Masuk“ใช่ฉันหวงเธอมาก ฉันไม่ชอบเลยที่เธอไปตกลงเป็นแฟนกับนายปกรณ์นั่น” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเอ
“ก็สมควรล่ะ หยุดเรียนโดยใช่เหตุ พรุ่งนี้ก็ไปเรียนตามปกติ จะได้เรียนทันเพื่อนเขา รู้มั้ย” เรณุกาถือโอกาสสอนเด็กสาว ที่ตนรักประหนึ่งน้องสาวแท้ๆ“ค่ะพี่เรย์” สาวน้อยขานรับเสียงแผ่ว พลางส่ายตามองไปด้านในบ้านที่ผู้จัดการหนุ่มเดินหายเข้าไป“ดีมากจ้ะ ว่าแต่เรื่องแก้วกับคุณนัยไปถึงไหนแล้ว” เรณุกาเอ่ยเท่านั้นแหละ ดอกแก้วถึงกับบิดตัวไปบิดตัวมาด้วยท่าทางเคอะเขิน“นั่นแน่ะเขินแบบนี้แสดงว่ามี ไปนั่งตรงศาลากันดีกว่าจะได้คุยสะดวกขึ้น” เรณุกากล่าวจบก็รั้งแขนดอกแก้วไปนั่งที่ศาลานั่งเล่น“ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ” เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เรณุกาก็เริ่มเปิดประเด็น“ก็ไม่มีไรมากหรอกค่ะ ก็เมื่อสองเดือนก่อน โรงงานผลิตสินค้าแปรรูปส่งสินค้าให้กับลูกค้าไม่ทัน”“ตายจริง แล้วลูกค้าไม่โวยแย่เหรอ” เรณุการู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้“โวยค่ะ เจ้าของบริษัทเธอมาโวยวายถึงที่ไร่ แต่พอเจอคารมผู้จัดการเข้าหน่อย ติดหนึบไม่ยอมปล่อย แต่แก้วไม่ยอมหรอกเรื่องอะไร แก้วตามของ
“แต่ไม่ใช่ฉัน และที่สำคัญฉันมีพี่กรณ์ ผู้ชายที่แสนดีอยู่ทั้งคน คุณไม่ต้องห่วงไปหรอกว่าฉันจะไปยุ่งกับเพื่อนของคุณ แค่นี้ใช่มั้ยที่อยากจะพูด” หญิงสาวกล่าวรวบรัดตัดตอน ไม่อยากจะเสียเวลาเสวนากับเขาให้นานกว่านี้ จะพานทำให้หัวใจสั่นไหว“เธอลืมฉันได้จริงๆ หรือเรย์” ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย แต่กลับเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในใจของหญิงสาวว่ายังมีเขาอยู่หรือไม่“คุณจะมารื้อฟื้นให้ได้อะไรขึ้นมา จะให้ฉันทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิตหรือไง นี่ฉันเจ็บปวดเพราะคุณไม่พอใช่มั้ยฮะ” ดวงตาคู่สวยลุกวาวด้วยไฟโทสะ“ฉันยอมรับอย่างคนที่เห็นแก่ตัว ว่าไม่อยากจะเสียเธอไปให้ใคร ฉันทนไม่ได้ หากใครมาแตะต้องตัวเธอ”“คนสารเลว คุณกำลังจะแต่งงานกับคุณแพร แล้วมาพูดกับฉันแบบนี้ทำไม” สิ้นคำพูดหญิงสาวถึงกับโผเข้าไปทุบตี ตบหน้าอีกฝ่ายไม่ยั้งอย่างคั่งแค้น ขณะที่น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นทางยาว พ่อเลี้ยงหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้ยอมรับคำด่าทอจากเธออย่างไม่มีข้อแม้“ฉันรู้ว่าฉันเลว ที่ทำให้ผู้หญิงที่รักฉันทั้งสองคนต้องเจ็บปวด แต่ฉันรักเธอ
