Home / รักโบราณ / เปิ่นหวางเฟย 八王妃 / องค์หญิงเก้าขอเข้าเฝ้า

Share

องค์หญิงเก้าขอเข้าเฝ้า

last update publish date: 2026-09-04 19:15:18

“ท่านอ๋อง องค์หญิงเก้าขอเข้าเฝ้าเพคะ”

เสียงของสาวใช้ในจวนผู้หนึ่งดังขึ้นก่อนที่ฉู่ซูเหยียนจะวางพู่กันในมือลง ดวงตาพยัคฆ์เหลือบมองไปทางประตูที่มีเงาร่างสตรีสองร่างก้าวเข้ามาหา ผู้หนึ่งกำลังถือน้ำชากาหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า

ไป่มู่ชิงมองดูใบหน้าที่สงบเสงี่ยมนั่นแล้วก็ได้แต่ขบเคี้ยวฟัน หากแต่ถึงกระนั้นก็ยังคลี่ยิ้มอ่อนหวาน

“ถวายพระพรเพคะ”

ฉู่ซูเหยียนช้อนสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนจะกระตุกมุมปากขึ้น

“เชิญองค์หญิงเก้า”

ไป่มู่ชิงดูท่าทางของอีกฝ่ายที่เชื้อเชิญให้นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแสดงกิริยาเช่นนี้ก็ได้แต่กรีดร้องในใจ ขอเพียงชายตรงหน้าโปรดปรานนางสักเล็กน้อยการหาเรื่องเข้าวังก็คงจะง่ายดายขึ้นเป็นอีกเท่าตัว!

หญิงสาวขยิบตาให้หลี่หยู่ที่เดินตามมาราวกับจะให้สัญญาณให้อีกฝ่ายออกไป ก่อนที่ร่างบอบบางจะค่อยๆ หย่อนตัวลงแล้วรีบรินน้ำชาลงในจอกแก้วอย่างประจบประแจง

“หม่อมฉันได้ยินว่าช่วงนี้พระองค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ชาอู่หลงช่วยบรรเทาอาการเครียดได้เพคะ”

ฉู่ซูเหยียนรับจอกน้ำชามาไว้ในมือก่อนที่จะจิบครั้งหนึ่ง

“เจ้ามาอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง หากต้องการอันใดเพิ่มเติมบอกข้าได้”

“ทุกคนล้วนต้อนรับหม่อมฉันเป็นอย่างดี เพียงเท่านี้หม่อมฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งแล้วเพคะ”

ไป่มู่ชิงยังคงยิ้มเอาใจ ทว่าหางตากลับคอยชำเลืองเพื่อสังเกตความรู้สึกอีกฝ่าย ในใจอยากจะเอามือไปแตะต้องตัวเขาเพื่ออ่านความในใจเสีย แต่ท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังตัวนั่นทำให้นางมิสามารถกระทำการได้ดั่งใจ

อย่างน้อยๆ ขออ่านใจเขาเพื่อรู้ว่าเขามีความคิดอย่างไรต่อนางกันแน่ จะได้วางแผนต่อไปได้ถูกต้อง

หญิงสาวมองดูจอกน้ำชาที่ว่างเปล่านั่น เอื้อมมือออกไปเร็วๆ หวังจะให้ปลายนิ้วถูกมือเขาสักเล็กน้อย

ฉู่ซูเหยียนที่มีปฏิกิริยาว่องไวรีบผละมือออก ดวงตาพยัคฆ์จ้องมองร่างบอบบางที่พ่นลมหายใจอย่างคาดคั้นอยู่บ้าง

“เจ้าจะทำอะไร”

ไป่มู่ชิงกะพริบตา แสร้งตีสีหน้าตกใจ

“หม่อมฉันมิได้มีเจตนาทำให้ท่านอ๋องตกใจ หม่อมฉันเพียงแค่จะเติมน้ำชาให้เท่านั้น”

บีบเสียงนุ่มเล็กน่าสงสาร แต่ถึงกระนั้นก็ยังแอบเข่นเขี้ยวในใจ ผู้ชายอะไร หวงเนื้อหวงตัวเสียจริง!

ฉู่ซูเหยียนเพ่งมองอีกฝ่ายที่เผยความคิดออกมาทางดวงตาแวบหนึ่ง จากนั้นจึงกระแอมเสียงเบา

“องค์หญิงมีเรื่องอันใดรีบกล่าวมาเถิด”

ไป่มู่ชิงหัวเราะในลำคอเบาๆ คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะถามออกมาตรงๆ เช่นนี้ อย่างน้อยๆ ก็ควรจะผูกมิตรไมตรีต่อนางให้มากกว่านี้อีกสักนิดมิใช่หรือ?

