Share

หายงอนหรือยัง 1

last update Tanggal publikasi: 2025-03-12 12:01:04

เจอกับอรอุมาครั้งนี้ ชาญชัยรู้เลยว่าเขาโชคดีมากที่หลุดมาจากผู้หญิงคนนี้และได้รู้จักกับพริมา ถึงพริมาไม่มีอะไรเทียบเท่าอรอุมาได้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าเขากลับรู้สึกว่าพริมาคือสิ่งที่เขาจับต้องได้ ไม่ว่าจะร่างกายหรือความรู้สึก

พริมาไม่ใช่คนซับซ้อน โกรธก็แสดงออกว่าโกรธ รักก็บอกว่ารัก แม้จะงอแงงี่เง่าและทำให้เขาเหนื่อยใจอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีสักครั้งที่อยากยุติความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา

ประตูลิฟต์เปิด กายหนาก็เดินเลี้ยวไปทางขวามือ มาถึงหน้าห้องก็ดึงคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าสตางค์ แนบคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง ตาก็สะดุดเข้ากับพริมาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นระเบียงนอกห้องรับแขก ชาญชัยถอดรองเท้าเดินด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด จังหวะที่เดินผ่านโต๊ะเตี้ยหน้าทีวีก็เห็นสมุดบัญชีของธนาคารวางอยู่โดยที่หน้าซองใสมีสติกเกอร์คำว่า ‘บ้านของเรา’ ติดอยู่

เพราะหันหลังพิงกับประตู หันหน้าออกไปยังนอกระเบียง พริมาเลยไม่รู้ว่าชาญชัยกลับมาและกำลังยืนมองเธออยู่ด้านหน้าประตูอย่างเงียบ ๆ

กว่าสองชั่วโมงแล้ว ที่ออกมานั่งนิ่ง ๆมองท้องฟ้าสีหม่น ตรงปลายขอบฟ้ามีแสงของสายฟ้าแลบโชว์ให้เห็น มีเมฆครึ้มคล้ายกับว่าคืนนี้ฝนอาจจะลงเม็ดได้ แค่ผ่านไปไม่กี่วินาที

เจ้าฝนก็โปรยปรายลงมาจนได้

พริมาหงายฝ่ามือยื่นไปรับหยดน้ำฝนที่ร่วงหล่นมาจากฟ้า ฝนเริ่มลงเม็ดหนาขึ้น ทว่ากายบางก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม

คนที่ยืนอยู่ในห้องหัวใจคล้ายกับว่าเจ็บหน่วง นานแค่ไหนแล้วที่ปล่อยให้ชีวิตคู่มีรอยแตกร้าว นานแค่ไหนแล้วที่คิดว่าต่างคนต่างยังไหวในความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนนี้

ประตูระเบียงถูกเลื่อนออกพร้อมกับกายหนาที่ทรุดนั่งลงข้างกายของคนที่กำลังเปียกชุ่มไปทั่วตัว

“ฝนแรกของฤดูมาแล้ว จะได้หายร้อนซะที”

พริมาเหลียวหน้ามามองสามีผ่านม่านสายฝนที่โปรยปรายหนาเม็ดขึ้นจนรู้สึกเจ็บที่ใบหน้า

ต่างคนต่างนิ่งมองกันอยู่แบบนั้น

พอฟ้าแลบจนเกิดแสงวาบผ่าน พริมาก็หดคอยกมือขึ้นมาปิดที่หูทั้งสองข้าง

“กลัวเสียงฟ้าร้องแล้วมานั่งตากฝนทำไม ยัยเด็กโง่” ตำหนิด้วยใบหน้ายิ้ม ๆแล้วช้อนอุ้มเมียลุกเดินเข้าไปในห้อง ตรงไปยังห้องนอน เดินผ่านเตียงนอนหลังใหญ่ไปจบที่ห้องน้ำ

“หายงอนรึยัง ?”

