مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2026-09-15 19:07:50

บทที่ 4

ไป๋อวี้เซวียนเผลอมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน จนกระทั่งหลินเซวียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงรีบดึงสติกลับมา เขากระแอมในลำคอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียกิริยา ก่อนจะหยิบหน้ากากไม้แกะสลักขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ตามเดิม

“จำข้อตกลงของเราเอาไว้ให้ดี... นับแต่ก้าวพ้นประตูห้องหอนี้ออกไป เจ้าคือฮูหยินของข้า” น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบนิ่งและเยือกเย็นดังเดิม

“วางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน” หลินเซวียนยิ้มรับ นางก้าวเดินไปข้างหน้า แต่เพียงแค่ก้าวที่สาม ร่างกายที่ยังอ่อนแอและเพิ่งฟื้นไข้ก็ประท้วงขึ้นมาทันที อาการหน้ามืดทำให้นางเซถลาจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

ทว่าท่อนแขนแกร่งภายใต้ชุดคลุมสีขาวก็ตวัดโอบรอบเอวบางของนางเอาไว้ได้ทันท่วงที

“ปากเก่งนักนะ... เดินยังจะไม่ไหว ยังจะอวดดีไปยกน้ำชาอีก” อวี้เซวียนดุเสียงเข้ม กระนั้นเขากลับไม่ได้ปล่อยมือ ซ้ำยังช่วยพยุงและรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิด เพื่อให้นางทิ้งน้ำหนักพิงเขาได้ถนัดขึ้น

หลินเซวียนลอบยิ้มในใจ

ปากร้ายแต่การกระทำอ่อนโยน... พ่อเตาผิงเคลื่อนที่ชัดๆ!

ตลอดทางเดินไปยังโถงใหญ่ ไป๋อวี้เซวียนจงใจก้าวเดินช้าลงเพื่อประคองจังหวะก้าวของนาง บ่าวรับใช้ในจวนต่างลอบมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เคยเห็นคุณชายรองผู้เย็นชาและเข้าถึงยาก ยอมให้สตรีใดเข้าใกล้มาก่อน ซ้ำยังโอบประคองฮูหยินคนใหม่ด้วยความทะนุถนอมถึงเพียงนี้

เมื่อใกล้ถึงหน้าประตูโถงใหญ่ อวี้เซวียนก็ก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยเสียงแผ่วเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ท่านแม่และทุกคนในจวนคิดว่าเจ้าคือหลินเยว่ หากความลับเรื่องสลับตัวแตกออกไป ตระกูลของเจ้าต้องโดนข้อหาหลอกลวง... ห้ามให้ใครจับพิรุธได้เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”

“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะสวมบทบาทคุณหนูรองผู้เพียบพร้อมให้เนียนกริบที่สุด” นางกระซิบตอบพร้อมขยิบตาให้เขาหนึ่งที ทำเอาคุณชายหมอถึงกับต้องเบือนหน้าหนีความซุกซนนั้น

ภายในโถงใหญ่ ฮูหยินใหญ่ไป๋ มารดาของอวี้เซวียนกำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้ไม้หนานมู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ข้างกายมีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วย สตรีผู้นั้นคือ เจียงหย่า ญาติผู้น้องห่างๆ ฝั่งมารดา ที่มักจะเทียวไปเทียวมาเพื่อประจบประแจงฮูหยินใหญ่

นางเป็นเพียงไม่กี่คนที่เคยบังเอิญเห็นใบหน้าที่แท้จริงอันหล่อเหลาภายใต้หน้ากากของคุณชายรอง จึงตกหลุมรักและใฝ่ฝันอยากแต่งเข้ามาเป็นภรรยาให้จงได้

เมื่ออวี้เซวียนประคองหลินเซวียนก้าวเข้ามา เจียงหย่าก็ตวัดสายตามองด้วยความริษยาทันที

“เยว่เอ๋อร์ มาแล้วหรือลูก” ฮูหยินใหญ่รีบลุกขึ้นรับ “หน้าตาเจ้าดูซีดเซียวพิกล ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือ? หรือว่า... เมื่อคืนตื่นตกใจกับหน้ากากของอวี้เซวียน?”

