LOGINประสบการณ์การเปิดเรียนมหาลัยวันแรกของคนอื่นเป็นอย่างไร? เป็นที่น่าจดจำแค่ไหน?
ส่วนกูเรื่องราวดีๆ ที่มีกับเพื่อนใหม่วันแรกนั้น.. ไปหาอาจารย์ประจำภาคทั้งคู่ไม่ต้องไปรับน้องปรับทัศนคติก่อนเลย โตเป็นนิสิตแล้วยังทำตัวเป็นเด็กเล็กอยู่ได้ เชื่อเค้าเลย! ตัวก็เล็กแค่นี้ก็ยังจะห้าวคันฟันหรือไง! โดนอาจารประจำภาคเทศทั้งชั่วโมงในสภาพขนมไทยขนมฝรั่งติดเต็มตัวแมลงวันตอม ดีสุดๆ เป็นที่จดจำของเพื่อนทุกคณะโดยไม่ต้องแนะนำตัว ลิลิธกับอีฟคนแคระสาขายานยนต์สองตัวซัดกันนัวกลางสนามบาสเหตุเพราะด่ากันว่าเตี้ย มีใครให้มากกว่านี้ไหม? ชื่อแม่งได้ เหมือนเมียทั้งสองของเฮียอดัมเลย? ... วิศวกรรมศาสตร์คณะที่ว่ากันว่ามีแต่คนหล่อเท่เถื่อนดิบถ่อยน่าเกรงขาม นักศึกษาตัวสูงใหญ่หน้าโหดแบกไม้ทีไปมหาลัยเป็นกลุ่มแก๊ง เดินไปทางไหนก็มีแต่คนหลบตาเกรงบารมีเสื้อช็อปและใบหน้าโหดเถื่อนสุดแสนเย็นชา เย็นชา... ..ชา ถ้าถามว่าวิศวะยานยนต์รุ่นนี้ใครคือตัวตึงที่สุดของรุ่นบอกเลยว่ากินกันไม่ลงตีคู่กันมาสูสีคู่คี่แม้ต่างชนชั้นวันนะอยู่คนละแวดวงสังคมแต่ความดุเดือดในการแย่งชิงตำแหน่งเคะที่เลิศที่สุดของรุ่นควรค่าแก่การเป็นเมียผู้นั้นยิ่งใหญ่นัก ฝ่ายแดงน้องลิลิธศิษย์แป้งทาตูดเด็กแคร์และเจ้าแม่อุทัยทิพย์ส่งเข้าประกวด เป็นคนมีของ ของที่ว่าคือไฝที่อยู่เหนือริมฝีปากขวาไอเทมลับเมื่อเปิดฟังชั่นไฝด่าพิฆาตอสูร คู่ต่อสู้จะทนปวดแก้วหูไม่ไหวล่าถอยไปเอง ที่บ้านมีฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจนไม่ร่ำรวยแต่ไม่เป็นหนี้ ลูกแม่ค้าขายขนมไทยในตลาดสด ถ้าถามคนในมหาลัยจะไม่มีใครรู้จักแต่ถ้าถามคนใช้แรงงานจะรู้จักเป็นอย่างดี ตลาดอยู่ไม่ห่างจากมหาลัยนักแต่ต้องเข้าซอยแคบไปสามสี่ร้อยเมตร ขยันประหยัดซื่อสัตย์มีวินัยไม่ใช่คติประจำตัว แต่ท่องได้เพราะจำได้ขึ้นใจตอนเด็กท่องจนหลอนเพราะอยากได้ของฟรีติดอยู่ในหัวเอาไม่ออก ลืมไม่ลง? เป็นผู้ชายที่ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่ใช่ดุ... แค่เตี้ย ถ้านั่งลงก็สบตาได้ หล่อจะรับพิจารณาเป็นพิเศษ น้องลิลิธบอกว่าขอโทษที่ไม่ได้เตี้ยบนหัวพ่อใคร มีความแข็งแกร่งแม้ตัวจะเล็กจ้อยเพราะพ่อกับแม่ตัวเล็ก ร่างกายอาจจะดูไม่ดีแต่ปากดีมาก? อายุจะย่างเข้ายี่สิบไม่มีทีท่าว่าจะสูงถึงร้อยหกสิบเสียที เป็นคนขยันช่วยแม่ทำขนมได้ทุกอย่างและก็แดกได้ทุกอย่างเช่นกัน รักพ่อแม่มากอยากให้พ่อกับแม่เกษียณแบบคนรวยชี้นิ้วสั่งเป็นคุณนายอยู่บ้านหลังโตมีที่เลี้ยงหมาแค่ร้อยไร่ก็พอ ตอนนี้มีบ้านหลังเล็กรั้วติดกับชาวบ้านทุกด้านเวลาบ้านไหนทะเลาะกันชอบเปิดหน้าต่างเอาถั่วไปกินนั่งเชียร์ จุดแข็งปาก จุดอ่อนจู๋เพราะไม่เคยใช้? . . ฝ่ายน้ำเงินเธอเป็นลูกคุณหนูเธอเป็นหลานคุณนาย น้องอีฟ ลูกคนรวย รวยม้าก ที่บ้านมีแบรนด์ขนมเบเกอรี่เป็นของตัวเอง เป็นแบรนด์ที่มีขายตามห้างใหญ่ทั่วประเทศ เป็นลูกชายคนเล็กที่มีพี่สาวอีกสองคนบริหารธุรกิจช่วยครอบครัวอยู่ สนิทกับพี่มากพี่ชอบจับแต่งคอสเพลย์ไปยืนเรียกลูกค้าวันที่มีโปรโมชั่น ความโมเอะและความดาเมจยืนหนึ่ง ผิวขาวอมชมพูตัวเล็กเอวบางทำผมฟูๆ สีพาสเทลเจ็ดสีคล้ายสายไหม แต่งหน้าเหมือนคนแพ้กุ้งใต้ตาจมูกเเดงเถือก เป็นเคะตัวเล็กๆ น่ารักเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยห้าสิบห้า มีไอเทมลับคือของแบรนด์เนมทุกชิ้นบนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ากระเป๋านาฬิกาโทรศัพท์มือถือและเครื่องประดับทุกชนิด มีความเย่อหยิ่งระดับร้อยไม่พูดคำหยาบ แต่ชอบพูดเหยียดคนที่ดูด้อยกว่าด้วยคำพูดสุภาพ มีอาวุธลับคือเล็บที่ชอบตกแต่งให้เป็นรูปนั้นรูปนี้ตลอดเวลา เมื่อต้องเจอสถานการณ์คับขันจะฝังเล็บเเหลมคมลงบนผิวกายอีกฝ่ายให้ทุกทรมาณจนต้องร้องขอชีวิต? จุดแข็งรวย จุดอ่อนไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร .... คุณเคยรู้สึกจู่ๆ ก็หายเหงาไหม? จากที่ซึมกระทือเมื่อนึกถึงวันเปิดเรียน นึกถึงวันที่ต้องเดินโดดเดี่ยวเดียวดายเข้ามหาวิทยาลัยที่คนอื่นมาพร้อมเพื่อน พ่อแม่ แฟนขับรถหรูมารับมาส่ง มาเจอเพื่อนใหม่ที่คณะนั่งเม้ามอยมองหนุ่มหล่อแล้วหัวเราะคิกคักด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ปรึกษากันในชั้นเรียน ไม่ใช่...ไม่มีทั้งหมดที่เอ่ยมา..ไม่มีสักข้อ ...มีแต่นี่! "อีเตี้ยถอยไปนี่มันที่กู!" แค่เห็นหัวสายไหมของนังไฮโซขายเค้กก็อยากเอาข้าวเหนียวทุเรียนที่แม่ห่อมาให้ปาใส่หัวเพิ่มสีเหลืองให้สีมันเด่นชัดขึ้นมาทันที "แกสิเตี้ยฉันมานั่งก่อนก็ต้องได้ก่อนสิ คนห่อข้าวมากินที่มหาลัยน่ะเข้าไปกินในป่าเลยไป๊!" จากที่จีบปากจีบคอพูดกับเพื่อนไฮโซโบกเครื่องสำอางหนาเตอะของมันก็ลุกมาแหวเสียงเล็กแหลมใส่ทิ้งคราบคุณหนูผู้ดีหมดสิ้น "ที่ตรงนี้กูนั่งเมื่อวานมันก็ต้องเป็นของกูสิ!" ความจริงมันไม่สามารถจองที่ได้หรอกไอ้ที่ในโรงอาหารเนี่ยแต่กูอยากหาเรื่องไม่มีใครคบมันเหงานะเว้ย อีแคระไฮโซเข้าคลาสสายเพราะมัวแต่แต่งหน้าทำผมทำเล็บอยู่กระมังคลาสแรกจึงยังไม่ได้ปะทะคารมกัน พอเห็นหัวเท่านั้นแหละอยากพุ่งเข้าไปแดกหัวไม่รู้ทำไมเหมือนกัน? มันเป็นไปเองตามสัญชาตญาณ? สัญญาณคู่อริ "จะตะโกนเสียงดังทำไมไร้มารยาทจริงๆ " อีแคระไฮโซเบาเสียงลงคงเพราะลืมตัวคีพลุคผู้ดี "ทำไมกูต้องมีมารยาทกับมึงด้วยอีเตี้ยติดแบรนด์เนม ถอย! " หมั่นไส้แบบนี้ต้องหยุมหัว! กรี้ดดด!! อย่าดึงเสื้อฉันน๊าาาา!!ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"
… ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า
เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ
ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร
"อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร
"ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร
..พึ่งเห็นตอนนี้ตอนที่เดินจะไปตลาดด้วยกันนี่แหละ ไอ้พวกที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลังเรานี่คือใครสิบกว่าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยไปด่าพ่อล่อแม่ใคร แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตากวนตีนสวมเสื้อช็อปอันเลื่องชื่อว่างี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดตีชาวบ้านไปทั่วแล้วแม่งตัวต่อตัวไม่เป็นงานรุมคืองานถนัดไอ้พวกวิทยาลัยอาชีว
ทุกวัน...คือทุกวันจริงๆตั้งแต่เปิดเรียนมาทะเลาะกันทุกวัน แค่ได้กลิ่นไฮโซไกลๆ อยากจิกหัวสีสายไหมของมันมาสวบเข้าปากเคี้ยวให้หมดโทษฐานทำตัวน่าหมั่นไส้คนที่มาทำให้ความไฝ่ฝันเรียนจบไปพร้อมกับการมีผัววิศวะหล่อๆ สักคนเลือนลางเพราะมัวทะเลาะกับมันจนผ่านมาเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่มีเวลาเล็งผู้ชายเพราะจ้องจะเล่น
เหตุผลที่เราต้องสู้เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่าถึงแม้แม่จะไม่เอ่ยขอ ท้ายที่สุดแล้วในใจลึกๆ มันอยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขาสบายและภูมิใจเพราะฉะนั้นเราจึงตายไม่ได้ในขณะเดียวกันเราก็ต้องห้ามตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นตายด้วย เพราะการติดคุกไม่ใช่การไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ ยิ่งฆ่าคนยิ่งอยู่ยาวโปรโมชั่นตลอดชีวิตกันไป
"สวัสดีครับคุณแม่"ร่างใหญ่โตในชุดช็อปสีเดียวกับลูกแม่ค้าขนมหวานตรงหน้า ยกมือคู่ใหญ่ขึ้นประนมนอบน้อมทำให้แม่ค้าตัวเล็กรับไหว้ด้วยความงุนงงไม่ทันได้ถามอะไรคนหน้าคุ้นที่คับคล้ายคับคลาว่าจะคลอดมันออกมาเดินแหวกร่างหนาทั้งสองคอหดสั้นก้มหน้าก้มตาหลบหน้าบุพการีแต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาคุณแม่สุดที่รักได้"ห
![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






