공유

บทที่ 14

last update 게시일: 2026-04-18 12:15:38

ไตรฉัตรอ้ำอึ้ง แล้วคราวนี้เขาจะแถอย่างไรในเมื่อพลอยปภัสพูดดักทางเอาไว้หมด

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ยอมรับว่าค่อนข้างหัวเสียกับสิ่งที่เธอทำเป็นอย่างมาก โทรตามจิกเขาเป็นแม่ไก่ไม่พอยังล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจหายคอ

แม่ง! นรกชัด ๆ

"พลอย ถ้าเกิดจะไม่เชื่อใจกันขนาดนี้งั้นพี่กลับก็ได้! ไม่ต้องทำมันแล้วงานน่ะ ถ้าเกิดลูกค้าจะยกเลิกสัญญา ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทก็เอาเลย เอาที่พลอยสบายใจ พี่ทำให้ก็ได้ถ้าเกิดพลอยต้องการแบบนั้น!" เขาหงุดหงิดจริง แต่ก็ประกอบกับการเล่นละครตบตาแสร้งทำทีเป็นโมโหหงุดหงิดเบี่ยงเบนความสนใจ

เขากำลังทำให้พลอยปภัสรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดจะได้เลิกรบเร้า และตามโทรจิกโทรตามราวกับแม่ไก่เสียที

(พี่ไตร...) น้ำเสียงของปลายสายอ่อนลง ซึ่งแน่นอนว่าแผนการของคนเจ้าเล่ห์อย่างไตรฉัตรสำเร็จ พลอยปภัสก็แค่มือสมัครเล่นจะมาสู้ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ได้ยังไง

"เอาไหม ต้องให้พี่ทำถึงขนาดนั้นใช่ไหมถึงจะสาสมแก่ใจพลอย!! ห๊ะ" ไตรฉัตรเล่นใหญ่โตเกินเบอร์ชนิดที่ว่าฮอลลีวูดจะต้องมอบรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมประจำปีให้เขา

(พลอยขอโทษค่ะ พลอยงี่เง่าไปหน่อย แต่ที่พลอยเป็นแบบนี้เพราะพลอย...) เขาเบื่อ ประโยคเดิมที่พลอยปภัสมักจะพูดเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการบงการชีวิตเขานั่นก็คือ 'เพราะพลอยรักพี่ไตรนะคะ'

รักเหี้ยไร! ยุ่งเรื่องกูยิ่งกว่าแม่กูอีก

ขนาดป๊า ม๊า คนที่ให้กำเนิดและเลี้ยงเขามาจนโตยังไม่เคยจุ้นจ้านกับชีวิตของมากเท่าพลอยปภัสที่เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่เดือน

กูไม่รู้เธอเติบโตมาในสภาพสังคมแบบไหน ขาดความรัก ขาดความอบอุ่นหรือยังไงถึงได้ชอบเรียกร้องความสนใจจากกูอยู่เรื่อย!

"งั้นแค่นี้นะ" เขาไม่ได้รอฟังจนจบประโยคเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะเอ่ยว่าอะไร จึงกดตัดสาย แล้วดันกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง คราวนี้ใบหน้าหล่อไม่สบอารมณ์ ทั้งหงุดหงิด ทั้งหัวเสีย ที่พลอยปภัสทำเหมือนเขาเป็นลูกที่ต้องมีแม่คอยโทรตามโทรเช็คตรวจความประพฤติ

"เดี๋ยวมิ้มจะทำให้คุณไตรหายหงุดหงิดเองค่ะ" มิ้มย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าชายหนุ่ม ใช้ฝ่ามือลูบไล้เป้ากางเกงพองนูนเบา ๆ ก่อนจะใช้ริมฝีปากพรมจูบหนึ่งที

ทว่า

"ไม่ต้อง ผมหมดอารมณ์ละ" ไตรฉัตรดึงตัวเธอกลับขึ้นมา "ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยตามกลับไปที่โต๊ะ"

พูดจบก็ทิ้งมิ้มให้ค้างเติ่งอยู่กลางยอดอากาศ ส่วนเขาเดินหน้าบูดเป็นตูดลิงกลับไปยังวงเหล้า พอถึงก็ไม่ยอมพูดจากับใครยกแก้วเหล้าซดเอาซดเอาราวกับอดอยากปากแห้งมานาน

"โอ๊ย! หมดกัน" มิ้มโคตรเสียดาย หล่อนเกือบจะได้ร่วมเซ็กซ์กับผู้ชายหล่อเหลาอย่างไตรฉัตรที่ผู้คนต่างร่ำลือพวกเขาดุเดือดเลือดพล่าน แถมยังลีลาเร้าใจสุด ๆ เพราะนังผู้หญิงปลายสายคนเดียว!

