เข้าสู่ระบบในตำหนักอี๋หลัน
องค์หญิงเสาหนิงนึกถึงตัวเองที่ถูกทิ้งให้คัดอักษรอยู่ในห้องตำราอย่างเดียวดายก็โกรธอย่างมาก ยิ่งนึกถึงภาพนั้นระหว่างพวกเขาในศาลากลางน้ำก็พลันรู้สึกโกรธจนต้องระบายโทสะออกมาไม่ยั้ง นางเขวี้ยงถ้วยน้ำชาแตกกระจาย เศษกระเบื้องอันคมกริบถึงขั้นกระเด็นกรีดผิวแก้มนางกำนัลน้อยที่รอรับใช้
อีกฝ่ายรีบกุมแก้มปิดปากแล้วฟุบตัวหมองหน้าลง ด้วยมิกล้ากรีดร้องออกมา หาไม่ คงไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้
บ่าวรับใช้คนอื่นๆ ต่างหวั่นเกรงอกสั่นขวัญแขวน นางอาวุโสจึงโบกมือไล่ “ไป พวกเจ้าไสหัวไปซะ เห็นแล้วรำคาญตานัก”
นางกำนัลคนนี้มีนามว่าซินเยี่ยน ด้วยเป็นคนสนิทขององค์หญิงเสาหนิง จึงนับว่ามีอำนาจในตำหนักพอควร
ซินเยี่ยนเห็นผู้เป็นนายเกรี้ยวกราดปานนี้คาดว่าคงชอบคุณชายหยางจริงๆ นางจึงเสนอความคิดตามตรง “องค์หญิงขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาทดีหรือไม่เพคะ ถึงอย่างไรก็ปักปิ่นแล้ว ขอรางวัลเป็นงานมงคล ไม่นับว่าไร้เหตุผล”
เจิ้งเสวี่ยหรงไม่เห็นด้วย
นางรู้ความคิดของฮ่องเต้เจิ้งดี พระองค์เป็นบิดาที่ไร้ใจต่อบุตรภรรยา แต่กลับปกครองไพร่ฟ้าอย่างรักใคร่เปี่ยมเมตตามีคุณธรรมมากเกินไป ถึงขั้นควบคุมโอรสธิดาอย่างเข้มงวดไม่ผ่อนปรน
เกิดเป็นคนในราชวงศ์สูงศักดิ์อยู่เหนือผู้คนแท้ๆ แต่กลับมิอาจทำตามอำเภอใจ
แม้องค์หญิงองค์ชายจะมีอำนาจเทียมฟ้าแต่กลับอยู่ใต้กฎหมายต้าเจิ้งเยี่ยงชาวประชาสามัญอย่างน่าขัน
เป็นความเลื่อมใสศรัทธาที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง
“เสด็จพ่อไม่มีทางพระราชทานสมรสแบบส่งๆ คงเรียกเขามาถามความก่อน และเขาย่อมปฏิเสธเป็นแน่ ที่สำคัญเขาจะเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์ว่ามีคนรักอยู่แล้ว ยามนั้นมิเท่ากับข้าแย่งชิงเขามาอย่างไร้ยางอายหรือ? เสด็จพ่อย่อมลงทัณฑ์ข้า นับว่าข้าหาเรื่องใส่ตัวแล้ว”
องค์หญิงเสาหนิงที่งดงามสูงส่งเหนืออิสตรีทั่วหล้าถูกปฏิเสธมงคลสมรส ถูกตราหน้าว่าแย่งบุรุษจากสตรีอื่น นำความเสื่อมเสียมาสู่ราชวงศ์ ฮ่องเต้คงสั่งขังตำหนักเย็นหรือไม่ก็มอบแพรขาว คราวที่มารดาทำผิดยังถูกลงทัณฑ์ไม่มีละเว้น บิดาของนางเด็ดขาดเฉียบคมยิ่งนัก
นางกำนัลซินเยี่ยนหรี่ตาขบคิดครู่หนึ่งค่อยว่าอีก
“หาเรื่องกลั่นแกล้ง ทำให้ค้าขายที่เมืองหลวงไม่ได้ ต้องระเห็จออกไปต่างเมือง เป็นอย่างไรเพคะ”
“แผนการตื้นเขินเช่นนั้น มิอาจได้ผลในระยะยาว ไม่นานพวกเขาต้องกอบกู้การค้ากลับมาได้อีกแน่นอน หากไร้ความสามารถจะทำการค้าในเมืองหลวงได้หรือ?”
