แชร์

ภารกิจปลดหนี้สาม

last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-24 10:00:40

"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยา

"ท่านพี่ ท่านจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ยังไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา..." หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ

"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง พวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าขอสัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่ดินบ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังไว้หน่อยได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินนำออกจากบ้านไป

"ท่านพี่จำไม่ได้เลยหรือเจ้าคะว่าที่ดินบ้านเราอยู่ตรงไหน?" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี

"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาลโยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน มันก็เลือนหายไปบ้าง" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกภรรยาของจางเสี่ยวหนิงเลย เขาก็ยอมเปิดเผยออกมาเล็กน้อย

"หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร!" หนิงเอ๋อตกใจจนรีบวิ่งเข้ามาดูสามีใกล้ ๆ

"วันที่เจ้าเห็นข้าตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้าย เลือดสีแดงฉานเต็มตัว ในวันนั้นข้าโดนพวกอันธพาลลูกน้องของเถ้าแก่หวังรุมทำร้ายจนปางตายในคืนวันฝนพรำ

 มิหนำซ้ำพวกนั้นยังโยนร่างของข้าทิ้งลงไปที่หน้าผาหลังหมู่บ้าน หวังจะให้ฝูงหมาป่าแทะกินข้าทั้งเป็น" เสี่ยวอ้าวในร่างจางเสี่ยวหนิงบอกความจริงกับหนิงเอ๋อ

"โถ่ท่านพี่... สวรรค์ยังมีตาให้ท่านพี่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง น้องไม่ดีเองที่ดูแลบ้านหลังนี้ได้ไม่ดีพอ" หนิงเอ๋อพร่ำโทษตนเองและร้องไห้ด้วยความเสียใจ

"เจ้าอย่าโทษตนเองเลยหนิงเอ๋อ ตอนนี้สวรรค์เมตตาให้ข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าจะใช้โอกาสครั้งที่สองนี้กลับมาทำให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวมีความสุขและเจริญรุ่งเรือง" เสี่ยวอ้าวในร่างจางเสี่ยวหนิงเข้าไปกอดภรรยาไว้อย่างอ่อนโยน

"เจ้าค่ะท่านพี่ ถ้าเช่นนั้นเราไปดูที่ดินของตระกูลจางกันเถิดเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อเดินนำหน้าจางเสี่ยวหนิง จูงมือสามีของนางไปที่ประตูด้านหลังบ้าน

เสี่ยวอ้าวในร่างจางเสี่ยวหนิงมองทอดออกไปในพื้นที่กว้างใหญ่

('ที่นี่คือ...' สภาพที่เขาเห็นคือดินที่แห้งแล้ง เพาะปลูกอะไรก็คงไม่โต เพราะขาดน้ำและปุ๋ยที่จะมาปรับสภาพดินให้ดีขึ้น)

ทว่าเขากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ('ต้นไผ่ลำสีเหลืองทองอร่าม แตกต่างจากไผ่เขียวทั่วไป! นี่มันไม้ไผ่เหลืองทองที่มีความแข็งแกร่งและทนทานกว่าไม้ไผ่ทั่วไปถึงสามเท่า และในเมืองใหญ่ก็มีตลาดที่ต้องการนำไปทำเครื่องเรือนชั้นดี นี่คือขุมทรัพย์ที่ข้าเพิ่งค้นพบและมันถูกปลูกไว้ในที่ดินของตระกูลข้า!')

เสี่ยวอ้าวคิดในใจและดีใจมากจนยิ้มแก้มปริ ต้นไผ่เหลืองถูกปลูกเรียงรายเหมือนรั้วกั้นไม่ให้คนภายนอกเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากิน

หนิงเอ๋อหันมาบอกสามี "ที่นี่คือผืนดินยี่สิบไร่ของตระกูลจางที่แห้งแล้งจนแตกระแหง ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นที่ตกอับ ทำอะไรก็ไม่เจริญงอกงาม นอกจากต้นไผ่สีเหลืองที่ท่านพี่เห็น ท่านพ่อปลูกมานานแล้ว ไม่มีชาวบ้านคนไหนอยากได้ไผ่สีเหลืองเลยเจ้าค่ะ มีเพียงตระกูลจางตระกูลเดียวที่ปลูกไผ่เหลืองเป็นร้อย ๆ ต้นเช่นนี้"

