LOGINมือหนาใหญ่ของมู่หรงจิ้นบีบใบหน้างามไว้อย่างแรง หญิงสาวพลันจ้องเข้าไปในดวงตาคมประดุจเหยี่ยวที่กำลังจะจิกกินอาหาร
“จ้องหน้าข้าทำไม หรือว่าอยาก”
“ท่านมันตาแก่ลามก แม้แต่เมียลูกก็ไม่เว้น”
มุมปากหนาของมู่หรงจิ้นยกยิ้มขึ้นมา เขาผิดอันใด เขาแค่เสน่หานางเท่านั้น รักนาง
“ข้าไม่สน ขอเพียงข้ามีอะไรกับเจ้า ข้ามีความสุขแล้ว” เขาเอ่ยออกมาอย่างหน้าตาเฉย ซูหนี่ว์อยากตบกบาลยิ่งนัก
“ข้าขอให้ฟ้าดินลงโทษตาแก่อย่างท่าน”นางเอ่ยประโยคนั้นออกมา มู่หรงจิ้นไม่รอช้ารีบงับปากนางทันทีจากนั้นมอบความหวานส่งจุมพิตที่ละมุนราวกับน้ำผึ้งพระจันทร์ให้นาง ตาแก่นี่ยังไม่หมดไฟอีกรึ
กว่าจะถอนจุมพิตออกก็นานเกือบหนึ่งก้านธูป “ท่านมันคนราคะ” มืองามรีบเช็ดปากออก นางรังเกียจ
มู่หรงจิ้นมองดูการกระทำของนาง “เจ้ารังเกียจข้ารึ”
“ใช้ข้ารังเกียจ คนอย่างท่าน แก่จนไม่รู้ว่าขาข้างหนึ่งจะก้าวเข้าโลงวันไหนยังทำเรื่องบัดสีได้อีกคนอย่างท่านมันสมควรตาย” หลังร่ายจบนางถึงกับถอนหายใจ
“ด่าจบรึยัง”
“ทำไม”
ชั่วพริบตาเดียวเรือนร่างอรชนก็นั่งบนตักตาแก่มู่หรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ปล่อยข้า” นางช่างเกรี้ยวกราดยิ่งนักมู่หรงจิ้นคิดในใจ
“อย่าส่งเสียงไป เดี๋ยวสารถีจะได้ยิน”
กระนั้นทำให้นางเงียบปากทันที
“ปล่อยข้าลง” น้ำเสียงใสเอ่ยขึ้น นางต้องข่มอารมณ์ไม่ให้ชิงชังตาแก่ผู้นี้
เขากระซิบข้าหูนาง “ข้ากินเจ้าเสร็จก่อน ข้าจะลองท่วงท่าใหม่ในรถม้า” ซูหนี่ว์ได้ยินกระนั้นหัวใจนางกระตุกทันที นางเข้ามาอยู่ในโลกนิยายแห่งนี้ ช่างเป็นบุปผาที่ไม่เคยขาดหยาดพิรุณแม้แต่วันเดียว
นางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
เวลานี้รถม้าขึ้นภูเขา ต้องสั่นโคลงเคลงเป็นธรรมดา แต่ทว่าร่างสตรีที่อยู่ในรถม้ากับสั่นยิ่งกว่า เรือนร่างเปลือยเปล่าของนางนั่งอยู่บนเรือนร่างบุรุษอันแข็งแกร่ง มือหนาใหญ่จับซูหนี่ว์โยกขึ้นโยกลงให้ลึกสุดและขึ้นสูงสุดไปถึงปลายยอดภูเขา
“อ่า อ่า เจ็บ” ซูหนี่ว์ครางไม่เป็นภาษา ใบหน้างามแดงซ่านเลือดลมช่างไหลเวียนดีแท้ คิดไม่ถึงเลยว่าในรถม้าจะเสียวซ่านได้ขนาดนี้
ตาแก่มู่หรงยิ้มอย่างสาแก่ใจที่เห็นลูกสะใภ้ มีสีหน้าที่บ่งบอกว่ามีความสุข
ส่วนเขานั้นมีอารมณ์ไม่ต่างนาง อีกนิดเดียวเขาจะพานางไปยอดภูเขาเหลียงซานแล้ว เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นในรถม้า แต่ทว่าเสียงม้าแล่นก็กลบเกลื่อนเสียงพวกเขาสองคนในรถม้าได้
ซูหนี่ว์หายใจอย่างถี่กระชันชิด นางใกล้จะไปถึงแล้ว แท่งหยกสีดำแทงนางอย่างมิดด้าม ที่วามหวามหวานล้ำจนบอกไม่ถูก