ฮูหยินใหญ่ถามด้วยความกังวล นางรู้ดีว่าบุตรชายมีข่าวลือเรื่องหน้าตาอัปลักษณ์จนสตรีหวาดกลัว จึงเกรงว่าบุตรสาวของสหายรักจะรับไม่ได้

หลินเซวียนยิ้มหวาน นางค่อยๆ ย่อตัวทำความเคารพแม่สามีอย่างอ่อนช้อยงดงาม อาศัยทักษะที่จำมาจากซีรีส์ย้อนยุคที่เคยดูข้ามวันข้ามคืนในภพก่อนมาปรับใช้ได้อย่างแนบเนียน

“ท่านแม่เข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ รูปลักษณ์ภายนอกล้วนเป็นเพียงเปลือกนอก ท่านพี่อวี้เซวียนอ่อนโยนและดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าเพียงแค่อ่อนเพลียจากการเดินทางเมื่อวานเท่านั้นเจ้าค่ะ”

คำตอบที่ฉะฉานและท่าทีนอบน้อมทำให้ฮูหยินใหญ่ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ “ดีจริง... ดีจริงๆ ที่เจ้าคิดได้เช่นนี้ มารดาเจ้าเลี้ยงดูเจ้ามาได้ดีเหลือเกิน”

สาวใช้ยกถาดน้ำชาเข้ามา หลินเซวียนคุกเข่าลงบนเบาะรองอย่างระมัดระวัง รับถ้วยชามาประคองไว้ระดับสายตา “เชิญท่านแม่ดื่มชาเจ้าค่ะ”

ฮูหยินใหญ่รับถ้วยชาไปจิบ ก่อนจะถอดกำไลหยกเนื้อดีวงหนึ่งมาสวมลงบนข้อมือเล็ก “นี่เป็นของรับขวัญจากข้า ขอให้พวกเจ้ารักใคร่ปรองดอง และมีหลานให้ข้าอุ้มในเร็ววันนะ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่” หลินเซวียนยิ้มรับอย่างยินดี

ทว่าบรรยากาศอันอบอุ่นกลับถูกขัดขึ้นด้วยเสียงแหลมเล็กของสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ

“แหม... ได้ยินข่าวลือหนาหูว่าคุณหนูรองตระกูลหลินร้องห่มร้องไห้ ไม่ยอมแต่งเข้าจวนเพราะรังเกียจที่พี่อวี้เซวียนต้องสวมหน้ากากผี ท่าทางเมื่อวานคงถูกบิดามารดาบังคับฝืนใจมาสินะเจ้าคะ ถึงได้มีสภาพร่อแร่ซีดเซียวปานนี้”

เจียงหย่าพูดพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย หมายจะฉีกหน้าฮูหยินคนใหม่กลางโถง

หลินเซวียนไม่ได้ตอบโต้ทันที นางหันไปมองสตรีแปลกหน้าด้วยแววตางุนงง ก่อนจะหันไปหาบุรุษข้างกาย

“ท่านพี่... แม่นางท่านนี้คือใครกันหรือเจ้าคะ?”

ไป๋อวี้เซวียนนัยน์ตาเย็นเยียบลง เขามองญาติผู้น้องด้วยสายตาตำหนิ

“นางคือเจียงหย่า ญาติผู้น้องของข้า... เจียงหย่า ข้าเคยสั่งห้ามไม่ให้ใครพูดเรื่องข่าวลือเหลวไหลในจวนนี้ เจ้าลืมไปแล้วรึ?”

เมื่อสามีเปิดทางให้ หลินเซวียนก็รับช่วงต่อทันที นางยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น

“อ้อ ที่แท้ก็ญาติผู้น้องนี่เอง... ข่าวลือก็คือข่าวลือ บุรุษที่แสนดีและเพียบพร้อมเช่นท่านพี่อวี้เซวียน ไม่เห็นต้องมีใครมาบังคับ ข้าเต็มใจขึ้นเกี้ยวแต่งให้ท่านด้วยความยินดีต่างหากเจ้าค่ะ”

นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากและสบตากับเจียงหย่าอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

“โบราณว่าไว้ ข่าวลือมักหยุดอยู่ที่ผู้มีปัญญา คนที่เชื่อข่าวลือโคมลอยเป็นตุเป็นตะ หากไม่ใช่เพราะหูเบา... ก็คงเป็นเพราะสมองเบากระมัง”

“กะ... กล้าดีอย่างไรมาหลอกด่าข้า!” เจียงหย่าหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ลุกขึ้นยืนชี้หน้านางทันที

“เจียงหย่า! หุบปากเดี๋ยวนี้!” ฮูหยินใหญ่ตวาดลั่น “อวี้เซวียนเป็นพี่ชายของเจ้า เยว่เอ๋อร์แต่งเข้ามาก็มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้! เจ้าเสียมารยาทเกินไปแล้ว!”