“พี่อัครคะ แพรเมื่อยแล้วนะ” หญิงสาวถามย้ำเมื่อเห็นชายหนุ่มเงียบ“แป๊บหนึ่งครับ” ชายหนุ่มจัดการแกะผมของหญิงสาวออกช้าๆ จนเสร็จ จึงชักชวนแพรทองลงจากรถ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชานนท์ขับรถเข้ามาจอดเทียบทั้งสามจึงเดินเข้าไปที่โต๊ะอาหารพร้อมกัน ซึ่งเรณุกากับพันตรีธนชาติได้นั่งรออยู่แล้ว ชานนท์ที่เดินตามหลังมาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นเรณุกา“เอ...” ชานนท์ไม่ทันกล่าวจบ เจ้าของบ้านหนุ่มจึงเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน“คุณพ่อครับ จำนายนนท์ได้หรือเปล่าครับ”“นนท์เหรอลูก” พันตรีธนชาติมองหน้าชายหนุ่มที่บุตรชายเอ่ยถึง“ตานนท์ลูกคุณชนินกับคุณเดือนเต็มใช่มั้ยลูก”“ใช่ครับคุณลุง” ชานนท์ยกมือขึ้นไหว้พันตรีธนชาติด้วยท่าทางนอบน้อม ชายสูงวัยที่ตนรู้จักมาตั้งแต่เด็ก“สูงใหญ่จนลุงจำไม่ได้แน่ะ ถ้าเจอกันข้างนอกคงไม่รู้จัก ว่าแต่แต่งงานมีครอบครัวหรือยังล่ะ” คำถามนั้นทำเอาชานนท์ ต้องเหลือบมองแพรทองแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยเสียงอันขมขื่น“ยังครับ&rdquo
“พ่อรู้ลูก อืม...อัครช่วยพาพ่อลงไปด้านล่างหน่อยสิ พ่ออยากสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าภายในไร่สักหน่อย” พันตรีธนชาติหันมาเอ่ยขอร้องกับบุตรชาย“ได้สิครับคุณพ่อ” พ่อเลี้ยงหนุ่มอุ้มบิดาขึ้นจากรถเข็นลงมาชั้นล่าง วางท่านตรงโซฟาที่ห้องรับแขกโดยเรณุกาตามมาดูแล จากนั้นก็กลับขึ้นไปเอารถเข็นลงมาให้บิดานั่ง“ขอบใจมากอัคร พ่อขออนุญาตให้หนูเรย์พาชมไร่หน่อยแล้วกัน”“ไม่เห็นต้องขออนุญาตเลยครับ ไร่นี้ก็ไร่ของคุณพ่อเหมือนกัน คุณพ่อมีสิทธิ์ทุกอย่าง”“อย่าเลยอัคร แค่อัครยอมให้พ่อกลับมาในที่ที่แม่เราเคยอยู่ พ่อก็ดีใจมากแล้วล่ะ” พันตรีธนชาติกล่าวเสียงสั่นเครือยามเอ่ยถึงภรรยาสุดที่รัก ซึ่งเขาได้สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้แก่เธอ ก่อนที่จะจบชีวิตลงในเวลาต่อมาพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มทนมองบิดานั่งหน้าเศร้าต่อไปไม่ไหวจนต้องเอ่ยขอตัว“คุณพ่อครับ ผมขอตัวไปรับแพรที่ไร่นายนนท์ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มย่อตัวลงบอกบิดาตน“รีบไปเถอะอัคร” ท่านตบหลังมือบุตรชาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดิน
ด้านแพรทองหลังวางสายจากคนรักก็ถูกชานนท์ลากตัวมาที่ห้องนอน ทนไม่ได้ที่หญิงสาวไม่แยแสต่อความรู้สึกของเขาเลย“ปล่อยนะพี่นนท์ พาแพรมาที่นี่ทำไม”“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”“เราคุยกันเข้าใจดีแล้วนะ ขอให้เรื่องของเราจบลงเพียงแค่นี้เถอะ อีกไม่นานแพรก็จะแต่งงานกับพี่อัครแล้ว อย่าให้แพรต้องเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีเลยนะคะ”หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงวิงวอน เธอไม่อยากทำแบบนี้ลับหลังคนรักอีกแล้ว แม้จะยอมรับว่ารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชานนท์ก็ตาม แต่พยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ความใคร่“แต่งงานไป ไอ้อัครก็ต้องรู้ว่าแพรไม่ใช่ผู้หญิงบริสุทธิ์”“เรื่องนั้นแพรจัดการเองได้ค่ะ” แม้จะบอกว่าจัดการได้แต่ในใจยังกังวลว่าจะตอบคำถามกับคนรักอย่างไรไม่ให้เขาตะขิดตะขวงใจ“ถ้าไม่มีอะไรแล้วแพรขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ เพราะพรุ่งนี้เช้านัดกับพี่อัครไว้ ว่าจะไปทานอาหารเช้ากับคุณพ่อที่ไร่โน้น”“คุณพ่อ คุณพ่อไอ้อัครเหรอ” ชานนท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เท่าที่ทราบอัค