“หนี่ว์เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่ท่วงท่านี้” ริมฝีปากหนากระซาบข้างหู นางถึงกับขนลุก “ข้าไม่ไหวแล้ว”
นางเอ่ยเยี่ยงนี้พ่อสามีพลันเข้าในความหมาย รีบโยกกายนางให้เร็วขึ้น เสียงดังพับๆ ขึ้นเป็นระยะๆ แต่ทว่าสารถีหาได้สนใจ เพราะเขาเป็นคนของมู่หรงจิ้นจัดหามา
ในที่สุดหยาดน้ำฝนก็ไหลชโลมไปในร่างงามกายน้ำจนเกือบหมด “อ่า” ทั้งสองครางพร้อมกัน มู่หรงจิ้นยังคงเอาร่างบางนั่งทบเขาไว้ จากนั้นมือหนาใหญ่เคล้าคลึงยอดปทุมถันราวกับว่ากำลังนวดแป้งทำซาลาเปา หยาดน้ำนมไหลออกมา มู่หรงจิ้นกลืนกินหยดน้ำนมอย่างอร่อย ด้านซูหนี่ว์หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า
เสียงดูดยอดปทุมถันอย่างแรง เขาเป็นสุนัขหรือไง ถึงได้กัดทรวงอกนาง หลังจากที่อิ่มเอมจากการดูดน้ำนมจากเต้าลูกสะใภ้แล้ว พ่อสามีก็ยังไม่ปล่อยเรือนร่างอรชร เขาให้นางนอนคว่ำหันสะโพกกลมกลึงมาทางเขา
“ท่านจะทำอะไรอีก”
“ข้าจะแทงเจ้าอีกไง กว่าจะถึงวัดคงค่ำมืดพอดี ทำอะไรกันฆ่าเวลาดีกว่า” กล่าวจบน้ำหวานล้ำขาวขุ่นแต้มที่หัวแท่งหยกสีดำขนาดใหญ่ยัดเข้าไปที่ร่องบุปผางามล้ำ
“อ้า อ้า” ใบหน้างามซูหนี่ว์พลันแดงก่ำ
“อ้า ดีเหลือเกิน” มู่หรงจิ้นครางออกมา ลมหายใจเขาตอนนี้ถี่กระชันชิดอย่างมาก เรือนกายหนาพลางขยับกระแทกสะโพลกลมกลึงอย่างแรง
ซูหนี่ว์รู้สึกว่าตอนนี้ราวกับนางได้ร่องรอยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า ทั้งซาบซ่านและเสียวในเวลาเดียวกัน แท่งหยกสีดำเข้าๆ ออกๆ ที่กลีบบุปผางามจนนับจำนวนครั้งมิได้
มือหนาใหญ่ฟาดไปที่สะโพกงามอย่างแรง จนหญิงสาวถึงกับร้องออกมา มู่หรงจิ้นเองก็เสียวซาบซ่านไม่ต่างจากนาง เขาพลันขยับกายเข้ารับเรือนร่างอรชร จวนจนครึ่งชั่วยาม น้ำหยาดพิรุณหลั่งไหลทะลักออกมาจากกลีบบุปผางามพร้อมแท่งหยกงามร่วงออกมาด้วย ตาแก่มู่หรงรีบดึงเรือนร่างอรชรขึ้นมาพร้อมพรหมจุมพิตหยาดเหงื่อบนใบหน้านวลนาง
ซูหนี่ว์เหนื่อยเหลือเกินพลันหลับไป ตาแก่มู่หรงยังคงไม่เลิกรังแกลูกสะใภ้ เรียวปากหนายังคงซุกเข้าไปที่ทรวงอกขาวของนางที่มีน้ำหวานล้ำไหลออกมาไม่ขาดสายดั่งสายธาร…
เพลาพลบค่ำรถม้าก็ขับเคลื่อนมาถึงวัดเฉินที่อยู่บนเขา มู่หรงจิ้นปรายตามองสตรีที่นอนในอ้อมกอดเขา นางหลับยาวเหลือเกิน ร่างหนาพลันอุ้มร่างบางลงจากรถ
