Mag-log inพลอยปภัสชะเง้อคอรอแล้วรอเล่า เตรียมตัวแต่งกาย สร้างบรรยากาศโรแมนติกเร้าอารมณ์แบบจัดเต็มเพื่อรอขอคืนดีไถ่โทษที่เธอเผลอทำนิสัยน่ารำคาญให้เขาหงุดหงิดใจด้วยวิธีของเธอ
เรือนร่างแบบบางอยู่ในชุดกระต่ายน้อย ชิ้นเล็ก ชิ้นตะมุตะมิ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเศษผ้าดี ๆ ที่ถูกนำมาตัดเย็บให้สวมใส่ได้ มันบางเบาจนเห็นอะไรต่อมิอะไรหมดสิ้น บรรยากาศใต้แสงเทียน กลิ่นหอมฟีโรโมนจากแบรนด์ดังที่การันตีว่าสามารถกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพหมดแล้วรอเพียงแค่ไตรฉัตรกลับมา นาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างฝาผนังเข็มสั้นของมันชี้เข้าที่กลางเลขสาม แต่เธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูซักแอะเดียว บ่งบอกว่าคืนนี้คงจะเป็นฝ่ายนอนรอเก้อ... ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ พลอยปภัสผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อวานก็ถ่ายละครทั้งวัน ซ้ำปกติเธอไม่เคยนอนดึกดื่นเกินเที่ยงคืนเนื่องจากเป็นดารานักแสดงจำเป็นต้องนอนให้ครบสิบสองชั่วโมงเพื่อสุขภาพและความสวยตลอดกาล แม้จะพยายามฝืนมากแค่ไหนแต่เปลือกตาก็ยิ่งล้าลงเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนปิดสนิทตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ หรืออาจเป็นเพราะกลิ่นฟีโรโมนจากน้ำหอมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ นี่มันไม่ได้ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแต่เป็นตัวช่วยนอนหลับดี ๆ นี่เอง... .. "อื้อ!!" ขาเรียวยาวขดตัวขึ้นซุกในผ้านวมผืนหนาเพราะสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากแสงอาทิตย์ที่สาดกระทบผ่านกระจกเข้ามาด้านในตัวคอนโด หญิงสาวสะดุ้งตัวตื่น รีบหันซ้ายมองขวาก็ปรากฏว่าฝั่งที่เป็นบานกระจกใหญ่และมีม่านสีกรมท่าปิดอยู่มีแสงจากดวงอาทิตย์เล็ดลอดเข้ามานั่นหมายถึงเช้าตรู่แล้ว เธอรีบกวาดสายตามองหาร่างของแฟนหนุ่ม ร้องเรียกหาปรากฏว่าไร้ซึ่งเสียงขานตอบรับใด ๆ "พี่ไตร พี่ไตรคะ" เธอลุกขึ้นจากเตียงนุ่มแล้วเดินออกไปด้านนอกก็ไร้วี่แววไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของอีกฝ่าย ทว่าแสงเทียนจากหลอดไฟที่เธอจุดเอาไว้เมื่อคืนนี้ก็ถูกปิดหมดทุกดวง พี่ไตรกลับมาที่คอนโดแล้ว และเขาก็ออกไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? พลอยปภัสรีบกลับเข้าไปด้านในตัวห้องนอนคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์หัวเตียง ตั้งใจจะกดต่อสายโทรหาเขา ทว่าด้านล่างมีโพสต์อิทแผ่นเล็กแปะอยู่ 'ขอโทษนะครับที่ไม่ได้รอทานอาหารเช้าพร้อมกัน พี่ต้องรีบออกไปเซ็นสัญญากับลูกค้า คงจะกลับค่ำ ๆ หน่อย' เธอรีบกดต่อสายโทรหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมาเลยสักครั้ง การกระทำของเธอสูญเปล่า tt.traichat_ pploy.yy : พี่ไตร pploy.yy : ทำไมพี่ไปกลับมาไม่ยอมปลุกพลอยล่ะคะ พลอยอุตส่าห์แต่งตัวสร้างบรรยากาศไว้รอพี่แท้ ๆ pploy.yy : พี่ไตรไปทำงานที่ไหนคะ pploy.yy : ตอนค่ำเราไปดินเนอร์ด้วยกันไหมคะ เดี๋ยวพลอยจะจองร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาเอาไว้ pploy.yy : คิดถึงพี่ไตรจังเลย pploy.yy : เมื่อคืนพลอยขอโทษนะคะที่พลอยทำตัวงี่เง่าใส่พี่แบบนั้น พลอยไม่ได้ตั้งใจ pploy.yy : พลอยหึงหวงพี่ไตรมากไปหน่อย แต่พลอยสัญญาว่าพลอยจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว pploy.yy : พี่ไตรอย่าโกรธพลอยเลยนะคะ pploy.yy : พลอยรักพี่ไตรนะคะ ไร้วี่แววการตอบกลับอีกเช่นเคย หลัง ๆ มานี้จากที่ข้อความหนักไปทางซ้ายก็เปลี่ยนเป็นหนักกว่ามาทางเธอแทนที่คอยรวยแชทหาเขา คงจะจริงหลังจากที่ผู้หญิงตกเป็นของผู้ชายแล้วมักจะมีอาการรัก เสพติด หึงหวง อยากอยู่ใกล้ ๆ และครั้งรักมากกว่าตอนแรกหลายเท่า ผลวิจัยนี้เธอขอยอมรับเพราะพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง ... "ช่วงนี้ยัยพลอยไม่กลับมาบ้านเลยนะคะ" คุณพิมพ์ดาวพูดพร้อมกับวางชาร้อน ๆ ลงบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้าเจ้าสัวณรงค์ผู้เป็นสามีซึ่งกำลังนั่งตรวจตราบัญชีอยู่ในห้องทำงาน "อื้ม" เจ้าสัวณรงค์ตอบรับสั้น ๆ ยกแก้วชาขึ้นมาจิบดื่มให้พออุ่นคอส่วนสายตายังคงจับจ้องตัวเลขบนแฟ้มเอกสารอย่างใจจดใจจ่อ คุณพิมพ์ดาวแอบจิ๊ปากเล็กน้อยที่ไม่สามารถเป่าหูสามีสำเร็จ เจ้าสัวณรงค์ถึงจะชอบแสดงที่ท่าทำเหมือนไม่ค่อยสนใจใยดีใจพลอยปภัสนั่น! คล้ายกับตัดหางปล่อยวัด เฉดหัวทิ้งไปแล้ว แต่ความจริงน่ะกลับตรงกันข้ามต่างหาก! เจ้าสัวณรงค์รักยัยพลอยปภัสอย่างกับอะไรดี มากกว่าพรีมลูกสาวที่เกิดจากหล่อนเสียอีก ไม่รู้จะรู้สึกผิด โทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุทำให้เพ็ญจันทร์ต้องตรอมใจตายและปล่อยให้ลูกขาดแม่ไปถึงเมื่อไหร่กัน! หล่อนรู้มาโดยตลอด หล่อนจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทรัพย์สมบัติตกมาเป็นของพรีมคนเดียวเท่านั้น และดูเหมือนจะเข้าทาง เพราะพลอยปภัสขึ้นตามอารมณ์ค่อนข้างง่าย ดื้อรั้น เอาแต่ใจ แข็งข้อ ไม่เคยฟังใครจนทุกคนต่างพากันเอือมระอา ปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่งในบริษัท เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่าใครควรจะเป็นทายาทที่สืบทอดดูแลกิจการทุกอย่างแทนเจ้าสัวณรงค์ ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพรีม "เห้อ! ยัยพลอยนะยัยพลอย ทั้ง ๆ ที่เลี้ยงมาพร้อมกับยัยพรีมทำไมถึงไม่ต่างกันขนาดนี้ พิมพ์ก็ว่าพิมพ์พยายามเต็มที่แล้วนะคะที่จะเป็นแม่ให้แก อบรมสั่งสอนแก แต่ดูเหมือนนับวันแกก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ พิมพ์เหนื่อยใจแทนคุณณรงค์จริง ๆ ถ้าเกิดมีใครรู้ว่าลูกสาว...