“นั่งรถมาตั้งหลายชั่วโมง เมื่อยหรือเปล่าคะคุณพ่อ” แพรทองเอ่ยถามพ่อว่าที่สามีด้วยความเป็นห่วง เพราะระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ไม่ใช่ใกล้เลย ขนาดคนปกติธรรมดาอย่างเธอยังต้องบ่นว่าเมื่อย“เมื่อยอยู่หนูแพร แต่ก็ต้องทน” ท่านยิ้มอ่อนๆ ให้กับว่าที่ลูกสะใภ้“ถ้างั้นคืนนี้แพรช่วยนวดให้นะคะ” แพรทองรีบขันอาสาทันทีอย่างเอาใจ“รบกวนเปล่าๆ ลูก เดี๋ยวพ่อให้หนูเรย์นวดให้ รายนี้เขานวดเก่งมาแต่เด็ก” พันตรีธนชาติหันไปยิ้มให้กับบุตรสาวบุญธรรม ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่แพรทองเป็นอย่างมาก แต่พยายามเก็บอาการไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนหวาน แล้วชักชวนทุกคนมานั่งที่โต๊ะอาหาร ดอกแก้วได้จังหวะที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย เข้ามาจับมือเรณุกาที่ตนรักประหนึ่งพี่สาว ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ แต่ไม่ทันได้ไถ่ถามอะไรก็ถูกป้าของเธอเรียกให้ไปช่วยตักข้าวเสียก่อน“ป้าแจ่มนั่งสิครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้ป้าแจ่มจันทร์ลงนั่ง“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวป้าไปทานในห้องครัวก็ได้”“นั่งครับป้าแจ่ม ป้ามาในฐานะแขกนะครับ”
“ให้คนที่บ้านดูแลให้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้พี่อัครดูแลเลยนี่คะ” หญิงสาวกล่าวเสียงขุ่นอย่างไม่ชอบใจ ยามนึกถึงเขาปรนนิบัติเรณุกาอย่างใกล้ชิด“เป็นความต้องการของพี่เองน่ะ พี่อยากไถ่โทษเรื่องลูก”“นี่พี่อัครกำลังโทษแพร ถ้าไม่มีแพรอยู่ตรงนั้นคงช่วยคุณเรย์กับล
“ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะเลิกทำอะไรบ้าๆ”“คุณควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันตายไปอีกคน ความแค้นในใจของคุณจะได้หายไปสักที” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น ขณะที่อีกฝ่ายโอบกอดร่างบางไว้พร้อมกดศีรษะเล็กแนบอกแกร่ง เขายอมแพ้แล้วยอมแพ้กับใจที่เด็ดเดี่ยวของคนตัวเล็กในอ้อมกอด สิ่งที่เธอทำทุกอ
“คุณปกรณ์มานานแล้วเหรอครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามอีกฝ่าย เพื่อหาทางไล่กลับทางอ้อม“มาตั้งแต่เที่ยงแล้วครับ”“อืม...ก็หลายชั่วโมงแล้ว ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์สละเวลามาช่วยดูแลน้องสาวผม” พ่อเลี้ยงอัครากล่าวขณะแกะมือปกรณ์ออกจากมือเรียวของเรณุกา จนหญิงส
ห้องพักฟื้น ป้าแจ่มจันทร์นั่งกุมมือของเรณุกาพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสาร เด็กสาวที่นางอบรมเลี้ยงดูมาตั้งแต่พันตรีธนชาติพามาอยู่ที่บ้านนุกูลไพศาล ดวงตาใสซื่อนั้นมีละอองน้ำตาคลออยู







