Home / โรแมนติก / เมีย(ลับ)นายทุน / บทที่3 แรงปรารถนาที่ต้านไม่อยู่

Share

บทที่3 แรงปรารถนาที่ต้านไม่อยู่

Author: Noppharat
last update Last Updated: 2025-11-01 10:10:21

บทที่3

แรงปรารถนาที่ต้านไม่อยู่

คิรินทร์ตื่นก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเหนือขอบฟ้า ร่างเปลือยท่อนบนเอนกายอยู่ข้างมินตราที่ยังหลับสนิท ใบหน้าพริ้มเพราซุกอยู่กลางอกเขาอย่างไว้ใจ ลมหายใจสม่ำเสมออุ่นรดบนผิวเขา และนั่นทำให้คิรินทร์ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง

มินตรายังอยากอยู่ตรงนี้ทั้งที่ชายคนนี้พูดไม่รักษาน้ำใจทำเย็นชาใส่ เขาไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆ กับเธอเลยสักนิด และในตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะเปิดรับใครเข้ามาในหัวใจ ทว่ามินตราเองก็ไม่ได้คิดหนีแล้ว

มือใหญ่ลูบผมนุ่มของเธอช้าๆ อย่างเบามือ ความรู้สึกละมุนบางอย่างก่อตัวในอกเขา นิ้วโป้งไล้ตามแนวกรอบหน้า เขาเคยสัมผัสใครมานับไม่ถ้วนแต่ไม่เคยรู้สึกสงบแบบนี้เลยสักครั้ง

“คุณ”

เสียงแผ่วเบาดังขึ้นในอกเขาก้มลงมอง เธอยังไม่ลืมตา แต่เรียวแขนก็กอดเขาแน่นขึ้น

“วันนี้คุณไปไหนหรือเปล่าคะ”

มินตราถามอย่างไม่แน่ใจเพราะเขาไม่ได้มีเวงาให้เธอตลอด

“ไม่ วันนี้ฉันจะอยู่กับเธอ”

เขาตอบทันทีเสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่ยังคงแฝงน้ำเสียงเข้มแบบคนที่ไม่ถนัดแสดงออก

“เมื่อคืน ทำไมคุณถึงไม่ค่อยพูดอะไรเลยล่ะคะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับว่ากลัวคำตอบ

“ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไร”

เขายอมรับตรงๆ เพราะหลังที่พูดคำนั้นออกไปเขาก็นึกอะไรไม่ออก รู้แค่ตอนนี้เขายังไม่อยากปล่อยเด็กคนนี้ไป

“มันมากไปสำหรับผู้ชายที่ไม่ได้ตั้งใจจะรักใครอีก ฉันเลยพูดออกไปแบบนั้นมันอาจจะดูแรงแต่ฉันเป็นคนโกหกไม่เป็น”

มินตราเงียบดวงตาไหววูบเธอขยับตัวเล็กน้อยแต่เขากลับยกแขนกอดเธอไว้แน่นขึ้น

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนไร้หัวใจ ฉันแค่ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้มินตรา”

“คุณไม่ต้องรีบอธิบายก็ได้ค่ะ หนูไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะรัก แค่อยากให้คุณซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง”

เขาขมวดคิ้วมองเธอนิ่งเด็กคนนี้กำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่ หรือจงใจจะปั่นป่วนหัวใจของเขาให้สับสน

“เธออยากได้ความรักจากฉันเหรอ”

“ไม่ค่ะ”

เธอส่ายหน้าเบาๆ

“แค่อยากให้คุณมองหนูเป็นมากกว่าของที่เลี้ยงไว้”

เขานิ่งไปนานก่อนพึมพำออกมาเสียงแผ่ว

“บางทีฉันก็กลัวว่าถ้าฉันเริ่มรู้สึกทุกอย่างมันจะพังอีก”

“แล้วหนูเหมือนคนที่จะทำลายชีวิตคุณเหรอคะ”

เขาสบตาเธอแล้วหัวเราะอย่างขื่นๆ

“ไม่นะ เธอทำให้โลกของฉันมันสงบด้วยซ้ำการมีเธออยู่มันทำให้ฉันผ่อนคลาย เบาบางความเครียดลงไปได้บ้าง”

