Share

บทที่ 15 : ข้ายังไม่พร้อม!

Penulis: L.sunanta
last update Tanggal publikasi: 2026-04-16 05:46:17

หลังจากที่นางฟ้าเหมยลี่ในร่างจำแลงทะลุก้อนเมฆลงไปยังโลกมนุษย์แล้ว สถานที่ ๆ นางจะไปโผล่ก็คงมิพ้นห้องส้วมบุรุษเพศตรงจุดที่จางอี้เฟิงได้พบกับเทพกงกงนั่นเอง! บอกตามตรงว่าแทบจินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่านางจะทำหน้าเช่นไร เปิดตัวหนแรกก็ล่อห้องน้ำชายซะแล้ว! ทั้ง ๆ ที่หากเป็นกรณีของการสลับขั้วเปลี่ยนตัวทั่วไป ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกโรเคชั่นที่ดูหรู ดูแพง หรือไม่ก็โรแมนติกกว่านี้สักหน่อย เหมยลี่เสวียนเจ้าช่างเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ที่น่าสงสารสูงสุด!

.

"เหมยลี่เสวียน..น..น..น..น~!"

จางอี้เฟิงป้องปากตะโกนอัดลงไป ราวกับกดชักโครกชำระสิ่งปฏิกูล

.

เขาน่าจะมีแรงบันดาลใจมาจากละครดังของค่ายกันตนาเมื่อปี พ.ศ.2532 ตอนที่ ศรราม เทพพิทักษ์ ตะโกนว่า "เหินฟ้า!!!" หากแต่ทิศทางนั้นกลับด้านกัน ตะโกนขึ้นฟ้าคือสัญลักษณ์แห่งความหวัง แต่ตะโกนลงต่ำก็มิต่างจากการถ่มถุยขุยติดคอ แม้ว่าจากก้นบึ้งของหัวใจแล้วจางอี้เฟิงจะมิได้คิดเช่นนั้นเลยก็ตามที

.

"เอาล่ะเลิกอาลัยอาวรณ์เสียที เหมยลี่เสวียนนางมิเป็นไรหรอก! ถึงจะเป็นนางอัปสรอยู่แต่ในตำหนักหลวงมาค่อนชีวิต แต่นางก็ใช่ว่าจะไร้อิทธิฤทธิ์ใด ๆ นางฟ้าก็คือเทพเช่นกันอย่าลืม!"

.

"แต่ท่านให้นางไปเกิดในห้องส้วม! แล้วส้วมแถวมณฑลบ้านเกิดของผม~! อึ๊ยยย! แค่จะพูดผมยังไม่กล้าเปล่งเสียงเลยอ่ะ! ท่านใจร้าย! ท่านกงกง! ท่านไม่มีความยุติธรรมใกล้ฉันเลย!"

จางอี้เฟิงจ้องหน้าเทพ LGBT ตาเขม็ง ทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มจิตว่าทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เต็มที่ก็เป็นแค่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

.

ลมสวรรค์พัดโชยก้อนเมฆปลิวเป็นสายไหม ไอเย็นวูบวาบกระซาบผืนผิว ดูเหมือนสิ่งนี้จะเข้ามาขัดจังหวะอารมณ์ให้ได้เปลี่ยนเรื่องกันพอดี เทพกงกงในชุดสีม่วงขลิบทองกับหมวกทรงปล่องไฟ จึงถือโอกาสเรียกสตินักบอลหนุ่มด้วยการเปลี่ยนโทนเสียงให้หนักแน่นขึ้น

.

แกสะบัดนิ้วดัชนีเพื่อบังคับก้อนเมฆที่เหยียบอยู่ ให้เลื่อนเอากายาของบุคคลทั้งคู่ไปยืนอยู่ในจุดที่เป็นขอบของแนวก้อนเมฆอีกครั้ง ทำให้ชายผู้เป็นความหวังได้มองเห็นความวิบัติบรรลัยกัลป์ของสวรรค์เบื้องล่างแบบเต็ม ๆ ตาอีกที แล้วแกก็พูดขึ้น

.

"เอาล่ะจางอี้เฟิงเจ้าต้องตั้งสติได้แล้ว! สิ่งที่เจ้าเห็นเบื้องล่างตอนนี้ต่างหากคือเหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่! ข้างล่างนั่นคือแคว้น โหย่ฮวาเซียนโจว (月华仙洲) หรือ ดินแดนเซียนแสงจันทร์ ตอนนี้แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็บัญชาทัพอยู่ข้างล่างนั่น มีเทพสงครามอู่เสิ่น (武神) ดำเนินกลศึกอยู่มิต่ำกว่า 10 องค์ ยังไม่นับรวมเหล่าองครักษ์ประตูเทวา เทียนเหมินโสว่เว่ย (天门守卫) อีกร่วมพันชีวิต! อนิจจาที่เกินกว่า 8 ใน 10 ส่วนได้พลีชีพในสนามรบไปแล้ว!"

.

"ตะ..ตายเยอะมาก..ก..ก..ก!"

ปากสั่นด้วยความกลัวจนกลายเป็นวาจาที่โพล่งหลุดออกมาเอง

.

"ตูมมมม!!! , บึ้มมมมม!!! , ตูมมมม!!!"

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทขึ้นมาถึงบนนี้ สิ่งนี้เหมือนเป็นการเตือนกลาย ๆ ว่าจะทำเป็นเล่นกับเรื่องนี้มิได้!

.

เทพกงกงจึงกล่าวต่อ

.

"ดินแดนเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) ถือเป็นชัยภูมิรบสำคัญ เพราะอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการปกครองมากที่สุด หากแคว้นนี้ถูกตีแตกข้าศึกจะทะลวงเข้าสู่ใจกลางสวรรค์ได้ แล้ว จินเชวี่ยเทียนฉาว (金阙天朝) ที่เปรียบดั่งเมืองหลวงของทวยเทพ , ตำหนักหวงหือลี่ (黄花梨) , ราชสำนักทองคำ ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสิ้นพลานาสูญไปหมด!" 

.

"โดยส่วนตัวข้าคิดว่าข้าศึกได้ทำการศึกษาและหาช่องโหว่สวรรค์มาเป็นอย่างดี พวกเรามิได้สู้รบกับใครมานานมากแล้ว ป้อมปราการเทวาอารักษ์ต่าง ๆ ก็ชำรุดทรุดโทรม ทหารสวรรค์ก็แก่ชรา จากที่ข้าฟังมาใช้เวลาเพียงแค่ 7 ราตรีพวกเขาก็ขยี้แคว้นชายแดน เสวียนกวนเทียนจิ้ง (玄关天境) ของเราจนสิ้นสภาพ! ทั้ง ๆ ที่สถานที่แห่งนั้นเคยถูกขนานนามว่า "แดนสวรรค์ประตูอาถรรพ์" ที่แม้แต่ผีห่าซาตานตนไหนก็ผ่านเข้ามามิได้แท้ ๆ !"

.

"หึ๊ยยย! ช่างน่าเจ็บใจนัก! ทำไมถึงได้หยามเกียรติกันได้ถึงเพียงนี้!"

กงกงถึงกับกำหมัดกัดกรามแน่น! เพราะไม่ได้มีแต่เหมยลี่หรอกที่ชอบลืมตัว บางทีแกเองก็ลืมไปเช่นกันว่าตนเองเป็นเทพแห่งตุ๊ด!

.

"ตูมมมมม!!! , บึ้มมมมม!!! , ตูมมมมม!!!" 

.

"จางอี้เฟิงเจ้าคิดว่าเช่นไร? เจ้าพร้อมหรือไม่หากข้าจะส่งเจ้าลงไปยังสมรภูมิ!?"

.

"ห๊าาาา! , ตอนนี้เนี่ยะนะ! ผมเพิ่งขึ้นสวรรค์มายังไม่ถึง 30 นาทีเลยท่านจะให้ผมตายแล้วเหรอ?! ผมยังไม่พร้อมครับท่าน! ตอนที่คุยกันท่านบอกจะให้ผมมาฝึกชาวสวรรค์ให้เตะบอลเป็นไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงฉุกละหุกขนาดนี้! อย่าเพิ่ง! ๆ  ผมขอทำใจก่อน!"

.

