Se connecter"ขอบคุณเฮียโก๋มากเลยนะคะที่มาดื่มเป็นเพื่อนพลอย" พลอยปภัสหยิบค็อกเทลขึ้นมาจิบเข้าปากคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองบรรยากาศครึกครื้นด้านล่างเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่มันหนักมาตลอดหนึ่งสัปดาห์
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ย้ายออกมาจากคอนโดของไตรฉัตร เธอก็ตัดสินใจเปิดโหมดพระจันทร์ไม่รับรู้ข่าวสารทางโซเชียลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่อยากอ่านคอมเมนต์เสียสุขภาพจิตของพวกที่ไม่ได้รู้จักเธอดีแต่มาวิพากษ์วิจารณ์เอาสนุกส่วนตัว เธอมีพี่โก๋ หรือ เฮียโก๋ สรรพนามใหม่ที่เขาให้เธอเรียกเพราะบอกว่ามันดูเท่ดี และ มีเจ๊นัตตี้คอยอยู่ข้าง ๆ เป็นเพื่อนปลอบใจไม่เคยปล่อยให้เธออยู่เพียงตามลำพัง เพราะกลัวว่าเธอจะคิดฟุ้งซ่านฆ่าตัวตายขึ้นมาอีกครั้ง แต่แม่เจ๊แกป่วยหนัก ล้มหัวฟาดพื้นเข้าห้องฉุกเฉินเจ๊จึงต้องรีบบินกลับไปโดยด่วน วันนี้เธอเหงา ๆ เลยชวนโก๋เขาออกมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้างหลังจากที่อดอู้อยู่นาน "แค่พลอยเลี้ยงเหล้า เฮียก็ไม่ปฏิเสธอยู่ล่ะ" เขาหยอกเย้าเล็กน้อย "แค่นี้ขนหน้าแข้งพลอยไม่ร่วงหรอกค่ะ คืนนี้อยากกิน กินให้เต็มที่เลยเดี๋ยวเจ๊พลอยจ่ายเอง" พูดพลางก็ใช้ฝ่ามือตบเบา ๆ บริเวณอกแสดงความหน้าใหญ่ใจโตของตนเอง พลอยปภัส มาพร้อมกับฟินิชลุกที่สวยแซ่บต้อนรับผู้ใหม่เปิดทางเต็มที่ เธอสวมใส่เดรสผ้าชีฟองคล้องคอแผ่นหลังเว้ากว้างจนเห็นความขาวเนียนลงไปเกือบถึงบั้นสะโพก ความสั้นนั้นเลยหัวเข่าขึ้นมาปรากฏขาอ่อนไร้ตำหนิติเตียนคู่กับรองเท้าส้นสูงปรี๊ดดด ยิ่งแต่งหน้าสายฝอเฉี่ยวคมคู่กับมัดผมหางม้ารวบตึงไว้กลางหัวแล้วปล่อยความยาวสลวยลงไปประมาณกลางหลัง นั่นยิ่งดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดเพศตรงข้ามจนโก๋เองก็ไม่สามารถละสายตาไปจากน้องสาวคนนี้ได้ ผู้หญิงคงจะสวยสุดตอนที่เลิกกับผัวล่ะมั้ง เพราะลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อรอต้อนรับผัวใหม่ เหฺ็นทีจะเป็นเช่นนั้นไม่เกินจริง... "ครับเจ๊พลอย" แค่เห็นอีกฝ่ายยิ้มได้เขาก็พอใจแล้ว "พลอย..." "คะ" พลอยปภัสหันหน้ากลับมาเลิกคิ้วถามเชิงสงสัยเพราะจู่ ๆ เขาก็ดันเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูเอาจริงเอาจังเสียอย่างนั้น โก๋เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปจับกุมหลังมือเล็ก ๆ เอาไว้ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองสบอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งเข้าไปถึงเบื้องลึกด้านใน "เฮียดีใจนะที่วันนี้พลอยก้าวข้ามผ่านความกลัวของตัวเองได้สักที" หลังจากเลิกรากับไตรฉัตร พลอยปภัสก็หวาดผวาการออกมาพบสังคม พบเจอผู้คน เพราะกลัวว่าจะต้องได้ยินเสียงซุบซิบนินทา สมน้ำหน้า ซ้ำเติม ตอกย้ำของคนที่คอยประณามว่าเธอกับไตรฉัตรไม่มีทางไปกันรอด "ก็เพราะพลอยมีเฮียโก๋และเจ๊นัตตี้อยู่ข้าง ๆ ยังไงล่ะคะ และที่สำคัญตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามันทำให้พลอยได้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องแคร์ปากของคนอื่นมากขนาดนั้น