“งั้นก็อย่าเพิ่งผลักหนูออกไปนะคะ”

เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมออกจากแก้มเธอ ลูบแผ่วลงมาจนถึงปลายคางแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม

“ฉันจะไม่ผลักเธอออกหรอก แต่ก็ยังไม่กล้ารั้งไว้ทั้งหมด”

มินตราเผยรอยยิ้มจางไม่ใช่ยิ้มดีใจแต่เป็นยิ้มที่พอใจกับความซื่อสัตย์ตรงหน้า แม้มันจะยังไม่ใช่คำว่ารัก แต่เธอก็เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละนิดและเธอจะอยู่เพื่อดูว่าเขาจะกล้ารักสักวันหรือไม่

เสียงเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแผ่วเบาดังขึ้นในครัวหรูของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด แสงแดดอ่อนยามเช้ากระทบกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน สะท้อนเข้ามาแตะแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตชายยาวของผู้ชายเจ้าของห้องเท่านั้น

มินตราเขย่งเท้าเล็กน้อย มือบางเอื้อมหยิบแก้วใบโปรดของเขาโดยไม่รู้เลยว่าสายตาคมคู่นั้นกำลังจ้องเธออยู่จากมุมเงียบหลังประตูกระจก

คิรินทร์ยืนพิงขอบบานเฟรมสูงด้วยเรือนร่างสูงใหญ่ท่อนบนเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงวอร์มเนื้อบางที่ห้อยหลวมต่ำจากสะโพกแขนข้างหนึ่งกอดอกอีกข้างถือแก้วน้ำเปล่าครึ่งใบ

เขาแค่จ้องเธออยู่แบบนั้นจ้องความบางเบาของเชิ้ตสีขาวที่ปกปิดผิวเปลือยเปล่าได้เพียงครึ่งใจ จ้องเรียวขาที่โผล่พ้นชายผ้าขึ้นมาถึงต้นขา และจ้องเส้นผมที่ยุ่งนิดๆ อย่างเป็นธรรมชาติหลังคืนเร่าร้อนเมื่อวาน

ผู้หญิงที่เขาเคยบอกตัวเองว่าแค่เลี้ยงไว้ ไม่ควรรู้สึก แต่เช้านี้เธอกลับทำให้เขาอยากขังเธอไว้ใต้ร่างอีกครั้ง

“ตื่นแล้วก็ไม่เรียก”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำเอาหญิงสาวสะดุ้งน้อยๆ ก่อนหันขวับไปทางต้นเสียง

“อ่าว..หนูเห็นคุณยังนอนอยู่เลยไม่อยากรบกวนค่ะ”

มินตราเอ่ยขณะมือยังกำแก้วกาแฟไว้แน่นเขาเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ

“เธอเอาเสื้อฉันมาใส่เหรอ”

เขาเอ่ยขณะสายตามองไล่จากต้นขาขึ้นไปถึงลำคอ

“เสื้อคุณอยู่ใกล้มือที่สุดค่ะหนูเลยยืมมาใส่ค่ะ”

เธอตอบทั้งที่ใจเต้นแรงเพราะเขาขยับเข้ามาจนได้กลิ่นกายอุ่นร้อนของเขาชัดเจนคิรินทร์ยื่นมือมาช้าๆ จับชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่คลุมร่างเธอไว้ดึงเบาๆ จนเธอเซเข้าหาอกเขา

“รู้ไหมว่านี่มันเร้าใจกว่าชุดชั้นในทั้งลิ้นชักที่เธอมี”

เขากระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แปลกที่เสียงนั้นไม่ได้ดังแต่มันพอจะทำให้สติของเธอสั่นคลอน มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเขาโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นเป่ารดแก้ม

“อย่าทำให้ฉันอยากกินเธอทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ”

หมับบ

เขาว่าก่อนจะกระชับเอวเธอแน่นและยกตัวเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกาแฟในมือสั่นเบาๆ จนเกือบหลุด เขาคว้ามันไปวางข้างตัว แล้วหันกลับมากดริมฝีปากลงที่ต้นคอเธอทันที

“อื้ออ”

มินตราร้องในลำคอมือยกขึ้นเกาะไหล่กว้างของเขา ร่างบางสะท้านเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นไล้จากไหปลาร้าขึ้นไปถึงหลังใบหู

