เข้าสู่ระบบทางด้านอรรถพล เขาขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน พลางจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในห้องสปา ในใจเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวและขุ่นมัวจนเกินจะระงับ
'ผู้หญิงอย่างเธอมันก็แค่นี้!' อรรถพลนึกเหยียดหยันเอยอยู่ในใจ
"เฮียอรรถคะ... เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นจ้องผู้หญิงคนนั้นมานานแล้วนะ" เสียงหวานของจีรนาดึงสติเขาให้กลับมา เธอเอ่ยถามถึงเอยด้วยความสงสัย
"เปล่าครับ ไม่มีอะไร" เขาฝืนยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเคร่งขรึมเมื่อหันมาหาคู่หมั้น
"หรือเธอทำอะไรให้เฮียอรรถไม่พอใจหรือเปล่าคะ?" จีรนาถามหยั่งเชิง เพราะแววตาของอรรถพลในวินาทีแรกที่เธอเห็นนั้นดุดันราวกับอยากจะฆ่าใครสักคนให้ตายคามือ ไหนจะรอยแดง ๆ ที่แก้มของเขาอีก...
ในห้องน้ำ... ทั้งสองคนทะเลาะอะไรกันนะ?
แม้จะสงสัย แต่จีรนาก็ไม่คิดจะเซ้าซี้ถามให้มากความ เพราะเธอรู้นิสัยของอรรถพลดีว่าถ้าเขาไม่ยอมบอก ต่อให้เธอไล่ต้อนอย่างไรเขาก็ไม่มีวันตอบ
"ไม่มีอะไรจริงๆ ครับ ว่าแต่จีนคุยธุระเสร็จแล้วใช่ไหม?" อรรถพลรีบตัดบทและเปลี่ยนเรื่องทันที
"เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มารอรับจีน" จีรนายิ้มตอบ
ช่างเถอะ...
สำหรับเธอแล้ว ตอนนี้ถือว่าอรรถพลยังโสด เธอจึงปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจได้โดยไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก
"แต่ว่า... เฮียอรรถหายไปไหนนานจัง จีนนึกว่าหลงทางในนี้ไปแล้วเสียอีก" หญิงสาวแสร้งถามทีเล่นทีจริง
"อ๋อ... พอดีเจอคุณเอยน่ะครับ เลยได้คุยกันนิดหน่อย" เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"คนนั้นเหรอคะ?" จีรนาเลิกคิ้วมองไปยังทิศทางที่เอยเพิ่งเดินหายไป
"ครับ พอดีเห็นว่าฝีมือการแสดงของเธอดี ก็เลยอยากจะลองชวนมาเซ็นสัญญาเข้าสังกัดใหม่ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะปฏิเสธ... เฮียเลยไม่ได้ฝืนใจอะไรต่อ"
"อ๋อ... ก็น่าเสียดายอยู่นะคะ สวยขนาดนั้น เฮียอรรถคงเล็งเห็นความสามารถของเธอจริงๆ" จีรนายิ้มรับ แสดงท่าทีไม่ติดใจสงสัยอะไร ก่อนจะยื่นมือไปควงแขนอรรถพลอย่างออดอ้อน "กลับกันเถอะค่ะ จีนเริ่มเหนื่อยแล้ว"
"โอเคครับ" อรรถพลพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะพาคู่หมั้นเดินออกจากร้านเพื่อไปส่งเธอที่บ้าน ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้ของความโกรธที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในอก
หลังจากส่งจีรนากลับถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อรรถพลก็ไม่สามารถประคองหน้ากากผู้ชายที่แสนดีเอาไว้ได้อีก อารมณ์กรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ปะทุออกมาจนอกแทบระเบิด การกระทำของเอยในวันนี้ทำให้เขาทั้งโกรธ ทั้งรังเกียจจนแทบอยากจะขยี้เธอให้แหลกคามือ!
"บ้าเอ๊ย!" ชายหนุ่มสบถคำรามในลำคอพลางทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อระบายโทสะ "อยากเป็นมากกว่านางบำเรองั้นเหรอ! เหอะ!"
เขาสบถด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ความขุ่นเคืองพุ่งพล่านจนลำคอแห้งผาก เขาไม่ชอบใจในสถานการณ์แบบนี้เลยสักนิด เด็กดีที่เคยอยู่ในโอวาทและเชื่องยิ่งกว่าใคร ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจที่มีมารยาเต็มร้อยแบบนี้!
...ทว่าต่อให้ปากจะพร่ำบอกว่ารังเกียจเธอเพียงใด ลึก ๆ แล้วในใจของเขากลับรู้ดีว่า เขายังต้องการเธอ สัมผัสอันนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมกรุ่นที่ยังติดตรึงอยู่บนปลายจมูกและริมฝีปาก มันยังตอกย้ำว่าเขายังคงโหยหา...
