แชร์

บทที่ 5-2 ค่ากับข้าว

ผู้เขียน: องค์หญิงโนเนม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-17 13:20:49

พูดจบซูชิงก็ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าและป้อนให้เฉินเฮ่ออย่างตั้งใจ เมื่อเขากินอิ่มแล้วเธอก็พาเขาไปลางานกับหัวหน้าหลิน หัวหน้าหลินที่เห็นว่าเฉินเฮ่อป่วยจริงๆ จึงยอมให้ลาป่วยได้ ซูชิงไม่ได้บอกหัวหน้าหลินว่าที่เฉินเฮ่อป่วยเพราะไปแบกข้าวสาร เธอรู้ดีว่าการที่ไปรับงานเสริมนอกเวลานั้นเท่ากับผิดกฎ หากหัวหน้าหลินทราบเฉินเฮ่อจะต้องลำบากอย่างแน่นอน

วันนี้ซูชิงรับหน้าที่ปั่นจักรยานพาเฉินเฮ่อกลับบ้าน ทันทีที่กลับมาถึงแม่ของเฉินเฮ่อก็รีบเข้ามาดูอาการบุตรชาย เมื่อรู้ว่าเขาป่วยเธอก็ปวดใจมาก ส่วนพ่อแม่ของซูชิงก็รีบไปต้มน้ำแกงบำรุงร้อนๆ มาให้ลูกเขยดื่ม

“หนูจะไปตลาดสักหน่อยซื้อของสดมาไว้ทำอาหาร ฝากทุกคนดูแลอาเฮ่อก่อนนะคะ แล้วหนูจะรีบกลับมา”

เอ่ยจบเธอก็ไปที่ตลาดทันที เมื่อมาถึงตลาดซูชิงก็เดินถือถุงตาข่ายสีเขียวหม่นไปตามทางเดินแคบๆ ในตลาดเสรี ตลาดแห่งนี้คือตลาดที่ชาวนาได้รับอนุญาตให้นำผลผลิตที่เหลือจากเกณฑ์ของรัฐมาวางขายเอง ข้อดีของตลาดแห่งนี้ก็คือของสดกว่า และไม่ต้องใช้คูปองในการซื้อของบางอย่าง แต่ราคาอาจจะสูงกว่ารัฐกำหนดเล็กน้อย แต่ก็สะดวกสบายกว่าเยอะ ซูชิงมักจะมาที่นี่บ่อยครั้ง บางทีหากต้องใช้คูปองแลกของเธอก็จะสลับไปที่ร้านค้าของสหกรณ์ด้วย

บรรยากาศในตลาดเต็มไปด้วยแผงลอยเตี้ยๆ ที่ตั้งวางกับพื้น และยังมีเสียงต่อรองราคาที่ดุเดือดดังแว่วมาเป็นระยะ เดินลึกเข้ามาอีกหน่อยจะมีร้านขายปลาและผักสดของสดอื่นๆ หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่แผงขายผักกาดขาว พลางนับเหรียญ 'เฟิน' ในกระเป๋าผ้าอย่างระมัดระวัง เธอตัดสินใจเลือกผักกาดขาวหัวที่เล็กที่สุดและซื้อมันหมูเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นเล็กๆ รวมไปถึงผักสดอื่นๆ อีกอย่างละเล็กละน้อย เพื่อจะกลับไปทำอาหารบำรุงให้เฉินเฮ่อกิน

กว่าจะซื้อของทุกอย่างเสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว เมื่อมาถึงแม่สามีก็บอกว่าเฉินเฮ่อหลับไปแล้ว ซูชิงจึงไม่รบกวนเขาอีก เธอจัดการทำอาหารเอาไว้ให้เขาและแม่สามี อีกทั้งยังแบ่งไปให้ที่บ้านของเธอด้วย จากนั้นก็แต่งตัวออกไปทำงานทันที

เพราะเข้างานกะบ่าย วันนี้ซูชิงจึงต้องทำงานล่วงเวลาจนถึงมืดค่ำ ตกเย็นจึงรู้สึกหิวอยู่บ้าง โชคดีที่ก่อนออกมาจากบ้านเธอทำข้าวกล่องติดมากินแก้หิวช่วงพักเบรก และที่โรงงานก็มีเกี้ยวน้ำแจกด้วยจึงพอจะทำให้อิ่มท้องมากขึ้น ไป๋ม่านก็มานั่งกินกับซูชิงและสนทนาเรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไป

