แชร์

โอกาสในการรีดไถ

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 13:54:13

เมื่อเห็นจ้าวเยี่ยนเจียวเดินเข้ามา ฮูหยินเว่ยก็ปิดบัญชีในมือยื่นให้เฉินมามาที่อยู่ข้างๆ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ

จ้าวเยี่ยนเจียวมองนางอย่างสงบนิ่งไม่ได้พูดอะไร

ฮูหยินเว่ยรอให้จ้าวเยี่ยนเจียวพูดเพื่อยอมอ่อนข้อให้ แต่นางกลับเงียบสนิทเหมือนน้ำในบ่อ นางกัดฟัน “ข้ายังคิดว่าเจ้าตั้งใจที่จะไม่กลับมาแล้วเสียอีก”

จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้ม “ท่านเป็นคนใจกว้างมาก หลังจากที่ท่านจากมา เจียวเจียวก็คิดอยู่หลายตลบว่าความภาคภูมิใจมันกินไม่ได้ ใครจะยอมทิ้งชีวิตที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองไปได้”

จ้าวซิ่นและจ้าวเสวี่ยที่ได้รับข่าวว่าจ้าวเยี่ยนเจียวเข้ามาในสวนจื่อเฉิน ทั้งสองก็มาด้วยกัน เมื่อเข้ามาในห้องก็บังเอิญได้ยินประโยคนี้เข้าพอดี

ดวงตาของจ้าวซิ่นฉายแววเยาะเย้ย “เจ้าก็รู้จักสถานการณ์ดีนี่”

จ้าวเยี่ยนเจียวเงยหน้าขึ้นมอง “พี่รอง พี่สาม”

จ้าวซิ่นเพิกเฉยต่อนาง นั่งลงข้างๆ ฮูหยินเว่ย

ส่วนจ้าวเสวี่ยเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม จับมือของจ้าวเยี่ยนเจียวกล่าว่า “น้องสี่กลับมาก็ดีแล้ว”

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้ปิดบังความรังเกียจในใจ นางรีบดึงมือกลับมา

รอยยิ้มของจ้าวเสวี่ยแข็งทื่อไปเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เดินกลับมานั่งลงอย่างนอบน้อมข้างๆ

จ้าวซิ่นจ้องจ้าวเยี่ยนเจียวแล้วพูดกับฮูหยินเว่ยว่า “ท่านแม่ ในเมื่อน้องสี่กลับมาแล้ว เรื่องการแต่งงานของลูกก็คงจะแก้ไขได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

“แน่นอนว่าได้แล้ว” ฮูหยินเว่ยตบมือของจ้าวซิ่นด้วยความรัก “เจ้าเป็นลูกสาวสุดที่รักของแม่นะ หากว่าจะต้องแต่งงาน ก็ต้องแต่งงานภายใต้สายตาของแม่นี่แหละถึงจะสบายใจได้”

จ้าวเยี่ยนเจียวเลิกคิ้ว ครุ่นคิดถึงคำพูดของฮูหยินเว่ย แสดงว่านางได้หาคู่ให้จ้าวซิ่นไว้แล้ว คนที่อยู่ภายใต้สายตาของนางหรือ?! สมองของนางคิดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็ยกมุมปากขึ้น ฮูหยินเว่ยมาจากตระกูลเว่ย และตระกูลเว่ยก็เป็นสถานที่ที่นางรู้จักคนดีที่สุด ดังนั้นคำว่าภายใต้สายตาของนาง ก็น่าจะหมายถึงอยากให้แต่งงานกับคนในตระกูลของนางเอง

บุตรชายคนโตของตระกูลเว่ยเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเป็นลูกของอนุ ฮูหยินเว่ยคงไม่ยอมให้แต่งงานด้วย บุตรชายคนรองของตระกูลเว่ยเป็นบุตรชายสายตรง ดูเหมือนว่าคงจะเป็นเขาแล้ว ตระกูลเว่ยนับว่าร่ำรวย การแต่งงานกันแบบนี้ถือว่าฮูหยินเว่ยได้วางแผนอนาคตที่ดีให้กับจ้าวซิ่นจริงๆ

“ถึงแม้ข้าจะกลับมาที่ตระกูลจ้าว แต่เรื่องแต่งงานของพี่สามก็อาจจะไม่เป็นดังที่ท่านหวัง”

เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮูหยินเว่ยก็ขมวดคิ้ว “เจ้าจะเล่นลูกไม้อะไรอีก?”