และดูเหมือนจะยังลุ่มหลงมัวเมาในรสชาติของผู้หญิงร่านอย่างเอยโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเธอเลยสักนิด
ยิ่งเธอแข็งข้อเขายิ่งอยากปราบพยศ
บ้าที่สุด!
อรรถพลหลับตาแน่น พยายามสลัดความคิดบ้า ๆ ออกไปจากหัว สาเหตุเดียวที่เขายอมล่าถอยออกมาในตอนแรก เป็นเพราะเขากลัวว่าเอยจะบ้าบิ่นทำเรื่องอย่างที่ปากพูดจริงๆ
เขาไม่อาจเสี่ยงให้เธอเปิดเผยความสัมพันธ์ลับ ๆ นี้ให้จีรนาได้รับรู้ เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงทุกคนต่างก็มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเป็นของตัวเอง และเขาก็ไม่โง่พอที่จะเอาอนาคตไปเสี่ยงกับเกมมารยาของเธอ
"คราม... วันนี้กูไม่เข้าบริษัทแล้วนะ"
เขาต่อสายหาบอดี้การ์ดคนสนิทพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดถึงขีดสุด ในเมื่อไม่อาจสงบจิตใจให้ทำงานต่อได้ อรรถพลจึงตัดสินใจมุ่งหน้ากลับเพนเฮ้าส์ส่วนตัวเพื่อดับไฟที่กำลังแผดเผาร้อนรุ่มอยู่ในใจ
ทันทีที่ถึงห้อง เท้าหนาก้าวฉับเข้าไปท่ามกลางความมืดมิดโดยไม่คิดจะเปิดไฟเลยสักดวง เขาตรงดิ่งไปยังบาร์เครื่องดื่ม คว้าขวดเหล้าสีอำพันขึ้นมารินใส่แก้วแล้วกรอกลงคอรวดเดียวจนหมด ราวกับต้องการให้รสบาดลึกของแอลกอฮอล์ช่วยลบภาพเหตุการณ์ในห้องน้ำออกไปจากสมอง
มือหนาหยิบบุหรี่ซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ อัดมันเข้าปอดอย่างหนักหน่วง ควันสีเทาหม่นที่ถูกพ่นออกมาอย่างเชื่องช้าล่องลอยเคว้งควางอยู่กลางอากาศ เปรียบเสมือนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังตีกันรวนกับความปรารถนาในเบื้องลึก
เขากำลังสับสนจนแทบจะเป็นบ้า...
อรรถพลนั่งจมดิ่งอยู่กับความเงียบ ดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าและอัดบุหรี่มวนแล้วมวนเล่าเพื่อคลายความเครียด ทว่ายิ่งแอลกอฮอล์ซึมซับเข้าสู่กระแสเลือด ความทรงจำที่มีต่อเอยกลับยิ่งชัดเจน เขาเดือดดาลที่เอยกล้าปั่นหัวเขา กล้าคบคนใหม่ กล้าพูดต่อหน้าว่าไม่รักเขาแล้ว...
โกรธที่เธอต่อปากต่อคำและกล้าหยิบยกเรื่องจีรนามาขู่ และที่เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาโกรธตัวเองที่ยังคงเพ้อหาของเล่นที่เคยตราหน้าว่าไร้ค่า และเป็นคนทิ้งเธอไปเอง!
...โกรธที่ยังคงโหยหาอยากครอบครองเธอ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเธอพยายามจะใช้ร่างกายล่อลวงเขาเพื่อจุดประสงค์ใด!
อึก!
อรรถพลกรอกเหล้าเข้าปากซ้ำ ๆ จมดิ่งอยู่กับพายุอารมณ์ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้ง่าย ๆ...
เขาเกลียดความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่อเอย!
"โธ่เว้ย!!!!"
ครามรู้ดีว่าการที่เจ้านายของตนกลับมาพักที่คอนโดในเวลางานนั้นคือสัญญาณของความผิดปกติ เพราะคนอย่างอรรถพลไม่เคยปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมาทำลายตารางชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เขาจึงตัดสินใจตามมาถึงเพนเฮ้าส์หรูพร้อมกับเอกสารด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยตาตัวเอง
รองเท้าหนังสีดำเงาวับก้าวเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นโทนขรึม กลิ่นบุหรี่ฉุนกึกและกลิ่นแอลกอฮอล์พุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก สภาพของชายที่นั่งจมอยู่บนโซฟาทำให้ครามต้องลอบถอนหายใจ
ใครกันที่ทำให้นายของเขาเสียศูนย์ได้ถึงขนาดนี้... ในหัวตอนนี้คงมีเพียงชื่อเดียวเท่านั้น... 'คุณเอย'
ตั้งแต่วันที่หญิงสาวเดินจากไปอย่างง่ายดาย คนที่ดูเหมือนจะคลั่งที่สุดกลับกลายเป็นเจ้านายของเขาเสียอย่างนั้น!
