี้ ตัวข้าเองก็ยังไม่ได้กินอะไรนอกจากซุปผักป่าเป็นเวลามาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว" จางเสี่ยวหนิงที่ได้ฟังความทุกข์ยากของป้าว่านชิงแม้ว่าเมื่อก่อนเจ้าของร่างเดิมจะเคยขโมยไข่หรืออาหารของปลาวาฬชิงมานางกลับไม่เคยถือโทษโกรธจางเสี่ยวหนิงเลยสักครั้งเพราะถูกชักใยบงการจากป้าฉิงอี้จอมชั่วร้ายคนนั้น (เสี่ยวอ้าวคิดในใจว่าจะต้องแบ่งอาหารให้กับป้าว่านชิงเป็นลำดับถัดไปเพื่อให้นางได้มีชีวิตและมาช่วยงานปลูกผักในพื้นที่ของตระกูลจาง) "หนิงเอ๋อ ถ้ารบกวนเจ้านำปลาสองตัวแครอทหัวผักกาดอย่างละหนึ่งหัวให้กับป้าว่านชิงได้ไปประกอบอาหารกินในมื้อนี้ด้วย"จางเสี่ยวหนิงหันมาบอกับหนิงเอ๋อ "ได้เจ้าค่ะท่านพี่น้องจะจัดการให้เดี๋ยวนี้" หนิงเอ๋อพูดจบก็เดินหายเข้าไปในครัวทิ้งให้จามเสี่ยวหนิงยืนดูพื้นที่อยู่กับป้าว่านชิง "หนิงเอ๋อไม่ต้อง จางเสี่ยวหนิง เจ้าไม่ต้องให้อะไรกับข้าหรอก ครอบครัวของเจ้ามีอีกหลายปากท้องที่ต้องดูแล ข้าเป็นเพียงหญิงหม้ายแก่ชราที่ไม่เหลือลูกหลานแล้วจะตายไปก็ไม่เป็นอะไร" ป้าว่านชิงกล่าวกับหนิงเอ๋อและจางเสี่ยวหนิงด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย "งั้นที่บ้านของป้าว่านชิง ที่เก่าและทรุดโทรมก็ไม่เหลือใครให้เป็นห่วงแล้วใช่ไหม" จางเสี่ยวหนิงหันมาถามป้าว่านชิง "ไม่มีแล้ว เหลือเพียงตัวข้าที่แก่ชรา พร้อมจะตายไปทุกเมื่อโดยที่ไม่มีใครเห็นศพ แม้แต่ลูกหลานที่จะฝังข้าในสุสานก็ยังไม่มี" ป้าว่านชิงหันมากล่าวกับจางเสี่ยวหนิง "งั้นข้าขอเป็นลูกบุญธรรมของป้าว่านชิงได้หรือไม่ ป้าย้ายมาอยู่กับข้าและหนิงเอ๋อได้ไหม" จางเสี่ยวหนิงรู้สึกสงสารหญิงชราจับใจ "เจ้าพูดอะไรของเจ้า เจ้าอยากจะหาภาระมาเพิ่มในชีวิตของเจ้าเช่นนั้นหรือ" ป้าว่านชิงกล่าวทั้งน้ำตาไหลอาบสองแก้ม "ท่านป้าอย่าคิดมาก หากป้าว่านชิงรับข้าเป็นลูกบุญธรรม ท่านก็ทิ้งบ้านหลังเก่าหลังนั้นแล้วมาอยู่ที่นี่กับข้าเถิด บ้านหลังนี้ไม่ได้คับแคบถึงแม้จะยากจนแต่บ้านหลังนี้ก็เป็นมรดกตกทอดของตระกูลจางที่สร้างมาลายชั่วอายุคน" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับป้าว่านชิง หนิงเอ๋อที่จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยเดินออกมาจากครัวได้ยินทุกคำพูดของสามี นางไม่เคยคิดเลยว่าสามีของนาง นอกจากจะเปลี่ยนการกระทำยังกลายเป็นคนจิตใจดีโอบอ้อมอารีเช่นนี้นานถึงกับน้ำตาซึม "ข้าเตรียมข้าวของที่ท่านพี่ให้เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ เอ๋อแกล้งตะโกนดังออกมาจากครัวเพื่อให้คนทั้งสองหยุดการพูดคุยกัน "ท่านป้าลองไปคิดข้อเสนอของ ข้าดูก่อนหากท่านตกลง ข้าจะให้หนิงเอ๋อไปรับท่านจากที่บ้านในวันพรุ่งนี้"จ้างเสี่ยวหนิงรับของจากมือของภรรยาและยื่นให้กับป้าว่านชิง "ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก เจ้าทั้งสองช่างดีกับข้าวเหลือเกิน" ป้าว่านชิงที่เห็นการกระทำของจางเสี่ยวหนิงก็รู้สึกชื่นชม ที่พยายามจะกลับตัว แต่หนี้สินตั้ง หนึ่งร้อยยี่สิบชั่ง จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายเถ้าแก่หวังหน้าเลือดเช่นนั้น ยิ่งฟังก็ดูไม่มีความหวังเอาเสียเลย นางจึงเข้าไปปลอบหนิงเอ๋อ "หนิงเอ๋อ ข้าเข้าใจว่าจางเสี่ยวหนิงพยายามทำเพื่อครอบครัวของตระกูลจาง แต่หนี้สินที่เจ้าพูดมานั้นมันช่างมากมายเหลือเกิน ฤดูที่อดอยากเช่นนี้ หัวเผือกหัวมันเน่าอย่างที่ตระกูลอี้เอามาแจกชาวบ้านยังแย่งกันราวกับทองคำที่มีค่า"ป้าว่านชิงกล่าวด้วยความเวทนา.....เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป"ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง"ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ"เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว"งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม"อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทัก
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาภรรยาต่างมองสามีด้วยความคาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า "โดนหลอก" ออกจากปากพวกเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องเงียบกริบสามีของนางไป๋ เสียงดังกังวานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นางไป๋! เจ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว! พวกเรา พวกเราทุกคน ไม่ได้โดนหลอก!"เสียงประกาศนี้ดังก้องไปทั่วจนทุกคนที่หน้าประตูหยุดการซุบซิบ จ้องมองไปยังสามีของนางไป๋ด้วยความงุนงง นางไป๋เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสามีของนางไป๋ "ในโกดังหลังบ้านของตระกูลจางนั้น... มีข้าวสาลีจริง! เป็นกระสอบขนาดใหญ่ วางเรียงรายแน่นขนัด! และยังมี ปลาทับทิมทองตัวโต ๆ อยู่ในกะละมัง! มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราให้รอดพ้นจากความอดอยากได้หลายวัน!"สามีของนางไป๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังรวมถึงผู้ชายหลายคนที่เดินตามออกมาก็ต่างพากันฉีกยิ้มกว้างป้าฉิงอี้ รีบแทรกด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "โกหก! เจ้าโดนจางเสี่ยวหนิงติดสินบนใช่ไหม! เจ้าพวกคนโง่เง่า! ข้าวสาลีมันจะมาจากไหนได้อีกในแผ่นดินที่แห้งแล้งเช่นนี้!"สามีของนางไป๋ ไม่สนใจป้าฉิงอี้ แต่หันไปพูดกับชาวบ้าน "หากพวกเ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกชาวบ้านผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างพากันมาที่บ้านของจางเสี่ยวหนิง ทุกคนยังไม่ลงมือตัดไม้ไผ่เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่กระจายมาว่าจะแจกข้าวสาลีและปลา "พวกเจ้าให้พวกข้ามา หลอกมาทำงานล่ะสิไม่ว่า" ป้าฉิงอี้ที่เสนอหน้ามาเป็นคนแรกก็เกณฑ์ชาวบ้านมาเพื่อจะด่าทอจางเสี่ยวหนิงเป็นพิเศษ"ใครเชิญคนตระกูลอี้มากัน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญพวกท่าน โทษของพวกท่านยังไม่ได้ชำระความระวังตัวให้ดีเถิด"หนิงเอ๋อกล่าว"ไหนล่ะปลา ไหนล่ะข้าวของพวกเจ้า" อี้ซางหลงสามีของนางฉิงอี้ก็กล่าวเสริมทัพขึ้นมา"ใช่ ๆ เจ้าจะหลอกพวกข้า ให้ทำงานให้ ฟรี ฟรีใช่ไหมล่ะ ข้าไม่น่าเสียเวลาเชื่อพวกเจ้าสองผัวเมียเลย" ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวลและไม่อยากมาช่วยงานเพราะคิดว่าโดนหลอก"ซุ่ยซุ่ยก็ว่าอย่างนั้น ไม่เห็นมีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย แล้วพวกท่านจะมาหลอกใช้งานพวกข้าฟรี ฟรี อย่างนั้นหรือ" ซุ้ยซุ้ยหลานสาวของนาง ฉิงอี้กล่าวเสริมขึ้นมา"ใจเย็น