ซินเยี่ยนว่าต่อ “เช่นนั้นก็ฆ่านางเสีย พอเขาสูญสิ้นคนรัก ย่อมแต่งงานกับองค์หญิงได้โดยชอบธรรมเพคะ”
“ฆ่านังนั่นตายแล้วเขาจะตัดใจหรืออย่างไร ต่อให้อยู่กับข้าแล้วเขาจะลืมนังนั่นหรือไร แต่งกับข้าแต่คิดถึงสตรีที่ตายเป็นผีไปแล้วทุกวัน เห็นข้าเป็นตัวตลกหรือไร?”
นางกำนัลคิดไม่ออกอีกจึงเงียบปาก ในใจคิดอย่างเข้าใจผู้เป็นนาย สตรีที่เติบโตในราชวงศ์ล้วนเป็นเช่นนี้ กระหายความโปรดปราน หากชอบก็เพียงช่วงชิงมา โดยไม่เคยสนใจวิธีการ
เพียงแต่ยังต้องละเอียดรอบคอบ อย่าให้ถูกจับได้
เรื่องใช้แผนการแยบคายในการแย่งชิงนับเป็นการฝึกเชาว์ปัญญาเท่านั้น ขอเพียงคว้าชัยอย่างไร้ข้อกังขา ถูกผิดก็เป็นแค่เรื่องของการสร้างหลักฐานขึ้นมา
ซินเยี่ยนเร่งหาวิธีช่วยองค์หญิงของตนในขณะที่เจิ้งเสวี่ยหรงเองก็ครุ่นคิดอย่างชั่วร้าย ชั่วครู่จึงได้แผนการ
“ข้ามีวิธีหนึ่ง”
ซินเยี่ยนกระตือรือร้น “อย่างไรหรือเพคะ?”
“บีบบังคับให้นังชั้นต่ำนั่นเขียนจดหมายสะบั้นรักตัดสัมพันธ์กับหยางหลินซะ”
พูดง่ายแต่ทำยาก ไม่มีหญิงใดเขียนจดหมายนั้นให้ชายคนรักหรอก ซินเยี่ยนได้แต่คิดทว่ามิกล้าขัด
เจิ้งเสวี่ยหรงเองก็คิดว่ายาก
คิดไปคิดมาก็พลันนึกถึงบุรุษผู้หนึ่ง
คนผู้นั้นแอบมองลู่เฟยลี่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าเขาแอบชอบนังนั่น
เจิ้งเสวี่ยหรงเป็นสตรีที่ชอบสังเกตเพื่อจับผิดผู้คน หมายหาจุดอ่อนเผื่อมีโอกาสใช้เล่นงานและใช้ประโยชน์
ที่ลานแข่งขันวันนั้น นางจึงสังเกตเห็นซ่งเหว่ยจง
“ซินเยี่ยน ไปพาตัวคนผู้หนึ่งมาพบข้า”
“อืม ข้าก็ไม่อยากเอ่ยถึงนางเช่นกัน ปวดหัว”“ต่อไปนี้พวกเราคงได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบเสียที ข้าแสดงออกว่าเป็นราชบุตรเขยที่ดี จึงเป็นที่ไว้วางพระทัย พอออกปากว่าทำใจเรื่องที่สูญเสียภรรยามิได้ ขอไปประจำการเมืองเยี่ยโจวเพราะไม่สามารถทนเห็นภาพเก่าในวังได้อีก ฝ่าบาททรงอนุญาตทันทีไม่มีท่าทีสงสัยอะไร ทั้งยังมอบตำแหน่งขุนนางใหญ่ให้ ไปอยู่ที่นั่นย่อมหลุดพ้นจากสายพระเนตรพระกรรณ ไม่ต้องคอยระแวดระวังเรื่องราวแต่หนหลังว่าจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราเมื่อใด เจ้าต้องติดตามข้าไปด้วย ยินดีหรือไม่?”