ทางฝั่งของพลอยปภัส หลังจากที่โดนแฟนหนุ่มตัดสายไปโดยไม่มีบอกกล่าว เธอก็นั่งไม่ติดลุกลี้ลุกลนกระวนกระวายเดินเวียนไปเวียนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"จะทำยังไงดี" หัวคิ้วเข้มดกดำขมวดเข้าหากันแน่น สองฝ่ามือสอดประสานบีบนวดสะเปะสะปะ แล้วจึงรีบจิ้มโทรศัพท์มือถือกดเบอร์ต่อสายหาเจ๊นัตตี้ เพื่อน พี่ น้อง และครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเธอ

"เจ๊..." ปลายสายกดรับรวดเร็วทันใจไม่ได้ปล่อยให้เธอรอเก้อ

(มีอะไรจ๊ะยัยพราว)

กริ่ง ๆ อีกฝ่ายกดวีดีโอคอล ชูแขนยกกล้องแล้วโยกย้ายไปมาเพื่อโอ้อวดเตียงใหม่ลายคิตตี้สีชมพูหวานแหววที่เพิ่งไปถอยมาใหม่เมื่อเช้านี้

(สวยปะ! รุ่นลิมิเต็ดเลยนะยะ) ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มเองกายสบายใจ ต่างจากพลอยปภัสที่สีหน้าเต็มไปด้วยแววเคร่งเครียด

"เจ๊! หยุดอวดเตียงใหม่ก่อนได้ไหม ช่วยสนใจฉันหน่อย ถามฉันสักคำก็ได้ว่าที่ฉันโทรมาหาเจ๊เวลานี้เนี่ยมีเรื่องเร่งด่วนหรือเรื่องทุกข์ร้อนใจอะไรหรือเปล่า" พลอยปภัสงอแง เธอมักจะเรียกร้องความสนใจจากเจ๊นัตตี้เป็นประจำและทุกครั้งก็ได้ผลตอบรับดี

(อะ ๆ มีอะไร จะโทรมาอวดผัวหรือไง อย่าหักโหมเกินไปล่ะพรุ่งนี้มีงานบ่ายนะจ๊ะสาว) หล่อนยังคงพูดทีเล่นทีจริงตามนิสัย เป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี มีความขันอยู่ในตัวจึงทำให้ทุกคนต่างรักใคร่และอยากผูกมิตรไมตรีด้วย แต่หากต้องถึงคราวจริงจังก็เข้มงวดจนน่ากลัวเหมือนกัน

"เจ๊..." พลอยปภัสกดเสียงต่ำ "ฉันคิดถูกหรือเปล่าเนี่ยที่โทรมาปรึกษาเจ๊ เห้อ!" เธอว่าพลางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกรอกตามองบนไปด้วย

(หน็อย! พูดอย่างกับว่ามีเพื่อนมีฝูงเยอะเน๊าะ แกก็มีแค่ฉันถ้าไม่โทรมาปรึกษาฉันจะโทรปรึกษาหมาที่ไหนคะอีคุณหนูพลอยปภัส)

สิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็ไม่เกินจริง...เพื่อนตอนสมัยเรียนน่ะก็มีเพื่อนกินล้วน ๆ หาเพื่อนแท้ไม่ได้สักคน พอเข้ามาทำงานก็ไม่ถูกกับใครเลยดูเป็นมิตรเป็นศัตรูกับเขาไปซะหมด เห็นทีทั้งชีวิตก็มีแค่เจ๊นัตตี้นี่แหละ

"เจ๊!!!" พลอยปภัสแผดเสียงเหวใส่ จู่ ๆ เจ๊นัตตี้ก็แว้งมากัดขากันซะงั้น เล่นกันเองแบบนี้ไม่ปลื้มเอาซะเลย

(อะอะ มีอะไรจ๊ะ) แต่หากให้เจ๊นัตตี้เดา หล่อนก็พอจะเดาได้ไม่ยาก เรื่องวุ่นวายในชีวิตยัยพลอยปภัสก็มีไม่กี่อย่าง ป๊า สองแม่ลูกนั่น และเพิ่มเข้ามานั่นก็คือผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินอย่างไตรฉัตร

มองจากองศาของดาวที่สาดส่องกระทบในแววตาคู่นั้น ผลจากการเคลื่อนย้ายการหมุนรอบตัวเองของโลก แม่หมอขอการันตีว่า ข้อหลังชัวร์!