ท่านอ๋อง...หม่อมฉันติดใจเรื่องการตายของพี่สาม พาหม่อมฉันไปหาหลักฐานในวังได้หรือไม่

ครั้นจะให้พูดออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้นก็ดูจะสร้างความเคลือบแคลงให้เขามากจนเกินไป

“ท่านอ๋องคิดมากเกินไปแล้ว หม่อมฉันเพียงเป็นห่วงพระองค์ หาได้มีความคิดอื่นแอบแฝง”

ฉู่ซูเหยียนมองดูสตรีที่ส่งยิ้มหวานพลางหรี่ตาเล็กลง ถึงแม้มุมปากจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าแววตาของนางกลับดูแข็งขืนอย่างไรชอบกล

“เจ้ามาหาข้าที่นี่ก็ดี ข้ามีเรื่องต้องการจะพูดกับเจ้าให้เข้าใจเสียก่อน”

“ท่านอ๋องมีเรื่องอันใด กล่าวมาได้เลยเพคะ”

“ข้ามิเคยคิดจะรับชายามาก่อน” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยเบา อีกทั้งยังเปลี่ยนท่วงท่าการนั่งให้สบายมากยิ่งขึ้นคล้ายกับกำลังสนทนาเรื่องทั่วไป “พิธีมงคลครั้งนี้เป็นความประสงค์ของเสด็จพ่อ อย่างไรเสียข้าก็จะดูแลและปกป้องเจ้าเป็นอย่างดี ในฐานะปาหวางเฟย”

ไป่มู่ชิงเลิกคิ้วขึ้นราวกับต้องการพิจารณาคำพูดของเขาเมื่อครู่ จากนั้นจึงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดได้ว่าที่แท้แล้วเขาต้องการจะสื่อเรื่องอะไรออกมากันแน่

การแต่งงานที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของฮ่องเต้ เป็นเช่นนั้นแล้วก็ให้นางเลิกหวังเรื่องความรักใคร่โปรดปรานไปได้เลย!

หญิงสาวรักษาความสงบไว้ได้เป็นอย่างดี มิหนำซ้ำยังส่งยิ้มให้อย่างไม่โกรธเคืองใดๆ

ฮึ! ถึงกับเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้วนางก็จะไม่พยายามเสาะหาความโปรดปรานจากเขา

“หม่อมฉันทราบแล้ว ท่านโปรดวางใจ”

จุดประสงค์สองอย่างที่นางต้องการจากการแต่งเข้ามาในถงเยว่ครั้งนี้คือการสืบหาความจริงเรื่องพี่สามและหลีกหนีความวุ่นวายจากการหาเรื่องของแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้ายนั่นต่างหาก

ถึงแม้จะไม่ได้รับความสนใจจากเขา ขอเพียงมีที่ซุกหัวนอนและเป็นที่พึ่งพิงอย่างสงบในชีวิตในอนาคตของนางในอนาคตก็เป็นพอ เรื่องอย่างว่าของสามีภรรยาไม่ต้องก็ได้!

ไป่มู่ชิงคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อเห็นถึงหนทางเอาตัวรอดในขณะที่ฉู่ซูเหยียนหลุบสายตาต่ำลง ใบหน้าเครียดขึ้ง เหตุใดนางถึงไม่แสดงท่าทีไม่พอใจบ้างเลย มีสตรีใดบ้างที่ได้ยินว่าที่สามีกล่าวเช่นนี้แล้วยังยิ้มหน้าระรื่นได้อยู่อีก

บางทีอาจจะเป็นเพราะนางมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแห่งเหอเป่ย เรื่องปั้นหน้ารับแขกจึงต้องเรียนรู้มาบ้าง

แต่นั่นก็มิใช่เรื่องสำคัญไปกว่าการที่นาง ‘เข้าใจ’ สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อจริงๆ

“หากเจ้ามิมีปัญหา ข้าก็เบาใจ”

ฉู่ซูเหยียนกระตุกขึ้นคล้ายยิ้ม จากนั้นจึงเอื้อมไปรินน้ำชาใส่อีกจอกหนึ่ง

“ฉู่ซูเหยียนขอคารวะองค์หญิง”

นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกมารับ จากนั้นจึงยกขึ้นจิบอย่างมีมารยาท

“ขอบพระทัยเพคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status