แชร์

บทที่13

ผู้เขียน: Luna of The Sea
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-16 16:30:33

ในขณะที่อีกซีกโลกหมุนไปอย่างเร่งรีบ แต่ที่นี่กลับดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทั้งที่อยู่ใต้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน

โอลิเวียร์เดินทอดน่องเลียบลำธาร ไปอย่างช้าๆด้วยหัวใจอิ่มเอม กระโปรงยาวปัดไล้ข้อเท้าแผ่วเบา  พลางอมยิ้มขณะอ่านจดหมายจากซูซานที่เล่าถึงชีวิตในนิวยอร์กซึ่งกำลังไปได้สวย งานใหม่ และชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเริ่มคบหา

ความอบอุ่นและความงดงามจากถ้อยคำเหล่านั้นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ จนเธอเผลอลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเดินลึกเข้ามาไกลเพียงใด แม้ลึกลงไปในใจจะรู้ดีว่า แท้จริงแล้วเธอยังอยู่ไม่ห่างจากบ้านพักนักก็ตาม 

จนกระทั่งสายตาเหลือบเห็นใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่ใบร่มรื่นที่ราวเชิญเธอเข้าใกล้ ให้ทิ้งตัวเอนหลังอย่างผ่อนคลาย.. แต่ทว่าเมื่ออ่านจบ ปลายนิ้วลดกระดาษลง และเพียงในจังหวะที่เงยหน้าขึ้น

แผ่นหลังกว้างของใครบางคนปรากฏอยู่ตรงหน้า กลางลำธารที่สายน้ำไหลเอื่อยสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนจาง

ดวงตากลมของเธอเพ่งมองอย่างเผลอไผล ก่อนจะชะงักนิ่งเมื่อเห็นรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านแผ่นหลังนั้น ราวกับบาดแผลจากอดีตที่ถูกจารึกไว้บนเรือนกาย และไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง

หัวใจของเธอสั่นไหว ขณะที่ลมหายใจค่อย ๆ ติดค้างอยู่ในอก คล้ายมีบางอย่างในตัวชายคนนั้นดึงสายตาและความรู้สึกของเธอไว้

และเมื่อชายคนนั้นขยับกายเผยให้เห็นเพียงเสี้ยวด้านข้าง สมองของเธอก็ประมวลผลอย่างรวดเร็ว หัวใจพลันกระตุกวูบราวถูกบางสิ่งกระแทกเข้าอย่างจัง

เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากเรียวสั่นระริก

“ไคล์ ไวท์มอร์…”

และม้าของเขาผูกอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นกำลังชำระล้างบางสิ่งออกจากผิวกาย ชั่วพริบตาที่เขาหันกลับมา แววตาคมกริบวาบผ่านสายตาเธอ

โอลิเวียร์รีบเบือนหน้าหนี ความร้อนวาบแล่นขึ้นถึงใบหน้าเมื่อรู้ตัวว่าเผลอเห็นเขาโดยไม่ตั้งใจ เธอยกจดหมายในมือขึ้นบังใบหน้าราวกับจะซ่อนความตกใจ ก่อนรีบลุกขึ้นทั้งที่สติยังตามไม่ทัน ร่างกายพาเธอถอยหนีไปตามเสียงน้ำไหลอย่างลนลาน

แต่ถึงจะเดินห่างออกมาแล้ว ภาพแผ่นหลังกว้างกับรอยแผลเป็นที่พาดผ่านก็ยังคงติดอยู่ในความคิดอย่างไม่อาจสลัดทิ้ง

มันไม่ใช่แค่ภาพที่ติดค้างอยู่ในหัว หากแต่เป็นคำถามที่ค่อย ๆ สะกิดอยู่ในใจ

เกิดอะไรขึ้นกับชายผู้นั้นกันแน่?

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการคำตอบหรือไม่

เพราะลึกลงไปในใจ โอลิเวียร์รู้ดีว่า เธอกับเขาไม่เคยลงรอยกัน

และบางครั้ง การรับรู้เรื่องราวของใครบางคนมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความอ่อนแอได้เช่นกัน

กระนั้น ภาพแววตาคมคู่นั้นกลับยังวนเวียนอยู่ในความคิด ราวกับเงาบางอย่างที่เกาะกุมไม่ปล่อยไปง่ายๆ 

จนกระทั่งยามบ่ายมาถึง ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่หน้าไร่กรีนเวลล์จึงเข้ามาแทนที่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวของเธอชั่วคราว