"แหล่งน้ำของเราจะมีก็น้ำตกจากภูเขาในพื้นที่โฉนดบ้าน แต่มันก็ห่างไกลจากที่เพาะปลูกเกือบห้าร้อยเมตรเลยเจ้าค่ะ"

"ไม่เป็นไร พี่จะจัดการทุกอย่างเอง เจ้าเล่าให้ข้าฟังต่อหน่อยซิว่าเราควรทำอย่างไรต่อ" จางเสี่ยวหนิงหันมาถามภรรยาสาว

"ข้ากับท่านพ่อไม่มีวัวสำหรับไถดิน ท่านพ่อเองก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ส่วนตัวข้าก็โง่เขลาเบาปัญญาเกินกว่าจะจัดการกับพื้นที่ตรงนี้ได้เจ้าค่ะท่านพี่" หนิงเอ๋อรู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่มองไปยังพื้นที่แห้งแล้งว่างเปล่าที่ปลูกอะไรก็ไม่เจริญงอกงาม

ป้าว่านชิงที่เดินตามมาเห็นเข้าก็เศร้าใจตามไปด้วย "เจ้าทั้งสองอย่าคิดมากเลย เจ้ายังโชคดีที่ยังมีที่ดินทำกิน หากเป็นชาวบ้านคนอื่นก็แทบจะไม่มีแม้แต่ชีวิตที่จะหาอาหารกินแล้วในยามนี้ ตัวข้าเองก็ยังไม่ได้กินอะไรนอกจากซุปผักป่ามาเกือบอาทิตย์แล้ว"

จางเสี่ยวหนิงได้ฟังความทุกข์ยากของป้าว่านชิง แม้ว่าเมื่อก่อนเจ้าของร่างเดิมจะเคยขโมยไข่หรืออาหารของป้าว่านชิงมา แต่นางกลับไม่เคยถือโทษโกรธจางเสี่ยวหนิงเลยสักครั้ง เพราะรู้ว่าเขาถูกชักใยบงการจากป้าฉิงอี้จอมชั่วร้ายคนนั้น

(เสี่ยวอ้าวคิดในใจว่า จะต้องแบ่งอาหารให้ป้าว่านชิงเป็นลำดับแรก เพื่อให้นางได้มีชีวิตอยู่และมาช่วยงานปลูกผักในพื้นที่ของตระกูลจาง)

"หนิงเอ๋อ รบกวนเจ้านำปลาสองตัว แครอทและหัวผักกาดอย่างละหนึ่งหัว มอบให้ป้าว่านชิงเอาไปประกอบอาหารในมื้อนี้ด้วยนะ" จางเสี่ยวหนิงหันมาบอกภรรยา

"ได้เจ้าค่ะท่านพี่ น้องจะจัดการให้เดี๋ยวนี้" หนิงเอ๋อพูดจบก็เดินหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้จางเสี่ยวหนิงยืนดูพื้นที่อยู่กับป้าว่านชิง

"หนิงเอ๋อไม่ต้อง! จางเสี่ยวหนิง เจ้าไม่ต้องให้อะไรข้าหรอก ครอบครัวเจ้ายังมีอีกหลายปากท้องที่ต้องดูแล ข้าเป็นเพียงหญิงหม้ายแก่ชราที่ไม่เหลือลูกหลานแล้ว จะตายไปก็ไม่เป็นไร" ป้าว่านชิงกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

"งั้นที่บ้านของป้าว่านชิงที่เก่าและทรุดโทรม ก็ไม่มีใครให้ต้องเป็นห่วงแล้วใช่ไหมครับ" จางเสี่ยวหนิงถาม

"ไม่มีแล้ว เหลือเพียงตัวข้าที่แก่ชรา พร้อมจะตายไปทุกเมื่อโดยไม่มีใครเห็นศพ แม้แต่ลูกหลานที่จะฝังข้าในสุสานก็ยังไม่มีเลย" ป้าว่านชิงกล่าว

"งั้นข้าขอเป็นลูกบุญธรรมของป้าว่านชิงได้หรือไม่ ป้าย้ายมาอยู่กับข้าและหนิงเอ๋อเถิดนะ" จางเสี่ยวหนิงรู้สึกสงสารหญิงชราจับใจ

