Home / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / ข้าแค่ใช้หัวแม่เท้าคิดยังคิดได้

Share

ข้าแค่ใช้หัวแม่เท้าคิดยังคิดได้

last update Last Updated: 2026-01-27 13:40:53

ช่วงนี้สุขภาพของคังหมัวมัว[1]ดีขึ้น สามารถลงจากเตียงเดินได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรเจ็บป่วยก็เหมือนภูเขาล้มทับกว่าจะรักษาหายก็เหมือนกับดึงเส้นไหม[2] ดังนั้นจึงต้องพักผ่อนให้ดี ไม่ควรทำงานหนักเกินไป จ้าวเยี่ยนเจียวไม่อยากรบกวนนาง ส่วนเยว่ฉีอวิ๋น ในเมื่อเขาไม่อยากยุ่งกับเรื่องของจวนโหว นางก็ไม่จำเป็นต้องให้เขารู้แผนการของนาง

“เมื่อมาหาข้าก็ไม่ต้องบอกพวกเขา” วันนี้นางอยากดูงิ้วพอดี เข้าไปดูในห้องส่วนตัวก็ดีเหมือนกัน

จ้าวเยี่ยนเจียวเดินผ่านโถงใหญ่ ขึ้นบันได ผลักประตูเข้าไป

ขนาดของห้องจู๋จื้อสามารถนั่งได้หกเจ็ดคนโดยไม่รู้สึกอึดอัด ถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี แม้โต๊ะและเก้าอี้จะไม่ประณีตเท่าจวนขุนนาง แต่ก็มีกลิ่นอายของความเรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์

จ้าวเยี่ยนเจียวเข้ามาในห้องส่วนตัวโดยไม่ได้มองคนที่อยู่ข้างใน นางเหลือบมองโต๊ะก่อน เห็นว่ามีน้ำชาหนึ่งกา จานเมล็ดแตงโมและขนมไป๋ถังเกาวางอยู่ นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก นางอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากอย่างรังเกียจ นี่มันขี้เหนียวเกินไปแล้ว มาดูงิ้วทั้งทีแต่สั่งของกินมาแค่นี้เอง

ฮูหยินเว่ยไม่ได้ปิดบังความเกลียดชังที่มีต่อจ้าวเยี่ยนเจียว ในสายตาของนาง ฉินจื่อแม่ของจ้าวเยี่ยนเจียวล่อลวงสามีของนางอย่างหน้าไม่อาย พอตั้งท้องก็นำนังแพศยาคนนั้นเข้ามาในบ้าน ตั้งแต่นั้นมาในสายตาสามีของนางก็มีแต่คนใหม่ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจกำจัดฉินจื่อให้พ้นไปจากจวนจ้าว

ทุกคนคิดว่านังสารเลวคนนั้นตายเพราะคลอดลูกยาก แต่จริงๆ แล้วเป็นนางที่วางยาเพื่อเร่งให้ฉินจื่อคลอดจนขาดใจตายเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว ตอนแรกนางก็คิดว่าตัวเองชนะแล้ว แต่ไม่คิดว่าหลังจากที่นังแพศยานั่นตายไป สามีของนางก็เหมือนคนไร้วิญาณ สุดท้ายก็เสียชีวิตตามไป นางจึงเหลือแค่บุตรสาวคนเดียวและต้องเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว ทำให้นางเจ็บปวดใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่

ด้วยเหตุนี้นางจึงเกลียดจ้าวเยี่ยนเจียวเหลือเกิน การมีอยู่ของเด็กคนนี้เป็นเหมือนกับหนามคอยทิ่มแทงอยู่ในใจของนางตลอดมา

“เพียงแค่พริบตาเดียว ลูกสี่โตขึ้นมากขนาดนี้แล้ว”

มองไปยังผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของนาง จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดนอกจากความไม่ชอบ นางจึงนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ หยิบขนมไป๋ถังเกาชิ้นหนึ่งใส่ปาก

การกระทำที่ไม่มีมารยาทของนางทำให้คิ้วของฮูหยินเว่ยขมวดแน่น ความไม่พอใจที่มีแต่เดิมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ช่างเป็นคนที่ใช้เป็นหน้าเป็นตาไม่ได้จริงๆ

“คนจริงไม่พูดจาอ้อมค้อม” จ้าวเยี่ยนเจียวไม่สนใจว่าฮูหยินเว่ยจะมองนางอย่างไร นางพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ว่ามาเถอะ มีธุระอะไรถึงต้องมาหาข้า?”