ช่างและผู้รับเหมาหลายรายทยอยเข้ามา เสนอรายละเอียดงานพร้อมตัวเลขที่แตกต่างกัน บางคนพูดถึงประสบการณ์ของตน ขณะที่อีกหลายคนเอ่ยว่าเคยรู้จักครอบครัวของเธอดี ตั้งแต่สมัยที่พวกเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ก่อนจะจากไปใช้ชีวิตในนิวยอร์ก

บางคนเคยช่วยงานในไร่ และย้ำว่าความคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้อาจเป็นข้อได้เปรียบ

โอลิเวียร์รับฟังทุกอย่างอย่างพินิจพิเคราะห์

เธอรู้ดีว่า การเลือกใครสักคนที่เข้าใจไร่นี้ และเสนอราคาที่สมเหตุสมผล อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

กระทั่งเสียงเครื่องยนต์รถคันหนึ่งดังกระหึ่มเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า

เซล์ย น็อกซ์ ในเสื้อหนังสีเข้ม สวมหมวกปีกกว้างกดต่ำ ท่าทางมาดมั่น ก้าวลงมาจากรถ

บทสนทนารอบตัวแผ่วลง ก่อน เซล์ยจะเปล่งเสียงคมชัด

“จะไม่เสนองานให้ ‘น็อกซ์’ บ้างเหรอ”

และทันทีที่กระดาษแผ่นหนึ่งจากมือเซลย์ถูกยื่นมา โอลิเวียร์อ่านตัวอักษรที่เขียนอย่างเรียบง่ายจนน่าประหลาด

ข้อความนั้นไม่พูดถึงตัวเลข ไม่ต่อรองราคา และไม่เร่งรัดการตัดสินใจ สิ่งที่เสนอคือการช่วยเหลือทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือ ‘น็อกซ์ต้องการเป็นหุ้นส่วนของไร่กรีนเวลล์’

คำว่า หุ้นส่วน ฟังดูสุภาพและเป็นธรรม ทว่ามันแฝงน้ำหนักบางอย่างที่โอลิเวียร์ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะมันไม่ได้หมายถึงแค่งาน หรือผลประโยชน์ หากแต่คือการก้าวเข้ามามีที่ยืนในสถานที่แห่งนี้ และในชีวิตของเธอ

ซึ่งเป็นสิ่งที่โอลิเวียร์จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น

“ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ แต่นั่นไม่ได้อยู่ในแผนงานของฉันค่ะ”

น้ำเสียงของเธอสุภาพ และหนักแน่นพอจะไม่เปิดช่องให้ต่อรอง

เซล์ยจ้องเธอนิ่ง ราวกับกำลังย้ำคำตอบที่เพิ่งหลุดจากปากเธออีกครั้งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่เธอก็ยังจ้องกลับอย่างไม่อ่อนข้อเช่นกัน บรรยากาศระหว่างทั้งสองค่อย ๆ หนักอึ้งขึ้นทีละน้อย ราวกับแรงดันที่ถูกอัดไว้จนใกล้ระเบิด

ในที่สุด มือใหญ่ก็กระชากกระดาษแผ่นนั้นกลับไปอย่างแรง ก่อนจะหันหลังให้ โดยไม่เหลือคำพูดใดไว้ต่อรอง ราวกับการเจรจาทางธุรกิจครั้งนี้ได้ปิดฉากลงอย่างไม่อาจย้อนคืน

เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ตึงแน่น ก่อนเสียงปิดประตูรถจะดังลั่น กระแทกก้องไปทั่วหน้ากรีนเวลล์

และในวินาทีนั้นเอง เธอก็รู้ดีว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่การปฏิเสธข้อเสนอ หากแต่มันคือการก้าวข้ามเส้นบางเส้นระหว่างเธอกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งของทั้งอำเภอ

และความเย็นเยียบที่ตามมาทีหลัง…ก็หนักแน่นพอจะกดให้ความเงียบในอกเธอดังขึ้นกว่าทุกเสียงรอบตัว

…

ในหัวค่ำที่อากาศเริ่มเย็นลง เสียงฟ้าร้องดังมาแต่ไกล

โอลิเวียร์ในชุดคลุมสีเรียบ นั่งเขียนจดหมายถึงซูซาน เล่าเรื่องบ้านเกิดด้วยถ้อยคำเรียบง่าย เนื้อความอาจดูไม่สำคัญนัก

 แต่การได้ถ่ายทอดมันออกไปกลับทำให้เธอรู้สึกราวกับมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง แม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละฟากโลกก็ตาม 

