INICIAR SESIÓN"เกิดอะไรขึ้นคะคุณแม่" พรีม หญิงสาววัยสิบเก้าปีเอ่ยถามมารดาที่ชักสีหน้ากระแทกเท้าลงมาจากชั้นบน
"ก็ป๊าแกน่ะสิ พอได้ยินเรื่องลูกสาวปุ๊บก็รีบสั่งให้ฉันโทรตามยิก ๆ" ว่าพลางก็ก้าวยาว ลงส้นหนัก จนเสียงดังไปหมด "ไม่รู้จะรักจะห่วงอะไรนักหนา!" "คุณแม่คะ คุณแม่ก็อย่าไปสนใจสิคะ ป๊าจะทำอะไรก็ปล่อยป๊าเขาไปเถอะค่ะ ยังไงเสียเจ้พลอยก็เป็นลูกสาวของป๊าแถมยังเป็นลูกสาวคนโตอีกด้วย" พรีมหย่อนสะโพกลงนั่งข้างมารดา เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางทาบบนหลังมือของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยพูดในน้ำเสียงเชิงเข้าอกเข้าใจ "แกก็ซื่อแบบนี้ไง แกถึงตามยัยพลอยไม่ทันสักที แกมันโง่" ปลายนิ้วเรียวยาวจิ้มเข้าที่หน้าผากพรีมแล้วออกแรงผลักเบา ๆ อย่างเหลืออด "ทำไมแกถึงไม่ได้นิสัยฉันมาสักครึ่งฮะยัยพรีม แกน่ะเหมือนพี่เพ็ญจันทร์เขาเกือบทุกอย่าง อ่อนแอ ใสซื่อ อ่อนต่อโลก ยอมคน แล้วแกเห็นหรือเปล่าล่ะว่าจุดจบของคนขี้แพ้มันเป็นยังไง แกอยากจะเป็นแบบนั้นเหรอ" คุณพิมพ์ดาวหันไปทำตาถลนแล้วสาดใส่คำพูดรัว ๆ กับลูกสาวตัวดีที่มักจะทำอะไรขัดใจหล่อนอยู่เรื่อย! เขาว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น สมัยก่อนหลอนน่ะเกลียดเพ็ญจันทร์เข้าไส้เพราะเราสองคนมีนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วปานฟ้ากับเหวจึงมักจะโดนคนรอบข้าง พวกญาติปากหมาชอบเอามาเปรียบเทียบว่าอยากให้เธอเรียบร้อยได้สักครึ่งของพี่สาว! แล้วยังไงล่ะเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน อ่อนต่อโลกสุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จนกระทั่งตรอมใจตาย บนโลกใบนี้มันไม่ได้มีที่ยืนพอสำหรับคนที่ไม่สู้คน ฟ้าเล่นตลกมั้ง ลูกสาวหล่อนจึงได้นิสัยเหมือนเพ็ญจันทร์เกือบทุกอย่าง ส่วนแม่พลอยปภัสนั่นไม่รู้ไปแหกคอกเกิดมาจากขุมนรกไหนถึงได้ทำตัวทำนิสัยก้าวร้าวผิดแม่ ถ้ายัยพรีมเหมือนหล่อนหรือได้สักครึ่งของหล่อน ส่วนนังพลอยปภัสก็เหมือนเพ็ญจันทร์สักเล็กสักน้อยเรื่องทุกอย่างมันคงง่ายดายปานปอกกล้วยเข้าปากมากกว่านี้ "..." พรีมนิ่งเงียบ เพราะรู้ว่าต่อให้สู้รบปรบมือไปอย่างไรตนก็ไม่มีวันเอาชนะมารดาได้ "แกน่ะ หัดประจบสอพลอแล้วก็เสี้ยมไฟยัยพลอยบ้าง ทรัพย์สมบัติจะได้ตกเป็นของแกไม่ใช่ไปอยู่ในน้ำมือของยัยนั่น เข้าใจไหม เข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม" หล่อนเขย่าตัวถามลูกสาว ถึงแม้คำตอบมันจะถูกล็อคมงเอาไว้แล้วก็ตามว่าควรจะเป็นเช่นไร "แต่เจ้พลอยก็ควรจะได้ไม่ใช่เหรอคะ เจ้พลอยมีสิทธิ์มากกว่าพรีมซะอีก" พรีมค้านกลับไป "สิทธิ์อะไร!! แกเป็นลูกของฉันแกก็ต้องมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทุกอย่างของป๊าแก" "ก็สิทธิ์ของการเป็นลูกเมียแรกไงคะ เจ้พลอยเป็นลูกของป้าเพ็ญภรรยาแรกของคุณพ่อที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนคุณแม่กับพรีมเข้ามาทีหลังเข้ามาเป็นน้อย โชคดีโชคเข้าข้างที่ป้าเพ็ญสิ้นใจไปเสียก่อนแม่ก็เลยถูกยกย่องขึ้นมาเป็นเมียออกหน้าออกตา แต่ถ้าหากป้าเพ็ญยังมีชีวิตอยู่พวกเราสองคนก็เป็นได้แค่ลูกบ้านน้อยเหมือนเดิม" คราวนี้พรีมโต้สวนกลับไป ตั้งแต่เล็กจนโตหล่อนมักจะได้ยินพวกสาวรับใช้คอยซุบซิบนินทาถึงเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ หล่อนรู้ดีว่าในบ้านคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่รับใช้มาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวณรงค์ยังหนุ่มยังแน่นไม่มีใครชื่นชอบหรือถูกใจคุณพิมพ์ดาวแม่ของเธอเลยสักคน เพราะต่างก็จงรักภักดีและรักในนายผู้หญิงคนก่อนอย่างคุณเพ็ญจันทร์! "ยัยพรีม! แกไปเอาเรื่องบ้าพวกนี้มาจากไหน แกไปจำเรื่องบ้า ๆ นั่นมาใส่สมองทำไม" คุณพิมพ์ดาวของขึ้น ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งตะเบ็งเสียงเกรี้ยวกราดตวาดใส่ลูกสาวที่พูดจาบ้าบอไม่เข้าหู "ก็เรื่องจริงยังไงล่ะ" เสียงของแขกไม่ได้รับเชิญดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเรือนร่างสูงโปร่งในชุดเซ็ทติดกัน การแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าดูดีบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยตัวบุคคลที่ค่อนข้างมีรสนิยมและมีความมั่นใจสูง "มาแล้วเหรอนังตัวดี?" สายตาค่อย ๆ เหลือบไปมองแล้วตวัดตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดหยาม "ค่ะ" ขานรับพร้อมกับพยักหน้าแล้วฉีกรอยยิ้มหวานชื่นส่งให้แก่คุณพิมพ์ดาว "นังตัวอัปมงคล" "ยัยพลอย!!" คุณพิมพ์ดาวทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ ง้างฝ่ามือหมายจะฟาดลงบนใบหน้าเพื่อสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูง "หยุดทำตัวก้าวร้าวสักทียัยพลอย" แต่เสียงอันทรงพลังและเย็นยะเยือกของเจ้าสัวณรงค์ทำให้คุณพิมพ์ดาวต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวแล้วถอยกรูดกลับไปยืนข้างลูกสาว "สวัสดีค่ะป๊า" พลอยประภัสยกมือไหว้ "แกยังนับถือว่าฉันเป็นป๊าแกอีกเหรอห๊ะ!" "พลอยไหว้ตามมารยาทน่ะคะ" เธอตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่คอยังคงเชิดตรงเหมือนเดิมเพื่อวางไว้ซึ่งระยะห่างที่ไม่ได้สนิทสนมติดเชื้อเช่นพ่อลูกคู่อื่น "ถ้าเป็นแบบนั้นแกไม่ต้องไหว้ฉันก็ได้" เจ้าสัวณรงค์เองก็โมโห ทั้งเรื่องที่เพิ่งรู้จักปากคุณพิมพ์ดาวแล้วไหนจะไอ้กิริยาถือดีแบบนี้อีก "คงไม่ได้หรอกค่ะพลอยกลัวจะติดสันดานประเภทคนมารยาททรามเหมือนใครบางคนแถวนี้" ประโยคช่วงหลังหญิงสาวแอบสบสายตาเหลือบไปมองคุณพิมพ์ดาวเพื่อต้องการพาดพิงโดยกราย ๆ ว่าคนที่เธอพูดหมายถึงหล่อน "หึย!!" คุณพิมพ์ดาวเองก็โมโหกัดฟันจนหน้าสั่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าเจ้าสัวณรงค์ หล่อนจำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งเล่นละครตบตาก่อน "พลอย ป๊ามีเรื่องจะคุยกับแก" "มีอะไรก็รีบพูดเถอะค่ะ พลอยมีธุระต่อ ไม่เหมือนพวกเห็บหมัดที่วัน ๆ ไม่คิดจะทำอะไรจ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อแล้วก็คิดร้ายกับคนอื่น" ไม่ไหวที่จะกระแนะกระแหนคนที่ตราตั้งจารึกกลางหน้าผากตัวโต ๆ ว่าเป็นศัตรูจอมฉกาจที่จะไม่มีวันให้อภัยหากไม่ตายกันไปข้างหนึ่ง "ยัยพลอย! มันชักจะเกินไปแล้วนะ อย่างน้อยช่วยให้เกียรตินะในฐานะที่น้าเป็นน้องสาวของแม่แกบ้าง พูดกันถึงขนาดนี้ไว้หน้าท่านเจ้าสัวสักนิดก็ยังดี" คุณพิมพ์ดาวเหลืออดเหลือทนกับแม่นี่เต็มที "แล้วทำไม ก็ฉันพูดความจริงนี่ ใครมันจะไปสุขสบายเท่าคนที่นอนกระดิกนิ้วรอสูบเลือดสูบเนื้อล่ะ ฉันมีงานมีการต้องทำไม่มีเวลามาทิ้งขว้างกับเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอกนะ" พลอยปภัสยกแขนเรียวยาวขึ้นก่อนอกพร้อมกับเชิดหน้า โนสน โนแคร์ เธอไม่จำเป็นต้องให้เกียรติคนที่ไม่เคยให้เกียรติเธอ แรงมาแรงกลับไม่โกง! "ธุระของแกนี่คือการขลุกตัวอยู่กับผู้ชายหรือเปล่า" เสียงของเจ้าสัวณรงค์ทำให้พลอยปภัสหันหน้ากลับมามอง แม้อาจดูหวาดหวั่นบ้างแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาจนสัมผัสได้ถึงความยำเกรงใด ๆ "..." "พลอย แกทำอะไรทำไมแกไม่คิดถึงหน้าป๊าบ้าง คนอื่นเขาจะมองป๊ายังไงที่ลูกสาวคนโตหอบข้าวหอบของไปอยู่คอนโดผู้ชายทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ตบแต่งกัน ฉันเป็นถึงเจ้าสัวณรงค์ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักแล้วการที่แกทำแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!" หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ "สุดท้ายป๊าก็ไม่เคยแคร์ความรู้สึกพลอย ป๊าสนแค่หน้าตา ป๊าสนแค่ชื่อเสียงของตัวเอง แต่ป๊าไม่เคยสนเลยว่าพลอยจะเป็นยังไงบ้าง ไม่เคยสนใครเลย ป๊าสนใจแค่ตัวเอง!!!" เธอตวาดเสียงดังลั่น แววตาแดงกล่ำด้วยความโมโหและเสียใจที่ในสายตาของเจ้าสัวณรงค์แทบจะไม่เคยมองว่าเธอเป็นลูก เพี๊ยะ!!! ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าสวยอย่างลืมตัว จนศีรษะของเธอสะบัดไปด้านข้าง พลอยปภัสยกมือขึ้นไปทาบบริเวณแก้มที่โดนฟาดเมื่อครู่ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้ากลับมาจ้องมองเจ้าของแรงตบด้วยแววตาสั่นระริกหยาดน้ำอุ่นไหลรื้นไหลลงมาเป็นทาง "พะ...พลอย" เจ้าสัวณรงค์หน้าเหวอ เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวก็ตอนที่เห็นใบหน้าของลูกสาวเป็นรอยแดงจากฝ่ามือ "พลอย ป๊าไม่ตั้งใจ" เขาพยายามจะเข้าไปจับต้องแต่พลอยปภัสกลับหลบตัวหลีกหนี "ฮึก...ตั้งแต่เล็กจนโตครอบครัวของเราเคยมีความสุขกันมาโดยตลอด แต่หลังจากที่ป๊าพาผู้หญิงคนนี้เข้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ป๊าไม่เคยสนใจใยดีแม่ ไม่เคยสนความรู้สึกของแม่ ป๊าสนแค่มัน! พอแม่ตายพลอยก็ต้องไปอยู่กับแม่นมอุ่นได้แต่คอยมองดูป๊ากับครอบครัวใหม่ของป๊ามีความสุขกัน ฮื่อ..." พลอยปภัสระบายความรู้สึกอัดอั้นและสิ่งที่เธอต้องพบเจอมันมาตลอดทั้งชีวิต "..." "ป๊าไม่เคยกอดพลอย ไม่เคยบอกรักพลอย ไม่เคยหอมแก้มพลอย ไม่เคยไปรับพลอยจากโรงเรียน ไม่เคยไปร่วมงานวันพ่อ ไม่เคยชื่นชมพลอย ต่อให้พลอยจะทำดีแค่ไหนป๊าก็ไม่เคยพอใจ!! ชีวิตพลอยมีแค่แม่นมอุ่นคนเดียวที่คอยอยู่ข้าง ๆ ที่คอยดูแลพลอย ชีวิตพลอยแม่งโคตรน่าสมเพชเลย แม่ก็ทิ้ง ที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่อย่างแม่นมอุ่นก็มาจากไปอีกคน พลอยไม่เหลือใครเลย หากวันนี้พลอยจะมีเขาคนที่เขาแคร์พลอยบ้าง ป๊าจะมายุ่งด้วยอะไร!!! พลอยเกลียดป๊า เกลียด!!!!" การกระทำของเจ้าสัวณรงค์ที่ลงไม้ลงมือกับเธอครั้งแรกเมื่อครู่นี้ทำให้ความอดทนและอารมณ์ของพลอยปภัสขาดสะบั้นลง เธอพอแล้ว...พอแล้ว... ไม่หลงเหลืออยู่แล้วความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อป๊า ป๊าเป็นคนทำลายมันด้วยมือของป๊าเอง...พลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค







