แชร์

11.

ผู้เขียน: ตั๊กกี้ หมูบิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-13 20:42:55

 เพลิงรัก เพลิงแค้น และหลบหนี

หลังจากที่ อีวา เปิดเผยว่าเธอรู้ความจริงเรื่องการฉ้อโกงที่ดินของตระกูล แบล็กเวลล์ ห้องแต่งตัวของดีแลนก็ตกอยู่ในความเงียบที่น่ากลัว ดีแลน แบล็กเวลล์ ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความโกรธ ความอับอาย และ... ความหวาดกลัวที่ถูกเปิดโปง

“เธอไปค้นเรื่องนี้มาจากไหน!” ดีแลนถามเสียงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำราม มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“คุณคิดว่าฉันจะใช้ชีวิตเป็น ทาส ของคุณไปตลอดชีวิตโดยไม่สืบหาความจริงที่ทำให้ฉันต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้อย่างนั้นหรือ?” อีวาตอบกลับด้วยความเยือกเย็นที่น่ากลัว เธอกำลังใช้ความกลัวของดีแลนเป็นอาวุธ “ฉันเจอทุกอย่างแล้ว ดีแลน... หลักฐานการโกง การร่วมมือกับทนายของฉัน... การที่พ่อคุณทำลายทุกสิ่งที่เรามี”

อีวา จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริง “คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม... คุณรู้ว่าที่ดินนั้นถูก ปล้น ไป... และคุณก็ยังใช้ความรักของฉันที่มีต่อคุณย่ามาบังคับให้ฉันต้องมาเป็น นางบำเรอ ของคุณ เพื่อปกปิดความผิดของครอบครัวคุณ!”

คำพูดของอีวาเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจที่ดีแลนพยายามสร้างเกราะป้องกันมาตลอด 20 ปี เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความผิดของบิดา แต่เพราะคำกล่าวหาของอีวาได้สัมผัสถึงความจริงในใจเขา

ดีแลน ยอมรับว่าความรู้สึกที่เขามีต่ออีวาไม่ใช่แค่ความแค้นอีกต่อไป แต่มันคือ ความรัก ที่บ้าคลั่งและหวงแหนอย่างที่สุด ความคิดที่จะสูญเสียเธอไปทำให้เขาทนไม่ได้ แต่ศักดิ์ศรีและคำสอนของบิดาทำให้เขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้เลย

“ใช่!” ดีแลนตวาดเสียงดังลั่น เขาเดินเข้าหาอีวาอย่างรวดเร็วจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องแต่งตัว “ฉันรู้! และถ้าคุณฉลาดพอ คุณก็ควรจะปล่อยให้เรื่องนี้มันจบไปพร้อมกับที่ดินนั่น!”

เขายกมือขึ้นบีบไหล่ของเธออย่างแรง “เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน อีวา? ผู้พิพากษาหรือไง? ฉันทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิ่งที่ตระกูลฉันสร้างมา! และทุกอย่างที่ฉันทำกับเธอ... มันก็ยุติธรรมแล้ว! มันเป็นราคาที่คุณต้องจ่าย!”

“ราคาอะไร! ราคาตัวฉันเหรอ!” อีวาตอบโต้ด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างช้า ๆ “คุณปฏิเสธไม่ได้แล้ว ดีแลน! คุณไม่ได้เกลียดฉันอีกต่อไปแล้ว! คุณหวงฉัน คุณห่วงฉัน คุณต้องการฉันอยู่ข้างกายคุณ! แต่คุณก็ยังคงปากแข็งและใช้ความแค้นโง่ ๆ ของคุณมาทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”

นี่คือจุดที่ความรู้สึกของดีแลนปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

“ใช่! ฉันต้องการเธอ! อีวา! ฉันต้องการเธอจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว!” ดีแลนสารภาพออกมาเป็นประโยคที่รุนแรงและป่าเถื่อนที่สุด “แต่ความต้องการของฉันก็มาพร้อมกับความเกลียดชัง! เธอคือความอ่อนแอเดียวที่ฉันมี! เธอคือตระกูลที่ฉันสาบานว่าจะทำลาย! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากสิ่งที่ฉันต้องการไปจากฉันได้! แม้แต่ตัวเธอเอง!”

เขาผลักร่างเธอให้ชิดผนังอย่างรุนแรง และกักเธอไว้ด้วยร่างกายของเขา การยอมรับความรู้สึกรักของดีแลนไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนโยน แต่มาพร้อมกับการ ครอบครองที่บ้าคลั่ง

“เธอไม่มีสิทธิ์หนีไปไหน! เธอเซ็นสัญญาแล้ว! ร่างกายนี้เป็นของฉัน! และฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่ที่เธอจะหมดประโยชน์!” ดีแลนกระซิบข้างหูของเธออย่างเผ็ดร้อน

คำพูดของดีแลนทำลายความหวังสุดท้ายของ อีวา เธอเข้าใจแล้วว่าชายคนนี้ไม่เคยรักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ ความรักของเขาคือการครอบครองที่บิดเบือน เป็นความเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจ และเธอไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า เครื่องมือ ในเกมของเขาเครื่องมือแก้แค้นในตอนแรก และเครื่องมือบำเรอความใคร่เพื่อปกปิดความจริงในตอนนี้

ฉันยอมแพ้ไม่ได้! ฉันจะไม่ยอมให้ความรักของคุณย่าต้องถูกแลกด้วยความต่ำช้าแบบนี้!

