Share

บทที่ 4

Penulis: Jiulin
last update Tanggal publikasi: 2024-12-14 18:55:17

อ๋องฉินจ้องมองลู่เหยียนซินเล็กน้อยเขามองเห็นความหยาบกระด้างของวาจาและแววตาที่นางแสดงออกมา ความรักใคร่ที่นางเคยมีให้เขาดูเหมือนจะจางหายไปจนหมดสิ้นแล้วสร้างความประหลาดใจให้เขาอยู่ไม่น้อย

‘แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ’

"ท่านอ๋องพวกเราออกไปจากที่นี่กันเถอะเพคะ"

“อืม” เขาหันไปมองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนโยนก่อนจะหันกลับมามองลู่เหยียนซินอีกครั้ง แววตาที่มองมาตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

"เจ้าอย่าได้คิดก่อเรื่องอีก ครั้งนี้ข้าจะกักบริเวณเจ้าแต่หากเจ้ายังไม่สำนึกคิดจะก่อเรื่องขึ้นมาอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน"

พูดจบก็ประคองหยางซูฉินออกไปจากเรือนแห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว

"ท่านก็ควรดูแลคนของท่านให้ดีอย่าให้นางมารบกวนข้าก็พอ!"

อ๋องฉินหันกลับมามองนางขวับด้วยใบหน้าบึ้งตึงเขาเห็นนางส่งยิ้มที่มุมปากพลางโบกมือให้ ชั่วขณะหนึ่งเขาเองก็ยังนึกสงสัยว่าสตรีผู้นั้นคือลู่เหยียนซินชายาที่เขาแต่งเข้ามาหรือไม่ เพราะดูเหมือนนางจะไม่หลงเหลือแววตาของสตรีที่คลั่งรักเลยสักเพียงนิด มีเพียงความว่างเปล่า ใช่แล้วเขาสัมผัสได้ว่าแววตาของนางนั้นว่างเปล่ามาก!

หยางซูฉินเองก็หันกลับมามองนางด้วยแววตาเกลียดชัง ‘สักวันเถอะข้าจะต้องเป็นพระชายาเอกและจะเขี่ยเจ้าออกจากจวนแห่งนี้ให้จงได้!’

ทั้งคู่รีบเดินออกไปจากเรือนซินหยางหลังจากนั้นความเงียบสงบก็เข้ามาแทนที่ทำให้ลู่เหยียนซินเริ่มรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น

"ไปได้เสียทีทำตัวน่ารังเกียจเสียจริงตาอ๋องบ้านั่นก็ช่างขี้เก๊กโง่เขลาเหมือนตัวอะไรสักอย่าง รู้เช่นนี้ข้าน่าจะตบเรียกสติสักทีสองทีท่าจะดีไม่น้อยเลย”

“!”

ลู่เหยียนซินหมุนตัวตั้งท่าจะเดินกลับไปนอนพักเอาแรงอีกสักเล็กน้อย แต่เมื่อมองไปเห็นสีหน้าของลี่ถิงสาวใช้คนสนิทของเจ้าของร่างนี้ก็ต้องหยุดชะงักไปทันที

‘แย่แล้ว! ลืมไปได้อย่างไรว่านางยังอยู่ที่นี่’

“มีอะไรหรือ”

“เมื่อครู่พระชายาพูดว่าอะไรนะเพคะ”

“คะ คือว่า…โอ๊ย! ช่างเถอะถือเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน แต่ว่าตอนนี้เจ้าช่วยเก็บกวาดห้องให้ข้าทีแล้วก็เตรียมน้ำอุ่นๆ ให้ข้าด้วย"

"เพคะพระชายา"

ในขณะที่สาวใช้ของนางกำลังจัดเตรียมน้ำสำหรับอาบอยู่นั้น ลู่เหยียนซินก็เดินสำรวจเรือนแห่งนี้ไปจนทั่ว 

‘น่าแปลกเป็นถึงพระชายาเอกแต่เหตุใดเรือนพักอาศัยถึงได้ดูธรรมดาไม่สมฐานะเอาเสียเลยล่ะ’

หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องอาบน้ำก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ลี่ถิงจึงก้าวเข้ามาก่อนจะเอื้อมมือมาตรงหน้านางหมายจะถอดชุดให้ผู้เป็นนายสาว

“ดะ เดี๋ยวสิ! เจ้าจะทำอะไร”

“ก็พระชายาจะอาบน้ำ บ่าวก็จะถอดชุดให้อย่างไรเล่าเพคะ”

“ไม่ต้อง ข้าทำเองได้”

“เอ๋ ทำไมเล่าเจ้าคะทุกทีก็เป็นหน้าที่ของบ่าวนี่นา”

‘บ้าจริง! นี่ลู่เหยียนซินคนเก่าแย่ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ก็แค่อาบน้ำยังให้สาวใช้ทำให้ข้าจะบ้าตาย’

“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ข้าทำเองได้น่าจากนี้ไปเจ้าไม่ต้องทำแล้วนะ”

“ก็ได้เพคะพระชายา”

“เจ้าหันหลังไปทีข้าจะถอดเสื้อผ้า”

“เอ๋”

“เถอะน่า”

“ก็ได้เพคะ”

ลี่ถิงรับคำสั่งก่อนหมุนตัวหันหลังให้นาง หญิงสาวส่ายหัวให้กับความไม่ได้เรื่องของเจ้าของร่างนี้ก่อนจะค่อยๆ ถอดอาภรณ์ออกทีละชิ้นจนร่างกายเปลือยเปล่าเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยั่วยวนสายตาแต่ความเจ็บแสบที่แผ่นหลังทำให้นางอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา

‘ในตอนที่สตรีผู้นี้ถูกโบยจะเจ็บมากแค่ไหนกันนะ แล้วนางทนไปได้อย่างไรกัน’

ลู่เหยียนซินค่อยๆ ก้าวเท้าลงไปในถังอาบน้ำเมื่อผิวกายสัมผัสกับความอุ่นก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บแสบบนแผ่นหลังที่หลงเหลืออยู่

ลี่ถิงที่เดินไปหยิบเอาผ้าสำหรับขัดผิวก็เดินกลับมาหาผู้เป็นนายจากนั้นก็ลงมือขัดผิวกายขาวผ่องของลู่เหยียนซินเบาๆ ปากก็บ่นพึมพำไปด้วย

"พระชายาเมื่อครู่ท่านไม่ควรทำร้ายท่านอ๋องเลยนะเพคะ"

"พวกนั้นหาเรื่องข้าก่อนนะเจ้าจะให้ข้าอดทนปล่อยให้พวกเขารังแกได้อย่างไรกัน”

"บ่าวก็เพียงแต่กลัวว่าท่านอ๋องจะสั่งโบยพระชายาอีกก็เท่านั้นเอง ตั้งแต่ท่านแต่งเข้ามาในจวนแห่งนี้ก็ไม่เคยเห็นท่านกล้าต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องเลยสักครั้งนี่เพคะ”

“ข้าเนี่ยนะ”

“ก็ใช่น่ะสิเพคะ แต่วันนี้ท่านกลับทำร้ายท่านอ๋องจนเลือดไหลออกมาเช่นนั้นบ่าวคิดว่าพวกเราคงไม่พ้นที่จะต้องอดอาหารกันอีกอย่างแน่นอนเลยเพคะ"

"อดอาหารอย่างนั้นหรือ" ลี่ถิงพยักหน้าก่อนจะพูดต่อไปว่า

"ครั้งก่อนที่ท่านสั่งให้คนไปทำร้ายคุณหนูหยาง ท่านอ๋องโกรธมากสั่งโบยท่านไปห้าสิบไม้และสั่งห้ามไม่ให้ส่งอาหารมาที่เรือนตั้งสามวันเลยนะเพคะ"

"สามวันเลยหรือ!"