การเก็บเอามาใส่ใจไม่ดีเท่าการตบปากให้หายซ่า" พูดพลสางก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางทาบหลังมือเขาอีกทีนึงแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้เป็นการขอบคุณไปโดยนัยน์ "ทำเหี้ยไร!!!" จู่ ๆ ร่างเล็กก็ถูกกระชากให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยฝีมือเจ้าของเสียงหยาบคายจากไหนก็ไม่รู้ที่โผล่พรวดพราดเข้ามาอย่างไร้มารยาท "พี่ไตร..." เธอเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "กูถามว่ามึงทำเหี้ยอะไรไอ้โก๋!" เมื่อครู่เขาพูดกับเฮียโก๋แต่ดันมาใช้การกระทำลงไม้ลงมือกับเธอ นี่มันยังไง "ปล่อย!!" เธอพยายามสลัดข้อมือออกจากเขาแต่ดูเหมือนยิ่งเธอออกแรงมากเท่าไรเขาก็ยิ่งจับแน่นมากขึ้นเท่านั้น "พลอยเจ็บ.." "ปล่อยพลอยนะเว้ยไอ้ไตร" โก๋กำลังจะเข้าไปหาพลอยปภัสแต่ทว่าโดนไตรฉัตรผลักออกมาเสียก่อน "แล้วมึงเสือกเหี้ยอะไร! นี่มึงจ้องจะเคลมพลอยต่อจากกูงั้นเหรอ?" ไตรฉัตรกัดฟันกรอด แววตาเขาที่จ้องมองไปโก๋เต็มไปด้วยบันดาลโทสะคลุ้มคลั่งจนแทบจะเข่นฆ่าอีกฝ่ายให้ขาดเป็นสองท่อนได้ "หึ" โก๋กระตุกยิ้มมุมปาก พลางส่ายศีรษะเล็กน้อยให้กับการกระทำหมาหวงก้างของไตรฉัตร นึกสนุกขึ้นมาอยากจะเห็นคนใจหมาดิ้นพล่านลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นหากรู้ว่าผู้หญิงที่ตนเคยทิ้งขว้างกำลังจะมีผู้ชายคนใหม่มารับไปดูแล และคน ๆ นั้นก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นเพื่อนสนิทของมันเอง "ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริง ๆ มึงจะสนใจอะไรวะในเมื่อมึงกับน้องพลอยเลิกกันแล้ว และที่สำคัญมึงก็เป็นคนบอกน้องเขาเองว่ามึงไม่เคยรักเขา ฉะนั้นกูก็มีสิทธิ์รึเปล่า" "ไอ้เหี้ยโก๋! แต่นี่เมียเก่ากูนะเว้ย มึงทำแบบนี้ได้ยังไง ต่อให้กูเลิกกันแล้วมึงก็ไม่มีสิทธิ์!!" เขาตะคอกกลับไป ตอนนี้ในหัวเขาไม่มีอะไรทั้งนั้นยกเว้นความโกรธ แรงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟที่เห็นไอ้โก๋จับมือพลอยปภัสและทั่งคู่กำลังนั่งจ้องหน้ามองตากันด้วยแววตาเป็นประกายหวานเชื่อม "เมียเก่าแล้วไงวะ" โก๋พูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทแถมยังไหวไหล่ซ้ำอีกด้วย "เด็กคนก่อน ๆ เราก็แชร์กันออกบ่อย มึงแบ่งปันกู กูเองก็เผื่อแผ่มึง ไม่เห็นจะต้องคิดอะไรมากเลยนี่หว่า" เขาเดินเข้าไปตบบ่าไตรฉัตรเบา ๆ "ไม่เหมือน!!!!" กูรู้แค่นี้แหละว่าไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น! "ไม่เหมือนยังไง หรือว่ามึงหึงน้องพลอยวะ?" ไตรฉัตรสตั้นไปชั่วครู่ใหญ่ ๆ พอรู้สึกตัวได้ก็หน้าชาเกือบจะมุดซุกแผ่นดินหนีแทบไม่ทัน ตัวเขาในตอนนี้...แทบไม่รู้เลยว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจที่เต้นระทึกโครมครามแทบจะทะลุออกนอกอกตอนที่เห็นพลอยปภัสส่งยิ้มหวานให้ไอ้โก๋ รู้แค่ว่าในอกมันกำลังร้อนรุ่มไปหมด เขาไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้ รู้ตัวอีกทีก็เดินเข้าไปกระชากพลอยปภัสแล้ว หรือกูกำลังหึงจริง ๆ วะ? "หึงเหี้ยอะไร!!!! มึงอย่าพูดดีกว่าไอ้โก๋ มึงแม่งโคตรเลวเลยว่ะ มึงทำแบบนี้กับกูได้ยังไง ห๊ะ!!!!" ไตรฉัตรกำลังแกล้งทำเป็นโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดด้านในใจไม่ให้ใครสังเกตได้ แต่หารู้เลยไม่ว่ามองจากดาวอังคารก็ดูออก "ส่วนพลอย