เข้าสู่ระบบเสียงคึกคักยามเช้าดังก้องไปทั่วตลาดนัดท้ายตำบล ทั้งเสียงพูดคุย ต่อรองราคา ไปจนถึงการจับกลุ่มซุบซิบนินทาของชาวบ้าน ซึ่งนับเป็นแหล่งข่าวชั้นดีของผู้คนในละแวกนั้น
ทันทีที่โอลิเวียร์ก้าวลงจากรถเบนซ์สีเขียวเข้ม เสียงจอแจในตลาดก็แผ่วลง ราวกับการปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมาเพ่งมอง การแต่งกายและท่าทางอันมาดมั่นนั้น แตกต่างจากหญิงสาวชาวบ้านในชนบทแถบนี้อย่างสิ้นเชิง
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว พับแขนขึ้นถึงศอก สอดชายเสื้อเรียบร้อยในกางเกงเอวสูง คาดเข็มขัดหนังเรียบ ผิวพรรณสะอาดตาของเธอโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่าน
เธอเดินตรงเข้าไปที่แผงขายผัก
“สวัสดีค่ะ คุณป้าคะ” เธอพยายามเรียกความสนใจจากแม่ค้าที่กำลังก้มหน้าคัดผักอยู่หน้าแผง ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉย ราวกับไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้น“คุณป้าคะ…”
เธอเรียกซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดตรงประเด็น “วันก่อนที่ฉันจ้างสามีคุณไปทำงานที่ไร่กรีนเวลล์ ทำไมเขาไม่ไปคะ”มือของแม่ค้าที่กำลังคัดผักชะงักค้าง ก่อนจะขยับทำต่ออย่างเชื่องช้า คล้ายตั้งใจเมินเฉย
โอลิเวียร์กำลังจะอ้าปากถามซ้ำ ทว่าจังหวะนั้นเอง ลูกค้าหลายคนกลับเบียดเสียดเข้ามาที่หน้าแผง เธอจึงจำต้องถอยหลบออกมา ความรู้สึกอึดอัดบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล จนเธอเลือกหันกายไปอีกทาง
เธอหยุดยืนที่แผงขายเนื้อ ดวงตากลมกวาดสายตามองหาใครบางคน แม้จะยังรับรู้ได้ถึงสายตาจากผู้คนรอบข้าง เธอก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
“คุณลุงคะ… วันก่อนที่ฉันจ้างลูกชายคุณลุงไปทำงานที่ไร่กรีนเวลล์ แต่เขาไม่ได้ไปน่ะค่ะ”
โอลิเวียร์ชะโงกมองลึกเข้าไปหลังแผง
“วันนี้เขาไม่มาเหรอคะ”มีดในมือคนขายเนื้อหยุดค้างอยู่กลางอากาศ และในวินาทีนั้นเอง เสียงจอแจของตลาดรอบตัวก็เหมือน แผ่วลงกว่าเดิม
ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่ง หลังแผงขายปลา ตัวผอม ผมยุ่ง ดวงตาจ้องมองโอลิเวียร์อย่างใสซื่อ เธอสบตาเขาเพียงชั่วครู่เดียว หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล
ทำไมไม่มีใครตอบ ไม่มีใครสนใจอะไรเลย ความคิดนั้นดังซ้ำอยู่ในหัวของเธออย่างไม่ยุติธรรม
ดวงตากลมกวาดมองไปรอบตลาด มือกำแน่น เมื่อหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะไม้ ความแน่วแน่ในใจไม่เคยถอย
ร่างเพรียวก้าวขึ้นไปยืนบนโต๊ะไม้ที่ว่างเปล่า เสียงฝ่าเท้ากระแทกดังชัด เจาะทะลุความเงียบงันรอบตัว
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเปล่งเสียงออกมา“ฉันมาจ้างงานค่ะ”
“มีใครสนใจไปทำงานที่ไร่ไหมคะ”สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบตลาด รอคอยเสียงตอบรับจากใครสักคน ก่อนจะย้ำอีกครั้ง
“ฉันจ่ายให้สองเท่าเลยค่ะ”
คำว่า สองเท่า ลอยเด่นชัดอยู่กลางอากาศ
แต่ก็ไม่มีใครกล้าขานรับสายตาของผู้คนว่างเปล่า ราวกับเธอเป็นเพียงคนนอก เป็นคนแปลกหน้าที่ยืนผิดที่ ผิดทาง
ความเงียบแผ่ซ่านออกมาอย่างผิดปกติ ราวกับทุกคนกำลังหลีกเลี่ยงบางสิ่งเดียวกัน หนักเสียจนโอลิเวียร์รู้สึกว่าตนเองเป็นคนนอกในที่แห่งนี้
“เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่เนี่ย…”
เธอพึมพำกับตัวเอง
“อย่าเสียงดังสิ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
เธอหันไปตามเสียงนั้น หญิงวัยกลางคนยืนกอดตะกร้าแน่น สายตามองไปรอบตลาดอย่างระแวดระวัง ก่อนจะลดเสียงลงเป็นกระซิบ