กว่าจะทำงานเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มแล้ว ทุกคนต่างทะยอยกันกลับบ้าน ไป๋ม่านนั้นล่วงหน้าไปก่อนแล้ว แต่ซูชิงเพิ่งจะจัดการงานแล้วเสร็จ

หญิงสาวเดินมาที่รถจักรยานซึ่งจอดอยู่หน้าโรงงาน ยังไม่ทันจะได้ปั่นจักรยานกลับบ้านก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยเรียกเสียก่อน

“ชิงชิง”

ซูชิงหันหน้ามามอง ก่อนจะพบว่าเป็นหลินอวี้นั่นเอง ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจเขาอีกเลย เธอยังจำในสิ่งที่เขาพูดได้ไม่ลืม ผู้ชายที่ดูถูกผู้หญิงแบบนี้เธอรังเกลียดที่สุด

“มีอะไรเหรอคะ”

เธอถามเขาอย่างห่างเหิน หลินอวี้มีหรือจะมองไม่ออกว่าซูชิงไม่อยากจะสนทนากับตน จะว่าไปแล้วเขาก็รู้สึกเสียดายเธอไม่น้อย อีกก้าวเดียวเขาก็จะได้เป็นคนแรกของซูชิงแล้วแท้ๆ

“ฉันคิดถึงเธอนะ”

“เก็บความคิดถึงของนายไปเถอะ ฉันไม่กล้ารับไว้หรอก หากไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน”

ซูชิงคิดจะปลีกตัวเดินจากไป แต่หลินอวี้กลับเข้ามาคว้าแขนเธอเอาไว้

“ปล่อยฉันนะ!”

“อย่าเล่นตัวไปเลยน่า ไหนๆ เธอก็ไม่ได้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแล้ว มิสู้นอนกับฉันสักครั้งดีไหม หากเธอทำให้ฉันติดใจได้ ฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดีเลย ชิงชิงฉันไม่เคยยื่นข้อเสนอให้ใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ ถึงเธอจะมีสามีแล้วฉันก็ไม่ถือสาหรอก เธอก็อย่าไปบอกสามีเธอดีไหม”

“นี่คือตัวตนของนายสินะ ชาติชั่วจริงๆ”

“อย่าปากดีให้มากนัก เธอก็แค่พนักงาน ส่วนฉันอีกไม่นานก็จะเลื่อนขั้นสูงกว่าเธอ ฉันดีกว่าสามีกระจอกๆ ของเธอเสียอีก ฉันสู้มันไม่ได้ตรงไหน?”

ซูชิงยิ้มเยาะ ก่อนจะถามหลินอวี้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“นายอยากรู้ไหมว่านายสู้อาเฮ่อไมได้ตรงไหน”

“ตรงไหน”

“ตรงความเป็นคนยังไงล่ะ นายมันไม่มีความเป็นคน”

“ชิงชิง!”

ซูชิงสะบัดแขนออกจากการคุกคามของหลินอวี้ ก่อนจะเดินไปที่รถจักรยาน แต่หลินอวี้กลับไม่ยอมแพ้ เขาเดินตามเข้าไปหมายจะคว้าแขนของซูชิงอีกครั้ง แต่อยู่ๆ กลับมีใครบางคนกระชากตัวเขาให้ออกห่างจากเธอ แรงกระชากนั้นไม่เบาเลย มันทำให้หลินอวี้ซวนเซจวนจะล้ม เมื่อเขาหันมามองก็พบว่าเป็นเฉินเฮ่อนั่นเอง

เฉินเฮ่อเอาตนเองบังซูชิงเอาไว้ไม่ให้หลินอวี้เข้าใกล้ซูชิงได้ ชายหนุ่มจ้องมองหลินอวี้อย่างไม่พอใจ หลินอวี้ส่งเสียงเหอะ ก่อนจะด่าทอเฉินเฮ่อด้วยความไม่พอใจ

“ไอ้กระจอกหลบไป!”

“การยุ่งกับเมียผู้อื่น ไม่ใช่แค่เรื่องผิดศีลธรรมแต่ผิดกฎระเบียบโรงงานด้วย นายไม่รู้เหรอ”

“แกขู่ฉันเหรอ?”

