LOGINสายตาเยือกเย็นคู่นั้นคอยปกป้อง ‘คนรัก’ สุดชีวิต ส่วนสายตาที่มองเธอ มีเพียงความเกลียดชังและคำกล่าวหา
View Moreภีม อายุ22ปี สูง186 cm
นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจปี4 ประธานสโมสรนักศึกษาคณะบริหาร หล่อ รวย นิสัยนิ่ง เย็นชา ดุ เด็ดขาด . . . ทราย อายุ19ปี สูง162 cm นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจปี1 เด็กต่างจังหวัด สู้ชีวิต เก็บความรู้สึกเก่ง . . . . . ตัวอย่าง “คุณทราย ทำไมตัวเลขคาดการณ์กำไรในหน้านี้ถึงหายไปทศนิยมสองตำแหน่ง” ภีมเอ่ยเสียงเรียบต่ำ ทว่าเฉียบขาด “งานระดับนี้ไม่ควรมีข้อผิดพลาดโง่ๆแบบนี้โผล่มาให้เห็น” ทรายมองจุดที่ผิดพลาดซึ่งเป็นเพียงจุดเล็กๆที่ไม่ได้ส่งผลต่อผลสรุปภาพรวม “ดิฉันขออภัยค่ะท่านประธาน มันเป็นความสะเพร่าของดิฉันเอง ดิฉันจะนำกลับไปแก้ไขทันทีค่ะ” “ไม่ต้อง” ภีมตัดบทด้วยความอารมณ์เสียพลั้งปากออกไปเพราะความหงุดหงิดสะสม “ถ้าเรื่องแค่นี้ยังรอบคอบไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำมันแล้ว ลาออกไปซะเถอะ” คำไล่ส่งนิ่งๆของเขาเหมือนฝ่ามือที่ฟาดกลางใจ ความน้อยใจและเหนื่อยล้าที่เธอซ่อนไว้มานานหลายเดือนซัดเข้ามาจนในอกอึดอัด ทรายสบสายตาภีมตรงๆ แววตาที่เคยว่างเปล่าเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอย่างแท้จริง ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นค่าความทุ่มเทและพร้อมจะไล่เธอออกอย่างง่ายดายเพียงเพราะความผิดพลาดเล็กน้อย เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องอยู่ให้เขาเหยียบย่ำอีกต่อไป “ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันรับทราบคำสั่งค่ะ” ทรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท . . . . . . . . . . . . . . . . . ตึกคณะบริหารธุรกิจ ในค่ำคืนสัปดาห์แรกของการเปิดภาคเรียนปี1 คือช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดในชีวิตของทราย ข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์คร่าชีวิตทั้งพ่อและแม่ของเธอไปพร้อมกันกะทันหันเพิ่งผ่านไปไม่ถึงสามวัน เงินก้อนสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ถูกใช้ไปกับค่าทำศพจนหมดสิ้น เด็กสาววัย19ในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนม้านั่งหินอ่อนข้างตึกคณะบริหารธุรกิจตอนเวลาเกือบเที่ยงคืน เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่พยายามกักเก็บไว้ในลำคอ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านด้วยความกลัว ความโดดเดี่ยว โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงตรงหน้าและไม่มีใครยื่นมือเข้ามาฉุดรั้งเธอขึ้นจากหุบเหวนี้เลยสักคน “ร้องไห้เสียงดัง รบกวนคนอื่นอ่านหนังสือ” เสียงทุ้มต่ำและนิ่งเรียบดังขึ้นเหนือหัว ทรายสะดุ้งสุดตัวรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างรวดเร็วแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบยืนอยู่ตรงนั้น บนข้อมือสวมนาฬิกาหรูราคาแพงเหยียบล้าน