"เจ้าพูดอะไรของเจ้า เจ้าอยากจะหาภาระมาเพิ่มในชีวิตอย่างนั้นหรือ?" ป้าว่านชิงกล่าวทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

"ท่านป้าอย่าคิดมากเลย หากป้าว่านชิงรับข้าเป็นลูกบุญธรรม ท่านก็ทิ้งบ้านหลังเก่าหลังนั้น แล้วมาอยู่ที่นี่กับข้าเถิด บ้านหลังนี้ไม่ได้คับแคบ ถึงแม้จะยากจนแต่บ้านหลังนี้ก็เป็นมรดกตกทอดของตระกูลจางที่สร้างมาหลายชั่วอายุคน" จางเสี่ยวหนิงพูดกับป้าว่านชิง

หนิงเอ๋อที่จัดเตรียมของเรียบร้อยเดินออกมาจากครัวพอดี นางได้ยินทุกคำพูดของสามี และไม่เคยคิดเลยว่าสามีนางนอกจากจะเปลี่ยนการกระทำแล้ว ยังกลายเป็นคนจิตใจดีโอบอ้อมอารีเช่นนี้ นางถึงกับน้ำตาซึม

"ข้าเตรียมข้าวของที่ท่านพี่สั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ!" หนิงเอ๋อแกล้งตะโกนเสียงดังออกมาจากครัวเพื่อให้คนทั้งสองหยุดคุยเรื่องเครียด

"ท่านป้าลองไปคิดข้อเสนอของข้าดูก่อน หากท่านตกลง ข้าจะให้หนิงเอ๋อไปรับท่านที่บ้านในวันพรุ่งนี้" จางเสี่ยวหนิงรับของจากมือภรรยาและยื่นให้ป้าว่านชิง

"ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก เจ้าทั้งสองช่างดีกับข้าเหลือเกิน" ป้าว่านชิงมองการกระทำของจางเสี่ยวหนิงด้วยความชื่นชมที่เขาพยายามกลับตัว

แต่หนี้สินตั้งหนึ่งร้อยยี่สิบชั่ง จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายเถ้าแก่หวังหน้าเลือดคนนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งดูไม่มีความหวังเอาเสียเลย นางจึงเข้าไปปลอบหนิงเอ๋อ

"หนิงเอ๋อ ข้าเข้าใจว่าจางเสี่ยวหนิงพยายามทำเพื่อตระกูลจาง แต่หนี้สินที่เจ้าพูดมานั้นมันมากมายเหลือเกิน ในฤดูที่อดอยากเช่นนี้ แม้แต่หัวมันเน่า ๆ ที่ตระกูลอี้เอามาแจก ชาวบ้านยังแย่งกันราวกับเป็นทองคำล้ำค่าเลย" ป้าว่านชิงกล่าวด้วยความเวทนา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   รับแม่เลี้ยง

    ยามเช้าที่สดใสของเมืองจินหยาง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องผ่านยอดไม้ไผ่เหล็กกล้าเข้ามาในโถงกลางจวนสกุลจาง กลิ่นหอมของน้ำส้มป่อยและธูปหอมกระจายไปทั่วบริเวณวันนี้เป็นวันที่จางเสี่ยวหนิงตั้งใจจะทำสิ่งที่ค้างคาใจมานาน เพื่อความมั่นคงของหัวใจผู้เป็นบิดาบนตั่งไม้แกะสลัก พ่อเฒ่าจาง นั่งตัวตรงแต่มีแววตาประหม่าเล็กน้อย ข้างกายของท่านคือ ป้าว่านชิง หญิงหม้ายวัย 50 ปี ผู้มีกิริยาเรียบร้อย และมีรอยยิ้มที่อบอุ่นนางคอยดูแลสำรับอาหารและหยูกยาให้พ่อเฒ่าจางมาโดยตลอดนับตั้งแต่จางเสี่ยวหนิงรับนางเข้ามาอยู่ในเรือนด้วยความสงสารในคราวที่นางไร้ที่พึ่งจางเสี่ยวหนิงเดินเข้ามาในโถงพร้อมกับ หนิงเอ๋อ ที่อุ้ม จางเพ่ยเพ่ย และมี จางหนี่ เดินเคียงข้าง ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีมงคลดูสง่างาม"ท่านพ่อ... ท่านป้าว่านชิง" เสี่ยวหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานพลางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าคนทั้งสอง"เสี่ยวหนิง... เจ้ามีธุระอันใดหรือลูก ถึงได้เรียกพวกเรามาพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้" พ่อเฒ่าจาง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   หวานชื่น

    ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องกังวานของเหล่าทหารที่ได้รับชัยชนะ จางเสี่ยวหนิงไม่ได้รอช้าเพื่อรับคำสรรเสริญ เขาควบม้าฝ่ากระแสลมมุ่งหน้ากลับสู่จวนสกุลจางด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกในคราแรก เพราะสำหรับเขาแล้ว ชัยชนะเหนือข้าศึกนับหมื่นยังไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของดวงใจทั้งสามดวงที่รออยู่ในบ้านเมื่อมาถึงหน้าจวน เขาไม่ทันได้รอให้ม้าหยุดนิ่งสนิทดีก็กระโดดลงจากอาน ร่างสูงโปร่งก้าวพรวดเข้าไปในห้องโถงที่บัดนี้ปราศจากเสียงระเบิด แต่ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด"ท่านพ่อ! หนิงเอ๋อ! ข้ากลับมาแล้ว!"ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างเล็กของ จางเพ่ยเพ่ย ในวัย 7 ขวบ ก็พุ่งออกมาจากมุมหนึ่งแล้วกอดขาเขาไว้แน่น ตามมาด้วย จางหนี่ พี่ชายวัย 12 ปี ที่แม้จะพยายามทำตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ตามแบบบิดา แต่ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความดีใจ"ท่านพ่อ! ท่านปลอดภัย! มังกรดำพวกนั้นพ่ายแพ้ต่อหน้าไม้ของท่านแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นถามเสียงใสเสี่ยวหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสองไว้แน่น "ใช่

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ศึกห้าหมื่นนาย

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องประดุจฟ้าถล่มดินทลาย กองทัพมังกรดำจำนวนห้าหมื่นนาย เคลื่อนพลประชิดกำแพงเมืองจินหยาง ราวกับคลื่นยักษ์ ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เบื้องหน้าคือแม่ทัพฮวาเจี้ยน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและประสบการณ์ในสนามรบที่โชกโชน"ไอ้พวกกบฏจินหยาง! ลงมายอมจำนนซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นเมืองนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเจ้า!" แม่ทัพฮวาเจี้ยนคำรามลั่น เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วทุ่งรบบนกำแพงเมือง จางเสี่ยวหนิงยืนเคียงข้างแม่ทัพเทียนอี้ หนิงเอ๋อ และนายอำเภอกู้ ใบหน้าของทุกคนนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์เบื้องหน้า"ท่านพี่เทียนอี้... ถึงเวลาแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่า 'ความเท่าเทียม' มีพลังมากแค่ไหน" จางเสี่ยวหนิงพูดเบา ๆ แต่มั่นคงเทียนอี้ยิ้มมุมปาก "ข้าเชื่อมั่นในท่านมาตลอดน้องชาย" เขาหันไปออกคำสั่งเสียงกึกก้อง "หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง! เตรียมหน้าไม้!"กองทัพมังกรดำเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้ ขุนพลฮวาเจี้ยนสั่งให้หน่วยพลธนูระดมยิงเปิดทางเพื่อลดขวัญกำลังใจ แต่ลูกธนูเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงกำแพงเมือง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   พี่น้องร่วมสาบาน