“คนแถวนี้… เขาไม่รับงานที่ไร่นั่น”
แนวคิ้วของโอลิเวียร์ขมวดเข้าหากัน
“ทำไมคะ”หญิงคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาเพียงครึ่งเดียว
“ที่ดิน… ที่แผงขาย
ชีวิตการงานที่เขามีอยู่…”เธอเว้นจังหวะ
“ล้วนเป็นของไวท์มอร์”
เพียงชื่อที่หลุดออกมา คนใกล้ ๆ ก็ขยับตัวทันที
“เป็นคำสั่ง ห้ามรับงาน”
เธอพูดเสียงแผ่ว
“ใครฝ่าฝืน… ก็อยู่ที่นี่ไม่ได้”
หญิงคนนั้นถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับไม่อยากให้ใครเห็นว่าเคยพูดกับโอลิเวียร์
โอลิเวียร์ขยับตาม แต่หญิงคนนั้นกลับถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหายลับไปกับฝูงชนในตลาด ทว่าคำพูดสุดท้ายยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอ นี่ไม่ใช่การปฏิเสธงาน หากเป็นคำสั่งของเจ้าพื้นที่
เธอขบกรามแน่น พึมพำออกมา
“นี่เขากำลังกดดันฉันอยู่เหรอ…”แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดทำให้โอลิเวียร์ล้มเลิกแผนที่ตั้งใจไว้ได้
เธอจัดพิมพ์เอกสารประกาศหลายฉบับ ถ่ายสำเนา แล้วนำไปติดตามจุดสำคัญทั่วทั้งตำบลและอำเภอ ตั้งแต่หน้าศาลากลาง ร้านค้า ไปจนถึงป้ายประกาศเก่าแก่ริมถนน
ในเอกสารระบุความประสงค์อย่างชัดเจน ว่าต้องการว่าจ้างช่างและผู้รับเหมา เพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงพื้นที่ พร้อมเปิดให้เสนอราคาโดยตรง
ท้ายประกาศ ลงชื่อสถานที่ติดต่อไว้เพียงแห่งเดียว
ไร่กรีนเวลล์และเมื่อกระดาษใบนั้นอยู่ในของไคล์ เขาเพียงขยำมันแน่น แววตากร้าววาวด้วยบางสิ่งที่ลึกกว่าความไม่พอใจ
“เธอไม่มีทางสมหวังหรอก… กรีนเวลล์”
ในขณะที่อีกซีกโลกหมุนไปอย่างเร่งรีบ แต่ที่นี่กลับดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทั้งที่อยู่ใต้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกันโอลิเวียร์เดินทอดน่องเลียบลำธาร ไปอย่างช้าๆด้วยหัวใจอิ่มเอม กระโปรงยาวปัดไล้ข้อเท้าแผ่วเบา พลางอมยิ้มขณะอ่านจดหมายจากซูซานที่เล่าถึงชีวิตในนิวยอร์กซึ่งกำลังไปได้สวย งานใหม่ และชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเริ่มคบหาความอบอุ่นและความงดงามจากถ้อยคำเหล่านั้นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ จนเธอเผลอลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเดินลึกเข้ามาไกลเพียงใด แม้ลึกลงไปในใจจะรู้ดีว่า แท้จริงแล้วเธอยังอยู่ไม่ห่างจากบ้านพักนักก็ตามจนกระทั่งสายตาเหลือบเห็นใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่ใบร่มรื่นที่ราวเชิญเธอเข้าใกล้ ให้ทิ้งตัวเอนหลังอย่างผ่อนคลาย.. แต่ทว่าเมื่ออ่านจบ ปลายนิ้วลดกระดาษลง และเพียงในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนปรากฏอยู่ตรงหน้า กลางลำธารที่สายน้ำไหลเอื่อยสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนจา
เสียงคึกคักยามเช้าดังก้องไปทั่วตลาดนัดท้ายตำบล ทั้งเสียงพูดคุย ต่อรองราคา ไปจนถึงการจับกลุ่มซุบซิบนินทาของชาวบ้าน ซึ่งนับเป็นแหล่งข่าวชั้นดีของผู้คนในละแวกนั้นทันทีที่โอลิเวียร์ก้าวลงจากรถเบนซ์สีเขียวเข้ม เสียงจอแจในตลาดก็แผ่วลง ราวกับการปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมาเพ่งมอง การแต่งกายและท่าทางอันมาดมั่นนั้น แตกต่างจากหญิงสาวชาวบ้านในชนบทแถบนี้อย่างสิ้นเชิงเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว พับแขนขึ้นถึงศอก สอดชายเสื้อเรียบร้อยในกางเกงเอวสูง คาดเข็มขัดหนังเรียบ ผิวพรรณสะอาดตาของเธอโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่านเธอเดินตรงเข้าไปที่แผงขายผัก “สวัสดีค่ะ คุณป้าคะ” เธอพยายามเรียกความสนใจจากแม่ค้าที่กำลังก้มหน้าคัดผักอยู่หน้าแผง ทว่าอีกฝ่า