เปลวไฟในเตาผิงให้ความอบอุ่นได้เพียงริบหรี่ พอจะต้านความเย็นที่แทรกซึมเข้ามาตามรอยต่อของบ้านไม้เก่า

พลัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสียงนั้นดึงความสนใจของเธอออกจากหน้ากระดาษในทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว โอลิเวียร์ลุกขึ้น เดินไปยังลิ้นชักที่อยู่ไม่ไกลนัก ปืนลูกโม่ของพ่อยังคงอยู่ที่เดิม เธอหยิบมันขึ้นมา ตรวจดูอย่างรวดเร็วให้แน่ใจว่ามันพร้อมใช้งาน

เสียงเคาะประตูยังคงดังซ้ำ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงใสแหลม

“สวัสดี โอลิเวียร์”

เธอปล่อยลมหายใจยาว นิ้วเรียวดันลิ้นชักกลับเข้าที่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู

“เอลล่า”

หญิงสาวในผ้ากันเปื้อน ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมถาดพายที่ยังอุ่นอยู่ในมือ

“ฉันเอาพายไก่มาฝาก”

“เข้ามาข้างในก่อนสิ เอลล่า”

เอลล่าส่ายหน้าอย่างมีมารยาท

“ไม่เป็นไร ยังมีงานที่ต้องทำอยู่อีกนิด”

โอลิเวียร์ยิ้มรับ พลางรับพายนั้นมา ความอุ่นแผ่วเบาซึมผ่านฝ่ามือ

อย่างน้อย…เธอก็รู้สึกว่าวันนี้ไม่ได้แย่ไปเสียหมด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่13

    ในขณะที่อีกซีกโลกหมุนไปอย่างเร่งรีบ แต่ที่นี่กลับดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทั้งที่อยู่ใต้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกันโอลิเวียร์เดินทอดน่องเลียบลำธาร ไปอย่างช้าๆด้วยหัวใจอิ่มเอม กระโปรงยาวปัดไล้ข้อเท้าแผ่วเบา พลางอมยิ้มขณะอ่านจดหมายจากซูซานที่เล่าถึงชีวิตในนิวยอร์กซึ่งกำลังไปได้สวย งานใหม่ และชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเริ่มคบหาความอบอุ่นและความงดงามจากถ้อยคำเหล่านั้นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ จนเธอเผลอลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเดินลึกเข้ามาไกลเพียงใด แม้ลึกลงไปในใจจะรู้ดีว่า แท้จริงแล้วเธอยังอยู่ไม่ห่างจากบ้านพักนักก็ตามจนกระทั่งสายตาเหลือบเห็นใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่ใบร่มรื่นที่ราวเชิญเธอเข้าใกล้ ให้ทิ้งตัวเอนหลังอย่างผ่อนคลาย.. แต่ทว่าเมื่ออ่านจบ ปลายนิ้วลดกระดาษลง และเพียงในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนปรากฏอยู่ตรงหน้า กลางลำธารที่สายน้ำไหลเอื่อยสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนจา

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่12

    เสียงคึกคักยามเช้าดังก้องไปทั่วตลาดนัดท้ายตำบล ทั้งเสียงพูดคุย ต่อรองราคา ไปจนถึงการจับกลุ่มซุบซิบนินทาของชาวบ้าน ซึ่งนับเป็นแหล่งข่าวชั้นดีของผู้คนในละแวกนั้นทันทีที่โอลิเวียร์ก้าวลงจากรถเบนซ์สีเขียวเข้ม เสียงจอแจในตลาดก็แผ่วลง ราวกับการปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมาเพ่งมอง การแต่งกายและท่าทางอันมาดมั่นนั้น แตกต่างจากหญิงสาวชาวบ้านในชนบทแถบนี้อย่างสิ้นเชิงเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว พับแขนขึ้นถึงศอก สอดชายเสื้อเรียบร้อยในกางเกงเอวสูง คาดเข็มขัดหนังเรียบ ผิวพรรณสะอาดตาของเธอโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่านเธอเดินตรงเข้าไปที่แผงขายผัก “สวัสดีค่ะ คุณป้าคะ” เธอพยายามเรียกความสนใจจากแม่ค้าที่กำลังก้มหน้าคัดผักอยู่หน้าแผง ทว่าอีกฝ่า