“พริกไม่ได้งอน แต่พริกโกรธ” บอกเขาโดยไม่มองหน้า ไม่สบตาพลางกอดตัวเองไว้ ชุดนอนตัวบางแนบไปกับตัวจนยอดอกดุนดันขึ้นมา

“ลิปเป็นของอุ๋ย แต่พี่ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในรถได้ยังไง เมื่อคืนพี่ไปดื่มกับไอ้ภัคแค่สองคน อุ๋ยมาจากไหนไม่รู้ เขาเข้ามาทักพี่เอง พี่ไม่ได้นัด ไม่ได้คุย ไม่ได้ติดต่อตั้งแต่ที่เลิกกันแล้ว” เห็นพริมาก็สงสาร เขารู้ว่าเมียรักและหวงเขามาก ถ้าใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เปิดใจคุยกันมากกว่านี้ อะไรหลาย ๆอย่างคงจะดีขึ้น

“พริกไม่ชอบลิปสีแดง ไม่ชอบให้มันอยู่ในรถของพี่ชาญด้วย” บอกเขาด้วยน้ำเสียงห้วน ๆโดยส่วนตัวแล้วเธอไม่ใช่คนรักสวยรักงามอะไรมากนัก ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี ผิวพรรณผ่องใส่เป็นทุนเดิม แต่งหน้านิด ๆหน่อย ๆก็ดูดี

แต่ด้วยหน้าที่การงานต้องตามเจ้านายออกไปพบปะผู้คน คอยประสานงานกับหลายที่ การทำให้ตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ

“ไม่ชอบก็ทิ้งสิ”

“จะเหลือเหรอ ทิ้งไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว เหยียบมันแตกก่อนทิ้งด้วย”

ชาญชัยหลุดหัวเราะ นี่แหละตัวตนของพริมา ไม่เสแสร้ง ไม่ปลิ้นปล้อน เป็นตัวของตัวเองเสมอ

ชอบก็บอกว่าชอบ

เกลียดก็บอกว่าเกลียด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อสามีขอหย่า   ความสุขที่สร้างขึ้นเอง 3(จบบริบูรณ์)

    “พี่ก็ต้องขอโทษที่ทำให้พริกร้องไห้กับความไม่เด็ดขาดของพี่ พี่รักพริกมากนะ แต่พี่รู้แล้วว่าแค่ความรักอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีความชัดเจนด้วย ที่ผ่านมาถ้าพี่เด็ดขาดและชัดเจนกว่านี้ เราก็ไม่เจ็บปวด”อดีตเป็นบทเรียนให้ดำเนินชีวิตในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างดีที่สุด เมื่อเคยทำผิดพลาดก็ต้องไม่เกิดซ้ำอีกเขายังโชคดี ที่ยังรักษาครอบครัวไว้ได้ ถ้าขี้ขลาดและเห็นแก่ตัว ปล่อยมือพริมาแล้วเลือกเดินด้วยเส้นทางที่มีแค่ตัวเอง ป่านนี้...ก็คงไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสความสุข ความอิ่มเอมใจเหมือนที่เคยได้รับมาในช่วงแรก ๆที่แต่งงานกับพริมา“เราอาจจะมีช่วงเวลาที่รักกัน มีช่วงเวลาที่เบื่อหน่าย ทะเลาะกันบ้าง แต่พริกสัญญาค่ะ ว่าพริกจะไม่เอ่ยปากขอหย่ากับพี่ชาญอีกเด็ดขาด” เพราะเคยถูกชาญชัยประชดด้วยการขอหย่า พริมาถึงได้เข้าใจว่าแค่คำว่า ‘หย่า’ คำสั้น ๆที่หลุดมาจากปากของคนที่เรารัก มันสร้างความเจ็บปวดเชือดเฉือนหัวใจเพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับชีวิตคู่ เธอจะไม่ปากพล่อยพูดคำว่า ‘หย่า’ ออกมาง่าย ๆอีกแล้ว“พี่ก็สัญญาว่าพี่จะไม่ขอหย่ากับพริกตอนที่มีอารมณ์โกรธอีกแล้ว พี่ยังยืนยันว่าถ้าพี่จะหย่ากับพริก มีเหตุผลเดี