หล่อนก็เลยแกล้งพูดทีเล่นทีจริงหยอกเย้าให้คนที่กำลังเคร่งเครียดอารมณ์ดีขึ้นมาสักหน่อย

"เจ๊ คือแบบ เรื่องมันเป็นงี้..." แล้วหญิงสาวก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับเจ๊นัตตี้ฟัง "เจ๊ว่าฉันงี่เง่าไปป่ะ พี่ไตรเขาจะโกรธ จะเคือง จะไม่พอใจฉันหรือเปล่า เขาไปทำงานแต่ฉันกลับไปโทรตามจิตตามยิก ๆ เจ๊...ฉันควรจะทำยังไงดี"

(โมโหกลบเกลื่อนซะมากกว่า เหอะ) เจ๊นัตตี้เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ (นี่แกเชื่อคำพูดผู้ชายคนนั้นจริง ๆ เหรอยัยพลอย ดูก็รู้ว่าจงใจแกล้งทำเป็นหงุดหงิดหัวเสียเพื่อจะกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองล่ะสิท่า)

"เจ๊ พี่ไตรเขาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร เจ๊ก็อยากอคติกับเขามากเกินไปเลยหน่า ถ้าเกิดพี่ไตรเป็นอย่างที่เจ๊คิดจริง ๆ เขาจะยอมให้ฉันมาอยู่คอนโดเดียวกันกับเขาเหรอ ผู้ชายหากเขาไม่คิดจริงจังน่ะเขาไม่ลงทุนทำถึงขนาดนี้หรอกเจ๊" เธอพยายามหาข้อแก้ต่างให้ไตรฉัตรได้ทุกกรณี

เพียงเพราะความรักทำให้ผู้หญิงที่เคยคิดว่าตัวเองฉลาด รอบรู้ ทันคน อย่างพลอยปภัสกลายเป็นสิ่งมีชีวิตหน้าโง่ที่นอนเหี่ยวแห้งคาคอนโดโดนไตรฉัตรต้มแล้วต้มอีก ถูกเมาท์มอยในกลุ่มของผู้หญิงที่อีกฝ่ายคั่วด้วย

เพราะเขาเข้ามาเติมเต็ม เพราะเขาเข้าใจและสามารถยอมรับทุกอย่างที่เธอเป็นได้ เธอจึงไม่เคยคิดเผื่อใจถลาตัวลงไปจนมิดศีรษะ ไม่อยากจะคิดหากวันหนึ่งรับรู้ว่าด้านล่างเต็มไปด้วยเปลวนรกที่ร้อนรุ่มจะถีบตัวเองขึ้นมาทันหรือเปล่า

(หยุด! หยุดเลยค่ะลูกสาว เสือมันก็เป็นเสืออยู่วันยังค่ำ เช่นเดียวกับผู้ชายเจ้าชู้แบบคุณไตรนั่นแหละ เจ้าพ่อจอมคาสโนว่าเชียวนะพลิกลิ้นตลบตะแลงตบตาคนมาแล้วนัดต่อนัด และที่สำคัญการที่เขายอมให้แกย้ายไปอยู่คอนโดมันก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะคิดจริงจังกับแก)

เจ๊นัตตี้พยายามพูดเตือนสติเพื่อให้อีกฝ่ายฉุกคิดขึ้นมาได้บ้าง ตื่นจากความฝันลม ๆ แล้ง ๆ แล้วยอมรับเปิดตามองเห็นความจริงเสียชีวิต ไม่ใช่มืดบอดอยู่กับร่างสุภาพบุรุษที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกล่อผู้หญิงให้ติดกับ

"เจ๊...เจ๊ช่วยฉันคิดหน่อยสิว่าฉันควรจะทำยังไง" นี่คือคนโง่แห่งปี เปลี่ยนเรื่องรวดเร็ว และไม่ต้องการเอ่ยถึงมันอีก

(เห้อ!) หล่อนถือว่าหล่อนได้เตือนอีกฝ่ายแล้ว (ถ้าอยากให้เขาหายโกรธก็เอาใจเขามาก ๆ เขาชอบอะไรมากที่สุดแกก็ทำสิ่งนั้นให้ คงไม่ต้องบอกนะว่าผัวแกชอบอะไร)

เซ็กซ์ เขาชอบมีเซ็กซ์กับเธอ

"ขอบคุณนะเจ๊ มั๊วะ!!!" พลอยปภัสจุ้บปากแรง ๆ จนเกิดเสียง ก่อนจะรีบกดวางสายแล้ววิ่งแจ้งเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดนอนไม่ได้นอนรอเขากลับมาแล้วค่อยงอนง้อขอโทษตามคำแนะนำของเจ๊นัตตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศผู้เป็นพิเศษ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 24

    พลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 23

    จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 22

    เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 21

    ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 20

    ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ

  • เพราะเขาไม่เคยรัก   บทที่ 19

    ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status