“คุณ...อาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวกาแฟจะเย็นหมดแล้ว”

เธอเอ่ยเสียงสั่นแต่ไม่มีแม้แต่การผลักไสคิรินทร์หัวเราะต่ำในลำคอ นิ้วโป้งของเขาสอดใต้ชายเสื้อแล้วลูบไล้สะโพกเปลือยเปล่าเบาๆ

“ฉันอยากกินกาแฟจากปากเธอมากกว่า”

เขาดันตัวเข้าหาเธอจนสะโพกเธอแนบกับขอบหิน เธอเบิกตากว้างเมื่อเขาค่อยๆ บดริมฝีปากลงมาช้าๆ หยอกล้อที่มุมปากอวบอิ่ม

ลมหายใจของเขาแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เขากดจูบอย่างเอาแต่ใจลงบนริมฝีปากของเธอ มือเลื่อนไปตามต้นขาแล้วลากขึ้นบนอย่างเชื่องช้า เธอสั่นสะท้านเมื่อเขาสอดแขนโอบใต้ขาเธอหนึ่งข้าง ยกขึ้นวางบนเคาน์เตอร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ และยั่วเย้า

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”

เสียงของเขาเข้มจัดขึ้นก้มลงกดจูบอย่างล้ำลึก คราวนี้ไม่ปล่อยให้เธอตั้งตัวมินตราหลุดเสียงครางเสียงหวาน เมื่อปลายลิ้นของเขาไล้รุกล้ำชัดเจนขึ้น

เขาใช้การจูบแทนคำพูดใช้มือแทนการปลอบประโลม เขาสัมผัสเธอทุกที่ราวกับจะจดจำเส้นทางของร่างกายนี้ไว้ไม่มีวันลืม

ในครัวที่เต็มไปด้วยแสงแดดอ่อนเช้านั้น มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ และเสียงจูบที่ดังแผ่วสลับกันไปมา

มันไม่ใช่เพียงความต้องการทางกาย แต่เป็นการย้ำชัดว่าเธอเป็นของเขาในแบบที่ไม่ต้องมีคำพูดใดมาพิสูจน์

เขาจับสะโพกเธอแน่นแล้วค่อยๆ โน้มตัวลง คลอเคลียต้นขาเธออย่างไม่เร่งเร้า มินตราหลับตาแน่น ความวาบหวามแล่นปลาบไปทั่วร่าง

“คุณคิรินทร์”

เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่นแต่กลับยิ่งปลุกเขาให้จมลึกลงอีก เขาขบเม้มที่ต้นขาเบาๆ ก่อนจะพรมจูบไล่ขึ้นช้าๆ

“พูดชื่อฉันอีกทีสิ”

เสียงเขาห้าวพร่าขณะไล้ปลายจมูกชิดผิวเนื้อ

“คุณคิรินทร์...อ๊ะ!!”

เธอกระซิบออกมาราวกับหมดแรง แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือริมฝีปากร้อนผ่าวที่แนบลงบนรอยไวต่อของเธอไม่รีบร้อน แผ่นหลังของเธองอเกร็ง มือจิกไหล่เขาไว้แน่นราวกับกลัวจะหลุดลอย

เขาใช้ลิ้นไล้วนและเปลี่ยนจังหวะตามเสียงหอบกระเส่าของเธอ ก่อนจะผละออกช้า ๆ แล้วจ้องมองเธอด้วยแววตาที่แทบจะเผาเธอให้ไหม้

“ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ”

เขากระซิบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แล้วก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยรสชาติของตัวเธอเองที่สะท้อนกลับมาราวกับประกาศว่าเขาจะกินเธอ ทั้งเช้า กลางวัน และกลางคืน ไม่ใช่เพราะอยากครอบครอง แต่เพราะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น

ระหว่างที่มินตรากำลังทำของว่างอยู่ในครัวเสียงโทรศัพท์มือถือสั่นครืดอยู่บนโต๊ะหินอ่อนของห้องครัว มินตรายื่นมือไปรับอย่างลังเล ขณะริมฝีปากยังเจือรอยจูบจากเมื่อครู่

เธอไม่ได้ทันมองชื่อสายเรียกเข้า และนั่นคือความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีที่พาอารมณ์อบอุ่นเมื่อครู่ร่วงวูบลงพื้น

“ฮะ...ฮัลโหลคะ?”

เสียงปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เร่งร้อนจนหัวใจเธอบีบแน่นทันที

“มิน...แม่เอง”

มือที่จับโทรศัพท์สั่นทันที ดวงตาที่เคยพร่าด้วยไฟปรารถนากลับร้อนผ่าวขึ้นมาจากน้ำตาที่เอ่อล้นโดยไม่รู้ตัว

“มิน...แม่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว พ่ออาการทรุดอีกแล้ว หมอบอกว่าต้องใช้เงินด่วน แม่ขอร้องนะลูก”

เสียงปลายสายสั่นไหว เจือสะอื้นก่อนกลายเป็นเสียงร้องไห้โฮ

“แม่”

มินตราขานเรียกเสียงแผ่ว เธอกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ ความรู้สึกผิดและเจ็บลึกตีตื้นขึ้นมาจนกลืนลมหายใจ

“แม่รู้ว่าแม่ไม่ควรพูดแบบนี้ แต่...เราจะทำยังไงดีลูก เงินจากร้านก็ไม่มี ของเก่าก็ขายไปหมดแล้ว คนในบ้านเริ่มถามกันใหญ่แล้วว่าเราไปเอาเงินมาจากไหน”

“หนูจะหาให้ค่ะแม่ หนูสัญญา”

น้ำตาเธอไหลรินโดยไม่รู้ตัว เสียงพูดสั่นสะท้าน แผ่วเบาราวกับกำลังขอโทษอยู่ในที

“มินอยู่ที่ไหนกันแน่ลูก ทำไมเสียงเหมือนอยู่กับใคร”

มินตราเงียบทว่าหัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของคิรินทร์ยืนพิงกรอบประตู มือถือแก้วกาแฟไว้ครึ่งใบ สายตาของเขาจ้องมองมาที่เธออย่างเงียบงัน ไม่มีคำถาม ไม่มีคำตำหนิ แต่เต็มไปด้วยความรู้

เขาได้ยินทั้งหมดแล้ว มินตราเม้มปากแน่น กัดฟันกลั้นสะอื้น ก่อนโกหกเสียงเครือ

“อยู่...อยู่หอน่ะค่ะแม่ หนูแค่เหนื่อย ๆ เลยไม่อยากคุยเสียงดัง”

“แม่จะรอเงินนะลูก พรุ่งนี้หมอนัดอีกที...แม่ไม่มีใครแล้วจริง ๆ มิน”

“ค่ะ”

เธอตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วกดวางสายทันที ก่อนจะฟุบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินนิ่งงัน

คิรินทร์ไม่พูดอะไร เขาวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ ยกมือใหญ่แตะบ่าของเธอเบา ๆ แต่เธอกลับสะดุ้งหนี

“อย่ามาทำดีกับหนูตอนนี้เลยค่ะเพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

“ฉันแค่จะบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องร้องไห้หนักหนาขนาดนี้ มีอะไรก็ขอให้ฉันช่วยสิ”

“แต่หนูไม่ได้ขอให้คุณมารับผิดชอบชีวิตหนูนี่คะ!”

เธอหันมาสบตาเขา น้ำตาไหลพราก

“นี่มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณ! สักหน่อย”

“ไม่ใช่หน้าที่แต่มันเป็นความตั้งใจของฉัน”

คิรินทร์พูดช้า ๆ ก่อนใช้มือไล้หยดน้ำตาบนแก้มเธอออก มินตราสะอึกเธอมองเขาด้วยแววตาเจ็บปวดและอ่อนแรงในเวลาเดียวกัน

เขาดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น เธอไม่ได้ดิ้น ไม่ได้ผลักไส แต่ก็ไม่ได้กอดตอบ

“ต่อไปนี้มีอะไรก็แค่บอกฉันตรงๆ ฉันไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก แต่ฉันยะไม่ยอมให้เธอทรมานกับเรื่องเดิมๆ ไปตลอดชีวิตแน่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่9 ระแวง

