INICIAR SESIÓNบทที่4
ของขวัญ ฟ้าเช้าวันใหม่ส่องลอดผนังกระจกของเพนต์เฮาส์ เหลือบแสงอุ่นไล้ไหลตามพื้นไม้สักจนเกิดริ้วละมุนราวผืนผ้าทอทอง มินตรานั่งนิ่งงันที่ปลายโซฟา ทว่าดวงตากลมกลับขุ่นมัวคล้ายหมอกเช้าเพราะน้ำตาที่ค้างขอบชั่วครู่ เธอไม่แน่ใจว่าหลับไปตอนไหน ความอ่อนแรงทำให้สติเลือนหายราวฝัน หากสิ่งแรกที่เห็นตอนลืมตา คือกล่องสีน้ำตาลสันเรียบวางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้า ไม่มีโบ ไม่มีการ์ด ไม่มีแม้กระดาษแทรกบอกชื่อผู้ส่ง แต่มินตรากลับรู้ว่าของสิ่งนี้ผู้ให้คือใคร มินตราไม่รีบเปิด แต่ทอดมองกล่องนั้นชั่วครู่พลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พอจะให้หัวใจที่ถูกขยี้ด้วยคำพูดเมื่อคืนคลี่คลาย ก่อนปลายนิ้วเรียวจะค่อย ๆ แกะปมริบบิ้นออก ฝากล่องถูกยกอย่างช้า ช้า จนแสงเช้าสาดลงบนเนื้อในกระดาษสา เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจเธอติดขัดอีกครั้ง เช็กเงินสดยอดหกหลักวางเรียงอย่างราบเรียบอยู่ในซองขาวไร้ตัวหนังสือ และเหนือเช็กนั้นคือแฟ้มแผ่นบางพิมพ์ตราโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ในนั้นแนบสัญญาค่ารักษาครบวงจร ลงลายเซ็นคิรินทร์ วัชรเมธาชัดเจน เส้นหมึกเรียบกริบราวคมมีด แต่ตวัดปลายอักษรอย่างอ่อนโยนจนชวนให้คิดว่าเจ้าของลายเซ็นคงตั้งใจมอบมากกว่าตัวเลขบนกระดาษ หญิงสาวตัวน้อยนั่งน้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่เพราะความหวาด แต่เพราะหวั่นไหว มินตรายกมือสั่น ๆ แตะมุมเช็ก หยดน้ำอุ่นกลิ้งลงปลายนิ้ว เกิดวงเล็ก ๆ บนกระดาษสา กึ่ก เสียงประตูบานด้านขวาเลื่อนเปิดก่อนฝีเท้าหนักแน่นกึ่งผ่อนคลายจะก้าวเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในสูทคนละสีกับเมื่อคืนปรากฏบนริมกรอบสายตา ชายเสื้อคลุมทิ้งตัวพลิ้วเหนือกางเกงเข้ารูปดูสง่าดุจราชสีห์ คิรินทร์วางเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ ฝ่ามือหนาเคาะเบา ๆ ราวบอกว่าการตัดสินใจได้เกิดขึ้นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันแย้มพ้นขอบตึก ฝั่งตรงข้าม เขาถอดเนกไทเหวี่ยงคล้องพนักเก้าอี้ ดึงกระดุมแขนเสื้อสองเม็ดออกเพื่อคลายความแน่นตึง ก่อนหมุนตัวมานั่งอีกฝั่งโซฟา ดวงตาคมลึกจ้องเธอนิ่งไม่พูดอะไร “คุณทำแบบนี้ทำไมคะ หนูบอกแล้วไงว่าจะจัดการเอง” “ตอบแทนที่เธออยู่กับฉัน” น้ำเสียงเขาไม่ได้ดูเย็นชาเหมือนหน้าตาที่แสดงให้เห็นเลยสักนิด “แค่ค่าตัวเหรอคะหรือซื้อความสงบสุขให้คุณเหมือนเดิม” มินตราคลี่ยิ้มมุมปากทว่า นัยน์ตาเธอยังคงเศร้าและให้นาทีต่อมาน้ำตายังคลอแวว คิรินทร์ไม่โต้เขาเพียงโน้มตัวพาดท่อนแขนบนพนัก หรี่ตาอมยิ้มบาง