เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รักเราก็หย่ากันเถอะ…
3.
“อืม..วันนี้เราออกไปเดินดูตลาดดีหรือเปล่านะ”
ซ่งลี่อินอยากออกไปเดินดูสำรวจตลาด ว่าเธอนั้นพอที่จะทำอะไรเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวได้บ้าง เผื่อว่าเจอช่องทางที่ดี ที่เธอสามารถนำความรู้ความสามารถของโลกก่อนมาใช้ได้
เมื่อโลกก่อนหน้านั้น เธอเองก็เป็นถึงเจ้าของห้าง เอ?? จะเรียกว่าห้างได้หรือเปล่านะ ก็ได้แหละเพราะที่นั่นเป็นศูนย์รวมของสินค้าทุกอย่าง เอาง่ายๆก็คือ ครบวงจรนั่นเอง อยากได้อะไรล่ะ ไม่มีคำว่าหาไม่ได้
ธุรกิจของเธอนั้นนับว่าดำเนินไปด้วยดี กำไรต่อปีนั้นไม่ต้องบอกว่ามากมายแค่ไหน แต่เสียดายที่เธอนั้นตัวคนเดียว ถึงมีเงินมากมายเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาซื้อสิ่งที่มันขาดหายไปจากชีวิตได้
เธอเคยวาดหวังว่าจะมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ผู้ชายที่เธอเคยคบหามาหลายคนก็ไม่สามารถที่จะมอบสิ่งที่เธอนั้นต้องการได้ บางคนก็นอกใจเธอ บางคนก็เห็นแก่เงินของเธอ บางคนก็เป็นผู้ชายที่ห่วยแตกเอามากๆ อย่าให้พูดออกมาเลยเธอไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำแบบไหนดี
และซ่งลี่อินก็คิดไม่ถึงว่าเมื่อมาที่นี่แล้วยังต้องมาเจอสามีที่นอกใจนี่อีก แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ยังมีเจ้าเด็กอ้วนคนนี้อยู่ด้วย และเธอก็หวังว่าเธอกับเด็กน้อยคนนี้คงอยู่กันได้อย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเธอต้องอยู่เพื่อใคร
เมื่อซ่งลี่อินคิดจะออกไปข้างนอก เธอก็ไม่มัวชักช้า เธอรีบจัดการลูกชายทันที พร้อมกับสิ่งจำเป็นที่ต้องพกพาไปด้วย ทั้งนมและผ้าอ้อม
เมื่อเดินออกมานอกบ้าน เธอก็เห็นรถยนต์ที่จอดอยู่ ซ่งลี่อินกำลังชั่งใจว่าเธอนั้นจะขับมันออกไปดีหรือเปล่า เพราะร่างเดิมนั้นขับรถไม่เป็น และถ้าเธอนั้นขับมันออกไปจะเป็นที่สงสัยหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีใครถามเธอก็แค่บอกไปว่าสามีเป็นคนสอนก็แค่นั้น
“เอายังไงดีนะ”
ซ่งลี่อินคิด ในอ้อมแขนก็อุ้มเจ้าเด็กอ้วนเอาไว้ด้วย เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซ่งลี่อินก็เดินไปเปิดประตูรถ และมองไปที่เบาะรถข้างคนขับ เพื่อที่จะหาวิธีเอาเจ้าเด็กอ้วนนั้นไว้ในรถ เพราะถ้าเธอจะอุ้มเจ้าเด็กอ้วนแล้วขับรถไปด้วยคงได้เกิดอันตรายเป็นแน่
ซ่งลี่อินจับลูกชายนั่งที่เบาะข้าง และรัดด้วยเข็มขัดนิรภัย ดูแล้วซือซือก็คงชอบเพราะไม่ร้องงอแงเลยสักนิดดีที่เจ้าเด็กอ้วนของเธอนั้นนั่งได้แล้ว จึงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่นัก ว่าแต่ถ้ากลับมาเธอคงต้องหาวิธีทำคาร์ซีสแล้วล่ะ เมื่อเวลาที่เธอไปไหนจะได้สะดวกสบายและปลอดภัยอีกด้วย
“ซือซือ ลูกนั่งตรงนี้นะคะ แม่จะพาไปเที่ยว” ซ่งลี่อินบอกลูกชายที่เอาแต่จ้องหน้าเธอ ไม่รู้ว่าจะมองอะไรนักหนา ทำเหมือนว่าไม่เคยเจอกัน
“แอ้ๆ” เฉินซือซือตอบรับคนเป็นแม่ด้วยรอยยิ้ม จนเห็นฟันเล็กๆที่เริ่มงอกขึ้นมา
ซ่งลี่อินขับรถออกมาเรื่อยๆตามความทรงจำของร่างเดิม จากที่ซ่งลี่อินขับรถผ่านมา สองข้างถนนนั้นมีร้านค้าบ้างประปราย ถ้าจะมีกลุ่มใหญ่นั้นต้องเข้าไปที่ตัวอำเภอ ที่นั่นจะมีทั้งร้านค้าของประชาชนและสหกรณ์ของรัฐ รวมถึงห้างสรรพสินค้าด้วย
แต่ที่เธอนั้นสนใจก็คือ ที่ดินเปล่าหลายแปลง ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เมื่อตอนที่เธอนั้นเห็นที่ดินเปล่านั้น ใจของซ่งลี่อินก็คิดไปถึง ห้าง ของเธอ
ซ่งลี่อินนั้นอยากจะสร้างที่นี่ให้เหมือนกับห้าง แต่เธอก็รู้ว่ามันคงยาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งเธอนั้นไม่มีเงินมากพอ
จากที่เธอไปสำรวจเงินของซ่งลี่อินคนก่อน เธอก็เห็นว่ามีเงินมากถึง 9000 หยวน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็นสินเดิมของซ่งลี่อิน รวมกับเงินที่สามีของเธอนั้นให้มา ซึ่งเงินจำนวนนี้มันน้อยนิดสำหรับเธอมาก กับการที่จะสร้างกิจการอะไรสักอย่าง
ดังนั้นเธอจึงคิดที่จะหาเงินมาเพิ่ม เพียงแต่เธอยังคิดไม่ออกเท่านั้นเองว่าเธอจะหาเงินได้จากวิธีไหน ที่มันสามารถหาเงินได้มาเป็นกอบเป็นกำ
ซ่งลี่อินจอดรถที่หน้าห้างสรรพสินค้า เมื่อเธอเดินลงมาจากรถก็กลายเป็นที่ีสนใจ เพราะในยุคนี้น้อยมากที่ผู้หญิงจะสามารถขับรถเองได้ และอีกอย่างถ้าบ้านไหนมีรถขับนั่นก็แสดงว่าบ้านนั้นมีฐานะดีมาก
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