ลู่เฟยลี่แย้มยิ้มพยักหน้าให้เขา “ใต้หล้ากว้างใหญ่ แน่นอนว่าอยู่ไกลย่อมสงบปลอดภัยกว่าอยู่ใกล้วังหลวง สามีไปไหนภรรยาก็จะไปด้วยทุกที่เจ้าค่ะ”“ดียิ่ง ดีเหลือเกิน”หยางหลินรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดแนบอกแกร่ง หอมแก้มนางฟอดใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครึ่งค่อนคืนผ่านพ้น ทั้งสองยังคงตระกองกอดกัน อิงแอบแนบชิดใต้แสงจันทร์เนิ่นนานสาวใช้ถิงถิงแอบมองอย่างปลื้มปริ่มจนน้ำตารินในที่สุด นายหญิงกับคุณชายหยางก็กลับมาพบกัน เฮ้อ...เสียเวลากับองค์หญิงไร้ยางอายผู้นั้นอยู่เนิ่นนาน หาไม่ คู่รักที่แท้จริงคู่หนึ่งคงได้แต่งงานสร้างครอบครัวที่อบอุ่
“ใช่ บุญคุณช่วยชีวิตข้าจะจดจำระลึกตลอดไว้ไป แต่ความแค้นหมายย่ำยี เขาต้องให้ชดใช้”“เจ้าใจดีเกินไป”ลู่เฟยลี่หัวเราะ “ไม่เหมือนท่าน ลงมือเหี้ยมโหดยิ่ง องค์หญิงเสาหนิงตายตาไม่หลับเลยสินะ”“นางสมควรได้รับ” หยางหลินแค่นเสียงเย็น จับปอยผมของนางมาม้วนเล่นกับนิ้วอย่างเพลิดเพลิน หยอกเอินอย่างคิดถึงครู่หนึ่งจึงถาม “ยาของเจ้าได้ผลดีเกินคาด”“ข้าแอบไปเสาะหาอย่างยากลำบากเชียวนะ”“อาอี้ให้เจ้ามาหรือ? แต่ตัวเขาก็ไม่รู้เรื่องยานี่”“เขาไม่มีความรู้ หากแต่สหายของเขารู้ดีเชียวล่ะ”หญิงสาวได้มาจากหุบเขาโอสถเมื่อเดือนนั้นก่อนที่หยางหลินจะแต่งงานที่นั่นมีสหายต่างวัยของเหวินอี้อาศัยอยู่เพียงลำพัง อีกฝ่ายมีฉายาว่าเทพสมุนไพรเก่งกาจเรื่องยาพิษเป็นที่สุดนางคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ไปเยือน ได้ยามาเยอะทีเดียว สหายต่างวัยของเหวินอี้ช่างจิตใจกว้างขวางดุจทะเลยิ่ง ที่สำคัญนางยังได้รับการชี้แนะเป็นพิเศษจากสำนักชีที่นั่น ทั้งเรื่องการวางแผนและกลยุทธ์อันสงบเยือกเย็นล้วนได้รับการบ่มเพาะจากแม่ชีเทวดาชายหนุ่มรู้สึกทึ่ง “เจ้ามีพวกพ้องไม่ธรรมดา”ลู่เฟยลี่หัวเราะออกมาแต่ในน้ำเสียงที่หัวเราะนั้นปนเปื้อนด้วยคว