อุ้ย!" รีบยกฝ่ามือขึ้นมาป้องปากคล้ายกับตนเผลอหลุดพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป ถึงแม้แท้จริงแล้วหล่อนจะจงใจให้มันเกิดขึ้นก็ตาม "ถ้าเกิดมีใครรู้ คืออะไร?" เจ้าสัวณรงค์วางมือจากแฟ้มเอกสารแล้วแหงนหน้าขึ้นถามไถภรรยา แหม! พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับยัยพลอยปภัสแล้วก็ดูสนอกสนใจขึ้นมาทันที ทีกับลูกสาวหล่อนทำผลงานสร้างความชอบมากมาย เรียนได้เกรดเฉลี่ยดีทุกเทอม แต่กลับได้เพียงคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ และรางวัลเป็นของขวัญที่ไม่สมน้ำสมเนื้อเอาซะเลย "คุณพิมพ์ คุณหมายความว่ายังไง พลอยไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก" "เห้อ!!" คุณพิมพ์ดาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยรู้สึกเหนื่อยหน่ายเหลือเกิน "พิมพ์ไม่อยากจะพูดเลยค่ะ พิมพ์ไม่อยากทำให้พ่อลูกต้องแตกหักและมีปัญหากัน" ดูท่าทีเหมือนเป็นคนดี เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมามันกำลังเชื้อเชิญและทำให้ผู้ฟังปรารถนาที่จะรู้มากขึ้นกว่าเดิม "คุณพิมพ์ พูดมาเถอะ" แต่ในสายตาเจ้าสัวณรงค์เขาเห็นเพียงภาพนางฟ้าที่แสดงผ่านเบื้องหน้าแต่มองเข้าไปไม่ถึงนางมารร้ายที่ชักใยอยู่ด้านหลัง จึงไม่เคยเคลือบแคลงสงสัยในตัวคุณพิมพ์ดาวเลยสักหน "ความจริงแล้วพิมพ์ก็ลำบากใจอยู่เหมือนกันนะคะที่จะต้องพูดออกไป แต่ในฐานะที่คุณณรงค์เป็นพ่อ พิมพ์คิดว่าคุณณรงค์ก็ควรจะต้องรู้ คือ..." ริมฝีปากสีแดงจัดจ้านเม้มเข้าหากันเบา ๆ อย่างหนักอกหนักใจ "เขาลือกันว่าลูกสาวเจ้าสัวณรงค์หอบข้าวหอบของย้ายไปอยู่กับผู้ชายที่คอนโด" เพล๊ง!!! โคร้ม!!! แฟ้มเอกสาร ถ้วยชากาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานถูกกว่าทิ้งลงพื้นจนแตกกระจัดกระจายหล่นเพ่นพ่านไปหมด เจ้าสัวณรงค์หายใจแรงจนร่างกายสั่นโยกสั่นคลอนเร็วระรัว จนคุณพิมพ์ดาวต้องรีบเข้าไปบีบนวดให้คลายความเครียดและความโมโหลง "คุณณรงค์ใจเย็น ๆ นะคะ เดี๋ยวโรคหัวใจจะกำเริบ" "ยัยพลอยคิดได้ยังไงถึงได้ขนเข้าขนของไปอยู่กับผู้ชายถึงคอนโด!" "นั่นน่ะสิคะ ทำอะไรไม่ไว้หน้าคุณเลยสักนิด คุณเป็นถึงเจ้าสัวณรงค์นักธุรกิจร่ำรวยมหาศาลที่คนเขารู้จักกันทั่วประเทศ ต่อให้เรื่องนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณณรงค์แต่มันก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ส่งผลต่อบริษัท คนอื่นเขาอาจจะครหาได้ว่าคุณณรงค์ไม่อบรมสั่งสอนลูกสาวให้เป็นกุลสตรี งามหน้าจริง ๆ ค่ะ" เมื่อได้ทีคุณพิมพ์ดาวก็รีบเสี้ยมรีบสอดใส่ไฟเต็มที่ในขณะที่มันยังร้อน ๆ อยู่ คราวนี้แหละมันจะต้องลุกโชนมอดไหม้แผดเผาให้ตายไปข้างหนึ่ง "โทรตามยายพลอยกลับมาบ้าน" เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ "คุณจะโทรตามกลับมาอีกทำไมคะ พิมพ์ว่า" หล่อนทำท่าจะอ้าปากเสนอความคิดเห็น แต่ก็ต้องสะดุ้งตัวโยนเมื่อเขาทุบโต๊ะ กดเสียงต่ำ แต่ก็แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามแผ่กระจายรังสีโดยรอบ "ฉันบอกให้โทรก็โทร!!" "ค่ะ ค่ะ" ทุกครั้งที่เจ้าสัวณรงค์โมโหมักจะไม่มีใครสามารถเข้าหน้าติดทั้งนั้นไม่เว้นแม้กระทั่งเมียรักอย่างคุณพิมพ์ดาวในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่