تسجيل الدخولพลอยปภัสโคตรไม่เข้าใจว่าไตรฉัตรทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เขาเป็นคนพูดออกมาจากปากเองว่าไม่เคยรัก ไม่เคยรู้สึกใยดีหรือพิศวาสใด ๆ เธอทั้งสิ้นเพียงแค่ต้องการหลอกฟันแล้วทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ เท่านั้น
แล้วนี่ไง สิ่งที่เขาปรารถนา…เธอก็เดินเธอก็ยอมถอยออกมาจากเขาแล้ว ในเมื่อการที่มีเธออยู่ในชีวิตมันทำให้เขาฃไม่มีความสุขเธอก็ยอมเป็นฝ่ายทุกข์ทรมานแล้วปล่อยที่เขาได้อยู่ในโลกที่เขาต้องการ แต่จู่ ๆ เขาก็มาทำทีท่าเหมือนหึงหวงแสดงอาการออกนอกหน้า มันเรื่องบ้าอะไร "พลอยนั่นแหละเป็นบ้าอะไรทำไมถึงไปสนิทสนมกับไอ้โก๋ได้!" ไตรฉัตรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดัน "แล้วพี่มายุ่งอะไรด้วย! พี่ไม่ได้คิดอะไรกับพลอยไม่ใช่เหรอ พี่ต้องการชีวิตอิสระพลอยก็ให้พี่แล้วไง แล้วพี่จะเอาอะไรจากพลอยอีก!!!" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนและแววตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำอุ่นร้อนอยู่เต็มเบ้า คำถามพวกนี้ทำให้ไตรฉัตรหยุดชะงัก กลับมาคิดทบทวนกับตัวเอง เขาก็ไม่เข้าใจไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เขากลายเป็นหมาบ้าได้ถึงขนาดนี้ "ฮึก...พี่จะมาทำเหมือนพี่ยังมีเยื่อใยกับพลอยไปเพื่ออะไร พี่แม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลยรู้ป้ะตอนที่พี่นึกจะทิ้งพี่ก็ทิ้งพลอยง่ายดายเหมือนกับว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยมีความทรงจำร่วมกันมาก่อน..." ในสายตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนทุกข์ฉายชัดออกมาจนเขาไม่กล้าสบมองเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะรู้สึกกับเธอไปมากกว่านี้ "..." ไตรฉัตรนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ตอนที่เขาเห็นน้ำตาหลั่งรินบนใบหน้างามเขาถึงกลับรู้สึกเจ็บปวดจนอยากจะเข้าไปโอบกอดลูบหลังและปลอบประโลมเธอ "ตอนที่พี่ทำแบบนั้นมีซักเสี้ยววินาทีไหมที่พี่จะคิดถึงความรู้สึกของพลอย คิดว่าคนที่มันรักพี่มากจนกระทั่งยอมย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันกับพี่ ยอมให้คนอื่นเขาครหา เขานินทาว่าไร้ค่าเพียงเพราะอยากอยู่กับคนที่รักมันสมควรเจอกับเรื่องแบบนี้จริง ๆ เหรอ" มันสุดหัวใจแล้วจริง ๆ สำหรับชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมเก็บข้าวเก็บของแล้วย้ายมาอยู่กับผู้ชาย นั่นเท่ากับว่าเธอฝากฝังชีวิตที่หลงเหลืออยู่นับจากนี้ให้เขาเป็นคนดูแลและให้เขาเป็นคนปกครอง จะเป็นจะตายร้ายดีอย่างไรก็ยอมล่มหัวจมท้ายด้วย แต่แล้วมันก็น่าเสียดายที่เรื่องราวระหว่างเธอและเขามันจบลงรวดเร็วจนแทบจะทำใจตั้งรับเอาไว้ไม่ไหว ทั้ง ๆ ที่คิดว่ามันน่าจะไปกันได้นานกว่านี้เพราะเราเข้ากันได้ดีแทบทุกอย่างแต่เรากลับไปกันไม่ได้... "..." นี่เป็นครั้งแรกที่เขากลับมารู้สึกแบบนี้กับใครสักคนทั้ง ๆ ที่เขาเคยตั้งปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ว่ามันจะไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด "พลอยขอถามพี่หน่อยเถอะ พลอยทำผิดอะไรนักหนาทำไมพลอยถึงต้องเจอแบบนี้!" พลอยปภัสพุ่งเข้าไปใช้สองฝ่ามือทุบตีลงบนแผงอกแกร่งกำยำแล้วเอ่ยถามประโยคเดิมซ้ำ ๆ พร้อมน้ำตาที่หลั่งรินลงมาไม่ขาดสายราวกับมันได้ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นและอยากพูดต่อหน้าเขาจนหมดสิ้น "พลอยก็แค่ผู้หญิงคนนึงอ่ะ ผู้หญิงคนที่อยากจะสมหวังกับความรักเหมือนคนอื่น ๆ บ้าง ฮื่อ พลอยได้ยินคนอื่นเขาพูด คนอื่นเขาเตือนว่าพี่เป็นคนเจ้าชู้แต่พลอยก็เลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเอง เชื่อมั่นในความดีที่พี่มีต่อพลอยแล้วพี่แม่งทำกับพลอยแบบนี้เหรอ ฮึก..." "พลอย...