หลินอวี้ชี้หน้าเฉินเฮ่ออย่างเอาเรื่อง เฉินเฮ่อยิ้มอย่างเย็นชาและยกมือของตนขึ้นมาปัดมือของหลินอวี้ออกอย่างไม่เกรงใจ

“บทลงโทษจำคุก2-7ปีเชียวนะ คุกที่ชานเมืองยังมีที่ว่างพอสำหรับคนที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจอย่างนาย ไม่เพียงเท่านั้นเรื่องนี้อาจจะส่งผลเสียกับหัวหน้าหลินแม่ของนายด้วย หากไม่เชื่อจะลองดูก็เชิญ!”

หลินอวี้ได้ฟังก็กำมือแน่น เขามีหรือจะไม่รู้เรื่องบทลงโทษพวกนี้ เพียงแต่ไม่คิดว่าคนกระจอกๆ อย่างเฉินเฮ่อจะรู้เรื่องกฏหมายพวกนี้ด้วย

“ก็แค่ผู้หญิงจนๆ มีค่าให้ฉันใส่ใจที่ไหนกัน”

เอ่ยจบหลินอวี้ก็จากไปทันที เมื่อคนจากไปแล้ว เฉินเฮ่อจึงหันมาถามซูชิงด้วยความเป็นห่วง

“เธอเป็นอะไรไหม”

“ไม่เป็นอะไร อาเฮ่อ นายออกมาตากลมทำไม แล้วยังเดินเท้ามาอีก หากไข้กลับจะทำยังไง”

“ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันหายดีแล้ว เรากลับบ้านกันเถอ แล้วเธอก็ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของไอ้ชั่วนั่น เข้าใจไหม”

“ฉันไม่คิดมากหรอกน่า”

ซูชิงรับคำอย่างไม่ใส่ใจ เธอกำลังจะเดินไปที่รถจักรยานแต่กลับพบว่ารองเท้าที่สวมใส่ทุกวันเกิดขาดขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอไม่ได้เปลี่ยนรองเท้ามานานแล้วอาจเพราะมันเก่ามากก็เลยขาด เฉินเฮ่อที่เห็นดังนั้นจึงถอดรองเท้าของตนเองมาให้ซูชิง

“ใส่ของฉันไปก่อน”

“แล้วนายจะใส่อะไรกลับบ้าน”

“บ้านอยู่ไม่ไกล ฉันปั่นจักรยานเท้าเปล่าได้ รีบใส่เร็ว จะได้กลับบ้านกัน”

ซูชิงถึงกับชะงักไปชั่ววูบ ตอนยังไม่แต่งงานกันเฉินเฮ่อก็ดูแลเธออย่างดีมาตลอด แต่พอได้มาใช้ชีวิตสามีภรรยาจอมปลอมแบบนี้ เขากลับใส่ใจเธอมากกว่าเดิม มันทำให้เธอเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาในใจ

“อาเฮ่อ”

“หืม”

“ขอบใจนะ”

“เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”

เขาเอ่ยอย่างมีความสุข ทำเอาซูชิงอดยิ้มออกมาไม่ได้ หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามเขา

“ฉันไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่านายรู้เรื่องกฎหมายเหล่านั้นด้วย”

เฉินเฮ่อที่ถูกถามก็เพียงเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ก็เคยอ่านผ่านตามาบ้าง แค่มีความรู้เล็กน้อย เธออย่าใส่ใจนักเลย รีบขึ้นรถเถอะ”

เฉินเฮ่อบอกให้ซูชิงรีบขึ้นมาซ้อนท้ายจากนั้นเขาก็ปั่นจักรยานพาเธอกลับบ้านทันที ระหว่างทางพวกเขาได้แวะร้านเต้าหู้ทอด ซูชิงซื้อเต้าหู้ทอดกลับมาแบ่งให้คนที่บ้านของเธอและแม่สามีกินด้วย ส่วนที่เหลือก็เอามาแบ่งกันกินกับเฉินเฮ่อในห้อง

“กินเยอะๆ นายเพิ่งหายป่วย ต้องบำรุงให้มาก”