ๆ บนมุมปาก เสียงหัวเราะในลำคอยิ่งทำให้คนตรงหน้าไม่เข้าใจ “ค่าตัวสำหรับฉันคือสัมผัสเธอทุกคืน เงินนี่เป็นแค่เศษกระดาษที่ฉันแถมให้” มินตราขบริมฝีปากแน่น ใจนึกตัดพ้อแต่ก็ยอมรับว่าคำพูดทื่อดิบของเขามักกดปุ่มบางอย่างในหัวใจเธอให้เต้นแรงได้เสมอ เธอเอื้อมหยิบแฟ้มในนั้นระบุขั้นตอนการรักษาของพ่ออย่างละเอียด วงเงินที่ถล่มประสาทเธอให้หนักตลอดปีถูกตีตราว่าชำระเต็มด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน “คุณทำแบบนี้ทำไม…ทั้งที่หนูไม่เคยขอให้ช่วยเรื่องนี้” “เพราะเธอร้องไห้ไง” เขาตอบคำถามหน้าตาเฉยพร้อมให้เหตุผลที่ดูธรรมดาที่สุด ประโยคนั้นทำให้เธอต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่ไหลพร่างอีกครั้ง คราวนี้หยดน้ำหล่นบนเอกสาร เธอยกมือปาดมันทุลักทุเลแต่ยิ่งเช็ดยิ่งชุ่ม หมับ! เขารั้งฝ่ามือบางให้หยุด เจ้าของมือใหญ่บีบเบา ๆ จนความอุ่นกรุ่นแทรกผ่านผิว “ต่อไปถ้ามีอะไรพูดกับฉันตรง ๆ” เสียงทุ้มของเขาแผ่วลง แต่เต็มไปด้วยแรงโน้มน้าวแข็งแรงกว่าเงินสดกองโตเสียอีก มินตราสูดลมหายใจลึก หลุบตาลงมองนิ้วมือของเขาที่ประสานนิ้วเธอแน่น ลมหายใจติดขัดคล้ายจะปล่อยน้ำตาอีกลูก แต่สุดท้ายเธอเงยใบหน้าเปียกน้ำขึ้น สบตาคมลึกอย่างท้าทายเป็นครั้งแรก “คุณให้ได้ทุกอย่างจริงเหรอคะนอกจากคำว่ารัก” คิรินทร์ชะงัก ไม่ตอบในทันทีดวงตาเขาแฝงความคิดอยู่มากมายจนมินตราเดาความคิดยาก เขาได้แต่พูดกระชับคำแต่หนักแน่นเหลือเกิน “ฉันยังไม่กล้าพูดคำนั้นหรอก แต่ฉันกล้าทำ” ความเงียบที่เกิดหลังประโยคนั้นนิ่งงัน ไร้สำเนียง เป็นระยะนานพอให้หัวใจสองดวงรับรู้เสียงเต้นของกันและกัน จนมินตราผ่อนลมหายใจยาว ไหล่ที่เกร็งคลายลง เธอยกมือขึ้นลูบหลังมือเขาเบา ๆ ราวยอมรับ ทุกคำที่ไม่พูด แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในเพ้นท์เฮ้าส์สูงขึ้นกว่าขอบกระจก ในอ้อมผู้หญิงคนหนึ่งเธอน้ำตาคลอด้วยซึ้งใจ ส่วนผู้ชายหนึ่งคนยกมือเกลี่ยหยดน้ำทิ้งโดยไม่จำเป็นต้องพูดคำว่ารักแต่ใช้การกระทำเป็นคำพูดแทน รัศมีอาทิตย์ยามเย็นดั่งริ้วทองอ่อนทอดเข้ามาเคลือบพื้นไม้สัก เพนต์เฮาส์บนยอดตึกสูงเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศกวาดอากาศเบา ๆ มินตราเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สวมเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีครีมกับกางเกงผ้าขายาวหลวม ๆ ทับด้วยเสื้อคลุมตัวเดิมของคิรินทร์ พลางเดินเท้าเปล่าตรงไปยังห้องทำงานครึ่งกระจกที่ประตูแง้มอยู่ ในนั้นคิรินทร์กำลังก้มอ่านแฟ้มบัญชี แว่นกรอบบางพาดสันจมูก ชายเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนพับปลายแขนขึ้นเหนือข้อศอกโชว์ท่อนแขนแข็งแรง