ตอนที่องค์หญิงกำลังเจ็บหนักอย่างทุกข์ทรมาน เขาพูดกระตุ้นให้นางโกรธจัดเพื่อที่จะได้มีอาการเลือดลมสูบฉีดรุนแรงจนติดขัด เกิดภาวะโมโหจนตาย[1]เขากระซิบชิดริมหูขาว “แท้จริงองค์หญิงมิได้ตั้งครรภ์ เพียงได้รับยาพิษจากน้ำชาที่ข้ารินให้ทุกค่ำคืน ยานั่นจะทำให้สตรีมีอาการเห็นภาพมายา ดำดิ่งล้ำลึก ต่อมายังมีอาการคล้ายตั้งครรภ์ ยิ่งดื่มยาบำรุงครรภ์ก็จะยิ่งได้รับพิษที่เสริมกันโดยไม่รู้ตัว หาสาเหตุของอาการป่วยไม่เจอ สุดท้ายก็จะมีอาการคล้ายตกเลือด โดยที่ไม่มีเด็กในครรภ์ เจ้าของร่างจะเสียเลือดจนตายช้าๆ อย่างทรมาน หึหึ” พูดจบก็หัวเราะเยาะเย้ยเย็นชาคนฟังเบิกตาโพลง ทำได้เพียงอ้าปากพะงาบ ๆเจ็บปวดแสนสาหัส ทรมานอย่างหาที่สุดมิได้หยางหลินก้มหน้ากระซิบอีกว่า“นี่คือบาปกรรมที่ท่านต้องชดใช้ให้ข้าและเฟยลี่ จงตายไปซะ ชาติหน้าก็ข้าอวยพรให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานถูกเฆี่ยนตีจนตาย ขอให้เจ้าตายแล้วตายอีก ตายซ้ำๆอย่างทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์”เจิ้งเสวี่ยหรงโมโหจนหายใจไม่ออก ทำได้เพียงแค่อ้าปากเบิกตา ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วที่มักชูขึ้นมาชี้หน้าด่าทอ อำนาจองค์หญิงที่มีล้วนไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไปและสุดท้าย นางก็ทรมานจนสิ้นใ
เรือนจิวเฟิงถ้วยชาถูกวางลงแล้วเลื่อนออกห่างอย่างต้องการตัดบทสนทนาที่กินเวลายืดยาวจนน่าเอือมระอา“ดึกมากแล้ว ท่านกลับไปเถิด ข้าอยากพักผ่อน” หญิงสาวยังคงย้ำอย่างใจเย็น “ข้าอยู่คนเดียวได้”ซ่งเหว่ยจงมักถูกลู่เฟยลี่ปฏิเสธอย่างเย็นชาทุกคราที่เจอหน้าแล้วเขาพยายามเกี้ยวพาความอดทนจึงถึงคราวสิ้นสุดลงในวันนี้“ข้าไม่อยากกลับ อยากอยู่กับเจ้าอีกสักพัก”“เช่นนั้นท่านก็นั่งต่อได้เลย ข้าไปล่ะ”ลู่เฟยลี่ลุกขึ้นเดินกลับเข้าเรือนส่วนตัว ทิ้งไว้เพียงซ่งเหว่ยจงให้นั่งอยู่ที่โต๊ะหินใต้ร่มไม้ตรงลานกว้างลำพังแน่นอนว่าเขาไม่คิดจะนั่งเฉกเสาหินเช่นนั้นหันซ้ายหันขวาไม่มีบ่าวรับใช้อยู่แถวนี้เลยสักคน ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินปรี่เข้าไปรั้งแขนหญิงสาว“ข้าบอกว่าอยากอยู่กับเจ้า”เขาแค่นเสียงเย็นอย่างยากเก็บข่มอารมณ์“ท่านจะทำอะไร ปล่อย!”