ๆ พี่น้องทุกท่านหากพวกท่านไม่เชื่อเดี๋ยวไปที่หลังบ้านของข้า ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูข้าวสาลีอและปลาจำนวนหนึ่ง ที่ข้าจับมาได้" จางเสี่ยวหนิง พูดออ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผลผลิตในระบบก็ผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้าวสาลีที่ปลูกเอาไว้ก็ถูกเก็บแพ็คใส่กระสอบป่านเป็นอย่างดีในระบบทุกวันหมุนเวียนสลับกันปลูกกับหัวมันตอนนี้เขามีข้าวสาลีมากกว่า สามร้อยกระสอบ และหัวมันอีกสองร้อยกระสอบไข่ไก่สองร้อยฟอง แลกหนึ่งร้อยชั่ง จางเสี่ยวหนิง ก้าวออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เขามุ่งหน้าไปยังที่ดินที่ของตระกูลจางแม้จะติดจำนองจากเถ้าแก่หวังอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ขาดยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะต้องชำระเงินทั้งหมด ซึ่งพื้นที่อยู่ด้านหลังบ้านของตระกูลจางชั่งเป็นทำเลที่ดีมากเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็ติดกับพื้นที่ทำมาหากิน ๆ แต่ชาวบ้านไม่มีวิชาความรู้ที่จะจัดการระบบน้ำและบำรุงดินเมื่อเขาคิดได้ดังนั้นวันนี้เขาจึงให้หนิงเอ๋อไปขอแรงชาวบ้านผู้ชายตัดไม้ไผ่ใหญ่จากทุกสารทิศเพื่อมาทำท่อประปาทำฝายกั้นน้ำและรองน้ำเอาไว้ใช้มายังบ้านของตนเอง"แล้วพวกเขา:จะยอมมาแต่โดยดีหรือเจ้าคะท่านพี่ ไม่มีผู้ใดอยากจะใช้แรงงานในเวลานี้แน่นอนเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีใครมาช่วยตระกูลของเธอที่ยากจนใครอยากจะมาใช้แรงฟรีๆ"เจ้าไม่ต้องเป็นห
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป"ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย"หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่า
เมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอน เลี้ยวซ้ายมองขวา เขาจึงได้เปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง "ระบบ! ข้าขอดูผลการผลิตทั้งหมดในเวลานี้ ในระบบของข้ามีอะไรบ้าง""ระบบกำลังเริ่มประมวลผล เจ้านายกรุณารอสักครู่... -ไก่ยี่สิบตัวตอนนี้ออกไข่ทั้งหมด ห้าร้อยฟอง ท่านสามารถฟักให้เป็นตัวได้เพียงแค่อัพเกรดระบบไข่ไก่ -หมูตอนนี้ มีทั้งหมดสามสิบตัว แม่พันธุ์คลอดลูกออกมาครอกละสิบตัว ท่านต้องซื้อพื้นที่ในการขยายโรงเลี้ยงหมู -และวัวไถนา ที่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนแรก หากวันนี้ตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งคู่ ระบบจะแถมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดีเป็นวัวนมที่ผลิตน้ำนมได้ทั้งปี-ตอนนี้ระบบอัพเดทเพิ่มเติมมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชและเลี้ยงปลา มีพันธุ์ข้าวสารี,หัวมัน ท่านจะเลือกซื้อและปลูกสิ่งใดในพื้นที่รางวัลนี้มีหนึ่งไร่จางเสี่ยวหนิงที่ฟังระบบได้อัพเดท รายละเอียดทั้งหมดให้เขาได้ฟัง เขาถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาจะได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกสองเดือน มันเพียงพอที่จะให้เขาอยู่ยาวไปถึงปีหน้าก็ยังได้"ระบบ! ฟักไข่ไก่เป็นตัวสองร้อยตัว และเก็บไข่เอาไว้ ข้าจะนำไปขายที่ตลาด ส่วนหมูขายแล