เอกสารกองใหญ่กระจายบนโต๊ะโอ๊ค แต่เสียงนิ้วเคาะเบา ๆ ของเขาลงบนปกแฟ้มกลับสม่ำเสมอและเป็นจังหวะ ราวเครื่องดนตรีที่ควบคุมวงได้ด้วยตัวคนเดียว “เหนื่อยไหมคะ” มินตราเคาะประตูเบา ๆ ก่อนโผล่หน้าเข้าไป เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองเสี้ยวใบหน้าจดจ่อของเขา คิรินทร์เงยหน้า ดึงแว่นลงมาห้อยที่กระเป๋าเสื้อ ยกมุมปากเล็กน้อย “นิดหน่อย แต่ตอนนี้กล้ามคอเริ่มตึงล่ะ” ถ้อยคำเรียบ ๆ นั้นคือการอนุญาต มินตรายิ้มอาย แล้วเดินอ้อมหลังเก้าอี้หนังพลางใช้มือนวดบริเวณท่อนไหล่กว้าง หยิบความกล้าคลึงกล้ามเนื้อกระจายความเมื่อยให้เขา “แรงกว่านิด” เขาแนะพลางเอนศีรษะพิงพนัก ปล่อยให้มือเล็กกดจังหวะหนักขึ้น กลิ่นครีมหอมอ่อน ๆ บวกอบอวลกลิ่นกาแฟคั่วจากมุมห้องซึมเข้าลมหายใจ เขาหลับตาแผ่ว ถอนลมหายใจราวปลิดภาระบนโต๊ะครึ่งหนึ่งทิ้งไปกับแรงมือเธอ มินตราลอบสังเกตเส้นกรามที่ผ่อนคลาย ร่องลึกระหว่างคิ้วคลายออกทีละน้อย เธอกดนิ้วช้า ๆ ไล่ขึ้นถึงต้นคอ ก่อนนวดคลึงกกหูเบา ๆ เส้นเลือดเต้นต่ำ ๆ ใต้ผิวเขาเตือนว่าเจ้าของร่างสภาพสงบแต่ยังครอบครองแรงสั่นสะเทือนอันตรายได้ทุกวินาที “ตรงนี้ตึงสุด” เธอกระซิบเขาตอบรับในลำคอมือข้างหนึ่งยกจับข้อมือเธอไว้ สัมผัสนั้นไม่ได้ห้าม หากแต่ชวนให้ร่างเธอร้อนวาบตาม ในจังหวะที่เธอกำลังคลึงนิ้วโป้งวนใต้กกหู เสื้อคลุมชายยาวเลิกเผยต้นขาเปลือยเหนือเข่า คิรินทร์ลืมตาขึ้นทันที สายตาเข้มจับภาพขาวเนียนตรงหน้าไม่กะพริบ “นวดลงต่ำสิ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มปนเสียงคำสั่งมินตราหัวเราะพลางเลื่อนมือไล่ไหล่ลงสู่กล้ามแขน แล้วลูบเบาๆ ตรงแนวเขาขยับนิ้วจิกท้าวแขนกับผนังทุกครั้งที่เธอกดถูกจุด “อื้อ” หมับ!! และในจังหวะที่ฝ่ามือเลื่อนไปแตะแผ่นอกกว้าง คิรินทร์หมุนเก้าอี้ครึ่งรอบรวบร่างเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักง่ายดาย “อ๊ายย!!คะ..คุณคิรินทร์” จ้วบบ!! เสียงร้องตกใจถูกกลืนหายเมื่อริมฝีปากเขาแนบแก้มแล้วเลื่อนจูบซับถึงมุมปาก “แบบนี้นวดง่ายขึ้นไหม” เขากระซิบติดผิวแก้มกลิ่นโคโลญจ์และกาแฟผสานลมหายใจทำหัวเธอหมุน เธอสั่นสะท้านแต่ยอมวางมือลงบนลาดไหล่เขาอยู่ท่านั้น ลมหายใจปะทะกันในระยะห่างไม่ถึงนิ้ว คิรินทร์ยกมือประคองท้ายทอยนวดเธอกลับอย่างช้า ๆ นิ้วใหญ่ไล้กดจุดหลังหูเธอจนหลับตาครางแผ่ว เขาแอบหัวเราะพร่าในลำคอ ก่อนกดจูบเข้าริมฝีปากบางดูดกลืนเสียงอ่อนหวานนั้นทั้งหมด “อื้ออ” จ้วบบ ความอบอุ่นแพร่ซ่านร่างสองคน เธอกอดคอเขาแน่น ลิ้นร้อนแลกสัมผัสนุ่มลึกสลับถอนหายใจต่ำกระเส่า เขาหอมแก้มเธอซ้ายทีขวาที ฟัดซอกคอจนเธอหัวเราะในลำคอปนขวยเขิน “คุณคิรินทร์คะเดี๋ยวงาสก็ไม่เสร็จหรอก” เธอเตือนหอบ ๆ มือยังลูบไหล่เขา “งานสำคัญน้อยกว่าเธอ” เขาอมยิ้มรวบเอวบางแนบแน่น พลิกตัวหมุนเก้าอี้เข้าหาโต๊ะ วางเธอบนตักต่อหน้ากองแฟ้มเหมือนประกาศให้รู้ว่าเขาเลือกอะไร ท่อนแขนใหญ่ที่กอดตัวเล็กแนบชิด นิ้วเธอยังซุกผมด้านหลังเขาเบา ๆ ส่วนเขาเปลี่ยนจากหอมหยอกเป็นกดจูบเนิ่นนานตรงขมับ ราวจะย้ำเตือนว่า…เขาไม่ปล่อยให้เธอออกไปจากห้องนี้ง่ายๆแน่ ถึงปากเขายังไม่พูดว่ารัก แต่หัวใจและร่างกายของเขากำลังเปิดให้อยู่แล้วบทที่35วันวิวาห์เช้าวันใหม่ของเมืองใหญ่ทอแสงสีทองอ่อนลอดผ่านม่านขาวในห้องสวีทของโรงแรมหรู เสียงหัวเราะคิกคักจากทีมงานแต่งหน้าทำผมดังเป็นระยะ ผสมกับเสียงคลาสสิกที่เปิดคลอเบา ๆ บรรยากาศอบอุ่นแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นของวันพิเศษ มินตรานั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟนวลส่องสะท้อนเงาในกระจกให้เห็นหญิงสาวในชุดคลุมเจ้าสาวสีงาช้าง ผิวขาวนวลยิ่งขับให้ใบหน้าที่กำลังถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างดูงดงามขึ้นทุกวินาที เธอมองตัวเองเงียบ ๆ ดวงตากลมค่อย ๆ เอ่อคลอ น้ำตาใสไหลรินโดยไม่รู้ตัว นี่คือฉันจริง ๆ เหรอ ผู้หญิงธรรมดาที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเมียลับ วันนี้กำลังจะได้สวมชุดเจ้าสาวช่างแต่งหน้าหันมาเห็นยิ้มบาง ๆ “อย่าร้องนะคะ เดี๋ยวเครื่องสำอางเลอะหมด” น้ำเสียงนั้นแฝงความเอ็นดูทำให้มินตรารีบยกมือซับน้ำตาเบา ๆ พลางยิ้มทั้งน้ำตา “ขอโทษค่ะ…แค่ไม่คิดว่าชีวิตจะพามาถึงวันนี้” ในอีกฟากของอาคาร ห้องเจ้าบ่าวเงียบขรึมกว่าเล็กน้อย คิรินทร์ยืนอยู่หน้ากระจกบานเต็มตัว สูทสีดำตัดพิเศษเข้ารูปกอดร่างสูงสง่า ปลายเนกไทเรียบหรูสีเดียวกับผ้าเช็ดอก เขาจัดกระดุมข้อมืออย่างใจเย็น แต่ในแววตาคมกลับสะท้อนความจริงจังแน่วแน่ที่ไม่
บทที่34ว่าที่คุณนายบ้านวัชรเมธาแสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรู ทุกเลนส์จับจ้องไปยังเวทีที่ชายหนุ่มในสูทเข้มก้าวออกมาเคียงข้างหญิงสาวร่างเล็กในเดรสสีงาช้างเรียบสง่าภาพที่เหมือนประกาศต่อทั้งโลกว่า เธอไม่ใช่เงาอีกต่อไป‘คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศหมั้นกลางงานแถลง!’พาดหัวข่าวออนไลน์กระจายไปแทบจะพร้อมกันทุกสำนักในไม่กี่นาทีหลังเขาเอ่ยประโยคชัดถ้อยคำต่อหน้าสื่อ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมทั่วประเทศ บางกระแสชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มที่ไม่สนเสียงนินทา บางกระแสกลับพุ่งเป้าโจมตีมินตรา “เด็กสาวที่มีอดีตไม่สวยงามจะคู่ควรกับตระกูลใหญ่จริงหรือ”มินตรานั่งข้างเขาบนเก้าอี้สูงของเวทีแถลงข่าว