    บทที่9ระแวงห้องรับแขกกว้างขวางของเพ้นท์เฮ้าส์ราคาแพงเงียบสงัด จนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะเนิบช้า มินตรายืนกอดอกอยู่หน้าเตาผิงจำลอง ดวงตากลมโตฉายแววลังเลและสั่นไหว ร่องรอยจางบนแก้มยังไม่ทันจางลงจากไอร้อนยามบ่าย แต่ภายในกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าอากาศยามค่ำเธอกำลังรอและการรอคอยครั้งนี้ช่างยาวนานเกินกว่าจะนับเวลาได้เพียงชั่วโมงเดียว รถเบนท์ลีย์สีดำคันคุ้นตาแล่นจากรั้วไปตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ลับฟ้า โดยมีเพียงคำสั้น ๆ ว่ามีประชุมด่วนทิ้งไว้แสงไฟสีอบอุ่นจากหัวบันไดสะท้อนกับโซฟาหนังแท้สีอ่อน เธอลอบมองโทรศัพท์ที่สว่างขึ้นทุก ๆ สิบนาทีจากการแจ้งเตือนของเพื่อนร่วมรุ่น แต่กลับไม่มีแม้เพียงหนึ่งข้อความจากเขา คิรินทร์ วัชรเมธา ชายผู้ที่เธอกำลังฝากหัวใจไว้โดยไม่รู้ตัวแฟ้มบางบนโต๊ะกลางยังอ้าปากเผยรูปถ่ายหญิงสาวปริศนา ผู้มีดวงตาคมลึกและรอยยิ้มบางเฉียบที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ หน้ากระดาษแนบถ้อยคำทิ้งท้ายว่า ‘ถึงคนที่อยู่ข้างกายฉัน วันนี้ พรุ่งนี้ และอนาคต’ เหมือนจะส่งสารบางอย่างจากอดีตสู่ปัจจุบันหญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เธอคือใครกันแน่ มินตราเริ่มตั้งคำถามว่า เธอมีสิทธิ์ในหัวใจเขาจริง หรือ

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่8 ใครคนนั้น

    บทที่8ใครคนนั้นหลังจากเช้าอุ่นไอรักผ่านพ้นไป มินตราคิดว่าเขาจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งที่หมดภารกิจในห้องนอน แต่เปล่าเลยคิรินทร์กลับทำในสิ่งที่เธอไม่ทันตั้งตัว“ไปเปลี่ยนชุด” เขาพูดขณะยกกาแฟขึ้นจิบใบหน้ายังเรียบเฉยเหมือนทุกวัน แต่แววตานั้นกลับซ่อนรอยยิ้มบางเบาไว้“หืม..คุณว่าไงนะคะ” มินตราเงยหน้าขึ้นจากขนมปังตรงหน้าที่เขาเตรียมไว้ให้ เพราะมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น“เราจะไปไหนกันเหรอคะ”“ฉันอยากพาเธอไปสูดลมทะเล” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะวางแก้วลง “บนเรือ...ไปทะเลกัน”“...”มินตราไม่มีเวลาอึ้งนานก็ต้องเตรียมตัวลุกไปจัดเตรียมสัมภาระ ไม่ถึงชั่วโมงต่อมารถยนต์คันหรูพามาถึงท่าเรือส่วนตัว มินตรายืนกะพริบตาถี่เมื่อเห็นเรือยอชต์สีขาวหรูเทียบท่ารออยู่ คนที่เคยเห็นเรือพวกนี้แค่ในโฆษณา ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้เหยียบมันจริง ๆ ด้วยเท้าตัวเอง“นี่คือ...ของคุณ” เธอถามเสียงอ่อยขณะจับมือเขาขึ้นเรือ“หึ...เธอเข้าใจถูกแล้วล่ะที่นี่เป็นของฉันทุกอย่าง” เขาตอบพร้อมกับรั้งมือเธอแน่น บนเรือยอชต์สุดหรู พนักงานต้อนรับและกัปตันล้วนรู้จักเขาดีจนไม่ต้องออกคำสั่งใด ๆ เรือค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจาก

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่7 คำสัญญา

    บทที่7คำสัญญาเพียงแค่ประโยคนั้นหลุดจากริมฝีปากของคิรินทร์ กลิ่นอายของค่ำคืนนี้ก็เปลี่ยนไป แต่มันคือพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาแรงปรารถนาอันเงียบงันแต่ทรงพลังมินตรานั่งนิ่งใบหน้าร้อนวูบวาบแต่ไม่กล้าหันไปมองเขา เธอรับรู้ได้ถึงมืออุ่นที่จับมือเธอไว้แน่น และนิ้วโป้งที่เกลี่ยเบา ๆ บนหลังมืออย่างเชื่องช้า ราวกับพยายามกล่อมจิตใจเธอให้ล่องลอยไปตามจังหวะของเขาเมื่อรถจอดที่หน้าเพนต์เฮาส์ เธอยังรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เดิน แต่ถูกแรงอ่อนโยนบางอย่างพาเข้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวจนถึงชั้นบนสุดประตูลิฟต์เปิดออกโดยไม่มีคำพูดใด ๆ เขาเดินนำหน้าเธอเข้าไปในห้อง ขณะเธอก้าวตามเหมือนถูกสะกดด้วยแรงอธิบายไม่ได้ภายในห้องตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มอมทองที่ส่องจากโคมข้างหัวเตียง กลิ่นหอมของดอกไม้จากเครื่องกระจายกลิ่นลอยคลุ้งในอากาศ ทุกอย่างเหมือนจัดเตรียมไว้สำหรับค่ำคืนนี้ค่ำคืนที่เขาบอกว่าจะทำให้เธอลืมคำดูถูกทั้งปวง คิรินทร์หันกลับมามองเธอในแสงสลัว ดวงตาของเขาเข้มลึกและมั่นคงเหมือนพายุที่ซ่อนอยู่หลังเงาเมฆ"เดินมาหาฉัน มิน"“ค่ะ”เสียงของเขาเรียกเธออย่างแผ่วเบา แต่มันสะเทือนจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นในอก เธอเดินเ

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่6 หนูก็แค่เด็กคนหนึ่งที่เอาตัวแลกเงิน

    บทที่6หนูก็แค่เด็กคนหนึ่งที่เอาตัวแลกเงินแสงแดดสายแกว่งไกวบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีครีมในครัวเปิดโล่งด้านตะวันออก กลิ่นกาแฟคั่วสดจากเครื่อง เอสเพรสโซ่แตะจมูกตั้งแต่ทางเดิน มินตราสวมเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวยาวสีขาวล้วน ก้าวเท้าเบา ๆ ยืนพิงกรอบประตู มองภาพเบื้องหน้า คิรินทร์ในเสื้อยืดสีเทาอ่อนตัวเดียว กางเกงลำลองสีน้ำตาลเข้มขยับมีดครัวหั่นเบคอนอย่างตั้งอกตั้งใจราวเชฟมืออาชีพเขาไม่ใช่มืออาชีพเห็นได้จากวิธีหยิบมีดแข็ง ๆ แต่แค่ภาพชายผู้บริหารที่เมื่อคืนยังเด็ดขาดในห้องประชุม ตอนนี้ยืนหันหลังให้เธอสะบัดกระทะก็เพียงพอจะทำให้ใจเธออุ่นวาบเสียงช้อนกระทบแก้วดังกรุ๋งกริ๋ง เขาหันมารับรู้สายตาหญิงสาว แล้วยกยิ้มมุมปากที่ทำให้กล้ามแก้มเขาเป็นคลื่น“ตื่นแล้วเหรอ คนขี้เซา ฝากอุ่นนมให้ทีสิ” เขาพูดเสียงนุ่มสอดสายตาอบอุ่นแม้ยังถือมีดมินตรายิ้มและพยักหน้าเข้าใจก่อนเดินไปเปิดเตาเล็ก เคลื่อนหม้อนมอย่างคล่อง เธอเติมผงโกโก้ลงไปเล็กน้อยให้สีละมุน แล้วคนด้วยช้อนเงิน ยกขึ้นดมกลิ่นหอมละมุนทำให้เธอนึกถึงบ้านครั้งยังเด็กคิรินทร์จับเบคอนเรียงลงกระทะ เสียงฉ่าเบา ๆ ดัง เคล้าเสียงขนมปังเด้งจากเครื่องปิ้งอัตโนมัติราวจังหวะด