"หึ! ช่างขลาดเขลาสมดั่งมนุษย์! หัวใจเจ้าอ้อนแอ้นเสียยิ่งกว่านางอัปสรเหมยลี่เสวียนที่ข้าส่งลงไปยังโลกเมื่อครู่เสียอีก! ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดนักหรอกแต่เท่าที่ข้าเคยได้ยินมาผู้ฝึกสอนของเจ้ามักจะมีคำพูดว่า "เป็นนักบอลห้ามปฏิเสธการลงเล่น" มิใช่รึไง? การลงสนามคือเกียรติยศ! โอกาสมิได้มีไว้สำหรับใครก็ได้แต่ต้องเป็นของคนที่ถูกเลือก! ข้าเอ่ยผิดหรือไม่? ไหนเจ้าลองซักค้านข้ามาซิจางอี้เฟิง?"

.

สมกับเป็นเทวรูปเคารพประจำสถาบันลี่ฮือหลวง เป็นไปได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเทพกงกงได้ยินและได้ฟังพวกเด็ก ๆ เล่นฟุตบอลกันอยู่ตลอด แม้แกจะไม่แม่นเรื่องถ้อยแถลงนักแต่แก่นแท้หลัก ๆ ก็นับว่าจับใจความสำคัญได้ครบถ้วน และนั่นก็ทำให้จางอี้เฟิงเปลี่ยนทัศนคติไปเลย! เขามีความกล้ามากขึ้น และถูกปลุกให้ตื่นขึ้นได้จริง ๆ หลังได้รับการปลุกใจ!

.

"ผมเข้าใจแล้วครับท่านเทพกงกงผมจะลงไปเอง! ไม่รู้ว่าจะได้กลับขึ้นมาอีกไหม? แต่ผมจะไป! ผมจะลองดูครับ!"    

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 22 : โคตรท้อ!

    "เฮ๊ย! พี่ระวัง! ก้มหัวหลบเร็ว!"."เพล๊งงง!"."ข้างหลังพี่! บอลมาจากด้านหลัง! เข้าประชิดตัวมันไว้ก่อนอย่าให้มันง้างเท้าได้!"."เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"."อ๊ากกกก!!! , อั๊ก! , เฮือกกก!"."พี่ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ! แข็งใจหน่อย! อย่ามาตายที่นี่เชียวนะพี่!"."ตุบ! , ตุบ! , เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"..สาบานได

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 21 : ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศ!

    "อ๊ากกกก!!! , โอ๊ยยยย!!! , ขาข้า! , ขาของข้า! , อ๊าาากกก!!!"กุมหน้าแข้งตัวงอเป็นกุ้งสลับกับร้องทุรนทุรายเจ็บปวด หักจริงหนักจริงแม่งแตกเข้าไปยันสนับแข้งอ่ะคิดดู.ทุกอย่างเป็นไปตามที่จางอี้เฟิงคิดไว้มิมีผิด ทันทีที่เขาสปริงตัวลุกขึ้นยืนได้จึงมิต้องมีสปิริตในเกมกีฬาใด ๆ ไม่มีในกติกาแต่มีอยู่ในแข้งขาพ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 20 : ใบแดงที่ไม่ใช่การเกณฑ์ทหาร

    ขาดเพียงท่วงทำนองประกอบเท่านั้น มิเช่นนั้นฉากการเดินลงสนามรบของพวกเขาเหล่านี้ คงมิต่างจากภาพยนต์ดังยุค 90 's อย่าง Armageddon (1998) ไหนจะลูกบอลเพลิงที่ลอยข้ามหัวมาบนฟ้าเหล่านั้น ที่ก็มิต่างไปจากอุกกาบาตล้างโลกที่อยู่ในหนังเลย จางอี้เฟิงเลือกที่จะทำสิ่งดังกล่าวลงไปเพราะเขาเชื่อในคำพูดของพี่ทหารสวรรค

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 19 : ขอแค่บอลเข้าเท้า!

    เปลวเพลิงแห่งสมรภูมิลุกโชนกลืนกินสรรพสิ่งจนมอดไหม้ทั่วทิศ เบื้องหน้าล้วนเป็นความเจ็บปวดและความตายอันแท้จริง ต่อให้เป็นเทพเซียนก็มิอาจหลีกหนีเคราะห์กรรมนี้ได้ จางอี้เฟิงคล้ายได้สติกลับคืน เสียงคร่ำครวญระงมรอบกายดั่งคมมีดกรีดใจเขา นั่นทำให้ตระหนักว่าจะทำเป็นเรื่องตลกมิได้ เหล่าทหารสวรรค์แม้ได้ชื่อว่าเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status