จากนั้นเดินตามหลวงจีนท่านหนึ่งที่ออกมาต้อนรับมู่หรงจิ้น ที่หน้าวัด หลวงจีนนำทางมู่หรงจิ้นมาที่เรือนพำนักของประสกที่อยู่ด้านหลังอารามวัด มู่หรงจิ้นได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทล่วงหน้ามาบอกหลวงจีนว่าต้องการที่จะพำนักที่วัดเฉินเป็นเวลาหนึ่งเดือน ด้านเจ้าอาวาสเป็นอันตกลง มู่หรงจิ้นจึงมอบเงินให้ห้าตำลึง
เรือนพำนักในวัดเฉินภายในเรือนนอนช่างกว้างยิ่งนัก เขาวางร่างงามที่ใบหน้าอิดโรยลงที่เตียงอย่างนุ่มนวลเพราะเขากลัวนางจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน วันนี้ทั้งวันในรถม้าถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก มู่หรงจิ้นนอนลงข้างๆ ร่างงาม
เขาประเมินใบหน้างาม ช่างเหมือนกันกับ… เหลือเกินอย่างน้อยเขาไม่ได้มารดาของนาง เขาได้บุตรสาวของนางก็ยังดี
จากนั้นมู่หรงจิ้นรำลึกถึงความหลังที่เขาคะนึงหาสตรีนางหนึ่ง นางบอกว่าจะแต่งงานกับเขาเพียงผู้เดียวแต่ทว่า เวลาเพียงไม่นานนางก็พลันเปลี่ยนไป นางมีชื่อว่า ไป๋ชิง นางเป็นบุตรสาวเจ้าของโรงเตี๊ยมในเมืองหลวงซีอาน ในคราตอนที่ตอนที่เขาไปส่งผ้าในเมืองหลวงซีอานตอนเป็นหนุ่มน้อย ตอนนั้นมู่หรงจิ้นอายุยี่สิบปี ไป๋ชิงเป็นดรุณีน้อยที่งดงามยิ่งนัก เขาไปมาหาสู่นางตลอดจวบจนกระทั่งมู่หรงจิ้นขาดการติดต่อ เพราะต้องไปส่งผ้าตามเผ่าต่างๆ เมื่อเขาคิดจะกลับไปหานางอีกคราที่เมืองหลวงซีอาน
พบว่านางนั้นได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูล
หลี่ในเมืองซีอานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระนั้นทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน จากนั้นเขาจึงรีบกลับมาที่เมืองเวยโจเพราะฮูหยินเฒ่ามู่หรง ได้จัดหาฮูหยินให้เขาแต่งงานด้วย นั่นก็คือจางเผยนั่นเอง
มู่หรงจิ้นจึงยอมแต่งงานกับจางเผย แต่ในใจก็ยังคงแค้นไป๋ชิงไม่หาย ทางด้านไป๋ชิงจึงส่งจดหมายมาขอโทษเขา อีกทั้งยังบอกว่า ถ้ามีบุตรชายหรือบุตรสาวจะยกให้แต่งงานกับสกุลมู่หรง
จึงทำให้มู่หรงจิ้นคิดอะไรดีๆ ได้ ชายหนุ่มจึงไม่โกรธไม่เกลียดไป๋ชิงแม้แต่น้อย เพราะเขามีแผนการในใจเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากรับหลี่ซูหนี่ว์มาเป็นสะใภ้สามวันต่อมาจวนสกุลหลี่โดนเผาไม่รู้เพราะใครวางเพลิง คนสกุลหลี่ตายหมดเหลือเพียงแค่หลี่ซูหนี่ว์ที่แต่งงานอยู่ที่เมืองเวยโจที่ยังมีชีวิตอยู่…