ออร่าความรวยแผ่ซ่านจนเธอรู้สึกต่ำต้อย “พี่ภีม…” รุ่นพี่ปี4 ประธานสโมสรนักศึกษาคณะบริหารที่ใครๆต่างก็ยำเกรงในความเย็นชา “ขอโทษค่ะ ทรายกำลังจะไปแล้วค่ะ” ทรายเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามลุกขึ้นเดินหนีเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ ทว่าจังหวะที่เธอลุกขึ้น ด้วยความหน้ามืดและไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ทำให้ร่างของเธอทรุดฮวบลงไปกับพื้นปูน ทว่าแทนที่จะกระแทกพื้น แขนแกร่งของภีมกลับยื่นเข้ามาคว้าแขนของเธอไว้ได้ทัน แรงพยุงของเขาแน่นหนาและมั่นคง บาดแผลถลอกที่หัวเข่าของทรายมีเลือดซึมออกมา ภีมขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้แสดงความเห็นใจทางสายตา แต่เขากลับทรุดตัวลงนั่งยันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นปูนอย่างไม่กลัวเปื้อน ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าเอกสาร หยิบผ้าเช็ดหน้าเนื้อดีสีเข้มของตัวเองออกมาแล้วกดซับลงบนรอยแผลที่เข่าของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการกระทำที่ขัดกับบุคลิกเยือกเย็นของเขาอย่างสิ้นเชิง “คนตายไปแล้ว ร้องไห้ให้ตายเขาก็ไม่ฟื้น” ภีมเอ่ยเสียงเรียบพลางซับเลือดให้อย่างตั้งใจ ภีมรู้เรื่องการเสียชีวิตของพ่อแม่ทรายล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งมีหน้าที่ต้องคัดเลือกและอนุมัติทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เอกสารใบมรณบัตรของพ่อแม่เธอจึงต้องผ่านการลงนามรับทราบจากภีมเป็นคนแรก ดังนั้นเขาจึงจำชื่อและเรื่องราวสะเทือนใจของเฟรชชี่ปี1คนนี้ได้ทันทีที่เห็นเธอนั่งร้องไห้ “ถ้าอยากให้พวกเขานอนตายตาหลับ เธอต้องมีชีวิตรอดแล้วเรียนให้จบ” เขาวางปึกเอกสารชีทสรุปวิชาบัญชีขั้นสูงลงบนโต๊ะหินอ่อน พร้อมกับวางธนบัตรใบละพันสองใบลงข้างๆกัน “นี่เงินค่าจ้างที่เธอช่วยคีย์ข้อมูลสโมสรเมื่อวาน ส่วนนี่ชีทสรุป เอาเวลาบีบน้ำตาไปอ่าน ถ้าหลุดทุนปี1 เธอจะไม่มีปัญญาเรียนต่อ” เขารู้ดีว่าหากยื่นเงินให้เธอตรงๆเธอคงไม่ยอมรับ ชายหนุ่มจึงจงใจโกหกว่ามันคือเงินค่าจ้างคีย์ข้อมูลสโมสร เพื่อให้เธอมีเงินประทังชีวิตไปซื้อข้าวกิน “ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ร่างสูงลุกขึ้นยืน นำมือยัดกระเป๋ากางเกง แววตาคมกริบคู่เดิมกลับมานิ่งสนิทและว่างเปล่าราวกับผืนน้ำแข็ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปในความมืดโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทรายนั่งนิ่งมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายไป มือบางเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดที่เขาทิ้งไว้มากระชับแนบอกแผ่วเบา ความนิ่งเยือกเย็นที่ไม่มีแม้คำปลอบโยนหวานหู ทว่าแฝงไว้ด้วยการกระทำที่ช่วยชีวิตเธอไว้ในวันที่โลกพังทลายนั้น กลับกลายเป็นแสงสว่างเดียวที่เยียวยาหัวใจอันสิ้นหวังของเธอ วินาทีนั้น ทรายเพิ่งรู้ตัวว่าเธอได้ตกหลุมรักผู้ชายที่แสนเย็นชาคนนี้เข้าให้แล้วหมดหัวใจ หอพัก ทรายนั่งบนเตียงขยับประคองผ้าเช็ดหน้าเนื้อดีของภีมไว้แนบอก ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะนำผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ที่ซักสะอาดไปคืนเขาที่ตึกสโมสร และจะรวบรวมความกล้าบอกความรู้สึกในใจออกไปว่าเธอรู้สึกประทับใจเขาบ่ายวันหยุด ภีมพาทรายนั่งรถยนต์ส่วนตัวออกไปยังหมู่บ้านคฤหาสน์หรูระดับอัลตร้าลักชัวรี่แถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ชายหนุ่มจูงมือเธอเดินเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคที่เพิ่งสร้างเสร็จ มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและสวนร่มรื่นอันงดงาม ทรายมองความโออ่าตรงหน้าด้วยความงุนงง “พี่ภีมพาทรายมาตรวจไซต์งานของลูกค้าเหรอคะ” ทรายหันไปถามคนข้างกาย ภีมไม่ได้ตอบเป็นคำพูด ชายหนุ่มเพียงแค่คลี่ยิ้มอบอุ่นละมุน ดวงตาคู่คมทอดมองเธอด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนจะหยิบโฉนดที่ดินทำเลทองพร้อมกุญแจบ้านและคีย์การ์ดรถยนต์ระดับไฮเปอร์คาร์ป้ายแดงที่จอดตระหง่านอยู่ในโรงรถกระจกติดแอร์ ซึ่งรถคันนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่มีไม่กี่คนในโลก และมูลค่าสูงกว่ารถซุปเปอร์คาร์ทั่วไปหลายเท่าตัว “นี่บ้านและรถของเราครับทราย พี่ซื้อและตกแต่งทุกอย่างตามแบบที่ทรายชอบ และพี่ลงชื่อทรายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั้งหมด” ทรายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พี่ภีม…มันมากเกินไปค่ะ ทั้งคฤหาสน์ ทั้งไฮเปอร์คาร์นี้มูลค่ารวมกันหลายร้อยล้านเลยนะคะ ทรายรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” ภีมขยับเข้าไปประชิดรวบเอวบางเข้ามากอดไว้หลวมๆพลางก้มลงหอมแก้มเ
หลังจากพูดคุยกับคุณป้าเรียบร้อย ภีมจูงมือทรายออกมานั่งรับลมที่ม้านั่งหินอ่อนหน้าร้านโชห่วย บรรยากาศยามค่ำคืนในต่างจังหวัดเงียบสงบและเต็มไปด้วยแสงดาว ร่างสูงนั่งชิดจนไหล่เกยกัน ก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือบางขึ้นมาประสานเรียวนิ้วเข้าด้วยกันแน่น ภีมยกมือของทรายขึ้นมาพรมจูบลงบนหลังมือบางแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอม แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉ่ำเยิ้มและเต็มไปด้วยความโหยหา ชายหนุ่มก้มลงซบฝ่ามือเธอราวกับอยากจะชดเชยทุกวินาทีที่เคยละเลยไป จนทำเอาทรายขัดเขินจนใบหน้าซับสีเลือด “พี่ภีมคะ ปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น” “พี่ไม่ปล่อย” ภีมกระซิบเสียงทุ้มพร่า สายตาจับจ้องริมฝีปากบางไม่วางตา “สามเดือนที่พี่ต้องนั่งมองทรายอยู่ตรงนี้โดยไม่ได้กอด ไม่ได้จับมือ พี่จะลงแดงตายอยู่แล้ว ขอพี่กอดให้หายคิดถึงหน่อยนะครับ” ไม่พูดเปล่า ภีมรวบตัวทรายเข้ามานั่งบนตักกว้าง กดจมูกโด่งคมลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ซ้ายขวาจนเกิดเสียงซ้ำๆ ทรายทำได้เพียงซุกหน้าลงกับอกแกร่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกายที่คุ้นเคย ยอมปล่อยให้เขาแสดงความคลั่งรักจนหัวใจดวงน้อยเต้นรัว กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยุโรปคันหรูแล่นมาจอดเทียบที่ลานจอดรถส่วนตัวของเพ้นท์เฮ้าส์สวีทสุ