เจียงหย่าหน้าเสีย รีบคุกเข่าขอโทษฮูหยินใหญ่ด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะถูกสั่งให้สาวใช้พาตัวกลับเรือนไปสงบสติอารมณ์ทันที

เมื่อความวุ่นวายจบลง ไป๋อวี้เซวียนที่นั่งจิบชาอยู่เงียบๆ ก็ลอบยกยิ้มใต้หน้ากากไม้ เขาปรายตามองสตรีร่างบางที่เพิ่งจัดการตัวน่ารำคาญให้เขาอย่างหมดจด

การเจรจาเมื่อเช้านางไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด สตรีผู้นี้ฉลาดล้ำ รู้จักใช้คำพูดปกป้องสามีและเอาใจมารดาของเขาได้อย่างแยบยล ซ้ำยังฟาดฟันศัตรูให้ล่าถอยไปได้โดยไม่ต้องลงไม้ลงมือให้เสียกิริยา

เมื่อก้าวพ้นโถงใหญ่กลับมายังทางเดิน อวี้เซวียนก็เอ่ยขึ้นลอยๆ

“ฝีปากไม่เลวเลยนี่... ฮูหยิน”

หลินเซวียนหันไปกะพริบตาปริบๆ ใส่เขา “แน่นอนสิเจ้าคะ ข้าบอกแล้วว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด... ว่าแต่ผลงานชิ้นแรกของข้าเข้าตาท่านบ้างไหมเจ้าคะ ท่านสามี?”

“ก็พอใช้ได้” เขารับคำสั้นๆ พยายามรักษาความเย็นชาเอาไว้ ทั้งที่ในใจนึกถูกใจความร้ายกาจของนางไม่น้อย

“ถ้าเช่นนั้น...” หลินเซวียนถือวิสาสะสอดแขนเข้าไปควงแขนแกร่งของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ซบหาไออุ่นพร้อมส่งยิ้มหวาน

“รางวัลสำหรับภรรยาบังหน้าคนเก่ง มื้อเที่ยงนี้ขอเป็นน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมร้อนๆ รสชาติดีสักชามได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านหมอไป๋?”

ไป๋อวี้เซวียนมองมือเล็กที่ควงแขนเขาอยู่ ปกติเขาเกลียดการแตะเนื้อต้องตัวที่สุด แต่พอมองใบหน้าออดอ้อนของนาง เขากลับทำเพียงถอนหายใจเบาๆ

“เห็นแก่กินนักนะ เจ้ารออยู่ที่เรือนเถอะ เดี๋ยวข้าจะสั่งห้องครัวให้จัดเตรียมไว้ให้”

และนั่น... คือรอยยิ้มแรกที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากของบุรุษผู้เย็นชา ก่อนที่เขาจะยอมปล่อยให้นางควงแขนเดินกลับเรือนไปด้วยกันอย่างว่าง่าย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูก

    ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังไปทั่วลานเรือนหอตระกูลไป๋ ปลุกให้บ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาต้องลอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู“ดาวิน! ดีน! พวกเจ้าอย่าวิ่งเร็วนักสิ ประเดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก!”หลินเซวียนร้องเตือนพลางกุมขมับ แม้ชื่ออย่างเป็นทางการของบุตรชายฝาแฝดวัยกำลังซนทั้งสองคือ ‘ไป๋ต๋าเหวิน’ และ ‘ไป๋ตี๋เอิน’ แต่นางก็ดึงดันที่จะเรียกชื่อเล่นตามภาษาในโลกเดิมของนางว่า ‘ดาวิน’ และ ‘ดีน’ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเล็กๆ ที่ติดตัวข้ามภพมาร่างป้อมๆ ของตี๋เอินหรือ ‘น้องดีน’ วิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาผู้เป็นแม่แน่น ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากนางกะพริบปริบๆ ซุกใบหน้าลงกับตักเพื่อออดอ้อนขอขนมกุ้ยฮวา ในขณะที่ต๋าเหวินหรือ ‘พี่ดาวิน’ แฝดผู้พี่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสุขุมถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว เดินเอามือไพล่หลังตามมาติดๆ แม้จะแสร้งทำทีเคร่งขรึม ทว่าสายตากลับจดจ้องขนมในมือมารดาตาไม่กะพริบ“ท่านแม่ น้องดีนกวนท่านอีกแล้ว ข้าในฐานะพี่ชายจะช่วยแบ่งเบาภาระกินขนมแทนเขาเองขอรับ” ดาวินเอ่ยเจื้อยแจ้วด้วยตรรกะที่ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับหลุดขำทว่ายังไม่ทันที่หลินเซวียนจะได้ส่

