Accueil / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

Partager

บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

last update Date de publication: 2026-06-27 19:00:07

ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง…

เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง

เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น

และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง

“คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา

“รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด

“รู้สิ”

คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ

ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้วหยุดยืนตรงหน้า เขายื่นมือออกมา ส่งกล่องใบหนึ่งมาระหว่างเรา ราวกับกำลังถือสิ่งที่มีความหมายมากกว่ามูลค่าใด ๆ ในโลก

“แกะดูสิครับ”

ฉันนิ่งงันอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนเงยสายตามองใบหน้าคมนิ่ง เขาเพียงพยักหน้าให้ช้า ๆ เป็นสัญญาณให้ฉันเปิดมันออก

ฉันค่อยๆสูดลมหายใจเข้า แล้ว รับกล่องนั้นมา ด้วยมือสั่นแม้พยายามควบคุมตัวเองเต็มที่

ฝากล่องค่อย ๆ เปิดออก

และในวินาทีนั้น… ลมหายใจของฉันก็สะดุดลง

กล้องตัวเดิม กล้องของพ่อ

กล้องที่ฉันเคยคิดว่าจะไม่ได้เจอมันอีก ตั้งแต่วันที่มันถูกโยนลงน้ำและจมหายไปต่อหน้าต่อตา

แต่มันกลับมาอยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง ราวกับเวลาได้ย้อนคืนความทรงจำ เสียงหัวเราะ และความรักทั้งหมดที่ฉันเคยมีร่วมกับพ่อ ให้หวนกลับมาในชั่วพริบตา

“คุณ… ตามหามันเจอได้อย่างไร”

เสียงของฉันเบาจนแทบไม่เป็นคำถาม สายตายังคงจับจ้องกล้องตัวนั้น ราวกับกลัวว่าหากละสายตาไป มันจะหายไปอีกครั้ง

เขามองกล้องในกล่องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำแต่หนักแน่น

“ผมรู้ว่ามันมีความหมายกับคุณมาก ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ผมก็จะพามันกลับมาให้คุณ”

ฉันมองเขาอยู่อย่างนั้น หัวใจแน่นจนแทบเอ่ยคำใดออกมาไม่ทัน ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งซาบซึ้ง อบอุ่น และสั่นไหว

“หยิบมันขึ้นมาสิ”

ฉันค่อย ๆ ยกกล้องตัวนั้นขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา  และในวินาทีที่มันพ้นจากกล่อง

แหวนเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ด้านล่างก็ปรากฏขึ้น สะท้อนแสงยามเช้า กระทบเข้ากลางสายตา

จนภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา

คงไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ มากไปกว่านี้ เมื่อคำตอบได้อยู่ตรงหน้า

แหวนเพชรเม็ดโตคือคำยืนยันในหัวใจของชายคนหนึ่ง

ผู้มั่นคงและแน่วแน่

เขายืนนิ่ง มองฉันด้วยแววตาที่ชัดเจนจนฉันไม่อาจหลบสายตานั้นได้

“คุณพร้อมจะรับหมั้นผมไหม”

“พร้อมให้ผมปกป้องคุณ ด้วยหัวใจ และด้วยชีวิตที่เหลือทั้งหมดของผม”

คำพูดนั้นทำให้โลกทั้งใบเงียบลง ฉันได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมา ทั้งวันที่ฉันอ่อนแอ วันที่ฉันสูญเสีย และทุกครั้งที่เขายืนอยู่ข้าง ๆ

อกของฉันแน่น ดวงตาร้อนผ่าว เมื่อเพิ่งตระหนักได้ว่า มีใครบางคนเลือกฉันอย่างแน่วแน่ เลือกจะอยู่ และเลือกจะปกป้อง โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ริมฝีปากฉันสั่น ลมหายใจติดขัดอยู่ในอก ฉันจึงทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนคลี่รอยยิ้ม พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา จากนั้นร่างใหญ่ดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอด แขนของเขาโอบรั้งฉันไว้แน่น ราวกับยืนยันว่าฉันอยู่ตรงนี้ และจะไม่หายไปไหนอีก

ฉันซบหน้าลงกับอกกว้าง รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นสม่ำเสมอไม่ต่างจากของฉัน ลมเช้าบนดาดฟ้าพัดผ่าน แสงแดดอ่อน ๆ โอบล้อมเราท่ามกลางเมืองที่ค่อย ๆ ตื่นขึ้น  เสียงนกร้องแผ่วไพเราะ ก้องเป็นฉากหลัง ราวกับแสดงความยินดีให้เราสองคน

ในวินาทีนั้น ฉันรู้ทันทีว่าคำตอบของฉันได้ส่งไปถึงเขาแล้ว

ขาตั้งกล้องวางอยู่ไม่ไกลนัก เลนส์หันตรงมาที่เรา กล้องถูกตั้งค่าให้ถ่ายภาพอัตโนมัติ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะที่กำหนดไว้

เมื่อไฟเล็ก ๆ ด้านหน้ากระพริบขึ้น พร้อมการนับถอยหลังจากหนึ่งถึงสิบ เขาปล่อยมือจากกล้องแล้วรีบวิ่งกลับเข้ามาในเฟรม มายืนเคียงข้างฉันอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาทีก่อนเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น

กล้องตัวนั้นบันทึกภาพของเราทั้งสองไว้ มีเมืองกรุงเป็นฉากหลัง อาคารสูงทอดยาวไปจนสุดสายตา แสงอ่อน ๆ ทำให้ภาพดูนิ่งและชัดเจน เป็นภาพที่ยืนยันว่าเราเลือกจะยืนอยู่ในเฟรมเดียวกัน

และเมื่อภาพนั้นถูกส่งออกไปสู่สายตาสาธารณะ…

มาดามโซเฟียหยิบภาพข่าวนั้นขึ้นมามองผ่านหลังแว่นสีดำ ก่อนเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ มือเรียวอีกข้างคีบบุหรี่ ยกแตะริมฝีปากสีแดงจัด สูบควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เสียงเย็นต่ำจะเปล่งออกมา

“ฉันควรไปแสดงความยินดีกับไอ้ลูกนอกไส้หน่อยไหม…หรือปล่อยพวกมันไป”

ชายสูทดำทรงเนี้ยบ รองเท้าหนังมันเงา ก้าวเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงต่ำเรียบ

“เอกสารถูกเซ็นเรียบร้อยแล้ว และเขาทำตามสัญญา”

เขาก้มศีรษะเล็กน้อย

“ปล่อยพวกมันไปครับ นายหญิง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มาดามโซเฟียเอียงหน้าเล็กน้อย ราวกับยอมรับคำตอบโดยไม่โต้แย้ง ก่อนดึงควันบุหรี่เข้าเต็มปอด บี้ก้นบุหรี่ลงที่เขี่ย แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เสียงประตูปิดดังอยู่ข้างหลังโดยไม่หันกลับมา

…

ท่ามกลางแสงแฟลชและสปอร์ตไลท์ที่รายล้อม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจ และสัมผัสถึงน้ำหนักของแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย

นั่นคือคำตอบชัดเจนที่สุด… ว่าฉันเลือกให้ชายคนนี้ปกป้องชีวิตที่เหลือของฉัน ด้วยหัวใจและความรัก โดยไม่ตั้งคำถามใด ๆ อีกต่อไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status