ผ่านไปสามเดือน จากประธานบริหารหนุ่มผู้สูงส่งในออฟฟิศหรู บัดนี้ภีมกลายเป็นภาพที่ชินตาของชาวบ้านในฐานะชายหนุ่มที่คอยช่วยงานร้านโชห่วยอย่างแข็งขัน ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มสลัดคราบความเย่อหยิ่งทิ้งไปจนหมดสิ้น เขายกลังน้ำหนักๆ จัดชั้นวางของ ซ่อมแซมหลังคาร้านที่ทรุดโทรม และช่วยคุณป้ากวาดร้านตั้งแต่เช้าจรดค่ำจนผิวเริ่มคร้ามแดด ใบหน้าหล่อเหลาที่มีเม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่เสมอแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นลึกซึ้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภีมไม่เคยล่วงเกินหรือทำตัวรุ่มร่ามให้ทรายต้องเสียหาย เขารักษาสัญญาที่ว่าจะศึกษาและพิสูจน์ตัวเองอยู่ห่างๆอย่างให้เกียรติและถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ค่ำวันหนึ่ง หลังจากปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ทรายเดินถือแก้วน้ำขยับเข้าไปหยุดอยู่หน้าร้าน มองดูภีมที่กำลังเช็ดถูเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆด้วยความตั้งใจ ใบหน้าสวยที่เคยนิ่งสนิทและราบเรียบมาตลอดหลายเดือน ตอนนี้แววตาคู่สวยสั่นไหวและเริ่มอ่อนแสงลง ความเด็ดเดี่ยวรักศักดิ์ศรีที่เคยเป็นกำแพงหนา ถูกความอดทนและเนื้อแท้ที่แสนดีซื่อสัตย์ของเขาค่อยๆทลายลงจนหัวใจของเธอเริ่มใจอ่อน ทรายสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยื่นแก้วน้ำไปตรงหน้าเขา “ดื่มน้ำก่อน
ช่วงค่ำวันนั้น หลังจากปิดร้านโชห่วยและคุณป้าแยกไปพักผ่อนแล้ว ทรายยังคงยืนเช็คสต๊อกสินค้าอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เพียงลำพัง แสงไฟนีออนดวงเก่าส่องกระทบใบหน้าสวยที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ก้าวเข้ามาในความมืดทำให้เธอเตรียมจะหันไปมอง ทว่ายังไม่ทันได้หมุนตัว ร่างสูงใหญ่ของภีมก็ขยับเข้ามาประชิด ก่อนที่วงแขนแกร่งจะยื่นมาโอบล้อมและสวมกอดทรายจากด้านหลังอย่างนุ่มนวลและหนักแน่น หมับ ทรายชะค้างไปทันที แผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงแผงอกกว้างที่กำลังสั่นสะท้านและหยาดน้ำตาอุ่นร้อนของภีมที่ไหลร่วงกระทบลงบนลาดไหล่จนรับรู้ได้ถึงความเปียกชื้น ร่างสูงปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาซุกใบหน้าลงกับความหอมละมุนที่เขาเคยละเลย พร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดและโหยหาทั้งหมดในชีวิต “พี่ขอโทษ…ทราย พี่ขอโทษจริงๆ” ภีมกระซิบเสียงสั่นพร่าระคนสะอื้น ชายหนุ่มยอมทิ้งมาดประธานบริหารผู้เย่อหยิ่งและอีโก้ทั้งหมดกอดรัดเธอไว้แน่น “อย่าผลักไสพี่ด้วยคำว่าท่านประธานอีกเลยนะ พี่รู้แล้วว่าพี่มันโง่และใจร้ายกับทรายมาตลอดตั้งแต่มหาลัย พี่ขอร้อง…กลับไปอยู่ข้างพี่เถอะนะทราย” ความอบอุ่นในอ้อมกอดที่เธอเ