  • เมื่อสามีขอหย่า   ความสุขที่สร้างขึ้นเอง 2

    พริมาหายเข้าไปจัดการกับธุระของตัวเองอยู่ราวยี่สิบนาที พอออกมาก็เห็นว่าชาญชัยนอนพิงหลังอยู่กับหัวเตียง ทำเหมือนว่ากำลังรอเธออยู่กายขาวโพลนที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงสีหวานเผลอยกมือจับที่กระดุมเสื้อชุดนอนอย่างลืมตัวเมื่อถูกดวงตาคู่คมหวานหยาดเยิ้มจ้องอย่างไม่ลดละใจสาวหายวาบ เมื่อคนที่นอนอยู่บนเตียงลุกเดินมาหา เข้ามาสวมกอดแล้วกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู“ทำลูกกันนะครับ”ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด ก็ถูกสามีอุ้มขึ้นไปวางที่เตียงโดยที่เขาคลานขึ้นมาคร่อมทับไว้“พี่รักพริก”“พริกก็รักพี่ชาญค่ะ”หัวใจของพริมาเต้นเร็วถี่เมื่อกระดุมเสื้อชุดนอนเม็ดแรกถูกแกะและตามมาด้วยกระดุมเม็ดต่อไปผิวกายขาวเนียนละเอียดต้องใจของกายหนา ฝ่ามือสากสัมผัสที่ทรวงอกนุ่มนิ่มถวิลหายิ่งนักสองกายแนบชิด สนิทไปทุกสัดส่วน ความหวามหวานแผ่ซ่านไปทั่วอณูของผิวเนื้อเน้นหนักและนุ่มนวลจังหวะรักผ่อนหนัก ผ่อนเบา ดำเนินไปอย่างไม่ว่างเว้น ความคิดถึง ความโหยหาโถมซัดจนระบายความกระสันอยากเป็นจังหวะวาบหวามที่แสนอ่อนหวาน“พริกรักพี่ชาญ”กอดรัดเอวสอบ บดเบียดส่วนอ่อนไหวกับกายแก่ง ช่องทางรักฉ่ำชื้นด้วยพิษของน้ำใคร่ใจนางหวิววาบ ยามที่ดอกไม้งามถูกกล

  • เมื่อสามีขอหย่า   ความสุขที่สร้างขึ้นเอง 1

    คืนแรกของการย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ครึกครื้นด้วยงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆที่จัดขึ้นภายในครอบครัว ตัวชูโรงในการสร้างเสียงหัวเราะก็คงหนีไม่พ้นภพภัค เจ้าเก่าเจ้าเดิม “บ้านมึงนี้เงียบมากเหมาะเอาเมียน้อยหนีมาซุกไว้” ยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อนก่อนที่กระป๋องเบียร์เปล่าจะลอยลิ่วตรงมาหา “น้องพริก ไอ้ชาญทำร้ายพี่” พริมาหัวเราะขำพลางส่ายหน้ากับความซุกซนของสองหนุ่ม อายุก็เลยเลขสามกันแล้ว ยังเล่นหยอกล้อกันเหมือนเด็กน้อยน่าปวดหัวจริง ๆ“พริกว่าพี่ภัคหาเมียเถอะค่ะ จะได้ไม่ซนมาก”“พี่ซนที่ไหน ไอ้ชาญสิซน ดู ๆน้องพริกดูมันทำหน้าใส่พี่” พอเห็นเพื่อนมองตาขวาง ใบหน้าขึงตึง ภพภัคก็ชิงฟ้องพริมาอีกครั้ง “เออ พี่มีอะไรให้น้องพริกดูด้วย ของเด็ดเลย”ภพภัคล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดหน้าจอ ค้นหารูปที่ถ่ายเก็บไว้ จากนั้นยื่นให้พริมาดูดวงหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มกว้าง ตั้งแต่คบหาและแต่งงานกันมา ยังไม่เคยเห็นชาญชัยในลุกพ่อบ้านแบบนี้สักครั้ง“อันนี้พ่อบ้านใจกล้านี่คะ” หันหน้าจอให้สามีดูพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชอบใจ ทว่าคนที่อยู่ในรูปกลับใบหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม“ไอ้เหี้ยภัค! แอบถ่ายไว้ตอนไหนวะ!”“