ฮูหยินเว่ยกัดฟันแน่น อดกลั้นความโกรธเอาไว้ “เจ้าออกจากจวนมานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องกลับไปเสียที ซิ่นเอ๋อร์คงบอกเจ้าแล้ว ที่วัดผู่ถัวเจ้าทำตัวไร้มารยาท ข้าจะไม่ถือสา เจ้าจะได้กลับไปอย่างสบายใจ ข้าได้จัดเตรียมไว้แล้วจะบอกคนอื่นว่าหลายปีมานี้เจ้าสุขภาพไม่ดี จึงต้อง จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไม่ค่อยได้พบปะผู้คน หลังจากกลับไปครั้งนี้ ก็จงเชื่อฟังแล้วทำทุกอย่างตามที่บอกไปเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน”

จ้าวเยี่ยนเจียวกลืนขนมไป๋ถังเกาลงท้อง ยิ้มมองฮูหยินเว่ยด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถือสาข้า แล้วทำไมข้าต้องทำตามที่เจ้าบอกด้วย?”

คำถามของจ้าวเยี่ยนเจียวทำให้ฮูหยินเว่ยถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียง ฮึ ออกมาจากลำคอ “การที่ข้ามาหาเจ้าด้วยตัวเองก็ถือว่าให้เกียรติเจ้าแล้ว อย่าทำตัวไม่รู้ดีรู้ชั่ว เจ้าควรจะรู้ว่าถ้าการแต่งงานครั้งนี้สำเร็จ เจ้าก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ”

“พูดดีนี่ การแต่งงานนี้ถ้าดีจริง ด้วยความ ‘รัก’ ที่ท่านมีให้ข้า ข้าแค่ใช้หัวแม่เท้าคิดยังคิดได้ ไหนเลยจะตกมาถึงข้า...” จ้าวเยี่ยนเจียวกินขนมไป๋ถังเกาจนหมดในไม่กี่คำ นางรู้ว่าฮูหยินเว่ยมีเงินไม่น้อย แต่กลับขี้เหนียวขนาดนี้ มาหงเสียทั้งทียังไม่สั่งขนมเพิ่มอีก

เสียงกลองด้านล่างดังขึ้น นางมองไปที่เวที งิ้วเริ่มแสดงแล้ว “พูดให้ถูก ท่านแค่ไม่อยากให้จ้าวซิ่นต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับท่าน เลยนึกถึงข้าที่เป็นคนซื่อบื้อโง่งม ดังนั้นอย่ามาทำเป็นแม่พระต่อหน้าข้า ทำเหมือนว่าทุกเรื่องทำเพื่อข้า ข้าทั้งขยะแขยงและรังเกียจท่าน”

เมื่อถูกแทงใจดำ สีหน้าของฮูหยินเว่ยก็ยิ่งดูไม่ได้ “ในเมื่อเจ้ารู้แล้วก็จงกลับไปแทนที่ซิ่นเอ๋อร์เสีย!”

“ฮูหยินเว่ย” จ้าวเยี่ยนเจียวสายตามองงิ้วที่กำลังเล่นอยู่ด้านล่างไม่ได้มองฮูหยินเว่ย “ท่านกำลังสับสนอะไรอยู่หรือเปล่า? ถึงแม้คุณชายรองจะร่างกายอ่อนแอและไม่เข้าตาท่าน แต่เบื้องหลังเขาก็คือจวนโหวไม่กลัวว่าการเอาคนอื่นมาแทนที่จะทำให้จวนโหวรู้แล้วทำให้ตระกูลจ้าวเดือดร้อนหรือ?”

ฮูหยินเว่ยเมื่อกล้าที่จะทำแบบนี้แล้ว ก็แสดงว่านางไม่กลัวอะไรอีกต่อไป เพราะนางมีตระกูลเก่าที่ร่ำรวยคอยหนุนหลัง ในตระกูลจ้าวที่กำลังเสื่อมถอย นางจึงใช้ชีวิตอย่างราบรื่น เมื่อชีวิตราบรื่นมานานเกินไป นางก็ลืมตัวมองคนอื่นต่ำต้อยไร้ค่า นางคิดว่ามีตระกูลให้พึ่งพาจะทำอะไรก็ได้

“จะเดือดร้อนหรือไม่เดือดร้อน ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของบุตรสาวตระกูลจ้าว”

จ้าวเยี่ยนเจียวเหลือบมองนางอย่างเฉยชา กล่าวว่า “ท่านคิดแผนการเช่นนี้ฮูหยินใหญ่เรือนหลักรู้เรื่องหรือไม่?”

[1] คำเรียกเฉพาะเจาะจงสำหรับ แม่นม (ผู้ที่ให้นมและดูแลเจ้านายหรือคุณชายคุณหนูตั้งแต่เด็ก) หรือนางกำนัล/คนรับใช้สูงวัยที่มีหน้าที่ดูแลเจ้านายชั้นสูงอย่างใกล้ชิด

[2] เจ็บป่วยเกิดขึ้นรวดเร็ว หายจากอาการป่วยนั้นใช้เวลานาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status