พี่..." ไตรฉัตรรั้งตัวพลอยปภัสเข้ามาโอบกอดเอาไว้ ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายของเขาสั่นวูบไว้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้านในกำลังสับสนปั่นป่วนว้าวุ่นร้อนรนกับเสียงร้องไห้เสียงสะอึกสะอื้นแห่งความเจ็บปวดจากอีกฝ่าย "รู้ป่ะ...พลอยไม่เคยอยากเลิกกับพี่เลย ฮึก แต่พี่ไม่อยากมีพลอยอยู่ในชีวิตแล้วไงพี่ไม่อยากตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าพลอยไม่อยากใช้เวลาร่วมกันกับพลอยอีกแล้วแล้วพี่จะให้พลอยทำยังไงนอกจากเดินออกมาจากชีวิตพี่ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่ง่ายเลยที่ต้องยอมรับว่าพี่ไม่เคยรักพลอยเลย...ไม่เคย.."น้ำเสียงขาดๆหายๆเข้าไปในลำคอหลายช่วงเพราะการสะอึกสะอื้นร่ำไห้ครั้งแล้วครั้งเล่า แผลมันยังสดยังใหม่และเป็นแผลที่ค่อนข้างใหญ่พลอยประภัสไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เธอระบายมันออกมาเพียงเพื่อหวังให้เขาได้รับรู้สักนิดว่าเธอต้องรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเขา "พลอย...พี่ขอโทษ..." เขาเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ขอโทษขอโทษแล้วความรู้สึกของพลอยที่เสียไปมันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมคะพลอยผิดเองที่ผ่านมาใครรู้ตัวก็พลอยงี่เง่าเอาแต่ใจตามหึงหวงไม่ให้ชีวิตอิสระแบบพี่ๆต้องการได้เรื่องของเรามันก็เลยจบเร็วขนาดนี้แต่พี่เคยรู้บ้างไหมว่าเราเองก็พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วเหมือนกันความพยายามเต็มที่ในแบบของพลอยแล้วแต่มันได้แค่นี้ไงในเมื่อพี่รับไม่ได้และพี่เองก็ไม่เคยรักเขาอยู่แล้วเราก็สมควรที่จะต้องจบกันมันถูกต้องแล้วไม่ใช่หรอ ฮึก..." พลอยปภัสไม่เหลืออะไรอีกต่อไปแล้วเธอทิ้งทุกอย่างยอมพ่ายแพ้ต่อชีวิตที่เธอจะพยายามดิ้นรนหรือต่อสู้กับมันมากแค่ไหนแต่ความจริงแล้วเธอไม่มีทางเอาชนะได้เลย หลังจากนี้ชีวิตเธอจะหาเหวหรือบัดซบอย่างไรก็ช่างมันเพียงภาวนาขอให้วันนึงเธอหลุดพ้นออกไปจากวงโคจรบ้าบ้ามีเสียทีก็เกินทนแล้ว "พี่ไม่ได้ตั้งใจ..." เพี๊ยะ!!! พลอยประภัสดันตัวออกแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเขาอีกครั้งด้วยความเหลืออดกับคำพูดที่มันแสนขยะแขยงและแทงลงไปถึงใจดำของเธอ "ไม่ได้ตั้งใจงั้นหรอ! โคตรเลวเลยว่ะ ที่พูดออกมาได้ยังไงพี่ไม่ได้ตั้งใจในเมื่อพี่ตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่จะเข้ามาหลอกฟันพลอยที่จะไม่ได้จริงจังกับพลอย อย่ามาพูดสวยหรูเพื่อให้ตัวเองดูดีเพื่อลบความผิดในใจของตัวเองเลยเพราะมันดูน่าสมเพชกว่าเดิม!" เขากำลังทำให้เธอหมดศรัทธาในตัวเขาไปมากกว่าเดิม "พลอย..." "พลอยยังรักพี่อยู่ก็จริงแต่ที่ตรงนั้นมันไม่มีที่ว่างเหลือให้พลอยพลอยก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องลดค่าตัวเองลงไปอยู่กับคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวพลอย พี่โก๋เข้าทั้งดีทั้งใส่ใจและดูแลพลอยดีดีแบบดีจริงๆไม่ใช่เสแสร้งเล่นละครตบตาเพื่อหวังให้ได้มาเหมือนพี่ ถ้าเกิดใครจะเปิดใจรับเขาลองศึกษาดูใจกันเธอก็ว่าไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะตอนนี้พลอยโสด" เธอเอ่ยไปด้วยถ้อยคำที่เออล้นไปด้วยความประชดประชัน ความจริงแล้วระหว่างเธอและโก๋มันไม่ได้มีอะไรนอกเหนือจากสถานะเกินเลยคำว่าพี่น้องเราต่างฝ่ายต่างเคารพและนับถือกันไม่ได้มีจิตใจอกุศลที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้ เธอคงไม่เลวพอที่จะคบเพื่อนที่อยู่ในแก๊งเดียวกันหรอกเธอมีความเป็นคนมีความเป็นมนุษย์มากกว่าเขาผู้ชายเลวคนนั้นที่เธอรัก "ไม่ได้! พลอยจะคบกับไอ้โก๋ไม่ได้ หรือจะคบกับใครก็ไม่ได้ทั้งนั้นพี่ไม่ยอม" ไตรฉัตรเข้าไปเหนียวรั้งข้อแขนเรียวเล็กเอาไว้แล้วกระชากเข้ามากระทบกับแผงอกแกร่งยืนยันยืนกรานเสียงแข็ง "ทำไม! เพราะอะไร!" หญิงสาวเองก็โต้สวนกลับไปอย่างทันท่วงที "เพราะพี่หึง พี่หวงพลอยไง! พี่ชอบพลอย เข้าใจไหม!!"ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)