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่5 กอดทั้งคืน

    บทที่5 กอดทั้งคืน กลางคืนของกรุงเทพฯ ความเงียบสงัดกลับกล่อมโลกทั้งใบให้หลับใหล มินตรายืนอยู่ริมหน้าต่าง กระชับเสื้อคลุมแพรสีน้ำเงินเข้มแนบอก ร่างบางสะท้อนแสงจันทร์เป็นเงาอ่อนบนกระจกเงา กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากห้องน้ำยังติดปลายจมูก ภาพของชายหนุ่มที่เดินเข้าไปด้วยท่วงท่าหนักแน่นและเงียบงันยังติดตา เธอก้มมองโทรศัพท์ที่วางหงายอยู่บนโต๊ะ ข้อความสุดท้ายที่ได้รับก่อนเขาเดินเข้าไปอาบน้ำเพียงหนึ่งบรรทัด K:คืนนี้ อย่าแตะโทรศัพท์ ฉันต้องการเวลากับเธอทั้งคืน หัวใจเธอเต้นแรงกว่าเดิมไม่ใช่เพราะถ้อยคำหวงแหน แต่เพราะน้ำเสียงในข้อความนั้นแฝงแรงดึงดูดบางอย่างที่ห้ามไม่ได้ เสียงประตูเลื่อนเปิดช้า ๆ กลุ่มไอร้อนจากห้องน้ำลอยออกมาก่อนที่เขาจะก้าวออกมา คิรินทร์สวมชุดคลุมอาบน้ำผืนบาง เส้นผมเปียกชื้นแนบกรอบหน้า ดวงตาคมเข้มหยั่งลึกจับจ้องเธอในความมืดครึ่งหนึ่งของห้อง เขาไม่ได้พูดทันที แค่เดินเข้าใกล้เรื่อย ๆ “ยังไม่นอน?” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดกับบุคลิกที่เธอเคยรู้จักในห้องประชุมมากนัก “รอคุณค่ะ” เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนตอบเขาหยุดห่างเพียงช่วงลมหายใจ ดวงตาของเขามองต่ำลงที่เสื้อคลุมของเธอที่คล้ายหลวมไปนิด

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่4 ของขวัญ

    บทที่4ของขวัญฟ้าเช้าวันใหม่ส่องลอดผนังกระจกของเพนต์เฮาส์ เหลือบแสงอุ่นไล้ไหลตามพื้นไม้สักจนเกิดริ้วละมุนราวผืนผ้าทอทอง มินตรานั่งนิ่งงันที่ปลายโซฟา ทว่าดวงตากลมกลับขุ่นมัวคล้ายหมอกเช้าเพราะน้ำตาที่ค้างขอบชั่วครู่เธอไม่แน่ใจว่าหลับไปตอนไหน ความอ่อนแรงทำให้สติเลือนหายราวฝัน หากสิ่งแรกที่เห็นตอนลืมตา คือกล่องสีน้ำตาลสันเรียบวางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้า ไม่มีโบ ไม่มีการ์ด ไม่มีแม้กระดาษแทรกบอกชื่อผู้ส่ง แต่มินตรากลับรู้ว่าของสิ่งนี้ผู้ให้คือใครมินตราไม่รีบเปิด แต่ทอดมองกล่องนั้นชั่วครู่พลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พอจะให้หัวใจที่ถูกขยี้ด้วยคำพูดเมื่อคืนคลี่คลาย ก่อนปลายนิ้วเรียวจะค่อย ๆ แกะปมริบบิ้นออกฝากล่องถูกยกอย่างช้า ช้า จนแสงเช้าสาดลงบนเนื้อในกระดาษสา เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจเธอติดขัดอีกครั้งเช็กเงินสดยอดหกหลักวางเรียงอย่างราบเรียบอยู่ในซองขาวไร้ตัวหนังสือ และเหนือเช็กนั้นคือแฟ้มแผ่นบางพิมพ์ตราโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ในนั้นแนบสัญญาค่ารักษาครบวงจร ลงลายเซ็นคิรินทร์ วัชรเมธาชัดเจน เส้นหมึกเรียบกริบราวคมมีด แต่ตวัดปลายอักษรอย่างอ่อนโยนจนชวนให้คิดว่าเจ้าของลายเซ็นคงตั้งใจมอบมากกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status