ยามนี้เยียนหรานอยู่ในโรงครัวกับกวนอี้ นางมองหม้อเห็ดของกวนอี้ ใบหน้างามระบายไปด้วยรอยยิ้ม คนของหนานอ๋องนำสำรับไปให้เจ้านายแล้ว กวนอี้มองเยียนหรานเหตุใดนางจึงยิ้มผิดปกตินัก สตรีนางนี้เป็นบ้าไปแล้วกระมัง ทหารกล้าต่างมาตักข้าวในโรงครัว ไม่นานนักพวกเขาก็พลันเดินจากไป เยียนหรานล้างชามในครัว สองถ้วยชาผ่านไป เหล่าทหารล้มลงพื้นนอนตายกันอย่างมาก เยียนหรานถูกนำตัวไปที่กระโจมหนานอ๋อง สิ่งแรกที่เห็นคือเย่หวานมุมปากอาบไปด้วยเลือก"หญิงชั่วเยี่ยงเจ้า กล้าวางยาพิษ" หนานอ๋องยังไม่ทันได้กิน เย่หวานนำไปกินเสียก่อนนางจึงตายแทนเขา เยียนหรานพลันหัวเราะอย่างมีความสุข"ข้าเล่า ข้าแค่เป็นสายลับให้เจาอ๋อง แต่ท่านให้ทหารทั้งค่ายมาย่ำยีข้าเกือบปี จนข้าตั้งครรภ์ ท่านคิดว่า ท่านทำถูกแล้วรึ" สมควรแล้วพวกมันต้องตาย ส่วนนังเย่หวานให้ชายทั้งสี่คนไปรังแกเยียนหราน ในตอนนั้น เยียนหรานคิดว่าเย่หวานสมควรตาย"เจ้ามันหญิงชั่ว ข้าจะสังหารเจ้า" "เอาเลย ข้ายอมตาย" เยียนหรานได้แก้แค้นแล้ว นางคิดว่านางควรตายตาหลับ จู่ ๆ หนานอ๋องกระอักเลือดขึ้นมา "นี่เจ้าใส่อะไร""น้ำชาข้าก็ใส่ยาพิษ" เยียนหรานเทยาพิษใส่บ่อน้ำดื่มที่นำมาต้ม
เยียนหรานพาร่างกายอันบอบช้ำกลับมาที่กระโจมท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมา หญิงสาวมองเห็นหัวเจาอ๋องเสียบประจานหน้าลานประลองยุทธไม่จริง !!!เจาอ๋องตายแล้ว เยียนหรานรับไม่ได้จริง ๆ นางแทบจะเป็นลม นางถามทหารแถวนั้น พบว่าหนานอ๋องเป็นคนสังหารเจาอ๋อง เพราะเจาอ๋องคิดต้องการบัลลังก์ หลายวันต่อมาเยียนหรานใช้ชีวิตในค่ายทหารอย่างไม่มีความสุข นางยิ้มขมให้ตัวเอง ตั้งแต่เจาอ๋องชีวิตนางก็ไร้ทิศทาง หวังรอให้เขามารับนาง แต่สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วพวกต้าข่านยังคงอยู่ในค่ายทรมานนางเหมือนเดิม เยียนหรานแม้จะตั้งครรภ์พวกเขาก็ไม่ละเว้นนางเลยแม้แต่น้อยวันนี้เยียนหรานออกไปหาของป่ากับกวนอี้ กวนอี้นึกสาแก่ใจไม่น้อยที่เจาอ๋องตายด้วยน้ำมือของหนานอ๋อง เยียนหรานสะพายตะกร้าที่ไม่ใหญ่มาก เดินตามกวนอี้เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องทำอาหารเช้าให้นายทหารทุกคน เนื่องจากเสบียงหมดแล้ว รอหนานอ๋องเบิกจากคลังหลวง"เยียนหราน ข้าว่าบรรยากาศบ่อน้ำพุร้อน ก็ไม่เลวเลย" ตาแก่กวนอี้จะพานางไปไหนกัน หรือจะให้นางมีอันใดกับเขาในบ่อน้ำพุร้อนเป็นดังคาดเดาเอาไว้ กวนอี้พาเยียนหรานมาที่บ่อน้ำพุร้อน กวนอี้ให้เยียนหรานถอดผ้าแช่ในน้ำพุร้อน เยียนหรานนั่งลงแช่น้
