로그인มาง้อ
“มีอะไร” อคินทร์ไม่เกรงกลัวคนพาลทั้งสี่คนรวมกับคนที่มีเรื่องกับเขาเป็นห้าคน
อัญญาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอไม่อยู่เฉย ปรี่เข้าไปห้ามผู้ชายเหล่านั้น
“มีอะไรกันเหรอคะพี่ ๆ น้องชายของฉันไปทำอะไรให้พวกพี่ไม่พอใจอะไร” เธอเอ่ยเสียงหวานพยายามใช้มารยาหญิงเข้าไปอ่อยขอให้พวกพ้องของชายขี้เมาใจเย็นไม่เอาเรื่องอคินทร์
“คนสวย พี่ไม่อยากมีเรื่องกับหนูนะคะ พี่แค่อยากสั่งสอนไอ้หน้าอ่อนนี่ มันปากดีไม่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่” ชายคนที่เมาเอ่ย
“หนูขอได้มั้ยคะพี่ น้องชายหนูเขาเป็นแบบนี้แหละค่ะ เดี๋ยวหนูจะสอนเขาเอง”
เขานิ่งยอมฟังอัญญา สายตาเจ้าเล่ห์แสนร้ายกำลังคิดเรื่องไม่ดี
หมับ...แค่ชั่วพริบตาเขาดึงร่างเธอเข้าไปกอดไว้แน่น
“งั้น...คนสวยก็ไปกับพี่สิจ๊ะ”
“เฮ้ย! ปล่อยเธอนะโว้ย” ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นก็ยอมไม่ได้ ตรงปรี่จะเข้าไปช่วยพี่สาว แต่ก็โดนชายฉกรรจ์ที่เขาพามาดักเอาไว้
ตุบ! ตับ! หนุ่มน้อยโดนทั้งต่อยทั้งเตะจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น หญิงสาวอยากเข้าไปช่วย แต่ร่างกายก็โดนรั้งไว้ คนเมากอดเอวเธอเอาไว้แน่น
“หยุดนะ! ปล่อยเขาไปนะไอ้ชาติชั่ว” เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนใหญ่ของคนเมา ทนดูไม่ได้ที่เห็นอคินทร์โดนทำร้ายปางตาย
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างแตกตื่นกันใหญ่ แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยชายหนุ่มที่โดนรุมเลยสักคน
หมับ...ขณะนั้นเอง มีมือใหญ่มากระชากร่างของอัญญาจากหนุ่มใหญ่ออกไปได้และฝากหมัดเข้าไปเต็มเบ้าตาของเขา
ผลัวะ! ตุบ! แถมเตะจนเซล้มหน้าหงาย ซ้ำยังเดินไปกระทืบซ้ำอีกหนึ่งที
“มึงกล้าแตะต้องแฟนกูเหรอวะ!” ชยางกูรใช้เท้าเหยียบคู่กรณีที่นอนครางโอดอยู่หน้าผับ เขาโมโหจนหน้าแดงกัดฟันกรามกรอด
อีกด้านการ์ดของผับได้ตามออกมา จับตัวชายที่กระทืบอคินทร์ไว้ได้ ชายหนุ่มนอนนิ่งแทบจะลุกไม่ขึ้น โดนฝ่าเท้ายำเละขนาดนั้นเป็นใครก็คงไปไม่เป็น อัญญารู้สึกผิดต่อรุ่นน้องรีบเข้าไปดูอาการ
“คิน โอเครึเปล่า นายไหวมั้ย” เธอประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่ง ท่าทีที่ดูห่วงใยแฟนเก่าของอัญญา ทำให้ชยางกูรรู้สึกไม่ดีนัก แม้จะเข้าไปดูคนเจ็บก็เถอะ
“ผ...ผมโอเค พี่ พี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย” ตัวเองเจ็บปางตายก็ยังจะห่วงคนอื่น
“พี่ไม่เป็นไร นายนั่นแหละที่เจ็บ เพราะพี่แท้ ๆ เลย” อัญญาแสดงสีหน้าเห็นใจชายหนุ่มทั้งยังรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เขาเจ็บตัว เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าแฟนใหม่กำลังหึงจนควันออกหูอยู่แล้ว
“ลุกไหวรึเปล่า จะพาไปหาหมอ” ชยางกูรเอ่ยเสียงห้วนถามคนเจ็บ ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยความน้อยใจ
“ไหว” อคินทร์พยายามหยัดกายลุก พอยืนขึ้นได้เสี้ยววินาที เขาจะเซล้มไปทางอัญญา แต่คนขี้หึงเร็วกว่ารีบคว้าตัวหนุ่มน้อยให้ล้มมาทางตัวเอง