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่11

    ‘ไม่มีเวลามากพอให้คิดถึงเรื่องอื่น เธอรู้ดีว่าวันนี้ต้องเริ่ม’ความมั่นใจและความมุ่งมั่นของโอลิเวียร์ยังคงเต็มเปี่ยมแผนงานที่เคยเป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษเริ่มเป็นรูปเป็นร่างสมุดโน้ตเปิดคาไว้ในมือ ปลายปากกาจรดจุดเริ่มต้นลงไป ทีละบรรทัด“เรือนรับรองด้านหลัง คือสิ่งแรกที่ต้องซ่อมแซมและปรับปรุง” นั่นคือแผนงานของวันนี้ทว่าในเวลานี้ ดวงอาทิตย์ตั้งตรง แดดร้อนระอุไม่ต่างจากอกของเธอที่กำลังรุ่มร้อน เมื่อชาวไร่แถบนี้ที่เธอว่าจ้างให้มารื้อถอนหญ้าเถาวัลย์และทำความสะอาดกลับหายเงียบ ทั้งที่เมื่อวานยังรับป

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่10

    แสงไฟสีทองหม่นเหนือเคาน์เตอร์สาดลงบนบาร์ไม้เก่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งาน กลิ่นเหล้าผสมควันบุหรี่บาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศแฮงค์ เจ้าของบาร์ในเสื้อกั๊กหนังสีเข้ม ยืนประจำอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาวางแก้วลงตรงหน้าโอลิเวียร์ด้วยสีหน้าเรียบ “เธอคือลูกสาวตระกูลกรีนเวลล์สินะ”โอลิเวียร์ขยับคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจทันทีว่าข่าวการกลับมาของเธอแพร่ไปไวราวกับไฟลามทุ่ง“ใช่ค่ะ ฉันโอลิเวียร์ ”แฮงค์พยักหน้าช้า ๆ ราวกับกำลังนับจังหวะบางอย่างในหัว“ฉันรู้จักกรีนเวลล์…” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง“แต่เรื่องมันผ่านมาหลายสิบปีแล้ว”

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่9

    โอลิเวียร์หันไปตามเสียงเรียก…เซล์ย น็อกซ์ ยืนอยู่ตรงหน้า ใกล้กว่าที่เธอคาดไว้มาก จนเธอสะดุ้ง เผลอก้าวถอยไปครึ่งก้าว ก่อนจะรีบเก็บอาการแล้วเอ่ยทักตามมารยาท“สวัสดีค่ะ”ทว่า แม้จะยืนอยู่ตรงหน้าอีกคน ใจของเธอกลับยังคงวนเวียนอยู่ที่สนาม ความรู้สึกบางอย่างเร่งเร้าไม่หยุด จนเธอต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง…แต่ในวินาทีนั้น ไคล์กลับหายไปแล้ว เหลือเพียงฝุ่นดินที่ยังลอยคละคลุ้งและความรู้สึกบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ“ขออภัยด้วยนะครับ หากการแข่งขันวันนี้ไม่ถูกใจคุณ โดยเฉพาะเมื่อถ้วยรางวัลไม่ได้อยู่ในมือคนที่เหมาะสม” เซล์ยพูดด้วยน้ำเสียงประดิษฐ์ ชวนอึดอัดโอลิเวียร์ครุ่นคิดสองสามวิ ก่อนจะตอบกลับอย่างเร

  • เพลิงรักไร่เถื่อน   บทที่8

    ไคล์กำแก้ววิสกี้แน่น ดวงตาคมทอดมองไปยังเชิงเนินอีกฝั่งอย่างไม่วางตา ชื่อ “กรีนเวลล์” ผุดขึ้นมาในความคิด ราวกับเงามืดที่คอยเกาะกินเขาไม่ยอมปล่อยแสงไฟจากเรือนไม้ส่องวูบไหว ควันจากปล่องไฟลอยเอื่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า คล้ายความแค้นที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในอกของเขา ไม่เคยจางหายสำหรับไคล์ นี่ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินผืนนั้นคืน แต่มันคือการทวงคืน และทำให้กรีนเวลล์ต้องชดใช้อย่างสาสมในเวลาเดียวกัน ภายในบ้านหลังนั้นที่เขาจ้องมองอยู่ โอลิเวียร์นั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้ เธอเปิดแผนงานและโฉนดขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง“ทุกอย่างเรียบร้อยดี… ไม่มีอะไรต้องกังวล” เธอพึมพำแผ่วเบาพลางปลายนิ้วไล่ไปตามรายละเอียดบนกระดาษอย่างช้า ๆแผนนี้ถูกคิดมาอย่างรอบคอบ มันควรเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ ที่มั่นคงและค่อยเป็นค่อยไปในขอบเขตที่เธอควบคุมได้ไม่ใช่สิ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status