ซูชิงคีบเต้าหู้ทอดชิ้นหนึ่งส่งให้เฉินเฮ่อ แต่เขากลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่กิน ฉันอิ่มแล้ว เธอกินเถอะ เธอทำงานมาเหนื่อย”

“ฉันไม่เหนื่อย นายกินเร็วเข้า ไม่กินฉันจะโกธรแล้วนะ”

“ก็ได้ กินก็ได้”

เขาบอกพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข ซูชิงที่เห็นอย่างนั้นก็อดที่จะยิ้มตามเขาไม่ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 6-1 ซื้อรองเท้าให้ภรรยา

    หลังจากที่กินอิ่มแล้ว สองสามีภรรยาก็เข้านอนอย่างรวดเร็ว อาจเพราะระยะนี้ทำงานหนักซูชิงจึงนอนหลับสนิทมากกว่าที่ผ่านมาจวบจนถึงเช้ามืดของวันต่อมา เมื่อซูชิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเฉินเฮ่ออีกตามเคย หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินเฮ่อคงจะออกไปทำงานแบกของที่ตลาดมืดเหมือนเช่นทุกวัน ซูชิงรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเตือนเขาอย่างไรดีซูชิงส่ายหน้าไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป ก่อนจะลุกไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาต้มข้าวต้ม ก็เหมือนเช่นทุกวันเธอแบ่งข้าวต้มให้พ่อแม่ด้วย และแบ่งเอาไว้ให้แม่สามีด้วยเช่นกัน วันนี้เธอยังคงเข้ากะบ่ายเหมือนเมื่อวานจึงมีเวลาทำอะไรมากขึ้น จึงถือโอกาสนี้เย็บซ่อมรองเท้าที่ขาดเสียเลยแต่รออยู่นานเฉินเฮ่อก็ยังไม่กลับมาเสียที ซูชิงรู้สึกเป็นกังวล เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตลาดมืด เธอเดินตามหาเขาจนทั่ว หญิงสาวเดินไปที่ร้านข้าวสารทุกร้านเพื่อตามหาเฉินเฮ่อ เมื่อสอบถามกับเถ้าแก่ร้านก็ได้ความว่าเฉินเฮ่อทำงานเสร็จตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ซูชิงยิ่งกระวนกระวายใจเข้าไปใหญ่ เธอเดินตามหาเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 5-2 ค่ากับข้าว

    พูดจบซูชิงก็ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าและป้อนให้เฉินเฮ่ออย่างตั้งใจ เมื่อเขากินอิ่มแล้วเธอก็พาเขาไปลางานกับหัวหน้าหลิน หัวหน้าหลินที่เห็นว่าเฉินเฮ่อป่วยจริงๆ จึงยอมให้ลาป่วยได้ ซูชิงไม่ได้บอกหัวหน้าหลินว่าที่เฉินเฮ่อป่วยเพราะไปแบกข้าวสาร เธอรู้ดีว่าการที่ไปรับงานเสริมนอกเวลานั้นเท่ากับผิดกฎ หากหัวหน้าหลินทราบเฉินเฮ่อจะต้องลำบากอย่างแน่นอนวันนี้ซูชิงรับหน้าที่ปั่นจักรยานพาเฉินเฮ่อกลับบ้าน ทันทีที่กลับมาถึงแม่ของเฉินเฮ่อก็รีบเข้ามาดูอาการบุตรชาย เมื่อรู้ว่าเขาป่วยเธอก็ปวดใจมาก ส่วนพ่อแม่ของซูชิงก็รีบไปต้มน้ำแกงบำรุงร้อนๆ มาให้ลูกเขยดื่ม“หนูจะไปตลาดสักหน่อยซื้อของสดมาไว้ทำอาหาร ฝากทุกคนดูแลอาเฮ่อก่อนนะคะ แล้วหนูจะรีบกลับมา”เอ่ยจบเธอก็ไปที่ตลาดทันที เมื่อมาถึงตลาดซูชิงก็เดินถือถุงตาข่ายสีเขียวหม่นไปตามทางเดินแคบๆ ในตลาดเสรี ตลาดแห่งนี้คือตลาดที่ชาวนาได้รับอนุญาตให้นำผลผลิตที่เหลือจากเกณฑ์ของรัฐมาวางขายเอง ข้อดีของตลาดแห่งนี้ก็คือของสดกว่า และไม่ต้องใช้คูปองในการซื้อของบางอย่าง แต่ราคาอาจจะสูงกว่ารัฐกำหนดเล็กน้อย แต่ก็สะดวกสบายกว่าเยอะ ซูชิงมักจะมาที่นี่บ่อยครั้ง บางทีหากต้องใช้คูปองแลกของเธอก็จ