แฟนข้าใครอย่าแตะ ยิ่งเป็นแฟนเก่ายิ่งไม่อยากให้เข้าใกล้ เขาจะเป็นรถดับเพลิงฉีดถ่านไฟเก่าให้สิ้นเชื้อเพลิงเอง อย่าได้หวังว่าจะได้หวนกลับคืน
@ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“ดูเป็นห่วงเป็นใยเขาจังเลยนะ” ชยางกูรเอ่ยถามแฟนสาวระหว่างนั่งรออคินทร์ตรวจร่างกายหน้าห้องตรวจ
“เปล่านะคะ ก็ฉันเป็นต้นเหตุทำให้น้องเขาเจ็บตัว ถ้าเขาเป็นอะไรไปเพราะฉัน คงไม่สบายใจแน่ ๆ”
“เฮ้อ...แววตาคุณมันฟ้อง ถ้ายังรักกันอยู่ ก็ไม่ควรตัดสินใจคบกับผมนะ”
“นี่คุณจะหาเรื่องฉันเหรอคะ”
“เปล่า แค่ไม่อยากโดนหักหลัง”
“ถ้าคุณไม่โอเคหรือไม่ไว้ใจที่จะคบกับฉัน เราหยุดแค่นี้ก็ได้นะคะ” คำพูดของเธอที่เอ่ยออกมามันเหมือนมีดแทงใจเขา ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อเพราะตัวเองก็กำลังไม่พอใจอยู่ เลือกที่จะเดินหนีเธอไปเงียบ ๆ
“ทำไมต้องงี่เง่าด้วย เขาช่วยฉันไว้ แทนที่จะขอบคุณเขา” อัญญามองตามหลังเขาจนลับสายตา ได้แต่ถอนหายใจ จะทิ้งคนเจ็บไว้ก็ดูไม่ดี จึงเลือกที่จะรอฟังอาการของอคินทร์ก่อน ส่วนชยางกูรเดี๋ยวค่อยหาทางปรับความเข้าใจกับเขาอีกที
@ คอนโดของชยางกูร
หลังจากฟังอาการของหนุ่มรุ่นน้อง ซึ่งอาการไม่ได้น่าห่วงอะไรแล้ว เพียงแต่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอีกสักคืน อคินทร์โทรหาญาติมาคอยดูแล ส่วนอัญญาก็กลับมาที่คอนโดของชยางกูร
“เขายังไม่กลับมาที่ห้องเหรอ” หญิงสาวเข้ามาในห้องพบแต่ความว่างเปล่า ทุกซอกทุกมุมไม่มีเขาอยู่เลย “ช่างเถอะ จะไปไหนก็แล้วแต่เขาปะไร ไม่เชื่อใจกันบ้างเลย”
เธอถอนหายใจและทำใจ ไม่โทรไม่ตาม อาบน้ำเปลี่ยนชุดเข้านอนตามปกติ
วันต่อมา
ชยางกูรเปิดเข้าห้องมาปรากฏว่าไม่พบแฟนสาว มีเพียงโจ๊กหนึ่งถ้วยที่น่าจะเย็นหมดแล้ววางอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร “เฮ้อ” เขามองมันและถอนหายใจ
“รีบไปหาแฟนเก่าล่ะสิ คงตื่นมาต้มโจ๊กไปให้เขากิน นี่คงเป็นของเหลือสินะ” เขาคิดว่าอัญญาตั้งใจต้มโจ๊กไปให้อคินทร์กิน จึงยกถ้วยเทอาหารลงอ่างจนหมด ยังน้อยใจเธออยู่ น้อยใจเรื่องที่เธอห่วงแฟนเก่ายังไม่พอยังน้อยใจเรื่องที่แฟนสาวไม่ยอมโทรตามมาง้อเมื่อคืนอีก และอีกเรื่องก็ที่เธอพูดเชิงบอกเลิกกับเขาด้วย
เขาแอบไปเปิดห้องนอนค้างที่อื่นเพื่อให้เธอโทรตามง้อสักหน่อย ที่ไหนได้เธอไม่สนใจ ส่งข้อความยังไม่ทำเลย เธอคงไม่ได้รู้สึกว้าวุ่นใจเรื่องเขาเลยมั้ง มีแต่เขาที่เป็นบ้าไปเอง
@ Autumn sweet time Hotel
อัญญากลับมาทำงานตามปกติ ก่อนกลับเธอไม่ได้กลับไปลายายกับน้องสาวรวมถึงไปเยี่ยมอคินทร์เลยด้วยซ้ำ ทำโจ๊กไว้ให้แฟนหนุ่มก็รีบตีตั๋วกลับมาทำงานเลย วันนี้เธอเข้างานกะบ่ายลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน
“เป็นไงบ้างอัน ไปทำงานกับคุณฌอนที่กรุงเทพฯ สนุกมั้ยจ๊ะ” ชนิสาเข้ามาสอดรู้สอบถามเพื่อนร่วมงานตามนิสัยของเธอ
“ก็ดีนะ คุณฌอนใจดีมาก”
“ใจดีแค่กับอันรึเปล่า ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้มงวดมากแน่ ๆ” หญิงร่างท้วมจงใจพูดเชิงประชดประชัน
“ก็ธรรมดาแหละ ฉันเป็นแฟนเขานี่ อิจฉาเหรอเมย์” คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี เจอถ้อยคำเสียดสีก็ยากที่จะควบคุมอารมณ์