ดวงตากลมโตสั่นไหวเหมือนถูกโหมกระหน่ำด้วยคำถามและแสงแฟลช เธอพยายามประคองสติ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนยับย่นนักข่าวหญิงคนหนึ่งลุกขึ้นถามเสียงดัง “คุณคิรินทร์มั่นใจหรือคะว่าผู้หญิงคนนี้คู่ควรกับการเป็นภรรยาในอนาคตของท่าน”หัวใจมินตราแทบหยุดเต้น คำพูดนั้นเหมือนหอกที่เสียบกลางอกต่อหน้าผู้คนมากมาย เธอยกสายตาขึ้นช้า ๆ แต่ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อเต็มขอบตา แขนแข็งแรงของคิรินทร์ก็โอบรอบไหล่เธอแน่นเขาหัน
บทที่33ฉันสนใจแค่เธอกับลูกเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากงานแถลงข่าวสิ้นสุด โลกทั้งใบเหมือนพลิกตลบ ข่าวใหญ่พาดหัวตัวโตติดทุกสื่อ ทุกเว็บไซต์ ทุกหน้าหนังสือพิมพ์ และแทบทุกการสนทนาบนโซเชียล คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศแต่งงาน!ภาพชายหนุ่มในชุดสูทเข้ม สายตาคมมั่นคง จับมือหญิงสาวหน้าหวานขึ้นยืนต่อหน้านักข่าวนับร้อย กลายเป็นภาพไวรัลที่ถูกแชร์ซ้ำไปทั่วประเทศ คลิปคำพูดหนักแน่นว่า “เธอไม่ใช่เมียลับ แต่คือคู่หมั้น และผู้หญิงที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย” ถูกเปิดซ้ำจนแทบทุกคนต้องได้ยิน เสียงชื่นชมดังลั่นในโลกออนไลน์“เขาให้เกียรติเธอมาก นี่สิผู้ชายที่แท้จริง!”“คิรินทร์คือไอดอล แกร่งทั้งธุรกิจและหัวใจ”“ผู้หญิงคนนี้โชคดีที่สุดในโลกแล้ว” แต่ในขณะเดียวกัน เสียงต่อต้านก็ปะทุไม่แพ้กัน“เสียสติหรือเปล่าจะทิ้งศักดิ์ศรีเพราะผู้หญิงขายตัวคนเดียวงั้นเหรอ”“นี่มันความรักหรือแค่ราคะกันแน่”“ธุรกิจวัชรเมธากำลังจะล่มเพราะผู้หญิงที่ไม่มีค่าในสายตาสังคม” ภายในห้องประชุมบอร์ดบริษัท เสียงถกเถียงดังระงม นักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวล ผู้บริหารบางคนถึงกับตบโต๊ะว่าการกระทำของประธานคือการเล่นกับไฟ แต่ก็มีเสียงโต้กลับว่า การยืนหยัด
บทที่32ไม่มีใครกล้าทำไม่มีใครกล้าดำรงชีวิตฉันนอกจากตัวฉันเองเช้าวันถัดมาเมืองทั้งเมืองเหมือนสั่นสะเทือนด้วยเสียงกดแชร์และพาดหัวสีแดงสด บนหน้าหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ข่าว ไปจนถึงโซเชียลเต็มไปด้วยภาพถ่ายที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป‘เมียลับนายทุน! ภาพหลุดยืนยันสัมพันธ์ต้องห้าม’ภาพถ่ายที่ถูกปล่อยออกมาไม่ใช่เพียงเงาลาง ๆ เหมือนก่อน แต่เป็นภาพเก่าที่ถูกขุดขึ้นมินตราในชุดเดรสเรียบง่ายยืนกอดเอกสารหน้าคอนโดหรู ที่มีชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเข้มเดินตามหลังอยู่ แม้ใบหน้าของคิรินทร์จะหันข้าง แต่ใคร ๆ ก็มองออกว่าคือเขาไม่เพียงเท่านั้น