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 5-1 ค่ากับข้าว

    เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แม่ของเฉินเฮ่อก็รีบบอกให้ลูกชายและลูกสะใภ้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแล้วรีบมาดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ด้วย ซูชิงยิ้มให้แม่สามีอย่างอ่อนโยน ตั้งแต่เธอแต่งเข้าบ้านมา แม่สามีไม่เคยทำให้เธอลำบากใจเลยสักครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยก้าวก่ายเรื่องระหว่างเธอและเฉินเฮ่อเลยแม้แต่นิดเดียว“แม่ทำอาหารมื้อเย็นเอาไว้แล้ว ก่อนพวกลูกจะกลับมา พ่อแม่ของชิงชิงก็แบ่งกับข้าวมาให้อีกจานหนึ่ง กินให้อิ่มล่ะ แม่จะไปนอนพักแล้ววันนี้เย็บผ้าทั้งวัน ปวดหลังไปหมดแล้ว”“หนูไปส่งค่ะแม่”แม่ของเฉินเฮ่อประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าซูชิงเข้ามาช่วยประคอง เดิมทีเธอคิดว่าคงจะต้องรับมือกับลูกสะใภ้ผู้นี้ยาก เพราะซูชิงไม่ได้อยากแต่งงานกับเฉินเฮ่อ เรื่องนี้เธอเองก็รู้ แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่านอกจากซูชิงจะไม่อาละวาดแล้ว ยังดีกับเธอมากซูชิงประคองแม่สามีมานอนที่เตียงและยังห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ“ต่อไปแม่ไม่ต้องทำอาหารให้พวกเราแล้วนะคะ หนูกับอาเฮ่อจะทำกินกันเอง เพราะแม่ต้องเย็บผ้าส่งลูกค้าก็เหนื่อยพอแล้ว แม่ควรพักให้มาก”“จ้ะ”เมื่อเห็นว่าแม่สามีรับคำอย่างว่าง่าย ซูชิงก็วางใจลงได้ แม่ของเธอและแม่ของเฉินเฮ่อนั้นมีอาชีพเดียวก

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 4 อาหารเช้า

    แม้เมื่อคืนจะนอนดึกมากแค่ไหน แต่ซูชิงก็ยังติดนิสัยตื่นเช้าอยู่ดี แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็ไม่พบเฉินเฮ่อแล้ว เธอรีบลุกจากเตียงก่อนจะเดินไปคว้าหยิบกะละมังเคลือบสีขาวลายดอกโบตั๋นขึ้นมาแล้วเดินออกไปที่ห้องน้ำสาธารณะ ก่อนไปเธอยังมองเข้าไปที่ห้องนอนมารดาเฉินเฮ่อ พบว่ายังปิดไฟอยู่คาดว่าคนคงยังไม่ตื่นนอน เธอจึงทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับเข้าบ้าน เมื่อเดินเข้ามาในบ้านซูชิงก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยมาเตะจมูก ตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีถ้วยโจ๊กข้าวโอ๊ตใส่น้ำตาลทรายแดง และนมถั่วเหลืองหนึ่งถุงวางอยู่ ในยุคสมัยที่เงินทองหาได้ยากลำบาก อาหารสองอย่างนี้ถือเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับกรรมกรชั้นแรงงานอย่างพวกเธอ ซูชิงมีสีหน้าครุ่นคิดเป็นจังหวะเดียวกันที่เฉินเฮ่อกลับเข้ามาพอดี วันนี้ชายหนุ่มสวมเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงผ้าเนื้อหยาบ ในมือยังถือกระติกน้ำร้อนติดมือเข้ามาด้วย“เธอตื่นแล้วเหรอ หิวหรือยัง รีบกินข้าวเช้าก่อนไปทำงานเถอะ”"นายเอาเงินจากไหนมาซื้ออาหารพวกนี้ ราคามันไม่ได้ถูกเลยนะ?"เธอถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ตั้งแต่เล็กจนโตน้อยมากที่เธอจะได้กินอาหารพวกนี้ อย่างมากแค่หมั่

