LOGINโรงแรมนี้ดีอย่างที่หัวหน้าแม่บ้านไม่เจ้ากี้เจ้าการ ขอเพียงแค่ให้รับผิดชอบงานของตัวเองให้ดีเป็นพอ หากว่างจากนั้นก็สามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย
พนักงานชั่วคราวอย่างโรสลินเข้างานประจำในเวลา10.00น.เลิก 20.00น.บางคราวก็ล่าช้าไปหากว่างานไม่เสร็จตรงตามเวลา เธอก็ต้องรีบแจ้นตาลีตาเหลือกไปรับจ็อบต่ออีกที่ วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวัน ลูกค้าเข้ามาเช็กอินสลับสับเปลี่ยนกับการเช็กเอาท์เรื่อยๆ แต่ยังพอมีเวลาได้หายใจหายคอคล่องหน่อยเธอมานั่งในห้องพักพนักงานจากนั้นก็หยิบหนังสือมาอ่านทบทวนบ้าง โรสลินต้องอ่านหลายรอบกว่าจะทำความเข้าใจได้หมด ก็บอกแล้วว่าเธอไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ก็เอาความมุมานะและความขยันเข้าสู้ พยามขวนขวายที่จะเรียนหนังสือถึงแม้ว่าสังคมแวดล้อมจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม คนในชุมชนมักจะบอกว่าถึงเธอจะเป็นคนโง่ซื่อบื้อไปหน่อย แต่หน้าตาก็สะสวย หากได้ผู้ดีมีเงินหรือเสี่ยรวยๆ มารับเลี้ยงสักคน บางทีชีวิตอาจจะดีขึ้น บอกให้เธอหัดใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง ทว่าเธอก็เถียงขาดใจ เพราะโรสสลินไม่คิดที่จะใช้ทางลัดโดยเอาเต้าไต่แบบนั้น อ่านไปได้สักพักก็ลุกขึ้นมาหยิบสมาร์ตโฟนในตู้ล็อกเกอร์ออกมาดูว่าแม่ส่งข้อความอะไรมาด่าเธออีกบ้าง เธอไม่คิดว่าแม่จะสำนึกหรอกถึงเธอจะบ่นจนปากเปียกปากแฉะก็ตาม แต่โรสลินก็ อยากให้แม่เห็นใจเธอบ้าง เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาก็พบว่ามีเบอร์พื้นฐานที่ฝากข้อความเพราะติดต่อไม่ได้หลายสายเนื่องจากโทรไม่ติดเมื่อเปิดเครื่องข้อความก็เด้งเข้ามารัวๆ โรสลินขมวดคิ้วมุ่น เบอร์ของใคร? สุดท้ายโรสลินตัดสินใจโทรกลับ เพราะอาจจะมีเรื่องด่วนเกิดขึ้นกับแม่ก็ได้ “สวัสดีค่ะ พอดีเห็นเบอร์นี้โทรมาค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากที่ไหนคะ” (“แล้วเราชื่ออะไรล่ะ?”) ปลายสายเป็นผู้ชาย เธอจับกระแสเสียงได้ว่าน่าจะเป็นชายวัยกลางคนเขาเอ่ยถามกลับ เสียงรอบข้างดังอึกทึกเข้ามาในสายจนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร “ชื่อโรสค่ะ” (“แป๊บนึงนะ เดี๋ยวขอถามก่อน อ้าวนี่ ญาติใครชื่อโรส โทรกลับมาแล้ว”) เขาตะโกนถามออกไป (“ฉันๆ ลูกฉันเอง”) เสียงแม่นี่นา... (“เงียบๆ กันหน่อยสิโว้ย”) เสียงชายคนเดิมออกคำสั่งให้ทุกคนที่ส่งเสียงอึงมี่สงบลง สักพักเสียงของดาวเรืองก็ดังเล็ดลอดผ่านสายมา (“อีโรสกูโทรหามึงแทบตาย เพิ่งจะโทรกลับมารึมึง”) “แม่มีอะไร ก็บอกแล้วไงมาโรสทำงานอยู่ แล้วนี่แม่อยู่ไหน ยังอยู่ในบ่อนเหรอ?” โรสลินถามด้วยความละเหี่ยใจไม่รู้จะพูดอย่างไรกับมารดาให้เชื่อกันบ้าง (“ถูกตำรวจจับคาบ่อน ตอนนี้อยู่ในตะราง มึงรีบหาเงินมาประกันตัวกูเดี๋ยวนี้เลย”) “หา! โรสบอกแม่แล้วใช่ไหมว่าอย่าเล่น แล้วโรสจะหาเงินมาจากที่ไหน เงินประกันตัวไม่ใช่น้อยๆ นะแม่” ก่อนหน้าที่จะพากันย้ายมาอยู่ในชุมชนนี้ มารดาก็ถูกจับไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ให้ตำรวจจับได้ สุดท้ายก็อีหรอบเดิม ตอนนั้นเธอเป็นพนักงานขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พอเงินเดือนออกก็ถูกหักจนแทบไม่เหลือเงินกินข้าวเนื่องจากขอยืมเงินหัวหน้างานมาก่อนจึงต้องหักใช้หนี้ที่เกิดขึ้น (“มึงไปกู้กับเสี่ยเจียงมาก่อนก็ได้”) กู้กับเสี่ยเจียงหน้าเลือดนั่นมันต้องบีบเธอทุกวิถีทางอย่างแน่นอนและถ้าไม่มีคืนตามกำหนดกฎเกณฑ์บ้าๆ บอๆ ของมัน เธอคงได้เอาตัวไปขัดดอกแทน แค่โรสลินคิดถึงเสี่ยหัวล้านพุงพลุ้ยกับท่าทีคุกคามนั่นก็ขนลุกสะอิดสะเอียดแล้ว “แม่ก็รู้ว่าเสี่ยเจียงหน้าเลือดทวงหนี้โหดแค่ไหน ถ้าไม่มีเงินจ่ายดอกมหาโหดนั่น โรสได้ไปขัดดอกกับเสี่ยแทนแน่” (“หรือมึงจะให้กูอยู่ในคุกนี่ล่ะ อีลูกทรพี รู้อย่างนี้กูเอาขี้เถ้ายัดปากให้ตายห่าไปเสียก็ดี ถ้ากูรู้ว่ามึงโตมาแล้วจะทำแบบนี้กับกู”) โรสลินเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง คำพูดของมารดาเหมือนมีดที่กรีดเฉือนที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเธอซ้ำๆ จนเลือดไหลทะลักออกมาจนหมดตัว... แม่เคยรักและเป็นห่วงเธอบ้างไหม? ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยรู้สึกว่าได้รับความรักจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาด้วยซ้ำปกติโรสลินโดนลวนลามทางสายตาและวาจาเช่นนี้บ่อยครั้งเธอพยายามมองข้ามไปเพราะที่นี่เงินดีและทิปหนัก แต่มีครั้งนี้ที่ถึงเนื้อถึงตัว มันลวนลามร่างกายเธอ พวกไม่ได้แค่สัมผัสแค่ผิวเผินแต่บีบขยำเต็มแรงอย่างมันมือ นี่มันมากเกินไปแล้ว...เมื่อเหตุการณ์สงบลงเจ๊สาก็เดินเข้าไปหาโรสลินที่หลบอยู่หลังร้าน โรสลินไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นใครคนหนึ่งที่อยู่ชั้นบนโซนวีไอพีเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่นั่น ราวกับนั่งดูมหรสพสนุกๆ ฆ่าเวลา เขากดยิ้มลึกมุมปากอย่างพึงพอใจกับหญิงสาวใจเด็ด จากนั้นก็ยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นมาดื่มไปพลางทันทีที่เจ๊สาเข้ามาที่หลังร้าน หล่อนเห็นว่าโรสลินนั่งชันขากอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย เมื่อโรสลินเห็นหน้าเจ๊สา เธอก็เริ่มได้สติ รีบยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ ทันที ถ้าถูกเจ๊สาไล่เธอออกตอนนี้ขึ้นมาเธอคงแย่แน่ๆ“เจ๊ อย่าไล่หนูออกเลยนะ หนูขอโทษ” โรสลินวิงวอน“เจ๊ จะไล่แกออกทำไม เจ๊ก็มีเหตุผลนะ ไอ้พวกแขกชั้นต่ำมือปลาหมึกนั่นสมควรแล้ว เจ๊ให้การ์ดลากพวกมันออกไปแล้วอยู่ก็สร้างความวุ่นวาย แกไม่ต้องกังวลใจ” “เจ๊ ไม่ไล่หนูจริงๆ ใช่ไหมคะ” ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าเธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไห
“เอ้า มาแล้วเหรอ เจ๊ก็คิดว่าแกจะไม่มาทำงานวันนี้” เจ๊สาเดินเข้ามาทักทาย“มาสิคะเจ๊ หนูไม่ยอมเสียรายได้หรอก” เธอยิ้มกวนดูซุกซนตอบนายจ้างรูปร่างอวบวัยกลางคนแต่ก็ยังดูอ่อนกว่าวัยมาก“รีบไปเปลี่ยนชุดไป วันนี้แขกเยอะด้วย”“รับทราบค่ะเจ๊” โรสลินยืดอกยกมือทำท่าตะเบ๊ะลากเท้าขวามาชิดเท้าซ้ายท่าทางแข็งแรงเหมือนชายชาติทหารอกสามศอกเย้าแหย่เจ้าของร้าน เจ๊สาหัวเราะร่วนในลำคอ ใครเห็นก็เอ็นดู แต่ถ้าได้รู้จักโรสลินจริงๆ แล้วจะรู้สึกสงสาร โรสลินขยันและไม่เคยเกี่ยงงานหนัก เรื่องเดียวที่หล่อนจะไม่ยุ่งคือการรับแขกของร้าน เจ๊สาไม่เคยบังคับเพราะที่นี่รู้กันแบบลับๆ ว่ามีการแอบขายบริการด้วยความสมัครใจ โดยเจ๊สาจะเป็นนายหน้าคอยจัดหาเด็กให้ บางคนก็ได้ดิบได้ดีไปแล้วอย่างพี่จ๋า จารวีที่ก่อนหน้าเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ในร้าน แต่ตอนนี้หล่อนกลายเป็นเด็กเลี้ยงของนักธุรกิจระดับหมื่นล้านคนหนึ่งแบบลับๆ จารวียังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนที่นี่เป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่มาก็เห็นว่าเธอใช้ของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ชีวิตดีขึ้นทันตาโรสลินเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มของทางร้าน ซึ่งเป็นเสื้อคอบัวสีขาวแขนตุ๊กตา มีโบว์หูกระต่ายสีดำติดตรงค
ตอนนี้ป้านุชกลับไปแล้ว โรสลินหยิบกระเป๋าผ้าป่านของตัวเองออกมาจากล็อกเกอร์สะพายขึ้นบ่า ชมาก็วิ่งปรู๊ดหอบแฮ่กๆ เข้ามาให้ห้องพักพนักงาน“น้องโรส ช่วยพี่ก่อนได้ไหม ตอนนี้พี่เจี๊ยบกับพี่อุ้มยังไม่เข้ามาเลย พอดีมีลูกค้า VIP เข้ามาด่วนน่ะ เช็กความสะอาดห้องให้พี่ก่อนได้ไหม คงไม่สกปรกอะไรมากจ้ะ” พี่เจี๊ยบกับพี่อุ้มคือพนักงานทำความสะอาดกะต่อไปที่ตอนนี้ยังไม่เข้างานมานั่นเอง“ลูกค้าจะเข้าตอนนี้เลยใช่ไหมคะพี่” โรสลินโพล่งถาม ชมายกข้อมือขึ้นดูที่จอสมาร์ตวอทซ์“น่าจะไม่เกินอีก 20 นาทีมาถึงจ้ะ ขอโทษทีน้าน้องโรสเลิกงานแล้วแท้ๆ เลย” ชมากะพริบตาปริบออดอ้อนเสียงสองพร้อมกับเดินมาบีบๆ นวดๆ แขนเติมพลังให้ เพราะรู้สึกผิดที่ต้องรบกวนเธอหลังเลิกงาน หากไม่ใช่ลูกค้าวีไอพีที่เรื่องมาก หล่อนก็คงจะปล่อยไปเลย เพราะจริงๆ ก็ไม่ต้องตรวจสอบห้องมากเพราะห้องนั้นก็ไม่ได้เปิดให้ใครใช้บ่อยๆ และก็ทำความสะอาดทุกอาทิตย์อยู่แล้ว“ได้ค่ะๆ เดี๋ยวโรสรีบจัดการให้เลยค่ะพี่”“อะนี่คีย์การ์ดจ้ะ” ชมาส่งคีย์การ์ดมาให้เธอ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่ซื้อขนมมาเซ่นน้า อิอิ” ชมาเอ่ยหยอกเย้าก่อนจะออกจากห้องไป โรสลินรวบผมขึ้นมามัดหางม้า จากนั
“แล้วแม่จะให้โรสทำยังไง” น้ำเสียงของโรสลินสั่นเครือ เธอพยายามข่มความรู้สึกเสียใจเอาไว้ข้างในเพื่อที่จะไม่ให้ระเบิดออกมาอย่างสุดความสามารถ(“ถ้ามึงไม่ขายให้ไอ้เสี่ยเจียงนั่น มึงจะไปขายตัวให้ใครที่ไหนก็ได้ตามใจมึง แต่พรุ่งนี้มึงต้องเอาเงินมาประกันตัวกู!”)“แม่!” ดาวเรืองวางสายไปแล้ว ทว่าโรสลินยังคงเหม่อลอยไร้จุดหมาย ยามนี้สมองเบลอวูบโหวงกับคำพูดของมารดาและน้ำตาเจ้ากรรมมันดันไหลออกมาเองเสียอย่างนั้น เธอยกหลังมือขึ้นปาดแก้มซ้ายทีขวาที เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมามากกว่านี้แอ๊ด~เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงกล่าวทักทาย“หนูโรสอ่านหนังสืออยู่เหรอจ๊ะ” ป้านุชเพื่อนร่วมงานต่างวัยเข้ามาในห้องพักพนักงานหลังจากเสร็จงาน ทันได้เห็นหยดน้ำตาที่หยดแหมะลงที่หน้าหนังสือที่โรสลินกางไว้บนตักพอดิบพอดี“เอ๊ะ! หนูเป็นอะไร ร้องไห้เหรอจ๊ะ” นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะรักโรสลินเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งถึงโรสลินจะทำงานที่นี่ได้ยังไม่ครบเดือนก็เถอะ“หนูไม่เป็นอะไรค่ะป้า” เธอฝืนยิ้มเอ่ยตอบเสียงแผ่ว จำต้องโกหกไปเช่นนั้นเพราะไม่อยากให้ป้านุชเป็นห่วง“มีอะไรก็บอกป้าได้นะ เผื่อป้าพอช่วยได้ อ