ลู่เฟยลี่บิดแขนออก แต่มือของซ่งเหว่ยจงทั้งร้อนทั้งเหนียวแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้าที่หนีบแขนของนางเอาไว้ พริบตาหญิงสาวก็ถูกฉุดกระชากเข้าเรือนส่วนตัว“เหว่ยจง ท่านอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”“ข้าบ้าแน่หากยังปล่อยเจ้าไปเหมือนทุกครา วันนี้คืนนี้ เจ้าต้องเป็นของข้า”ลู่เฟยลี่หรี่ตา “ท่านกล้า...”“เห
“ไม่ใช่ ข้าไม่ยอมรับ ไม่ใช่ลูกข้า ไม่มีทาง ลูกข้าต้องไม่อัปลักษณ์เหมือนเฮยอู๋ฉาง[1]แบบนี้!”ซินเยี่ยนไม่ยอมทำตามคำสั่ง นางอุ้มเด็กน้อยขึ้นมายื่นให้ตรงหน้าเจิ้งเสวี่ยหรง“องค์หญิงทรงทอดพระเนตรดูก่อน เด็กน้อยน่ารัก บอบบางปานใด”เจิ้งเสวี่ยหรงกรีดร้องโหยหวน “ไม่นะ ไม่ๆ ออกไป! เอาออกไปเดี๋ยวนี้! กรี๊ด!”สิ้นเสียงนั้น นางพลันสะดุ้งเฮือกตื่นเต็มตาบนเตียงใหญ่ เจิ้งเสวี่ยหรงนอนเบิกตาเหนื่อยหอบเพราะฝันร้ายนางฝันว่าลูกที่เกิดมาอัปลักษณ์เจิ้งเสวี่ยหรงยกมือกุมท้องกลมนูนของตนนิ่งๆ นางกล้าสาบานได้เลยว่าหากลูกเกิดมาน่าเกลียดเช่นนั้น ก็จะสั่งให้ฆ่าทิ้งอย่างไม่ลังเลเฉกในฝันเช่นกันคิดพลางกลอกตาไม่ยี่หระก่อนทำท่าจะหลับอีกหญิงสาวที่บำรุงร่างกายด้วยยาชั้นเลิศทุกวัน บัดนี้กลับนอนซมบนเตียงจนลุกไม่ขึ้นซินเยี่ยนที่เฝ้าอยู่เดินเข้ามา ค่อยๆ ถามอย่างระวัง “ให้หม่อมฉันไปเรียกหมอหลวงมาดีหรือไม่เพคะ”เจิ้งเสวี่ยหรงตวัดตามองอย่างหงุดหงิด คิดไปเองว่าเป็นปกติของสตรีตั้งครรภ์ที่มักอ่อนเพลียง่วงนอนทั้งวัน“นังโง่ ข้าแค่ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไสหัวไป! ห้ามใครรบกวน ข้าคร้านจะพบผู้ใด”“เอ่อ แล้วร
ซินเยี่ยนตะลีตะลานวิ่งวุ่นออกไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมหมอหลวงที่ถูกเชิญตัวมาราวพายุ เขาเดินกึ่งวิ่งขณะเข้ามาถึงในเรือนส่วนตัวขององค์หญิงเสาหนิง สีหน้าท่าทางเคร่งเครียดเพราะหวาดหวั่นอาญาอย่างยิ่ง ทั้งที่ไม่มีความผิดและยิ่งไม่เคยล่วงเกินอันใดก็กลัวได้ ครั้นจับชีพจรให้เจิ้งเสวี่ยหรง เขาก็แย้มยิ้มจนตาหยีโล่งอกนัก!“ทูลองค์หญิง ข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ”คนบนเตียงตวัดเสียงถามหงุดหงิด “ข่าวอะไร?”