“ท่านแม่” จ้าวเยี่ยนเจียวเอ่ยปากเรียกนางว่าท่านแม่อีกครั้ง มองฮูหยินเว่ยด้วยท่าทางสบายๆ “ท่านให้ข้าทำอะไร ข้าก็จะทำ แต่ท่านจะจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ข้าเต็มใจทำตามที่ท่านสั่ง?”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ก็หมายความว่า... ข้าไม่ได้ขออะไรมาก แค่ที่ดินสองแปลงในหมู่บ้านตระกูลเว่ยที่อำเภอหลิน ที่นาดีๆ ร้อยหมู่ แล้วก็ร้านค้าสองร้านที่ถนนอวี่หลีกับตรอกตงเหมินในเมือง

ให้เป็นสินเดิมของข้าก็พอแล้ว”

ฮูหยินเว่ยอึ้งไปแล้ว ที่ดินและร้านค้าที่จ้าวเยี่ยนเจียวพูดถึงเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนาง ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นสินสอดของจ้าวซิ่นในอนาคต แต่จ้าวเยี่ยนเจียวกลับกล้าเปิดปากขอทั้งหมดนี้อย่างหน้าไม่อาย

“บ้าไปแล้ว!” ฮูหยินเว่ยโกรธจัด ทุบโต๊ะอย่างแรง “ด้วยฐานะของเจ้า มีหน้าอะไรมาขอที่ดินและร้านค้าเหล่านี้จากข้า?!”

“ท่านแม่จะให้หรือไม่ให้ก็ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างอ่อนโยน ด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมนุ่มนวล “อย่างไรเสียหากต้องแต่งงานอย่างไม่สมเกียรติ ข้าไม่แต่งดีกว่า ครั้งนี้ข้ากลับมาบ้านกะว่าจะอยู่จนกว่าพี่สามจะแต่งงาน รอชมจนกว่าพี่สามจะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปเมืองหลวง”

ฮูหยินเว่ยอัดอั้นในอกจนตัวสั่น

ถึงแม้จ้าวซิ่นจะคิดว่าจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนไร้ยางอาย แต่นางที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยต้องกังวลเรื่องการกินการใช้ ตอนนี้ไม่อยากแต่งงานกับคนป่วยเพื่อไปเป็นหม้าย นางจึงดึงมือของมารดาเอ่ยปากว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ดูท่าทางที่น่าสมเพชของนางสิ ก็แค่ร้านค้าและที่ดินสองสามแห่งเอง ท่านให้นางไปเถอะ!”

ฮูหยินเว่ยมองบุตรสาวที่ไม่รู้จักความอย่างคับแค้นใจ ถึงแม้นางจะมีสินเดิมไม่น้อย แต่ที่ที่จ้าวเยี่ยนเจียวขอไปนั้นเป็นที่ที่ทำกำไรได้มากที่สุด ถ้าให้นางไปทั้งหมดก็เหมือนกับถูกเฉือนเนื้อชิ้นใหญ่ไปจากตัว

แต่จ้าวเยี่ยนเจียวรู้เรื่องสินเดิมของนางได้อย่างไร ฮูหยินเว่ยมองจ้าวเยี่ยนเจียวอย่างพิจารณา เด็กคนนี้ใช้ชีวิตข้างนอกไม่กี่ปี ก็กลายเป็นคนที่มองไม่ออกแล้วจริงๆ

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่รีบร้อน ถ้าฮูหยินเว่ยไม่อยากให้บุตรสาวของตัวเองต้องเจ็บปวด นางก็ต้องยอมเสียสละ เมื่อคิดว่าสามารถรีดไถทรัพย์สินจากฮูหยินเว่ยได้มากขนาดนี้ อารมณ์ของนางก็ดีขึ้นมาก

นางหยิบถุงผ้าออกมาเทเกาลัดที่อยู่ข้างในออกมาเคี้ยวพลางพูดต่ออย่างเสียไม่ได้ว่า “ข้ารู้ว่าตอนแต่งงาน ท่านต้องเตรียมสาวใช้และคนใช้ให้ข้า หากท่านเห็นความสำคัญก็ต้องให้คนที่ดีที่สุดมาอยู่กับข้า แต่ข้าก็ไม่อยากเอาคนท่านให้ความสำคัญไปด้วย ดังนั้นท่านก็แค่ซื้อคนใหม่ให้ข้าสักสองสามคนเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ข้าตอนเข้าจวนโหวก็พอแล้ว แต่มีสาวใช้สองคนที่ข้าต้องพาไปด้วย คือสาวใช้ของข้าที่หงเสีย คนหนึ่งชื่อจินจื่อ อีกคนชื่อหยินจื่อ ข้าชินกับการใช้สองคนนี้แล้ว พวกเขารู้ว่าข้าหนาวหรือร้อนแค่ไหน ดังนั้นต้องรบกวนท่านไปขอสองคนนี้จากหงเสียมาด้วย ส่วนเรื่องเงินก็แล้วแต่ท่านจะจัดการได้เลย”

“เจ้าช่างกล้าคิดจริงๆ!” ฮูหยินเว่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status