“เปล่านะ เมย์จะอิจฉาอันทำไม เมย์ไม่กล้าไต่ระดับขึ้นไปอยู่เทียบชั้นกับอันหรอก เราใช้เต้าไต่ไม่เก่ง” น้ำเสียงอ่อนหวานแต่ความหมายดูหมิ่นชัดเจน ชนิสาพยายามหาเรื่องให้อัญญาปรี๊ดแตก ทว่าเธอรู้ทันจึงเลือกที่จะนิ่ง มองหน้าและเดินเลี่ยงไปดื้อ ๆ
จุดประสงค์ของชนิสาคือทำให้เพื่อนร่วมงานเกลียดอัญญาและหันมาสงสารเธอให้มากที่สุด หลัง ๆ อัญญาไม่ค่อยไหลตามเกมเธอเลยใช้คำแรงขึ้นทุกวัน
ถึงเวลาของมื้อเย็น อัญญาออกมาเติมของหวานที่ห้องอาหาร ระหว่างที่กำลังจัดวางขนมอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนยืนมองเธออยู่
พิชชี่เพ่งมองเธอความสงสัย ทำไมพนักงานในชุดครัวคนนี้ช่างคุ้นตา เธอจึงตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้อัญญา และถึงบางอ้อทันที
“นี่เธอ ทำงานเป็นแม่ครัวที่นี่เหรอ?” พิชชี่เอ่ยกับอัญญา สายตามองเหยียดตั้งแต่หัวจรดเท้า
อัญญาหันมามองหน้าแขกที่เข้ามาทัก ถึงกับชะงัก ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่และในสภาพนี้
“ค่ะ ฉันทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่นี่” เธอเชิดหน้ายอมรับ
“ฉันคิดว่าเธอเป็นลูกคุณหญิงคุณนายที่ไหนซะอีก ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ฌอนจะคบกับพนักงานระดับล่างขนาดนี้” หญิงสาวยิ้มแหยะ
“ไม่แปลกใจเลยที่คุณฌอนไม่คบกับคุณต่อ เพราะทัศนคติแบบนี้นี่เอง”
“นี่หล่อน อย่ามาปากดีนะ ฉันเป็นแขกของที่นี่นะยะ คอมเพลนเธอก็ได้นะ”
“เชิญค่ะ แฟนฉันเป็นถึงจีเอ็ม คุณคิดว่าเขาจะปกป้องใคร” อัญญาใช้ตำแหน่งของชยางกูรเข้ามาช่วยตัวเอง
“ฮึ ปากเก่งไปเถอะ ทั้งที่เขาเป็นถึงจีเอ็มแต่เธอก็ยังเป็นได้แค่ผู้ช่วยเชฟธรรมดา เขาคงไม่ได้รักเธอจริงหรอก อย่ามั่นให้มันมาก ก็แค่ของว่างทานเล่น เขาเบื่อเมื่อไหร่เธอเตรียมตัวเป็นหมาหัวเน่าได้เลย” คำพูดของหญิงสาวทำให้อัญญาหวั่นใจไม่น้อย สถานการณ์ของเขาและเธอตอนนี้มันยิ่งตอกย้ำว่ามีความเป็นไปได้สูง
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ห่วงตัวเองก่อนมั้ยคะ มีสามีแล้วยังเที่ยวมาหาชายอื่นระวังจะโดนจับได้นะ”
“ฉันเอาตัวรอดได้ ถ้าเธอไม่พูดเสี่ยก็คงไม่รู้หรอก”
“ก็ไม่แน่นะคะ ฉันหึงจนหน้ามืดขึ้นมา อาจจะเอาเรื่องคุณไปส่งข่าวเสี่ยสักวัน”
“ขู่ฉันเหรอ”
“เปล่า ถ้าทนไม่ไหวก็คงต้องทำจริง”
“ถ้าฉันโดนจับได้ พี่ฌอนก็ต้องซวยด้วย เธอทนได้เหรอที่จะเห็นเขาโดนเสี่ยทำร้าย”
“ถ้าหญิงก็ร้ายชายก็เลว มันก็ต้องสมควรตายทั้งคู่นั่นแหละค่ะ”
“นี่หล่อน” พิชชี่เถียงไม่สู้อัญญา เธอโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เริ่มหวั่นใจขึ้นมาจริง ๆ อุตส่าห์โกหกเสี่ยว่าอยากมาสปาหน้าที่นี่ยอมเปิดห้องพักเพื่อมาง้อชยางกูร เจอก้างชิ้นใหญ่จนได้ แต่เผอิญเธอหน้าหนา ถึงจะกลัวคำขู่ของอัญญา ก็ยังจะสู้ต่อ
“ดิฉันขอตัวไปทำงานนะคะ” อัญญาเอ่ยก่อนจะหันหลังให้พิชชี่
เมื่อหันหลังให้พิชชี่เดินไปไม่กี่ก้าวชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงก็ปรากฏตัวราวกับมีใครส่งคิวให้เขาออกมา
ชยางกูรเดินตรงมาทางอัญญา ทว่า...เขากลับทำแบบนี้กับเธอ
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







