LOGINเหตุการณ์โรคระบาดในเมืองหงตู [1/2]
บรรยากาศหน้าเมืองหงตูเต็มไปด้วยความหดหู่และเงียบงัน ลมเย็นพัดพาเอากลิ่นอับชื้นคลุ้งมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นจาง ๆ ของซากศพที่อยู่ภายในเมือง เสียงกาที่บินวนเหนือกำแพงเมืองดังแว่วมาเป็นระยะ ประตูเมืองสูงใหญ่ถูกปิดตายอย่างแน่นหนาด้านหน้ามีทหารยืนคุมเข้มใบหน้าแข็งกร้าวเหมือนกำแพงที่ไม่อาจสั่นคลอน
รถม้าที่กู้ฮ่าวเทียนบังคับมาอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ หยุดลงตรงหน้าประตูเมือง จ้าวหว่านชิงก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสงบแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางเดินตรงเข้าไปยังทหารที่ยืนคุมอยู่เบื้องหน้าโดยมีร่างสูงใหญ่ของกู้ฮ่าวเทียนก้าวตามหลังอย่างเงียบขรึม
“เมืองหงตูตอนนี้เกิดโรคระบาด ถูกสั่งให้ปิดเมืองห้ามผู้ใดเข้าออก พวกเจ้ากลับไปเสียเถอะ” เสียงทหารหนุ่มเอ่ยอย่างแข็งกร้าวแววตาไร้ความปรานี
“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ข้าเป็นหมอ ข้าอยากเข้าไปช่วยรักษาผู้คนในเมือง” หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อนน้อม
ทหารหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาประหลาดใจ
“สตรีงดงามเช่นนี้…เป็นหมอได้ด้วยหรือ” เขาพึมพำก่อนจะส่ายหน้า “แต่ต่อให้เจ้าเป็นหมอจริงข้าก็ไม่อาจให้เจ้าเข้าไปได้”
ใบหน้าของจ้าวหว่านชิงเริ่มแสดงความกังวล นางรู้ดีว่าหากไม่เข้าไปยังเมืองหงตูนอกจากจะไม่ได้ช่วยรักษาผู้คนแล้วนางยังพลาดโอกาสสำคัญที่จะเพิ่มค่าประสบการณ์เพื่อนำไปซื้อของในระบบ
กู้ฮ่าวเทียนที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ เห็นสถานการณ์แล้วนึกว่าหญิงสาวจะยอมแพ้จึงเอ่ยเสียงเรียบ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรายอมแพ้ดีหรือไม่...”
ทว่าแต่คำพูดนั้นกลับทำให้จ้าวหว่านชิงรีบส่ายหน้า นางหันกลับไปมองทหารหนุ่มด้วยสายตาเว้าวอนที่อ่อนโยนจนใจคนแทบอ่อนตาม
“พี่ชาย...ข้าได้ยินว่าหมอในเมืองขาดแคลนยิ่งนัก ข้าเพียงตั้งใจจะช่วยจริง ๆ ได้โปรดให้ข้าเข้าไปเถอะนะเจ้าคะ”
แววตาอ้อนวอนนั้นทำให้หัวใจทหารหนุ่มสั่นไหวไปชั่วขณะจนเขาแทบจะเผลอพยักหน้าตามคำขอ ทว่าความรับผิดชอบในหน้าที่กลับบังคับให้เขาต้องแข็งใจตอบปฏิเสธ
“ข้าให้เจ้าเข้าไปไม่ได้หรอกน้องสาว...เหตุที่หมอขาดแคลนก็เพราะพวกเขาต่างล้มตายจากโรคระบาดแล้วทั้งสิ้น เจ้ายังสาวทั้งยังงดงามกลับไปเสียเถอะอย่านำชีวิตมาทิ้งที่นี่เลย”
จ้าวหว่านชิงที่ได้ยินเช่นนั้นยิ่งไม่ยอม ร่างบางก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวก่อนคว้ามือทหารหนุ่มขึ้นมาพร้อมจะอ้อนวอนอีกครั้ง
“พี่ชาย ขะ…”
ทว่ายังไม่ทันพูดจบประโยคร่างบางพลันถูกดึงกระชากออกไปด้านหลังอย่างแรง จ้าวหว่านชิงหันกลับไปก็พบใบหน้าเคร่งขรึมของกู้ฮ่าวเทียนที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
แววตาคมกริบฉายแววเย็นเยียบราวคมดาบมองทหารหนุ่มตรงหน้าราวกับเป็นศัตรู เพียงเพราะเห็นหญิงสาวยื่นมือจับชายอื่นเพื่ออ้อนวอนกู้ฮ่าวเทียนก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างแหลมคมบาดลึกอยู่ในอก ความรู้สึกไม่พอใจกับภาพตรงหน้าพลันปะทุขึ้นมาในใจ
“คุณชายกู้ท่านจะทำอะไร”
กู้ฮ่าวเทียนไม่ได้ตอบหญิงสาวทำเพียงควักหยกสลักที่พกติดตัวออกมาอย่างไม่ลังเลโยนใส่มือของทหารหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็นเฉียบไร้ความปรานีออกมาเพียงคำสั้น ๆ
“เปิดประตู”
ทหารหนุ่มที่รับป้ายหยกไว้เงยหน้าขึ้นมองทันที ครั้นได้เห็นลวดลายบนหยกชัดเจนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกจนลนลานรีบโค้งคำนับก่อนหันไปสั่งการทหารที่ยืนเฝ้าอยู่
“เปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้!”