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดา

    ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดาแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนอันสงบเงียบ ไป๋อวี้เซวียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงท่ามกลางเงามืด ชายหนุ่มมิได้จุดโคมไฟให้สว่างจ้า ด้วยเกรงว่าแสงไฟจะรบกวนสตรีที่กำลังหลับใหลนัยน์ตาคมกริบที่มักสงบนิ่งและเด็ดขาดต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอดมองดวงหน้าเนียนของภรรยาด้วยประกายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความทะนุถนอมและหวงแหนอย่างหาที่สุดมิได้ปลายนิ้วเรียวยาวที่คุ้นเคยกับการจับชีพจรและปลายเข็มเงิน ค่อยๆ เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มนวลขึ้นทัดใบหูอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านใต้ฝ่ามือทำให้ดวงใจที่เคยนิ่งสงบของเขาสั่นไหวด้วยความโล่งอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าผู้คนทั่วทั้งหล้าต่างยกย่องว่าเขาคือ ‘หมอเทวดา’ บุรุษผู้ยื้อชีวิตคนจากเงื้อมมือมัจจุราชได้เพียงพลิกฝ่ามือ ทว่ามีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดี... บนโลกใบนี้ มีโรคชนิดหนึ่งที่แม้แต่ตำรายาโบราณนับพันเล่มก็ไม่อาจรักษาได้ โรคนั้นคือความรักที่หยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ และเขาก็คือผู้ที่ยินยอมพ่ายแพ้ต่อโรคนี้ด้วยความเต็มใจหากย้อนเวลากลับไปในวันวิวาห์ เขาจำได้ดีถึงความกรุ่นโกรธในอกเมื่อรู้ว่าตระกูลหลินเล่นตลกตลบลวง สลับเปลี่ยนตัว

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 38 ตอนจบ

    บทที่ 38 ตอนจบสามปีต่อมา... ณ เมืองเจียงหนานอันรุ่งเรืองบนถนนสายหลักที่คึกคักที่สุดของเมือง อาคารไม้สามชั้นตกแต่งอย่างประณีตด้วยผ้าแพรพรรณสีสันละมุนตา ตั้งตระหง่านดึงดูดสายตาผู้คน ป้ายไม้สลักตัวอักษรสีทองอร่ามคำว่า ‘หอประทินโฉม’ กลายเป็นสถานที่ที่เหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ทั่วทั้งเจียงหนานและเมืองหลวง ต่างต้องส่งเทียบจองล่วงหน้านับเดือนเพื่อจะได้เข้ามาใช้บริการที่นี่ไม่เพียงจำหน่ายเครื่องประทินโฉมสูตรลับที่สกัดจากสมุนไพรล้ำค่า แต่ยังมีบริการนวดปรนนิบัติผิวพรรณ อบไอน้ำสมุนไพร และขัดผิวด้วยผงไข่มุก ซึ่งล้วนเป็นศาสตร์ความงามที่ ‘หลินเซวียน’ เถ้าแก่เนี้ยคนสวยนำมาจากความรู้ในโลกอนาคต ผสมผสานกับตำรายาชั้นเลิศของสามี จนกิจการเจริญรุ่งเรือง กอบโกยเงินทองเข้าคลังตระกูลไป๋จนแทบไม่มีที่เก็บภายในห้องพักรับรองชั้นสามที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบเจียงหนาน...“ท่านพี่ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้าตรวจสมุดบัญชีเองได้ ท่านไม่ต้องคอยตามมาเฝ้าข้าถึงที่นี่ทุกวันก็ได้นะเจ้าคะ”หลินเซวียนในชุดกระโปรงสีกลีบบัวอมส้มปักลายนกกระเรียนงดงาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นางวางพู่กันลงบนแท่น

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 37

    บทที่ 37แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นอายความอึดอัดหม่นมัวที่เคยปกคลุมมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของรังนกตุ๋นโสมที่ลอยอบอวลอยู่ข้างเตียงนับตั้งแต่หลินเซวียนฟื้นคืนสติ ไป๋อวี้เซวียนก็แทบจะกลายร่างเป็นเงาตามตัวของนาง เขาปฏิเสธการออกไปตรวจรักษาผู้ป่วยนอกจวนทุกกรณี สั่งย้ายโต๊ะเทียบยาเข้ามาไว้ในห้องนอน และแทบไม่ยอมให้นางขยับตัวทำสิ่งใดด้วยตนเอง แม้แต่การยกจอกน้ำ“ท่านพี่... ข้าหายดีแล้วนะเจ้าคะ ร่างกายก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมากแล้ว ท่านให้ข้าลุกไปนั่งกินที่โต๊ะดีๆ เถิด”หลินเซวียนเอ่ยประท้วงเสียงอ่อน เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกำลังก้มหน้าเป่ารังนกตุ๋นในช้อนกระเบื้องอย่างประคบประหงม ก่อนจะยื่นมาจ่อชิดริมฝีปากนาง“ไม่ได้ ร่างกายของเจ้าเพิ่งฟื้นตัวจากสภาวะขาดไออุ่น ลมปราณยังไม่นิ่ง หากโดนลมเย็นเข้าจะทรุดลงไปอีก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ทว่าแววตาที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความรักและหวงแหนอย่างสุดซึ้ง“อ้าปากเร็วเข้า ข้าป้อนเจ้าคำนี้เป็นคำสุดท้ายแล้ว”สตรีที่ถูกประคบประหงมราวกับแก้วตาดวงใจจำต้องอ้าปากรับรังนกตุ๋นอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะรู้สึกอุดอู้ที