‘ไม่มีเวลามากพอให้คิดถึงเรื่องอื่น เธอรู้ดีว่าวันนี้ต้องเริ่ม’ความมั่นใจและความมุ่งมั่นของโอลิเวียร์ยังคงเต็มเปี่ยมแผนงานที่เคยเป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษเริ่มเป็นรูปเป็นร่างสมุดโน้ตเปิดคาไว้ในมือ ปลายปากกาจรดจุดเริ่มต้นลงไป ทีละบรรทัด“เรือนรับรองด้านหลัง คือสิ่งแรกที่ต้องซ่อมแซมและปรับปรุง” นั่นคือแผนงานของวันนี้ทว่าในเวลานี้ ดวงอาทิตย์ตั้งตรง แดดร้อนระอุไม่ต่างจากอกของเธอที่กำลังรุ่มร้อน เมื่อชาวไร่แถบนี้ที่เธอว่าจ้างให้มารื้อถอนหญ้าเถาวัลย์และทำความสะอาดกลับหายเงียบ ทั้งที่เมื่อวานยังรับป
แสงไฟสีทองหม่นเหนือเคาน์เตอร์สาดลงบนบาร์ไม้เก่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งาน กลิ่นเหล้าผสมควันบุหรี่บาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศแฮงค์ เจ้าของบาร์ในเสื้อกั๊กหนังสีเข้ม ยืนประจำอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาวางแก้วลงตรงหน้าโอลิเวียร์ด้วยสีหน้าเรียบ “เธอคือลูกสาวตระกูลกรีนเวลล์สินะ”โอลิเวียร์ขยับคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจทันทีว่าข่าวการกลับมาของเธอแพร่ไปไวราวกับไฟลามทุ่ง“ใช่ค่ะ ฉันโอลิเวียร์ ”แฮงค์พยักหน้าช้า ๆ ราวกับกำลังนับจังหวะบางอย่างในหัว“ฉันรู้จักกรีนเวลล์…” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง“แต่เรื่องมันผ่านมาหลายสิบปีแล้ว”
โอลิเวียร์หันไปตามเสียงเรียก…เซล์ย น็อกซ์ ยืนอยู่ตรงหน้า ใกล้กว่าที่เธอคาดไว้มาก จนเธอสะดุ้ง เผลอก้าวถอยไปครึ่งก้าว ก่อนจะรีบเก็บอาการแล้วเอ่ยทักตามมารยาท“สวัสดีค่ะ”ทว่า แม้จะยืนอยู่ตรงหน้าอีกคน ใจของเธอกลับยังคงวนเวียนอยู่ที่สนาม ความรู้สึกบางอย่างเร่งเร้าไม่หยุด จนเธอต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง…แต่ในวินาทีนั้น ไคล์กลับหายไปแล้ว เหลือเพียงฝุ่นดินที่ยังลอยคละคลุ้งและความรู้สึกบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ“ขออภัยด้วยนะครับ หากการแข่งขันวันนี้ไม่ถูกใจคุณ โดยเฉพาะเมื่อถ้วยรางวัลไม่ได้อยู่ในมือคนที่เหมาะสม” เซล์ยพูดด้วยน้ำเสียงประดิษฐ์ ชวนอึดอัดโอลิเวียร์ครุ่นคิดสองสามวิ ก่อนจะตอบกลับอย่างเร
ไคล์กำแก้ววิสกี้แน่น ดวงตาคมทอดมองไปยังเชิงเนินอีกฝั่งอย่างไม่วางตา ชื่อ “กรีนเวลล์” ผุดขึ้นมาในความคิด ราวกับเงามืดที่คอยเกาะกินเขาไม่ยอมปล่อยแสงไฟจากเรือนไม้ส่องวูบไหว ควันจากปล่องไฟลอยเอื่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า คล้ายความแค้นที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในอกของเขา ไม่เคยจางหายสำหรับไคล์ นี่ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินผืนนั้นคืน แต่มันคือการทวงคืน และทำให้กรีนเวลล์ต้องชดใช้อย่างสาสมในเวลาเดียวกัน ภายในบ้านหลังนั้นที่เขาจ้องมองอยู่ โอลิเวียร์นั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้ เธอเปิดแผนงานและโฉนดขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง“ทุกอย่างเรียบร้อยดี… ไม่มีอะไรต้องกังวล” เธอพึมพำแผ่วเบาพลางปลายนิ้วไล่ไปตามรายละเอียดบนกระดาษอย่างช้า ๆแผนนี้ถูกคิดมาอย่างรอบคอบ มันควรเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ ที่มั่นคงและค่อยเป็นค่อยไปในขอบเขตที่เธอควบคุมได้ไม่ใช่สิ่