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 3-2 สัญญาหนึ่งปี

    เมื่อตกลงทุกอย่างได้แล้ว ทั้งสองครอบครัวจึงจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งสองอย่างเรียบง่าย ไม่มีขบวนรถเก๋งสีดำที่ข้าราชการชั้นสูงนิยมใช้ ไม่มีเกี้ยวแดงแปดคนหามตามประเพณีโบราณ มีเพียง เฉินเฮ่อ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กำลังยืนรอซูชิงอยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรับหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรสด้วยกัน"ซูชิง ฉันมารับเธอแล้ว"เสียงของชายหนุ่มสั่นพร่าด้วยความประหม่า ซูชิงเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เพราะไม่มีเงินซื้อชุดเจ้าสาวสวยๆ เธอจึงสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาเท่านั้น หญิงสาวก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานของเฉินเฮ่ออย่างไม่รีบไม่ร้อน เธอไม่ได้กอดเอวเขาเพียงใช้มือจับเบาะจักรยานเอาไว้เท่านั้น เฉินเฮ่อเองก็ไม่ถือสา ชายหนุ่มออกแรงถีบจักรยานไปตามถนนลูกรังที่ขรุขระ บังคับแฮนด์ให้มั่นคงที่สุดเท่าที่แรงกายจะทำได้ เพื่อให้คนข้างหลังนั่งอย่างสบายที่สุดเมื่อคืนนี้เขาลงมือขัดจักรยานคันเก่าจนเงาวับ อีกทั้งยังหาริบบิ้นสีแดงมาผูกเอาไว้ที่แฮนด์รถเพื่อเป็นสัญลักษณ์มงคลอีกด้วย คนทั้งสองปั่นจักรยานไปตามทางเรื่อยๆ ตลอดทางที่ขี่ผ่านคนในหมู่บ้านและโรงงาน ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาเป็นระยะ"ดูสิ ดอกไม้แสนสวยประจำโรง

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 3-1 สัญญาหนึ่งปี

    ข่าวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเฉินเฮ่อและซูฉิงเปรียบดั่งไฟลามทุ่งที่แผดเผาชื่อเสียงของเธอจนมอดไหม้ คนในโรงงานต่างพากันนินทาด้วยความคะนองปาก เรื่องราวบานปลายจนมาถึงหูของผู้คนในหมู่บ้าน คนพวกนั้นบ้างก็ว่าเธอ "ใจง่าย" บ้างก็เย้ยหยันว่าคนสวยอย่างเธอท้ายที่สุดก็ตกเป็นของ "ช่างเครื่องกระจอกๆ" อย่าง เฉินเฮ่อ แทนที่จะมีวาสนาเป็นสะใภ้ของคนที่มีฐานะทันทีที่พ่อแม่ของซูชิงทราบเรื่องก็ลมแทบจับ แม้จะชอบที่เฉินเฮ่อเป็นคนขยัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ของซูชิงจะทนเห็นพวกเขาทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ได้ ซ้ำร้ายยังมีคนเห็นเหตุการณ์มากหน้าหลายตา ผู้คนเอามาเล่ากันปากต่อปากอย่างสนุกสนาน สร้างความอับอายให้กับบ้านตระกูลซูไม่น้อยตั้งแต่เกิดเรื่องซูชิงก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เธอไม่ออกไปทำงานและยื่นหนังสือขอลาพักเพราะล้มป่วยมาสองสามวันแล้ว ข้าวปลาก็กินได้น้อยลง เฉินเฮ่อมาขอพบเธอก็ไม่ยอมพบหน้าเขาหญิงสาวไม่ได้โกรธเฉินเฮ่อ แต่เธอโกรธตัวเองมากกว่า เธอไม่ควรไปดื่มเหล้าจนเมามายแบบนั้น แล้วยังชวนเฉินเฮ่อดื่มด้วย ชายหญิงสองคนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุรามาอยู่ด้วยกันในที่เปลี่ยวร้างย่อมเกิดเรื่องน่าอายขึ้นตอนนี้ซูชิงมืดแปด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status