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 36

    บทที่ 36เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศหน้าเรือนหอตระกูลไป๋ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกนายท่านซูและฮูหยินซู บิดามารดาของซูหว่านหว่าน เดินทางมาขอเข้าพบไป๋อวี้เซวียนตั้งแต่ฟ้าสาง ใบหน้าของคนทั้งสองซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าก้าวออกมาจากเรือน ทั้งคู่ก็แทบจะทรุดตัวลงคุกเข่า“คุณชายรอง... ได้โปรดเห็นแก่ไมตรีเก่าก่อน ละเว้นหว่านหว่านด้วยเถิด! นางทำไปเพราะความลุ่มหลงชั่ววูบ หากนางต้องอยู่ในคุกด้วยสภาพร่างกายเช่นนั้น นางต้องตายแน่ๆ!” นายท่านซูเอ่ยปากอ้อนวอนทั้งน้ำตาไป๋อวี้เซวียนยืนเอามือไพล่หลัง นัยน์ตาคมกริบหลุบมองอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาเคยเคารพด้วยสายตาเฉยชาไร้เสี้ยวความปรานี“ไมตรีเก่าก่อนงั้นหรือ?” ชายหนุ่มเค้นเสียงหยัน“บุตรสาวของพวกท่านใช้วิธีสกปรกหมายจะเอาชีวิตฮูหยินของข้า บัดนี้ภรรยาของข้านอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง... พวกท่านยังมีหน้ามาทวงถามหาไมตรีอันใดอีก!”“แต่... แต่หว่านหว่านเคยบริจาคเงินช่วยเหลือคนไข้ของท่าน...” ฮูหยินซูพยายามยกเรื่องในอดีตขึ้นมาอ้าง“เรื่องนั้นตระกูลไป๋ขอจัดการเอง!”เสียงทรงอำนาจของฮูหยินใหญ่ดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋อวี้เซวียนรีบหลีกทางให้มารดาข

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 35

    บทที่ 35ภายในห้องนอนอันเงียบสงัด เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของจิ่นอวิ๋นดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ร่างของผู้คุ้มกันหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียง ประสานมือรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณชายรองขอรับ... คนของเราจับตัวผู้บงการได้แล้วขอรับ!”ไป๋อวี้เซวียนที่กำลังกุมมืออันไร้ไออุ่นของภรรยาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยแดงก่ำและว่างเปล่าค่อยๆ ช้อนขึ้นมองลูกน้องคนสนิท“ว่ามา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ทว่าแฝงประกายโทสะอันน่าสะพรึงกลัวจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้งชวนอึดอัด“เด็กขอทานที่วิ่งชนฮูหยินรองตกน้ำ ถูกมือสังหารลอบฆ่าปิดปาก โชคดีที่คนของเราดักซุ่มอยู่จึงช่วยเด็กไว้ได้ทันและรวบตัวมือสังหารได้ทั้งคู่ขอรับ... จากการเค้นคอสอบสวน เด็กขอทานสารภาพว่ามีสตรีผู้หนึ่งมอบเงินก้อนโตสั่งให้มันวิ่งชนฮูหยิน และป้ายหยกประจำตัวที่ริบได้จากอกเสื้อของมือสังหาร... เป็นคนของจวนตระกูลซูขอรับ!”เคร้ง!ป้ายหยกสลักอักษร ‘ซู’ ถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงวิญญาณของหลินเซวียนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังสามีเบิกตากว้าง แม้นางจะรู้อยู่แก่ใจว่าสตรีผู้นี้มารยาและร้ายกาจ แต่ไม่คิดว่าจะเหี้ยมโหดถึงขั้นจ้างวานฆ่าคนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไป๋อวี้เซวียนจ้องมอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status