ลู่เหยียนซินได้ยินดังนั้นก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว

‘สั่งกักบริเวณนางยังพอทนได้แต่จะให้นางอดอาหารนั้นไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด! นางต้องทำอะไรสักอย่าง’

"พระชายาถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วบ่าวจะทายาที่หลังและเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้นะเพคะ"

"อืม"

‘ให้อดอาหารตั้งสามวันนี่มันเท่ากับฆ่ากันชัดๆ เรื่องกินสำหรับข้าเรื่องใหญ่เลยนะไม่ได้ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 93

    เรือนไม้เชิงเขาชายแดนเหนือ (ห่างออกไปราวสองลี้[1])ภายในเรือนไม้หลังน้อยที่โอบล้อมไปด้วยต้นเหมยแดง กลิ่นหอมฟุ้งของยาสมุนไพรผสานกลิ่นดอกไม้ป่ากรุ่นอบอวลไปทั่วห้องร่างของสตรีในชุดชาวบ้านธรรมดาเนื้อนุ่มกำลังขยับแพขนตาขึ้นช้า ๆ แววตาที่เคยฉายประกายความเจ็บปวดและตรอมใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง ดวงตาคู่สวยมองลอดหน้าต่างออกไปเห็นทิวทัศน์หิมะอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งกำแพงสีชาดและหลังคากระเบื้องเคลือบของวังหลวงที่เคยจองจำนางไว้"ฟื้นแล้วหรือเพคะ..."น้ำเสียงสดใสและนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง เด็กสาวแปลกหน้าทว่ากลับแจ่มชัดในความทรงจำ... เด็กสาวที่เคยรับใช้นางในตำหนักบูรพา ผู้ที่นางเคยช่วยชีวิตไว้จากโรงซักล้าง เวลานี้นางมาทำหน้าที่รับใช้อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง"เจ้า..."เด็กสาวเปรยยิ้มบาง ๆ น้ำตาที่อดกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหยุดได้ นางก้าวเข้ามาหาพร้อมถ้วยชาโสมร้อนในมือ"พระชายา ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที... ไม่สิ ยามนี้ต้องเรียกว่าคุณหนูซ่งแทนแล้วกระมังเพคะ"อดีตพระชายารัชทายาทขมวดคิ้วเบา ๆ พลางยกมือขึ้นกุมอก"ข้า...ข้ายังไม่ตายหรือ? แล้วยาพิษนั่น...""ท่านสิ้นใจไปแล้วในสายตาของคนทั้งแผ่นดิน

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 92

    - ห้าปีผ่านไป -สายลมทะเลพัดผ่านผืนผ้าใบหนาหนักของเรือสำเภาลำเขื่อง ธงผืนใหญ่สะบัดพลิ้วตามแรงลมผสานเสียงคลื่นกระทบกราบเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เรือสินค้าขนาดใหญ่ของตระกูลฮั่วกำลังมุ่งหน้าสู่แคว้นทางใต้ การเดินทางรอนแรมบนผืนน้ำสีครามเข้มดำเนินมาจนเข้าสู่วันที่สิบห้าที่ดาดฟ้าเรือชั้นบน ฉินอ๋องยืนเอามือไพล่หลังสายตาทอดมองเส้นขอบฟ้าที่พร่าเลือนไปด้วยไอแดด เสื้อคลุมสีเข้มปลิวไสวใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายอันกว้างใหญ่ของท้องทะเล"ป่านนี้ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะทรงเลิกบ่นท่านหรือยัง ทอดทิ้งงานราชกิจที่แน่นขนัดมาเช่นนี้"น้ำเสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ลู่เหยียนซินก้าวเดินอย่างระมัดระวังบนพื้นไม้กระดานที่โคลงเคลงเล็กน้อยในมือประคองถ้วยชาอุ่นร้อนเอาไว้ฉินอ๋องหันกลับมาทันที เขาสาวเท้าเข้าไปหาพร้อมยื่นมือหนาประคองเอวบางของนางไว้หลวม ๆ กันพลาดพลั้ง"เจ้าจะไปห่วงตาแก่ที่วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองฎีกาคนนั้นทำไมกัน ห้าปีมานี้ข้าช่วยเคี่ยวกรำทำงานในฐานะผู้สำเร็จราชการให้จนแทบไม่ได้พัก คราวนี้พาครอบครัวออกมาพักผ่อนทั้งที เลิกพูดถึงพระองค์ได้แล้วน่า…”