เยียนหรานคุกเข่าหันสะโพกไปทางต้าข่าน ต้าข่านเลียผ่านร่องสวาททั้งหน้าและหลัง จุมพิตอย่างเร่าร้อน แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะลิ้นหนาทั้งดูดและเลีย ยิ่งเขาเล่นลิ้น นางยิ่งเสียวจนฉี่จะราดอยู่แล้วอ๊อก อ๊อก อ๊อกอ๊อก อ๊อก อ๊อกดุ้นใหญ่พลันกระแทกปากคนงาม เยียนหรานรับรู้ได้ถึงน้ำรักซึมทีละเล็กน้อย ช่างหวานยิ่งนัก"อ้า อ้า แม่นางเยียน" ปี๊ด !!!เพียงไม่นานอาจิงก็ปล่อยน้ำรักเข้าปากเยียนหรานจนหมด ชายหนุ่มทำหน้าอย่างผ่อนคลายอย่างมากน้ำรักไหลเยิ้มออกจากปากเยียนหรานอย่างมาก กระบวนท่าต่อไป เยียนหรานขอพักเหนื่อยต้าข่านชอบเยียนหรานยิ่งนัก นางตั้งครรภ์ นางอาจจะตั้งครรภ์ลูกของเขาหรืออาจิง หากเขาต้องกลับไปชนเผ่า เขาจะขอท่านอ๋อง นำตัวนางกลับไปด้วยเยียนหรานนอนหายใจยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ชายทั้งสองคนก็เริ่มบทสวาทกับนางเสียแล้ว...ยามอรุณรุ่ง เยียนหรานต้องหอบผ้าไปซัก ได้ยินเหล่าทหารสนทนา กันว่าหนานอ๋องแต่งชายาเอกบุตรสาวขุนนาง เขาช่างมีความสุขนักอีกทั้งเจาอ๋องหลบหนีการจับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน เยียนหรานซักผ้าเสร็จกลับไปที่กระโจม"เจ้าสินะ นังแพศยาที่หนานอ๋องส่งให้มาบำเรอพวกทหาร" เยียนหรานนั่งพักในกระโจม จู่ ๆ
กวนอี้ลากนางมาที่ห้องเก็บฟืน ที่เต็มไปด้วยกองฟาง เยียนหรานท้องได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดในค่ายทหารถึงได้มีแต่คนระยำเช่นนั้น แม้แต่หญิงตั้งครรภ์พวกมันยังทำได้ลงคอกวนอี้จุมพิตที่เรียวปากงามของเยียนหราน สองมือหนาใหญ่ค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกมาเยียนหรานนอนถ่างขาบนกองฟางที่รองด้วยเศษผ้า นางจะให้พวกมันกระทำนางไปก่อน แต่ก่อนที่จะไป นางจะให้พวกมันตายไปกับนางด้วยกวนอี้มองร่างอวบที่ท้องนูนขึ้น เด็กในท้องอาจจะเป็นลูกของต้าข่านก็ได้ กลีบงามของนางอวบอิ่มขึ้นจริง ๆ เท่าฝ่ามือหนาใหญ่ของเขากวนอี้เลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม สามนิ้วขยี้ตรงกลีบงาม เยียนหรานพลันร้องออกมาเสียงหลงน้ำลายหยดลงกลีบงามสีแดง เยียนหรานหายใจอย่างเหนื่อยหอบแจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะแม้นางจะตั้งครรภ์อยู่ นางก็ยังคงเป็นหญิงร่านสำหรับเขา มือหนาใหญ่แหย่ร่องสวาทอย่างสนุก เยียนหรานร้องออกมาไม่หยุด เพียงไม่นานนัก กวนอี้พลันดึงนิ้วมือออกมา เลียน้ำหวานที่นิ้วมือของเขาเขารีบให้เยียนหรานเลียที่ดุ้นอับอวบใหญ่นางมองเจ้าแท่งหยก อวบใหญ่ มืองามชักดุ้นขึ้นลงไปมา มีหยดน้ำซึมออกมาไม่น้อยเมื่อนางเลียที่หัวดุ้นกวนอี้ถึงกับร้องครางออกมาอย่างเสียวสุด