มานี่!" ชายหนุ่มฉุดกระชากร่างถูเรือนร่างเล็กให้ตัวลอยละล่องปลิวตามหลังเขาไปติด ๆ "ปล่อย!! ปล่อยพลอยนะพี่ไตร ปล่อย!!" เธอพยายามใช้พละกำลังเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ตัวเองมีให้หลุดออกจากเขา แต่ก็ทำไม่สำเร็จ "..." "ปล่อย! ปล่อย! พี่ไตร ปล่อยพลอย! ปล่อย!" เขากำลังพาเธอขึ้นมายังชั้นบนโซน VIP ซึ่งเป็นห้องพักส่วนตัวที่จัดเอาไว้รองรับแขกพิเศษซึ่งแน่นอนนี่คือผับดังย่านทองหล่อที่มีรายชื่อของไอ้ธามไทถือหุ้นอยู่ เขาจึงได้รับอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่น ปั้ง!!! เสียงปิดประตูลงกลอนอย่างแรงพร้อมกับร่างบางที่ถูกผลักดันเข้าไปด้านใน "พี่ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับพลอย!!" "แล้วใครมีสิทธิ์ ห๊ะ! ไอ้โก๋เหรอ" ไตรฉัตรเดินเข้าไปแนบประชิด คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กแล้วกระชากอย่างแรงจนเนื้อดูมกระทบเข้ากับแผงอกแกร่งกำยำ "ถ้าใช่แล้วจะทำไม!!" เธอทำใจดีสู้เสือโต้สวนกลับไปอย่างไม่มีหลบสายตา "พลอยจะไปทำอะไรหรือจะนอนกับใครก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพี่สักหน่อย เราเลิกกันแล้วพี่ความจำเสื่อมหรือไง!" "แต่ต้องไม่ใช่ไอ้โก๋" ไม่ กูพูดไม่ครบ ต้องไม่ใช่ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น "เฮียโก๋เขาก็ดูไม่เลวนะ อาจจะดูเจ้าชู้หน่อย ๆ แต่ก็มีข้อดีมากกว่าคุณตั้งเยอะ" พอได้ยินสรรพนามแทนชื่อแบบนั้นเขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ "นี่สนิทสนมกับมันจนถึงขั้นเรียกเฮียโก๋เลยเหรอ" "เอ่อ..." เธอลอยหน้าลอยตาคล้ายกำลังครุ่นคิด "ก็สนิทสนมแนบเนื้อกันพอสมควรนะคะ" เธอเอ่ยคำว่าแนบเนื้ออย่างชัดถ้อยชัดคำ "พลอย!!!" "อะไร! จะเรียกอะไรหนักหนา อื้อ!!!" คนตัวโตกว่าบดเบียดริมฝีปากเข้าสบถจูบพลอยปภัสอย่างดูดดื่ม แล้วมันก็ค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิดเพราะมันเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นอยู่กลางอก "อื้อ!! อ๋อย!!" กำปั้นเล็กทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำซ้ำกันหลายครั้ง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฟัง เขาเลื่อนสองฝ่ามือขึ้นไปประคองศีรษะเล็กเอาไว้แล้วจับมันเพื่อตั้งรับรอยจูบอันเร่าร้อนจากเขาที่ทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อต้องการสั่งสอนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ไปทำแบบนั้นกับผู้ชายหน้าไหนโดยเฉพาะไอ้โก๋ "อื้อ!!! อ๋อย!!! อื้อ!!" "โอ๊ย!!" ไตรฉัตรร้องอุทานออกมาเสียงดัง เพราะจู่ ๆ พลอยปภัสก็กระทืบฝ่าเท้าลงบนหลังเท้าของเขาอย่างแรง เพี๊ยะ!! พร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดเข้าบนใบหน้าโดยอัตโนมัติ "พลอยบอกแล้วไงว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับพลอย!" เธอเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปเช็ดปากแรง ๆ ราวกับรังเกียจรังงอนมันหนักหนา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเธอเคยเอ่ยปากร้องขอด้วยตนเอง ซ้ำดวงตาคู่นั้นแดงก่ำมีหยาดน้ำอุ่นรื้นเอ่อคลอเบ้าไหลรินลงมาอาบสองพวงแก้ม "พี่เป็นเหี้ยอะไรหนักหนา เป็นเหี้ยอะไร!"ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