บทความยังมีคำให้สัมภาษณ์จากแหล่งข่าววงใน ที่ระบุว่าเด็กสาวคนนี้ถูกเลี้ยงดูมานานเกือบปี อยู่เพนต์เฮาส์เดียวกับท่านประธาน และได้รับสิทธิพิเศษเกินกว่าผู้หญิงคนไหนทุกถ้อยคำเหมือนหอกแหลมแทงลงกลางอกมินตรา เธอนั่งตัวสั่น มือเล็กกำโทรศัพท์จนแน่น น้ำตาไหลรินไม่หยุด ความจริงที่ควรถูกปกปิดกลับถูกฉีกออกมาให้โลกทั้งโลกเห็น“ทำไมต้องเป็นตอนนี้” เธอพึมพำเสียงสั่น หัวใจบีบรัดเหมือนจะหยุดเต้น เธอเดินถอยไปพิงผนังเย็นเฉียบ ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น หายใจถี่รัว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บ
บทที่31อบอุ่นหัวใจแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าทอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน เพนต์เฮาส์ที่เมื่อคืนเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและสัมผัสเร่าร้อน ตอนนี้กลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกไกล ๆ และเสียงลมพัดกระทบกระจกสูง มินตราขยับเล็กน้อยในอ้อมแขนที่โอบรัดไว้แน่น ร่างกายยังอ่อนล้า แต่ความอบอุ่นจากอกกว้างทำให้เธอไม่อยากลืมตาขึ้นเลย กลิ่นหอมอุ่นแบบผู้ชายของคิรินทร์ยังคงติดอยู่ตามปลายจมูก และเสียงหัวใจเต้นหนักแน่นใต้แผ่นอกหนานั้นทำให้เธอเหมือนกำลังลอยอยู่ในความฝันคิรินทร์ตื่นก่อนแล้ว ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ซุกแนบอกเขาอย่างไว้ใจ เส้นผมยุ่งเล็กน้อยปรกแก้มเนียน แก้มแดงเรื่อราวกับผลไม้สุก เขายกมือหนาขึ้น เกลี่ยเส้นผมออกอย่างเบามือ แล้วกดจูบลงบนหน้าผากเล็ก ๆ นั้นโดยไม่ลังเล“เช้าแล้วนะ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยชิดหูมินตราคลายเปลือกตาช้า ๆ ดวงตากลมโตพร่าไหวจากแสง เธอขยับเล็กน้อยเหมือนจะซ่อนหน้าลงในอกเขา “ให้หนูหลับอีกนิดได้ไหมคะ” เสียงแผ่วอ้อนเบาเหมือนเด็ก คิรินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ แขนแข็งแรงกระชับกอดแน่นขึ้น “เธอจะนอนต่อก็ได้ แต่ฉันไม่รับปากว่าจะไม่กวน” น้ำเสียงเจือแกล้ง แต่แววตาที่ทอดมองเธอกลับเต็มไปด้วยความอ่
บทที่30สัญญาใจแสงไฟสีส้มอุ่นในห้องนอนเพนต์เฮาส์ทอดเงาลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด มินตรานั่งพิงหัวเตียง ใบหน้ายังแดงเรื่อจากคราบน้ำตาที่เพิ่งแห้งไป เธอไม่ได้ขยับหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ คิรินทร์จ้องเธอด้วยสายตาคมเข้มปนอบอุ่น แววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เหมือนคำสัญญาที่เพิ่งหลุดออกจากปากเขา มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปรกแก้มออกอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งไล้ผ่านผิวแก้มเนียนราวกับกำลังปลอบโยน “เธอยังกลัวฉันอยู่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดริมฝีปาก มินตราส่ายหน้าเบา ๆ ดวงตากลมโตไหววูบ แต่กลับสบตาเขาโดยไม่หลบ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่นเหมือนพยายามหาที่พึ่ง “ฮึกก”คิรินทร์ก้มลงช้า ๆ ริมฝีปากหยักแตะสัมผัสแรกที่มุมปากเธอ อ่อนโยนราวกับกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย มินตราหลับตาแน่น รับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ จ้วบบ!จูบแรกที่แผ่วเบาค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น ริมฝีปากหนากดแนบแน่นกว่าเดิม ลมหายใจทั้งคู่สอดประสาน มินตรารู้สึกถึงแรงเต้นหัวใจตัวเองที่ดังจนแทบกลบเสียงรอบข้าง เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ ราวกับเชิญชวน จนเธอเผลอเผยอปากรับในที่สุด และทันใดนั้น ลิ้นร้อนของเขาก็แทรกเข้ามาชิมควา
บทที่14ที่พึ่งพิงเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์สงบลงเมื่อเท้าของมินตราแตะพื้นฮอลิโพลของโรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเครื่องแบบรีบมารับทันที หญิงสาวอยากวิ่งไปยังแผนกฉุกเฉิน แต่ฝ่ามืออบอุ่นกลับคว้ามือเธอไว้ ไม่ใช่เพื่อห้าม หากแต่ให้เธอใช้บัตรVIPที่เขาให้เลขาคนสนิทเร่งเอามาให้“ใช้บ
ตอนที่13จะไม่ปล่อยมือเสียงคลื่นยังคงซัดสาดบางเบาในยามค่ำ ขณะที่ในห้องโดยสารของเรือยอชต์มีความร้อนแรงของร่างกายทั้งสองยังไม่ทันจางหายไปมินตรานอนหอบไออุ่นอยู่ใต้ผ้าห่ม มือเล็กยังสั่นไหวเพราะความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ริมฝีปากเธอแดงช้ำเล็กน้อยจากจูบที่ลากยาว และดวงตาเยิ้มหวานยังจ้องเขาไม่วางค
บทที่12หนูขออยู่บนนะคะบนห้องนอนบนเรือยอชต์ขนาดใหญ่ที่ยังทอดลำอยู่กลางทะเล มินตราขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มที่นอนแนบข้าง แผ่นอกแน่นตึงของคิรินทร์ขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับลมหายใจที่อุ่นนุ่มแนบข้างแก้มของเธอกลิ่นหอมสะอาดจากกายเขายังติดอยู่ที่ปลายจมูก และเธอก็ไม่มีเจตนาจะผละออก
บทที่11คุณคิรินทร์กินแซ่บอากาศในห้องเพนต์เฮาส์เย็นเฉียบจากแอร์ที่ทำงานเต็มกำลัง แต่อุณหภูมิภายในร่างกายของคนสองคนกลับตรงกันข้ามมินตราซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มสีครีม ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดแผ่นอกหนา เสียงลมหายใจของคิรินทร์สม่ำเสมอและหนักแน่น แต่อ้อมแขนยังคงกอดกระชับไม่ปล่อยราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป“คุณ