    ย้อนกลับไปในช่วงก่อนศึกใหญ่... ในคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆหนาทึบบดบังจนมืดมิด ณ กระท่อมกลางป่าไผ่ที่เป็นจุดนัดพบลับระหว่าง จางเสี่ยวหนิง และ แม่ทัพเทียนอี้ขณะที่เทียนอี้กำลังถ่ายทอดสถานการณ์ในราชสำนักให้เสี่ยวหนิงฟัง พลันสัญชาตญาณนักรบของเขาก็กระตุกวูบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว"ระวัง!" เสี่ยวหนิงตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าผลักเทียนอี้จนล้มลงไปกับพื้นฉึก! ฉึก! ฉึก!เข็มพิษสีดำสนิทสามเล่มปักเข้าที่พนักเก้าอี้ไม้ที่เทียนอี้นั่งอยู่เมื่อครู่ หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เข็มเหล่านั้นคงเจาะทะลุลำคอของยอดแม่ทัพไปแล้วเงาดำสิบสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืดล้อมรอบกระท่อม พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของราชครูหวัง ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาด "เสี้ยนหนาม" ทั้งสองคนพร้อมกัน"แม่ทัพเทียนอี้... วันนี้หัวของท่านต้องกลับไปพร้อมกับพวกเรา" หัวหน้านักฆ่าคำราม พลางวาดดาบสั้นที่อาบไปด้วยมนตราสีม่วงคล้ำเทียนอี้พยายามจะชักดาบใหญ่คู่กาย แต่เขากลับทรุดฮวบลง "พิ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ภารกิจใหม่

    แผนการสร้างเมืองที่ผาสุกของจางเสี่ยวหนิงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ ชาวบ้านหนึ่งพันคนที่ได้รับการสมัครมาใหม่ถูกคัดกรองอย่างเข้มงวดคนที่มีจิตใจซื่อสัตย์จะถูกส่งไปทำนาขั้นบันไดตามที่ประกาศไว้ ส่วนคนที่มีแววกล้าหาญและไร้ภาระผูกพันจะถูกแยกออกมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนเป็น"หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง"จางเสี่ยวหนิงยืนอยู่บนยอดเขาเหลียนซาน มองลงมายังเมืองจินหยางที่บัดนี้ดูเหมือนป้อมปราการสีเขียวซึ่งค่อย ๆ ขยายตัวที่ดินเชิงเขาเหลียนซานไม่ใช่แค่ที่ทำนา แต่มันคือที่ตั้งของ "โรงเรือนเพาะชำมหาอำนาจ" ที่จางเสี่ยวหนิงใช้แต้มระบบอัปเกรดจนถึงขั้นสูงสุดแจ้งเตือนระบบ: เริ่มการผลิตหน้าไม้เหล็กกล้าไม้ไผ่คุณสมบัติ ตัวเรือนทำจากไม้ไผ่สีทองพันปีเสริมด้วยเหล็กกล้าจากมิติ มีน้ำหนักเบาแต่ยิงได้แรงกว่าหน้าไม้ทั่วไป 5 เท่ากระสุน: ลูกธนูอาบพิษสกัดจาก "หยดน้ำตาไม้ไผ่" (พิษแทรกซึมเข้าระบบประ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ล้างบางโจร

    ในมุมมืดของป้อมสังเกตการณ์ จางเสี่ยวหนิงยืนดูความวินาศสันตะโรผ่านหน้าจอระบบอย่างใจเย็น ข้างกายเขาคือชายฉกรรจ์ 10 คนแรกที่ได้รับดื่ม "น้ำสกัดรากไม้ไผ่สีทอง" พวกเขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำ แววตาเป็นประกายวาววับดุจสัตว์ป่า"พวกเจ้า... เห็นหรือไม่? นี่คือผลของพวกที่คิดจะมาทำลายบ้านของเรา" จางเสี่ยวหนิงเอ่ยเสียงเรียบ "พวกโจรที่หลุดรอดจากกับดักเข้าไปในป่าได้ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าจัดการ... อย่าให้เหลือซาก""รับคำสั่งนายท่าน!"หน่วยอารักขาเงาพุ่งตัวออกไปจากป้อมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พละกำลังที่ได้จากน้ำยาเสริมกำลังทำให้พวกเขากระโดดข้ามกอไม้ไผ่ได้อย่างคล่องแคล่วพวกเขาเข้าประจัญบานกับโจรที่หลงเหลือด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว เพียงการออกหมัดเดียวก็สามารถทำลายเกราะไม้ของโจรจนแตกละเอียดเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ความวุ่นวายภายนอกก็สงบลง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณกำแพงไม้ไผ่ แต่ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ รากของไม้ไผ่สีทองเริ่มเลื้อยขึ้นมาพันรอบร่างที่ไร้วิญญาณของพวกโจร แล้วค่อย ๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status