“ชีพจรมงคลพ่ะย่ะค่ะ”เจิ้งเสวี่ยหรงเบิกตาโต ความหงุดหงิดพลันหาย ความสงสัยในตัวสามีพลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งที่แท้ นางตั้งครรภ์! หยางหลินไม่ได้วางยา!หึหึ! ลู่เฟยลี่เอ๋ยบุรุษของเจ้า เขาไม่รักเจ้าแล้วจริงๆเขารักข้า...ความรู้สึกชนะแล้วชนะอีกนี่...ช่างมีความสุขเหลือเกินข่าวว่าเจิ้งเสวี่ยหรงป่วย เมื่อเชิญหมอหลวงมาตรวจชีพจรก็พบว่าตั้งครรภ์แพร่สะพัดออกไปอย่างทั่วถึง หยางหลินได้ยินพลันดีใจอย่างออกหน้าออกตา เขารีบมาเยือนถึงเรือนนางท่ามกลางสายตาบ่าวไพร่ เขาแสดงว่ารักใคร่ห่วงใยยิ่งนัก “น้องหญิง เจ้ากำลังจะมีลูกให้ข้า”เจิ้งเสวี่ยหรงหัวเราะชอบใจ“ใช่ ลูกกำลังจะเกิดมาเพิ่มพูนวาสนาให้ข้าแล้ว”หยา
ซ่งเหว่ยจงยังคงงุนงงไม่สร่างซาเมื่อถูกคนของตำหนักอี๋หลันเชิญตัวมา โดยการพาเข้าทางลับไร้ผู้ใดพบเห็นมิใช่ว่าหลอกมาฆ่าปิดปากกระมัง?เขามั่นใจว่าไม่เคยล่วงเกินองค์หญิงเสาหนิง วันก่อนที่ร่วมเรียนล้วนมีฉากกั้นชายหญิง ห่างกันปานนั้น แค่สบตายังไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำความสงสัยถูกเก็บงำแทบไม่มิด
หยางหลินพยักหน้ายอมจำนน หลายหนเขายังเอาการบ้านไปให้ลู่เฟยลี่ช่วยทำ นางเขียนได้ถูกต้องทั้งหมด ลายมือของนางงดงามทรงพลังยิ่งลู่เฟยลี่ว่าอีก “ที่สำคัญ หากข้ามาเรียนทั้งวันทุกวันแล้วกิจการของข้าเล่าใครจะดูแล เปิดหลายร้านเสียด้วย”ชายหนุ่มพยักหน้าเนือยๆ อีกรอบ “จริงของเจ้า”หญิงสาวจึงถาม “ไฉนอยากให้ข้าม
ระเบียงทางเดินในสำนักศึกษา ผ่านห้องตำราและเรือนต่างๆเหล่าศิษย์ที่เป็นบุรุษทั้งหลายต่างพากันเมียงมองสตรีสูงศักดิ์ผู้มาใหม่เป็นตาเดียวกันเจิ้งเสวี่ยหรงนับว่าเป็นสตรีที่รูปโฉมงดงามผู้หนึ่งเป็นต้นทุนเดิม เมื่อแต่งกายอย่าง ‘จงใจให้โดดเด่นเย้ายวนชวนพิศมัย’ จึงทำได้ไม่ยากเย็นยามนี้นางจึงสะดุดตาเป็นอย่า
เจิ้งเสวี่ยหรงถามนางกำนัลอาวุโสคนหนึ่งทันทีหลังจากสั่งให้ไปสืบมาอย่างเร่งด่วน อีกฝ่ายย่อมกลับมาพร้อมคำรายงานไม่มีตกหล่น“นางเป็นคุณหนูสกุลลู่เจ้าค่ะ ทว่าไร้บุพการีดูแล ไม่มีผู้อาวุโสค้ำจุน บิดาของนางตายในสนามรบ มารดาที่กำลังตั้งครรภ์นางตอนนั้นก็ตรอมใจ รอกระทั่งคลอดนางออกมาก็ตายตามสามีไปอีกคน”เจิ้