ประตูเมืองหงตูค่อย ๆ เปิดออกทีละน้อย เสียงบานประตูไม้เก่าดังเอี๊ยดอ๊าดก้องสะท้อนในความเงียบงันราวกับเสียงคร่ำครวญของผู้คนที่ล้มตายไปแล้ว กลิ่นเหม็นคละคลุ้งโชยออกมาจากด้านในกลิ่นอับชื้นเจือเลือดและยาจีนเน่าเหม็นปะปนกันจนแทบอาเจียน
“คุณชายกู้…ท่านเป็นใครกันแน่”
กู้ฮ่าวเทียนที่ยืนเคียงข้างเพียงเหลือบตามองก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา
“ตอนนี้…คิดจะสนใจตัวตนของข้าแล้วหรือ”
หัวใจหญิงสาวสะท้านไปวูบหนึ่งแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบเสียงฝีเท้าร้อนรนก็ดังใกล้เข้ามา ทหารหนุ่มวิ่งมาโค้งคำนับพลางเอ่ยอย่างร้อนรน
“พวกท่าน….เข้าไปด้านในได้แล้วขอรับ”
สายตาจ้าวหว่านชิงถูกดึงกลับมายังประตูเมืองที่ค่อย ๆ อ้าออกเต็มที่ ภาพที่อยู่อีกฟากฝั่งของประตูทำให้นางเผลอกลั้นลมหายใจ เมืองหงตูที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบสงัดราวเมืองร้าง ถนนหนทางไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้ามนุษย์มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านเศษใบไม้แห้งกับกลิ่นเหม็นที่รุนแรงขึ้นจนแทบข่มใจไม่ไหว หญิงสาวหันไปสบตากับกู้ฮ่าวเทียนอีกครั้งแววตาเต็มไปด้วยความลังเลและเป็นห่วง
“คุณชายกู้…ท่านแน่ใจจริง ๆ หรือที่จะเข้าไปกับข้า”
ชายหนุ่มสบตานางอย่างมั่นคงก่อนพยักหน้าโดยไร้ซึ่งความกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มสงบคล้ายทุกสิ่งตรงหน้าไม่อาจทำให้ใจเขาหวั่นไหว
จ้าวหว่านชิงเห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจเบา ๆ นางพยายามกดเก็บความรู้สึกในใจแล้วตัดสินใจใช้แผนการที่เตรียมมา
“ข้าลืมของสำคัญไว้บนรถม้า…พวกท่านรอสักครู่เถอะ”
ว่าจบร่างบางก็หมุนกายเดินกลับไปยังรถม้า ชายกระโปรงปลิวไหวไปตามแรงลมที่พัดมาจากเมืองด้านในร่างบอบบางเคลื่อนห่างออกไปทีละก้าวจนเหลือเพียงเงาอาภรณ์สีนวลตัดกับฉากหลังอันหม่นหมอง
กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่งอยู่กับที่แต่สายตาคมกริบจับจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กนั้นอย่างไม่ละไปไหน ริมฝีปากเขาเหยียดยิ้มเล็กน้อย คล้ายใคร่รู้ว่าของสำคัญที่นางเอ่ยถึงแท้จริงแล้วคือสิ่งใดกันแน่
ภายในบนรถม้าที่เงียบงันมีเพียงจ้าวหว่านชิงนั่งอยู่ลำพัง หญิงสาวขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“เปิดร้านค้าระบบหมอเทวดา”
ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็ปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าลอยเคลื่อนขึ้นกลางอากาศ ดวงตาคู่สวยของนางกวาดแถบหมวดหมู่เรียงรายเป็นระเบียบ
[สมุนไพร] [ยาสำเร็จรูป] [อุปกรณ์การแพทย์] [สกิลการแพทย์]
นิ้วเรียวขาวราวหยกกดเลือกหมวดหมู่อุปกรณ์การแพทย์ ไม่นานรายชื่อสิ่งของแปลกใหม่ก็ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด ทั้งเข็มเงิน เครื่องต้มยา กล่องยาสำเร็จรูป และอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ
หน้ากากอนามัย 50 ค่าประสบการณ์
นางเม้มปากแน่นเล็กน้อยก่อนกดเลือกซื้อหน้ากากอนามัยสองชิ้น ไม่นานตรงหน้าก็เกิดแสงสีฟ้าพลันก่อร่างเป็นวัตถุจริง หน้ากากผ้าสีขาวสะอาดบรรจงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเรียว รูปทรงถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับยุคสมัยโบราณดูไม่ผิดแปลกหากจะใช้ในที่สาธารณะ ทว่าคุณสมบัติแท้จริงนั้นกลับสามารถป้องกันเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ในเมืองหงตูได้
[ค่าประสบการณ์คงเหลือของคุณ 0]
นัยน์ตาคู่สวยมองหน้าต่างของระบบที่บอกถึงจำนวนค่าประสบการณ์คงเหลือในระบบของนาง แม้จะเสียดายแต่สิ่งนี้ก็จำเป็นต่อสถานการณ์ในตอนนี้ หญิงสาวยกหน้ากากขึ้นสวมพลางถอนหายใจเบา ๆ ในแววตาเจือด้วยความโล่งอกผสมความมุ่งมั่น
“ไม่เป็นไรหรอกหลังจากรักษาชาวบ้านแล้วค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มขึ้นเอง”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