  • เมื่อสามีขอหย่า   จับมือกันอีกครั้ง 3

    “น้องมาทำงานที่นี่เพราะอะไร ?”พอเด็กเสิร์ฟเดินมาหา ภพภัคก็เอ่ยถามด้วยใบหน้านิ่ง ๆดวงตาสีดำขลับไล่มองรูปร่างผอมบางของเด็กสาว ผอมมาก ไม่มีเนื้อไม่มีหนังเลย“หนู...เอ่อ หนูมาทำงานช่วยแม่หาค่าเทอมให้หนูกับน้องค่ะ” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าจนคางชิดอกเลยไม่ทันได้เห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความชื่นชมของคนถาม“เป็นเด็กดีสินะเรา ดีจริง ไม่ใช่ดีแตกนะ ?”“ดีจริงค่ะ” เด็กสาวตอบกลับด้วยความใสซื่อจนเรียกรอยยิ้มของสองผัวเมีย“อะ พี่ให้ เอาไปขายแล้วเอาเงินไปจ่ายค่าเทอม” หยิบแหวนขึ้นมาจากโต๊ะแล้วยื่นให้เด็กสาว ทว่าคนรับกลับไม่ยอมรับแหวน นอกจากนั้นแล้วยังเงยหน้าช้อนตาขึ้นสบกับคนให้ด้วยสายตาที่ฉายชัดว่ามีความคับข้องใจ “เอ้า! รับไปสิ ทองจริง ไม่ใช่ทองเก๊”“หนูรับไปเถอะ พี่เขาตั้งใจให้”พริมาช่วยพูดจนเด็กสาวรับแหวนไปจากภพภัคแต่โดยดี ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณในน้ำใจแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยที่ยังแอบมองมาที่คนให้อยู่เป็นพัก ๆ“ได้บุญใหญ่เลยนะมึง ให้การศึกษาเด็ก”“กูได้บุญ มึงได้หน้างี้” ชาญชัยเบ้หน้าพร้อมมองเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ เขาก็พูดหยอกภพภัคไปเพื่อความเฮฮาเท่านั้น ถึงแหวนจะมีราคา แต่ในเมื

  • เมื่อสามีขอหย่า   จับมือกันอีกครั้ง 2

    “พูดมากนะมึง” ตวัดสายตาดุพร้อมสาดคำพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างส่งไปหาเพื่อนผู้ที่ขยันหาเรื่องมาพูดให้เขาขายขี้หน้า “ตอนนั้น พี่เฮิร์ทหนักน่ะ ตอนนี้ไม่แล้ว”เอื้อมจับมือเมียมากุมไว้พลางยกแนบที่แก้ม ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะดังลอดมาจากคนที่นั่งเก้าอี้อีกฝั่ง“เกรงใจกูบ้าง เห็นกูเป็นหัวหลักหัวตอรึไง”ชาญชัยเบ้ปากส่งให้เพื่อนพร้อมทำหน้าสื่อไปว่า ‘กูไม่แคร์’ จนภพภัคบุ้ยปากส่งกลับมาให้ด้วยความหมั่นไส้กับความคลั่งรักของเพื่อน“สรุปตอนนี้คือดีกันแล้ว ? ไม่หย่า ?”“ไม่หย่าโว้ย! ถามเหี้ยอะไรของมึง!”คำถามมีตั้งเยอะแยะ ดันเสือกมาถามคำถามที่จี้ใจของเขากับพริมา มันน่ายกเท้าถีบไปสักที“เอ้า! กูถามเพราะอยากรู้ ไม่หย่าก็ดีแล้ว กูดีใจด้วย พี่ดีใจด้วยนะน้องพริก”“กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะเข้าใจกัน พริกก็เสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกันค่ะ วันหลังถ้าพริกกับพี่ชาญงอแงกันอีก พี่ภัคช่วยเตือนสติด้วยนะคะ” พริมาไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าความสัมพันธ์ของเธอกับชาญชัยยังจะราบรื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนกับตัวเองคือ ถ้าชีวิตคู่เริ่มมีปัญหา อย่าปล่อยให้มันคาราคาซัง อย่าหนีปัญหา ให้รีบเปิดใจคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู

  • เมื่อสามีขอหย่า   จับมือกันอีกครั้ง 1

    “เหม็นความรักว่ะ”พอเห็นเพื่อนควงเมียเดินตรงมาที่โต๊ะ ภพภัคก็แสร้งพูดลอยอย่างกวน ๆได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพริมาแว่วตามมา“มานานหรือยังคะพี่ภัค” พริมาเดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านในสุดแล้วให้ชาญชัยนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไป“มานั่งรอจนคิดว่าจะกลับแล้วล่ะ”“มึงก็เว่อร์ไป กูมาเลทแค่ครึ่งชั่วโมงเอง”ชาญชัยยกเท้ายันไปที่ขาเก้าอี้ของเพื่อนที่นั่งอยู่อีกฝั่งตรงข้ามพลางมองด้วยสายตาคาดโทษ“ดื่มอะไร เบียร์หรือเหล้า”“กูไม่ดื่ม” บอกไปด้วยเสียงดังฟังชัด วันนี้ที่มาตั้งใจแค่พาพริมามานั่งดื่มด่ำบรรยากาศในยามราตรีก็เท่านั้น“ไม่ดื่มแล้วมึงมาทำเหี้ยไรวะ!” ภพภัคถามกลับอย่างไม่เข้าใจว่าชาญชัยจะถ่อมาร้านเหล้าทำไม ถ้าไม่ดื่ม ไม่สู้นอนกกเมียอยู่ที่บ้านยังจะดีกว่าอีก“มานั่งเป็นเพื่อนเหี้ย ๆอย่างมึงไง”ไม่มีใครยอมใครเอาเสียเลย จนพริมาต้องเป็นฝ่ายห้าม ไม่อย่างนั้นที่โต๊ะคงมีสัตว์อีกหลายชนิดออกมาวิ่งจนทั่ว“พริกขอให้พี่ชาญพามาเที่ยวเองค่ะพี่ภัค แต่พริกไม่ได้ห้ามพี่ชาญดื่มนะคะ” ออกตัวก่อนเพราะไม่อยากให้ภพภัคเข้าใจผิดคิดว่าที่ชาญชัยไม่ดื่มเป็นเพราะเธอสั่งห้ามเขาไว้ “พี่ชาญอยากดื่มก็ดื่มได้นะคะ เดี๋ยวพริกขับร

  • เมื่อสามีขอหย่า   ขอตายยังดีกว่าทำผิดต่อเมีย 1

    ชาญชัยดื่มทุกวันตั้งแต่ที่พริมาย้ายออกไปจากบ้าน กว่าจะงัดร่างออกไปทำงานก็เหม็นกลิ่นละมุดตามเนื้อตัวจนถูกใบเตือน ถ้าเมามาทำงานอีกครั้ง จากใบเตือนจะกลายเป็นใบลาออกทันทีหลังจากที่หนีไปขออาศัยคอนโดของภพภัคเป็นที่พักใจ ชาญชัยก็ตัดสินใจที่จะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน มารอเมียอย่างมีความหวังว่าสักวันจะได้กลับ

  • เมื่อสามีขอหย่า   ลูกของเราไม่อยู่แล้ว 3

    หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล พริมาก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า กลางวันเธอสามารถใช้ชีวิตเหมือนปกติ ยิ้มแย้ม พูดคุยหัวเราะกับเพื่อนร่วมงานได้ แต่กลับมาที่บ้านก็เอาแต่เงียบ นั่งดูภาพอัลตราซาวด์ของลูกน้อยที่เหลือไว้ให้เป็นแค่เพียงความทรงจำว่าครั้งหนึ่งก็ยังมีโอกาสได้เป็นแม่คนได้เป็นวัน ๆชาญชัยเองก็รับรู้ถึงปัญห

  • เมื่อสามีขอหย่า   ทำไมต้องโกหก 3

    “ไม่ใช่นะพริก พริกก็เป็นซะแบบนี้ เพราะอย่างนี้ไงพี่ถึงไม่อยากบอกพริก พี่ไม่ได้ไปที่งานเลี้ยงคนเดียว ลูกน้องในทีมไปกันเป็นสิบ”“ก็รู้ว่าลูกน้องไปด้วยแล้วทำไมไม่บอกพริกล่ะคะ ในสายตาพี่ชาญพริกงี่เง่ามากเหรอ ? พริกเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเชียว” ก็รู้ว่ามีคนอื่นไปด้วยแล้วทำไมชาญชัยต้องร้อนตัวด้วย เธออุตส่าห์

  • เมื่อสามีขอหย่า   ทำไมต้องโกหก 2

    “ชาญจำแหวนวงนี้ได้ไหม ? แหวนที่ชาญซื้อให้อุ๋ย” ชูมือข้างซ้ายให้ชาญชัยดู ถ้าเขาไม่โง่ ก็ต้องรู้ว่าเธอยังมีความรู้สึกดี ๆให้เขาอยู่ “แหวนวงนี้พิสูจน์ความรักที่อุ๋ยมีให้ชาญ”“เคยอายบ้างไหมเวลาที่จะพูดจะทำอะไรออกมา ?” แหวนทองที่อรอุมาสวมอยู่บนนิ้ว เขาเป็นคนซื้อให้จริง ตอนนั้นมันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status