เฮ้อ...
ครามยืนนิ่งมองอรรถพลที่นั่งพิงโซฟาด้วยท่าทางหมดสภาพ ดวงตาแดงก่ำจากการดื่มจัด สายตาคมกริบจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในนิ้วหนายังคงคีบบุหรี่ที่ไหม้จนเกือบถึงโคน ครามวางปึกเอกสารสำคัญลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยขวดเหล้าและแก้วคริสตัล
"นายครับ... มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ" ครามเอ่ยเรียกเป็นรอบที่สามด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย
อรรถพลปรือตามองลูกน้องคนสนิทเพียงครู่เดียว ก่อนจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวราวกับมันคือน้ำเปล่า ครามมองภาพนั้นด้วยความเวทนาในใจ แต่ความจริงก็คือความจริง...
คุณเอยไม่มีทางกลับมาแล้ว!
ครามคิดในใจอย่างขมขื่น 'นายเป็นคนเลือกทางเดินนี้เอง เป็นคนตัดสินใจเทคุณเอย และทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดี ทั้งยังเป็นคนเอ่ยปากไล่เธอให้ออกไปจากชีวิตด้วยการกระทำที่ร้ายกาจ เพียงเพราะเธอแหกกฎและนายกำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่คู่ควร
ตอนนี้เส้นทางที่นายปรารถนาก็ได้มันมาอยู่ในมือแล้ว ไม่มีมลทินอย่างคุณเอยมาแปดเปื้อนขวางทาง เส้นทางการหมั้นหมายกับคนที่คู่ควรทั้งฐานะและหน้าตาทางสังคมกำลังจะไปได้ดีอย่างราบรื่น
แต่นายกลับทำเหมือนเป็นฝ่ายตัดคุณเอยไม่ได้เสียเอง ดูเหมือนว่ามลทินที่นายเคยรังเกียจนักหนา จะกลับกลายเป็นโซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่ฉุดรั้งใจนายเอาไว้ ไม่ให้ไปไหน
และสุดท้ายถ้านายไม่เด็ดขาดมากพอ ชีวิตที่สมบูรณ์แบบตามที่นายต้องการ ก็คงต้องพังทลายลงในสักวันแน่ ๆ'
ปึก!
อรรถพลวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองเอกสารตรงหน้า
"คราม... มึงว่ากูควรจัดการกับเอยยังไงดี" น้ำเสียงแหบพร่าเค้นถามออกมา ซึ่งเต็มไปด้วยความสับสนที่ปกปิดไม่มิด
คำถามนั้นทำให้ครามชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้านายที่บัดนี้แววตาดูอ่อนล้าและว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ครามลอบถอนหายใจยาวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นคงตามประสาคนที่หวังดีจริงๆ
"นายควรปล่อยวางเรื่องคุณเอยครับ อย่าไปยุ่งกับเธออีก นายควรโฟกัสที่คุณจีนและชีวิตหลังแต่งงานจากนี้ครับ อย่าลืมว่าคุณเอยเองก็มีแฟนใหม่แล้ว"
อรรถพลขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเมื่อได้ยินคำเตือนจากคราม เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกมวน ควันสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เขาไม่ชอบใจเลยที่ครามพูดว่าเอยมีแฟนใหม่...
แฟนใหม่อะไร ผัวยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
"คุณเอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นครับ ผมเชื่อว่าเธอรู้ความพอที่จะจากไปเงียบ ๆ อย่างที่นายต้องการ" ครามเสริมหลังจากที่เห็นสภาพที่แตกสลายของเธอในวันนั้น เขาจึงรู้สึกมั่นใจว่า เอยไม่ได้มีเจตนาจะเรียกร้องอะไรอย่างที่นายต่อว่าเธอไว้เลย"..."
บทที่5ตัดขาดทุกความทรงจำ"น่ากินจัง" เอยมองชาบูหม่าล่าบนโต๊ะพลางกลืนน้ำลาย จากที่ไม่หิวตอนนี้เริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้ว"ร้านปร
"ก็มึงสั่งไม่ใช่เหรอ?" นะโมหัวเราะร่วนก่อนจะตบบ่าเพื่อนอย่างสนิทสนม"โธ่ ก็ใช้เงินแกไง""เหอะ!" ปอร์เช่แค่นขำในลำคอ ก่อนจะวางลังเบียร์ลงบนโต๊ะอาหาร แล้วดึงข้อมือนะโมไปอีกทางอย่างลับ ๆ ล่
"เฮ้อออ!"ในที่สุด ข้าวของทั้งหมดก็ถูกลำเลียงขึ้นรถจนครบ เอยเอนแผ่นหลังบางพิงกับรถเบนซ์หรูคู่ใจ พลางแหงนมองวิลล่าหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีในวันนี้ล้วนได้มาจากอรรถพลทั้งสิ้น