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 91

    -เช้าวันถัดไป-ภายในอุทยานหลวง ไท่ซ่างหวงประทับยืนเอามือไพล่หลังทอดพระเนตรมองฉินอ๋องที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาหาพระองค์ก่อนจะตรัสขึ้นมาว่า“ข้าประกาศราชโองการแต่งตั้งเหลนชายคนนี้เป็นหวงไท่ซุนไปแล้ว ทว่าพวกขุนนางเฒ่ากลับเริ่มถวายฎีกา คัดค้านอ้างธรรมเนียมเดิมว่ารัชทายาทน้อยต้องย้ายเข้าตำหนักบูรพาเพื่อศึกษาร่ำเรียน... ช่างน่าแปลกเสียนี่กระไร” ไท่ซ่างหวงตรัสเสียงเรียบ ทว่าสายพระเนตรกลับแฝงรอยขำขันอยู่ประปราย“แปลกอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”ไท่ซ่างหวงหันมามองหลานชายก่อนจะประทับลงบนเก้าอี้หิน แล้วตรัสต่อว่า“อันที่จริงฎีกาเหล่านั้นควรจะคัดค้านเรื่องแต่งตั้งทารกเป็นรัชทายาทมิใช่หรือ เหตุใดจึงกลายเป็นพร้อมใจกันสนับสนุน แล้วเร่งรัดให้พวกเจ้าย้ายเข้าตำหนักบูรพาไปเสียได้... แล้วเจ้าเล่า คิดจะย้ายจวนตามความเห็นของขุนนางเหล่านั้นหรือไม่”ฉินอ๋องเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรด้วยสายตามุ่งมั่น“เสด็จปู่เวลานี้ตำหนักบูรพาเพิ่งจะแปดเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและกิเลสอันโสมม หลานไม่ต้องการให้ลูกชายเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคำประจบสอพลอของเหล่าขันที หรือวังวนเล่ห์เหลี่ยมของขุนนางเฒ่าพวกนั้นจนต้องกลายเป็นคนขลาดเขลาและโหดเหี้ยมเหม

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 90

    “และเสด็จปู่ทรงมีราชโองการแต่งตั้งรัชทายาทคนใหม่แล้ว”“อย่างนั้นหรือเพคะ แล้วท่านต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่ตำหนักบูรพาหรือไม่” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือกังวลใจแม้แต่น้อยชายหนุ่มพลิกกายของนางให้หันกลับมาสบตากัน แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่ มีเพียงความอบอุ่นและรักมั่นเพียงผู้เดียวที่มอบให้นาง มือหนาเอื้อมไปลูบแก้มเนียนเบาๆ“ข้าปฏิเสธตำแหน่งนั้นไปแล้ว...ข้าบอกเสด็จปู่ว่าข้าต้องการเพียงจวนหลังเล็กๆ ที่มีเจ้า มีลูก และข้าจะไม่มีวันรับสตรีใดเข้ามาให้เจ้าต้องเป็นทุกข์เด็ดขาด”คำสารภาพอันหนักแน่นทำให้ลู่เหยียนซินแย้มยิ้มหวาน แววตาสั่นคลอนด้วยความตื้นตันในความรักของเขา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้ฉินอ๋องต้องเลิกคิ้วขึ้นชายหนุ่มลอบยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงละมุนแกมเอ็นดูหมายจะเห็นสีหน้าประหลาดใจของนาง“แต่ข้าถูกเสด็จปู่ดัดหลัง...พระองค์ไม่บังคับข้า ไม่ส่งสตรีนางใดมาให้เรายุ่งเหยิงทว่าพระองค์ทรงแต่งตั้งเยว่เหวินหลงลูกชายของเราขึ้นเป็นหวงไท่ซุนโดยตรง ส่วนข้าต้องดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คอยแบกฎีกากองโตและปกป้องบัลลังก์ใ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 89