อีวารวบรวมสติทั้งหมดและใช้ความเยือกเย็นของเธอสู้กลับ

“พอแล้ว ดีแลน” อีวาพูดเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยอำนาจ “ฉันทนกับความเป็นปีศาจของคุณมานานพอแล้ว และฉันก็ไม่ได้โง่พอที่จะเชื่อในความรักที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของคุณ”

เธอตวัดมือขึ้น ตบ ใบหน้าของดีแลนกลับไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นตบที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด ไม่ใช่การต่อต้านที่ไร้หนทางเหมือนครั้งแรก

ดีแลนชะงักไปจากแรงตบ แต่ก่อนที่เขาจะโกรธและตอบโต้ อีวาใช้จังหวะนั้นดึงสร้อยคอเพชรราคาแพงที่เขาเคยซื้อให้ขาดออก แล้วโยนมันลงบนพื้น

“คุณซื้อร่างกายฉันด้วยที่ดิน... และคุณซื้อความเงียบของฉันด้วยเพชรพวกนี้งั้นเหรอ?” อีวาพูดอย่างดูถูก “ทุกอย่างที่เป็นของตระกูลคุณมันสกปรก! และฉันจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองสกปรกไปกับคุณอีกต่อไป!”

อีวาเบี่ยงตัวหลบจากร่างกำยำของดีแลนได้สำเร็จ เธอวิ่งตรงไปยังกระเป๋าถือของเธอซึ่งซ่อนกุญแจรถสำรองและโทรศัพท์ที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสัปดาห์

ดีแลนรู้ตัวว่าเธอจะหนี เขาพุ่งเข้าหาเธอด้วยความบ้าคลั่ง แต่สายเกินไป อีวา  คว้ากระเป๋าถือพร้อมทั้งหยิบ แฟ้มเอกสารหลักฐาน ที่ซ่อนไว้ออกมาด้วย

“ถ้าคุณก้าวเข้ามาหาฉันอีกก้าวเดียว...” อีวาพูดเสียงหนักแน่น มือของเธอชี้ไปยังแฟ้มเอกสารในมือ “...ฉันจะเปิดเผยหลักฐานการฉ้อโกงนี้ต่อสื่อทันที! และฉันจะทำให้ตระกูลแบล็กเวลล์พังพินาศอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน!”

ดีแลนหยุดชะงัก สายตาของเขาจ้องมองที่แฟ้มเอกสารนั้นอย่างตื่นตระหนก เขากลัวการทำลายล้างที่อีวาถืออยู่ในมือมากกว่าการสูญเสียตัวเธอเสียอีก

“อย่า! อีวา!” ดีแลนตะโกนอย่างหมดท่าเป็นครั้งแรกในชีวิต “อย่านำเรื่องนี้ไปสู่สาธารณะ! ฉันขอร้อง!”

“ฉันไม่ใช่อีวาคนเดิมที่คุณเคยสั่งได้แล้ว ดีแลน” อีวาพูดด้วยรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่เด็ดขาด “คุณเลือกศักดิ์ศรีของครอบครัวคุณ... ฉันก็จะเลือกความยุติธรรมของครอบครัวฉัน”

อีวา คาร์เตอร์ หันหลังให้เขาโดยไม่ลังเล เธอวิ่งออกจากคฤหาสน์หรูหรานั้นโดยไม่เหลือบกลับไปมองแม้แต่วินาทีเดียว แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการตัดขาดความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้

ดีแลนตามเธอมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ เขาตะโกนชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปในยามค่ำคืน เขาได้แต่ยืนมอง 'นางฟ้า' ของเขาที่จากไปพร้อมกับ เอกสารการทำลายล้าง ในมือ

การหลบหนีของอีวาในครั้งนี้มาพร้อมกับหลักฐานที่ใช้ในการฟ้องร้อง ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายในศาลและชีวิตจริง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักนางฟ้า   42.ข้อจำกัด

    โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท

  • เล่ห์รักนางฟ้า   41.กำแพง

    กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต

  • เล่ห์รักนางฟ้า   40.สิบแปดปีผ่านไป

    สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน

  • เล่ห์รักนางฟ้า   39.แสงสว่าง

    โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ

  • เล่ห์รักนางฟ้า   38.โลกภายนอก

    เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล

  • เล่ห์รักนางฟ้า   37.ท้าทาย

    ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status