โรงแรมนี้ดีอย่างที่หัวหน้าแม่บ้านไม่เจ้ากี้เจ้าการ ขอเพียงแค่ให้รับผิดชอบงานของตัวเองให้ดีเป็นพอ หากว่างจากนั้นก็สามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยพนักงานชั่วคราวอย่างโรสลินเข้างานประจำในเวลา10.00น.เลิก 20.00น.บางคราวก็ล่าช้าไปหากว่างานไม่เสร็จตรงตามเวลา เธอก็ต้องรีบแจ้นตาลีตาเหลือกไปรับจ็อบต่ออีกที่ วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวัน ลูกค้าเข้ามาเช็กอินสลับสับเปลี่ยนกับการเช็กเอาท์เรื่อยๆ แต่ยังพอมีเวลาได้หายใจหายคอคล่องหน่อยเธอมานั่งในห้องพักพนักงานจากนั้นก็หยิบหนังสือมาอ่านทบทวนบ้าง โรสลินต้องอ่านหลายรอบกว่าจะทำความเข้าใจได้หมด ก็บอกแล้วว่าเธอไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ก็เอาความมุมานะและความขยันเข้าสู้ พยามขวนขวายที่จะเรียนหนังสือถึงแม้ว่าสังคมแวดล้อมจะไม่เอื้ออำนวยก็ตามคนในชุมชนมักจะบอกว่าถึงเธอจะเป็นคนโง่ซื่อบื้อไปหน่อย แต่หน้าตาก็สะสวย หากได้ผู้ดีมีเงินหรือเสี่ยรวยๆ มารับเลี้ยงสักคน บางทีชีวิตอาจจะดีขึ้น บอกให้เธอหัดใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง ทว่าเธอก็เถียงขาดใจ เพราะโรสสลินไม่คิดที่จะใช้ทางลัดโดยเอาเต้าไต่แบบนั้นอ่านไปได้สักพักก็ลุกขึ้นมาหยิบสมาร์ตโฟนในตู้ล็อกเกอร์ออกมาดูว่าแม่ส่งข้อความ
สำหรับโรสลินแล้ว บ้านไม่ใช่เซฟโซน มันเหมือนนรกเสียมากกว่า ดวงตาโศกกลมโตมองไปยังหน้าจอสมาร์ตโฟนที่มีข้อความกระหน่ำรัวเข้ามาไม่ขาดสาย‘อีโรส กูจำเป็นต้องใช้เงินด่วน มึงโอนมาให้กูด้วย’เมื่อเห็นข้อความที่ดาวเรืองผู้เป็นมารดาส่งมาคิ้วเรียวสวยถึงกับขมวดมุ่น เรื่องด่วนที่ว่าคงไม่พ้นเรื่องการพนัน‘อีกแล้วหรือแม่ จะเอาไปเข้าบ่อนอีกแล้วใช่ไหม’ เธอรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหามารดามือเป็นระวิง เธอทำงานสายตัวแทบขาด ทว่ามารดากลับเอาไปถลุงเล่นจนหมด‘เรื่องของกู โอนมาให้กูด้วย บัญชีเดิม’โรสลินเม้มปากแน่นก่อนตอบกลับข้อความมารดา ตอนนี้เงินหลักพันก้อนสุดท้ายเธอต้องเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทั้งค่ากินค่าอยู่จิปาถะ และยังต้องเก็บเอาไว้จ่ายค่าเทอมของมหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้นเธอจึงต้องบริหารเงินก้อนนี้ให้เพียงพอก่อนที่เงินเดือนจะออกตอนสิ้นเดือน และตอนนี้มันยังไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำ‘โรสไม่มีหรอกแม่’ ‘มึงอย่ามาตอแหลกู ตอนนี้มึงมีเท่าไรเอามาให้กูหมุนก่อน กูคืนมึงแน่นอน’ข้ออ้างเดิมๆ...ดาวเรืองมักจะอ้างเช่นนี้เสมอ แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะคืนเงินให้เธอ โรสลินต้องปากกัดตีนถีบเอาตัวเองให้