เยียนหรานเหนื่อยล้ายิ่งนักหลายเดือนผ่านไปร่างกายเยียนหรานพลันอวบอิ่มขึ้นมาก นางก็ไม่รู้ว่านางเป็นอันใด ข่าวของเจาอ๋องก็พลันเงียบหายไปเยียนหรานต้องล้างเท้าให้กับทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่าง ต้าข่านมาเจริญสัมพันธไมตรี จึงนอนอยู่ค่ายทหารนอกเมือง หนานอ๋องจึงให้เยียนอ๋องมาปรนนิบัติต้าข่านเยียนหรานรินสุราให้ต้าข่าน ทันทีที่เขากินเข้าไป พบว่าสุรานี้มียาพิษ"นี่เจ้า คิดสังหารข้ารึ" เยียนหรานมองเขา แน่นอนว่านางอยากจะให้เขาตาย แล้วโยนความผิดให้หนานอ๋อง"หนานอ๋องเป็นคนสั่งให้ข้าทำ" เยียนหรานแกล้งบีบน้ำตา "เจ้ามันหญิงชั่วอย่างหนานอ๋องบอกเสียจริง โชคดีที่ข้ากินยาถอนพิษไว้แล้ว" ต้าข่านใช้มีดสั้นภายในชั่วพริบตาเดียว อาภรณ์ของเยียนหรานขาดกระจุยกระจายเลยทีเดียว"นี่ท่าน" ร่างงามกระจ่างตรงหน้า ต้าข่านทันที นับว่าเขารอบคอบที่เชื่อหนานอ๋อง"เยียนหราน เจ้าโดนพิษหนอนวสันต์เข้าไป เจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ความตายมันเป็นเช่นไร"ทันใดนั้นเยียนหราน ต้องตกตะลึงแท่งหยกขนาดใหญ่ยาวของต้าข่าน ต้าข่านถึงกับยิ้มเยาะ แน่นอนว่า ของลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า ของบุรุษชาวทุ่งหญ้า ย่อมใหญ่ยาวทุกคน ถึงชนิดท
กวนอี้เป็นพ่อครัวในกองทัพทหาร สังกัดหนานอ๋อง เขามองเยียนหรานด้วยสายตาที่หื่นราคะ "เจ้ามองอะไร ในตอนนั้นเยียนหรานกำลังล้างชามอยู่ ยามนี้ พวกทหารต่างฝึกวิทยายุทธ์ที่ลานประลองยุทธ์"เยียนหราน เจ้าคงมิรู้ว่า ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้านอนกับเจ้าได้" สารเลว !!!อย่าให้นางออกไปได้แล้วกันกวนอี้โอบกอดนางอย่างเร่าร้อนในโรงครัว ลิ้นหนาขบติ่งหูของนาง เยียนหรานจำใจต้องอดทนเพราะนางไม่มีทางเลือก ขางเกงขาวบางถูกปลดออก จึงเหลือเพียงสะโพกที่งอนงามมือหนาใหญ่จับสะโพกที่งอนงามไว้ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปในรู้สวาทของคนงาม เยียนหรานยืนถ่างขาออกกว้าง ๆรับรู้ได้ถึงมือหนาใหญ่ที่แหย่เข้าไป อย่างช้า ๆ กลีบงามที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีชมพู ผลิออกมา แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะน้ำสีขาวขุ่นพลันไหลออกมาจากร่องสวาทอย่างมาก เยียนหรานทำปากอย่างซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว กวนอี้มองร่องสวาทมีน้ำไหลเยิ้มออกมา กลิ่นบุปผาหอมหวานลอยเข้าจมูกเขา ทำให้เขาอดใจไม่ไหวเสียจริง มือหนาใหญ่ผลิกลีบงามออกแล้ว ใช้ลิ้นเลียตรงนั้น จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบรสชาติหวานยิ่งนัก รูสวาทของนางช่างงดงามเหลือเกิน"อ้า อ้า อ้า ข้า อ้า" เยียนหรานเสียวไปกับการที่ตาเฒ่