    บรรยากาศ ณ ห้องรับรองลับโรงน้ำชาชื่อดังในเมืองหลวงกลิ่นหอมของชาชั้นเลิศโชยอบอวลไปทั่วทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องขุนนางใหญ่สามสี่คนในชุดลำลองใบหน้าถอดสี พวกเขานั่งล้อมวงพลางลอบมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง ราวกับกลัวว่าเงาร่างขององครักษ์ทมิฬจากจวนฉินอ๋องจะโผล่ออกมาจากเงามืด“ปัดโธ่เอ๋ย! ใครจะไปคาดคิดว่าแผนการของไท่ซ่างหวงจะล้ำลึกถึงเพียงนี้!”เสนาบดีกรมพิธีการทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความเจ็บใจ“ก่อนหน้านี้พวกเราอุตส่าห์ส่งคนไปทาบทาม ประจบประแจง หวังจะส่งลูกสาวตระกูลใหญ่เข้าไปเป็นพระชายารองในจวนฉินอ๋อง เพราะมั่นใจว่าหลังจากอดีตรัชทายาทถูกปลดเก้าอี้มังกรย่อมต้องตกเป็นของฉินอ๋องแน่ๆ!”“นั่นน่ะสิ” ใต้เท้าหลี่แห่งกรมมหาดไทยเอ่ยสมทบพลางเอามือลูบอกด้วยความเสียวสันหลัง“ข้าถึงขั้นเตรียมสินเดิมทองคำนับสิบหีบกะจะยกเกื้อหนุนอำนาจให้พระองค์ ที่ไหนได้พอราชโองการประกาศออกมากลับสถาปนาซื่อจื่อตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกขึ้นเป็นหวงไท่ซุนข้ามหัวคนเป็นพ่อไปเสียอย่างนั้น!”“พวกเจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?” ใต้เท้ากู้เสนาบดีกรมกลาโหมเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานเอ่ยขัดเสียงเข้ม ใบหน้าของเขาเต็มไป

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 88

    “มาแล้วหรือ...”น้ำเสียงทรงอำนาจแผ่วเบาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยพระพักตร์“ข้าก็นึกว่าเจ้าจะแกล้งทำเป็นคนตาบอดหูหนวก ยอมอุ้มพระชายากับเหลนน้อยทั้งสองของข้าหนีออกจากเมืองหลวงไปเสียตั้งแต่เมื่อคืน”ฉินอ๋องยิ้มเจื่อนพลางคุกเข่าลงถวายบังคมอย่างนอบน้อม ก่อนจะลุกขึ้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกระดานหมากตามพระราชานุญาต“เสด็จปู่ตรัสล้อข้าเล่นแล้ว... ยามนี้ในวังหลวงยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ ข้าจะกล้าทิ้งเสด็จปู่ไปได้อย่างไร”ฉินอ๋องเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจ้องมองเม็ดหมากบนกระดาน“แต่หากเป็นเรื่องตำแหน่งรัชทายาท...หลานขอเรียนตามตรงว่า หลานไร้ซึ่งความทะเยอทะยานในบัลลังก์ทองนั้นจริงๆ พะย่ะค่ะ”ไท่ซ่างหวงทรงวางเม็ดหมากสีดำลงบนกระดานดัง ‘แค้ก’ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย“เจ้าไม่อยากได้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มีคนให้เลือกแล้ว เสด็จพี่รองของเจ้าก็ดีแต่เฝ้าเมีย เจ้าสี่ก็วันๆ คิดแต่เรื่องของกิน...หากไม่ยกให้เจ้าจะให้ข้าส่งแผ่นดินนี้ให้ใคร?”“เสด็จพี่รองหรือเจ้าสี่ แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะอบรมไม่ได้” ฉินอ๋องพยายามปัดภาระ“หรือหากเสด็จปู่และเสด็จพ่อทรงเห็นว่ายามนี้ยังไร้ผู้ที่เหมาะสม...เหตุใดจึงไม่ทอดสายตาทอดมองไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status